มะเร็งลำไส้ใหญ่ (Colon cancer) เป็นโรคร้ายแรงที่พบบ่อยเป็นอันดับต้นๆ ของประชากรไทย และมีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นทุกปี โดยพบได้เป็นอันดับ 3 ในผู้ชาย และพบได้เป็นอันดับ 5 ในผู้หญิง มะเร็งลำไส้ใหญ่เกิดจากเซลล์เยื่อบุผนังลำไส้เจริญเติบโตผิดปกติจนไม่สามารถควบคุมได้ ในระยะแรกของการเจริญเติบโตจะยังไม่เป็นเนื้อร้าย แต่หากไม่ได้รับการตรวจรักษาก็สามารถกลายเป็นเนื้อร้ายได้ โดยใช้ระยะเวลานานประมาณ 10 ปี
มะเร็งลำไส้ใหญ่ในระยะแรกมักไม่มีอาการ การตรวจในเบื้องต้นจึงเป็นสิ่งสำคัญ ซึ่งหากตรวจพบตั้งแต่แรกจะมีโอกาสรักษาหายได้ หรือมีชีวิตอยู่ได้นานกว่า 5 ปี ถึง 95% แต่หากเป็นระยะที่ลุกลามไปแล้ว แทบจะไม่มีโอกาสรักษาให้หายได้เลย ดังนั้น การสังเกตตนเอง การพิจารณาถึงปัจจัยเสี่ยงของโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ และการเข้ารับการตรวจและวินิจฉัยโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่เพื่อตรวจดูความผิดปกติตั้งแต่เนิ่นๆ จึงเป็นสิ่งสำคัญ
ปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญของโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ เช่น

อาการของโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่
มะเร็งลำไส้ใหญ่ เริ่มต้นโดยคนไข้อาจไม่มีอาการอะไรเลย อย่างไรก็ตาม เมื่อการดำเนินของโรคไปได้สักระยะหนึ่ง มะเร็งลำไส้ใหญ่จะเริ่มมีอาการแสดง ดังนี้

วิธีการตรวจและวินิจฉัยโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ มี 6 วิธี ดังนี้
วิธีการวินิจฉัยโรคที่แน่นอนที่สุดคือ การตรวจพบเซลล์มะเร็งในเนื้อเยื่อที่สงสัย ซึ่งวิธีการที่จะนำเนื้อเยื่อที่สงสัยออกมาตรวจ สามารถทำได้โดยการส่องกล้องตรวจลำไส้ใหญ่และทวารหนัก ร่วมกับการตัดเนื้อเยื่อผ่านทางกล้องหรือการผ่าตัดลำไส้ใหญ่ที่มีก้อนออกมาตรวจโดยตรง ภายหลังการวินิจฉัยโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่แล้ว อาจมีการตรวจเพิ่มเติม เช่น การตรวจเลือด การตรวจทางรังสี เพื่อประเมินระยะของโรคในเบื้องต้น และประเมินสุขภาพของผู้ป่วย เพื่อประกอบการวางแผนการรักษาที่เหมาะสมสำหรับผู้ป่วยแต่ละราย เพื่อประโยชน์ในการตรวจติดตามหลังการรักษาต่อไป
ระยะของโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ แบ่งเป็น 4 ระยะ ดังนี้
| ระยะที่ 1 | มะเร็งลุกลามชั้นเยื่อบุด้านใน แต่ไม่เลยชั้นกล้ามเนื้อของผนังลำไส้ใหญ่ |
| ระยะที่ 2 | มะเร็งลุกลามเลยชั้นกล้ามเนื้อของผนังลำไส้ใหญ่ ไปสู่เนื้อเยื่อหรืออวัยวะใกล้เคียงก้อนมะเร็ง แต่ยังไม่มีการกระจายไปยังต่อมน้ำเหลือง |
| ระยะที่ 3 | มะเร็งลุกลามเข้าต่อมน้ำเหลืองรอบก้อนมะเร็ง แต่ยังไม่มีการกระจายไปยังอวัยวะส่วนอื่นในร่างกายที่อยู่ไกลจากก้อนมะเร็ง |
| ระยะที่ 4 หรือ ระยะแพร่กระจาย | มะเร็งกระจายไปยังอวัยวะในส่วนอื่นๆ ของร่างกายที่ไม่ติดกับก้อนมะเร็ง |
การรักษาโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่
การผ่าตัดลำไส้
การตัดลำไส้เป็นการรักษาหลักในผู้ป่วยมะเร็งลำไส้ใหญ่ในระยะเริ่มต้น โดยอาจไม่ต้องให้การรักษาอื่นๆ เพิ่มเติม โดยศัลยแพทย์จะตัดลำไส้ใหญ่ส่วนที่มีก้อนมะเร็งออก พร้อมกับบางส่วนหรือทั้งหมดของอวัยวะที่ก้อนมะเร็งติดอยู่ รวมถึงต่อมน้ำเหลืองบริเวณใกล้เคียง จากนั้นจะต่อลำไส้ส่วนที่เหลือเข้าด้วยกัน ยกเว้นบางกรณีที่อาจต้องมีทวารเทียมที่ผนังหน้าท้อง (Colostomy) ซึ่งจะมีชั่วคราวหรือถาวรขึ้นอยู่กับตำแหน่งของก้อนมะเร็ง สิ่งที่ตรวจพบระหว่างการผ่าตัด และปัจจัยอื่นๆ ร่วมด้วย โดยอาจต้องอาศัยการตัดสินใจร่วมกันกับผู้ป่วยและญาติ
เคมีบำบัด
เคมีบำบัดนำมาใช้เป็นการรักษาหลักในผู้ป่วยที่มีก้อนมะเร็งแพร่กระจายไปยังต่อมน้ำเหลืองและส่วนต่างๆ ของร่างกาย หรือเป็นชนิดที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งซ้ำสูง ซึ่งมักจะต้องได้รับเคมีบำบัดเป็นการรักษาเสริมหลังการผ่าตัด เพื่อลดโอกาสการกลับมาเป็นมะเร็งซ้ำ และช่วยเพิ่มอัตราการอยู่รอดของผู้ป่วย โดยเป็นการรักษาแบบหวังผลหายขาด หรือเป็นการรักษาในผู้ป่วยที่ไม่สามารถรับการผ่าตัดได้ ซึ่งเป็นการรักษาแบบประคับประคอง เพื่อมุ่งหวังบรรเทาอาการ และเพิ่มอัตราการอยู่รอดของผู้ป่วยให้นานขึ้น
การให้เคมีบำบัด มีวิธีการให้ 2 วิธีหลัก คือ การให้ทางหลอดเลือดดำ และการให้โดยการรับประทาน โดยขึ้นอยู่กับสูตรยาที่แพทย์เลือกใช้ตามความเหมาะสมในผู้ป่วยแต่ละราย ซึ่งผลข้างเคียงจากการให้เคมีบำบัดในปัจจุบันสามารถป้องกันและแก้ไขได้เป็นอย่างดี เมื่อได้รับการดูแลรักษาโดยแพทย์ผู้ชำนาญการเฉพาะทาง
ปัจจุบันมีการใช้ยาเพื่อยับยั้งมะเร็งโดยตรงที่เป้าหมาย (Targeted Therapy) เพื่อหยุดการเจริญเติบโตและการแพร่กระจายของเซลล์มะเร็ง ซึ่งมักจะให้ร่วมกับเคมีบำบัดในมะเร็งระยะแพร่กระจาย โดยหวังผลเพิ่มระยะเวลาและอัตราการมีชีวิตรอดให้แก่ผู้ป่วย
การฉายรังสี
การฉายรังสีมักนำมาใช้ในการรักษามะเร็งลำไส้ใหญ่ ซึ่งเป็นลำไส้ใหญ่ช่วงปลายสุดก่อนออกสู่ทวารหนัก โดยคณะแพทย์ผู้รักษาอาจพิจารณาให้เป็นการรักษาเสริมก่อนผ่าตัดหรือหลังผ่าตัด และนิยมให้ร่วมกับเคมีบำบัดเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการรักษาให้ดีขึ้น และอาจช่วยลดการผ่าตัดที่ต้องมีทวารเทียมที่ผนังหน้าท้อง (Colostomy) แบบถาวรได้
การติดตามผลหลังการรักษา
ผู้ป่วยโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ จะได้รับการตรวจติดตามอย่างต่อเนื่องหลังรับการรักษาโดยคณะแพทย์ผู้รักษา เพื่อตรวจค้นหาโรคที่อาจเป็นซ้ำ และให้การรักษาได้ทันในเวลาที่เหมาะสม การติดตามผลประกอบด้วยการตรวจร่างกาย การตรวจเลือด การตรวจทางรังสี และการส่องกล้องตรวจลำไส้ใหญ่ โดยระยะเวลาและความถี่ในการตรวจจะขึ้นกับภาวะของโรคและสิ่งที่ตรวจพบระหว่างการติดตามผล รวมถึงสภาพของผู้ป่วยเป็นสำคัญ
ศัลยกรรมตกแต่งและความงามยอดนิยม