Yanhee
chat

มะเร็งตับ

จากข้อมูลของสถาบันมะเร็งแห่งชาติปี 2564 พบว่ามะเร็งตับเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับ 1 ของชายไทย โดยเฉพาะผู้ชายอายุมากกว่า 40 ปี และพบบ่อยในผู้หญิงอายุมากกว่า 50 ปี เป็นหนึ่งในโรคที่มีอัตราการเสียชีวิตสูง โดยมีปัจจัยเสี่ยงสำคัญคือ โรคตับเรื้อรังและโรคตับแข็ง ผู้ที่มีความเสี่ยงเคยเป็นไวรัสตับอักเสบบีหรือซี เคยมีญาติสายตรงหรือสมาชิกในครอบครัวป่วยด้วยโรคนี้มาก่อน หรือมีพฤติกรรมดื่มแอลกอฮอล์ต่อเนื่องยาวนาน หรือมีภาวะไขมันพอกตับควรมาตรวจคัดกรองมะเร็งตับเพื่อหาทางรักษา

ราคาการตรวจคัดกรองมะเร็งตับที่ รพ.ยันฮี

มะเร็งตับคืออะไร?

สาเหตุของมะเร็งตับ

อาการของมะเร็งตับ

แนวทางการวินิจฉัยมะเร็งตับ

แนวทางการรักษามะเร็งตับ

แนวทางการป้องกันมะเร็งตับ

Q&A หลากคำถาม มีคำตอบ เกี่ยวกับมะเร็งตับ

มะเร็งตับคืออะไร?

มะเร็งตับ (Hepatocellular carcinoma) คือ โรคที่เกิดจากเซลล์ตับผิดปกติ เกิดการแบ่งตัวเพิ่มจำนวนเซลล์มากกว่าปกติจนเกิดเป็นก้อนในตับ และอาจแพร่กระจายเซลล์มะเร็งไปยังอวัยวะอื่น ๆ มะเร็งตับแบ่งย่อยออกเป็น 2 ประเภท

มะเร็งตับชนิดเซลล์ตับ เป็นโรคมะเร็งที่เกิดขึ้นในเนื้อตับ พบได้มากที่สุด เกิดจากเซลล์ตับที่เจริญเติบโตผิดปกติจนกลายเป็นเนื้อร้าย พบได้ร้อยละ 75

มะเร็งตับ

มะเร็งตับชนิดท่อน้ำดี เป็นเนื้องอกที่เกิดจากเซลล์บุท่อน้ำดีเจริญเติบโตผิดปกติ พบได้ร้อยละ 25 ในขณะที่เนื้อร้ายในเนื้อตับของผู้ป่วยบางรายเกิดจากเซลล์มะเร็งที่มีต้นกำเนิดในอวัยวะอื่นแล้วแพร่กระจายมายังตับ เรียกมะเร็งกลุ่มนี้ว่า มะเร็งตับแพร่กระจาย (metastatic liver cancer) ซึ่งอาจมีต้นตอของเซลล์มะเร็งมาจากเนื้องอกร้ายของตับอ่อน กระเพาะอาหาร ลำไส้ เต้านม หรือปอด เป็นต้น

มะเร็งตับ

สาเหตุของมะเร็งตับ

การติดเชื้อไวรัสตับอักเสบ ไม่ว่าจะเป็นไวรัสตับอักเสบบีหรือซี ส่วนใหญ่ร้อยละ 75-80 ของผู้ป่วยมะเร็งตับ เกิดในผู้ป่วยที่ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบ โดยติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีร้อยละ 50-55 และไวรัสตับอักเสบซี ร้อยละ 25-30

มะเร็งตับ

ผู้ป่วยที่มีโรคตับแข็งจากสาเหตุใดก็ตาม เช่น ภาวะไขมันเกาะตับจนทำให้เกิดภาวะตับอักเสบ, กลุ่มโรคที่มีการอักเสบของท่อน้ำดีเรื้อรัง, หรือกลุ่มโรคพันธุกรรมที่ทำให้มีเหล็กพอกตับ

ดื่มสุราต่อเนื่องยาวนาน ทำให้เกิดภาวะตับคั่งไขมัน ภาวะตับอักเสบ และโรคตับแข็ง

น้ำหนักตัวเกินมาตรฐาน ภาวะอ้วน หรือมีภาวะไขมันเกาะตับ

การได้รับสาร vinyl chloride และ thorium dioxide ที่พบในอุตสาหกรรมพลาสติกมาเป็นเวลานาน

การใช้ฮอร์โมน anabolic steroids เช่น ฮอร์โมนเพศชายเพื่อเสริมสร้างกล้ามเนื้ออย่างผิดวิธี

ภาวะตับคั่งไขมันในผู้ป่วยที่มีกลุ่มอาการเมแทบอลิก (metabolic syndrome) ได้แก่ ภาวะอ้วน เบาหวาน ไขมันในเลือดสูง และความดันโลหิตสูง โดยเฉพาะผู้ที่มีภาวะตับอักเสบเป็นระยะเวลานานทำให้เกิดพังผืดในตับมากขึ้น และนำไปสู่โรคตับแข็ง

สารอะฟลาท็อกซิน (Aflatoxin) หรือเชื้อราที่อยู่ในถั่วลิสงที่อับชื้น, พริกแห้ง, กระเทียม และหัว หอม เป็นต้น

การได้รับสารไนโตรซามีน (Nitrosamine) ซึ่งเป็นสารพิษที่พบได้ในอาหารหมักดองจำพวก ปลาร้า ปลาส้ม แหนม เป็นต้น หรืออาหารจำพวกเนื้อสัตว์ที่ผสมดินประสิว เช่น ไส้กรอก, กุนเชียง, เนื้อเค็ม และปลาเค็ม เป็นต้น อาหารรมควัน เช่น ไส้กรอกรมควัน ปลารมควัน เป็นต้น

เคยมีประวัติสมาชิกในครอบครัวหรือญาติสายตรงเคยป่วยเป็นมะเร็งตับมาก่อน

อาการของมะเร็งตับ

ปวดท้อง โดยเฉพาะบริเวณข้างขวาส่วนบน ในบางรายอาจมีอาการปวดร้าวไปที่หลังหรือไหล่

มะเร็งตับ

สังเกตเห็นก้อนเนื้อใต้โครงกระดูกซี่โครง

น้ำหนักตัวลดลงโดยไม่ทราบสาเหตุ

เบื่ออาหาร ไม่รู้สึกอยากอาหาร

ท้องโตขึ้น มีน้ำในช่องท้อง

ขาบวม มีน้ำในเยื่อหุ้มปอด

มีอาการตัวเหลือง ตาเหลือง บางคนอาจจะมีอาเจียนออกมาเป็นเลือด

มะเร็งตับ

แนวทางการวินิจฉัยมะเร็งตับ

ซักประวัติและตรวจร่างกาย

การตรวจอัลตราซาวนด์ช่องท้อง

ตรวจเลือดเพื่อหาสารบ่งชี้มะเร็งตับ แอลฟาฟีโตโปรตีน (AFP)

เอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT scan) หรือตรวจด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI)

ตรวจชิ้นเนื้อตรงตำแหน่งก้อนเนื้อ (Biopsy)

แนวทางการรักษามะเร็งตับ

การผ่าตัด (Hepatic Resection) ถ้าขนาดของก้อนในตับเล็กกว่า 3 ซม. และการทำงานของตับยังสมบูรณ์อยู่ แต่มีผู้ป่วยมะเร็งตับเพียงร้อยละ 5 เท่านั้นที่สามารถผ่าตัดได้

การฉีดยาเคมีและสารอุดกั้นหลอดเลือดเลี้ยงก้อนมะเร็ง (Transarterial Oily Chemoembolization : TOCE) เป็นวิธีที่ทำให้ก้อนมะเร็งในตับยุบตัวลง รักษาร่วมกับการผ่าตัดได้กรณีที่ก้อนมะเร็งมีขนาดเล็กกว่า 5 ซม.

การฉายรังสีจากภายนอกลำตัว เพื่อทำให้แสงรังสีมุ่งเป้าต่อเนื้อเยื่อมะเร็งตับ โดยไม่เกิดภาวะข้างเคียงต่ออวัยวะรอบข้าง เช่น การให้ยาคีโม ให้สารรังสี

แนวทางการป้องกันมะเร็งตับ

ผู้ป่วยที่เป็นโรคไวรัสตับอักเสบบีและซีควรตรวจคัดกรองมะเร็งตับ เนื่องจากร้อยละ 90 ของมะเร็งตับเกิดจากการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบดังกล่าว

แนะนำฉีดวัคซีนไวรัสตับอักเสบบีในผู้ที่ยังไม่มีภูมิคุ้มกัน และผู้ที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อเช่น บุคลากรทางการแพทย์ ผู้ที่ฉีดสารเสพติดเข้าหลอดเลือด และผู้ที่มีคู่นอนหลายคน เป็นต้น

หลีกเลี่ยงการทานอาหารที่มีสารอะฟลาทอกซิน (Aflatoxin) เช่น ถั่วลิสงบด, หัวหอม, พริกแห้ง และกระเทียมที่มีราขึ้น

หลีกเลี่ยงการทานอาหารหมักดองที่มีสารไนโตรซามีน (Nitrosamine) เช่น ปลาร้า, ปลาส้ม, แหนมเป็นต้น อาหารจำพวกเนื้อสัตว์ที่ผสมดินประสิว เช่น ไส้กรอก, กุนเชียง, เนื้อเค็ม, และปลาเค็ม เป็นต้น

รายการตรวจคัดกรองตับ
ตรวจร่างกายโดยแพทย์ (Physical Examination)
ตรวจการทำงานของตับกลุ่มใหญ่ (LFT)
ตรวจเชื้อไวรัสตับอักเสบบี (HBs Ag)
ตรวจภูมิคุ้มกันเชื้อไวรัสตับอักเสบบี (HBs Ab)
ตรวจเชื้อไวรัสตับอักเสบซี (Anti HCV)
ตรวจสารบ่งชี้มะเร็งตับ (AFP)
ตรวจอัลตราซาวนด์ช่องท้องส่วนบน Ultrasound Upper Abdomen
ราคาปกติ 6,870 บาท
ราคาแพ็คเกจ 5,300 บาท

Q&A หลากคำถาม มีคำตอบ เกี่ยวกับ“มะเร็งตับ”

ถาม
ตอบ

มะเร็งตับไม่ผ่าตัด ยังมีทางรอดไหม?

ได้บางกรณี โดยเฉพาะในระยะเริ่มต้น หรือแม้ในระยะกลางและระยะลุกลาม ก็ยังมีการรักษาที่ช่วยควบคุมโรคและยืดชีวิตได้ แม้จะไม่สามารถหายขาด ทั้งนี้ การเลือกแนวทางรักษาขึ้นอยู่กับขนาดและจำนวนก้อนมะเร็ง/ สมรรถภาพของตับ (Child-Pugh, ALBI score)/ สุขภาพโดยรวมของผู้ป่วย (Performance Status) และการแพร่กระจายของมะเร็ง

ถาม
ตอบ

กลุ่มเสี่ยงที่ควรเข้ารับการตรวจคัดกรองมะเร็งตับ?

– ผู้ป่วยโรคไวรัสตับอักเสบบีหรือซี เพศชายที่อายุมากกว่า 40 ปี และเพศหญิงที่อายุมากกว่า 50 ปี

– ผู้ป่วยโรคไวรัสตับอักเสบซีเรื้อรังที่มีผลตรวจของเนื้อตับแล้วพบว่ามีพังผืดมาก โดยสามารถตรวจคัดกรองได้ทั้งผู้ที่เคยได้รับการรักษามาแล้ว หรือผู้ที่ยังไม่เคยได้รับการรักษาเลย

– ผู้ป่วยตับแข็งหรือมีภาวะไขมันพอกตับ

– ผู้ที่ดื่มสุรามาอย่างต่อเนื่องยาวนาน

– ผู้ที่มีญาติสายตรงหรือมีประวัติสมาชิกในครอบครัวเคยป่วยด้วยโรคมะเร็งตับมาก่อน

รายการอ้างอิง สมาคมแพทย์ระบบทางเดินอาหารแห่งประเทศไทย. (2568) ทำอย่างไรจึงห่างไกลมะเร็งตับ.

บทความโดย พญ.กัลยาณี พรโกเมธกุล

chat