‘กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน’ เป็นภาวะที่เลือดไม่สามารถไหลเวียนไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจได้เพียงพอ จากการตีบตันของหลอดเลือดแดงที่ส่งเลือดไปเลี้ยงหัวใจ ส่งผลให้หัวใจขาดออกซิเจนและสารอาหาร ทำให้เซลล์กล้ามเนื้อหัวใจเริ่มตายภายในเวลาอันสั้น ทำให้หัวใจหยุดเต้นและเสียชีวิตได้ ทั้งนี้ การรักษาที่รวดเร็วจะช่วยลดโอกาสเกิดภาวะหัวใจล้มเหลว ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ และลดความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตกะทันหัน

ภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน (Acute Coronary Syndrome-ACS) หมายถึง กลุ่มอาการที่กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดอย่างรุนแรงและเฉียบพลัน แบ่งตามลักษณะทางคลื่นไฟฟ้าหัวใจเบื้องต้นได้ 2 กลุ่ม
กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดพบการยกตัวผิดปกติของช่วง ST (Stem2) ในคลื่นไฟฟ้าหัวใจกลุ่มนี้สื่อถึงการอุดตันของหลอดเลือดหัวใจรุนแรง ต้องได้รับการประเมินเพื่อเปิดหลอดเลือดหัวใจอย่างเร่งด่วน
กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดที่ไม่พบการยกตัวของช่วง ST (NSTE-Acs) ในคลื่นไฟฟ้าหัวใจกลุ่มนี้ผู้ป่วยอาจมีคลื่นไฟฟ้าหัวใจปกติหรือผิดปกติก็ได้ แต่จะพบการเปลี่ยนแปลงอาจจะเพิ่มขึ้นหรือลดลงของค่า cardiac enzyme (Troponin) หรือมีอาการที่เข้าได้กับหัวใจขาดเลือดแต่ค่า enzyme ปกติก็ได้

เจ็บแน่นหน้าอก หรือใต้หน้าอก ลักษณะเจ็บหนัก ๆ เหมือนโดนกดทับหรือบีบรัด อาจร้าวไปที่แขน ไหล่ คอ หรือกราม รู้สึกเจ็บประมาณ 5-10 นาที อาจถูกกระตุ้นโดยการออกแรง หรือภาวะเครียด อาการจะดีขึ้นเมื่อได้พัก ในภาวะกล้ามเนื้อโรคหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันจะมีอาการเจ็บแน่นหน้าอกอย่างต่อเนื่อง
ในผู้สูงอายุ หรือผู้ป่วยเบาหวานอาจมีอาการเดินเหนื่อย อ่อนเพลีย คลื่นไส้ โดยที่อาการเจ็บหน้าอก อาจจะไม่ชัดเจนได้
เหนื่อยขณะออกแรง
มีเหงื่อซึมตามร่างกายร่วมกับอาการใจสั่น คลื่นไส้ หรืออาเจียน

เหนื่อยมาก หายใจลำบาก นอนราบไม่ได้ เป็นสัญญาณของภาวะหัวใจล้มเหลวร่วมด้วย
หมดสติหรือหัวใจหยุดเต้น
การสะสมไขมันและคอเลสเตอรอลที่ผนังหลอดเลือดมานานจนหลอดเลือดตีบแคบ
การปริแตกของคราบไขมันทำให้ร่างกายกระตุ้นเกล็ดเลือดมาเกาะตัวกันกลายเป็นลิ่มเลือด
ลิ่มเลือดอุดตันเฉียบพลันจะอุดกั้นทางเดินเลือดในหลอดเลือดหัวใจ ทำให้เลือดผ่านไปไม่ได้
ในบางรายเกิดจากหลอดเลือดหัวใจหดเกร็ง กรณีที่ไม่มีการตีบของหลอดเลือด แต่หลอดเลือดหด เกร็งฉับพลัน ส่งผลให้เลือดไหลเวียนไปเลี้ยงหัวใจไม่พอ
การรักษาแพทย์จะพิจารณาตามชนิดของกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด, ความรุนแรง, โรคร่วม, และความเสี่ยงเลือดออก โดยมีวิธีการดังนี้
รักษาด้วยการขยายหลอดเลือดหัวใจด้วยบอลลูนและใส่ขดลวด (PCI) เป็นการรักษากล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันที่พิจารณาเป็นลำดับแรก ซึ่งต้องดำเนินการเปิดหลอดเลือดหัวใจโดยเร็วที่สุด เพราะยิ่งเปิดหลอดเลือดได้เร็ว ยิ่งลดความเสียหายต่อกล้ามเนื้อหัวใจ
รักษาด้วยการผ่าตัดทำทางเบี่ยงหลอดเลือดหัวใจ (CABG) พิจารณาในรายที่มีหลอดเลือดตีบหลายตำแหน่งหรือกายวิภาคไม่เหมาะกับการใส่ขดลวด PCI หรือตามดุลยพินิจของทีมแพทย์
รักษาด้วยยาละลายลิ่มเลือดเพื่อช่วยเปิดหลอดเลือด ในบางรายที่ไม่สามารถใส่ขดลวด PCI ได้ในเวลาที่เหมาะสมและไม่มีข้อห้าม
การให้ยาต้านเกล็ดเลือดเพื่อลดการอุดตันในหลอดเลือดหัวใจ, การใช้ยากลุ่ม Beta-Blocker, การใช้ยากลุ่ม ACE inhibitors/ARB เพื่อลดภาวะของหัวใจและควบคุมความดัน

แนวทางการปฏิบัติตัวของผู้มีภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน?
– เมื่อเจ็บหน้าอก หรือสงสัยภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน ให้หยุดกิจกรรมนั้นๆ ทันที นั่งหรือนอนพัก และโทรแจ้งระบบการแพทย์ฉุกเฉินทันที หรือให้ผู้อื่นพาไปโรงพยาบาล ไม่ควรไปโรงพยาบาลด้วยตัวเอง และไม่ควรรอดูว่าอาการจะหายหรือไม่
– การใช้ยาอมใต้ลิ้นควรใช้เฉพาะผู้ที่แพทย์เคยสั่งยาให้หรือตามคำแนะนำของแพทย์ ไม่ควรนำมาใช้เอง
– หลีกเลี่ยงการเบ่งถ่ายอุจจาระแรงๆ
– หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารที่มีไขมันหรือคอเลสเตอรอลสูง
– งดสูบบุหรี่และงดดื่มแอลกอฮอล์
– ตรวจสุขภาพและประเมินความเสี่ยงโรคหัวใจตามอายุ และปัจจัยเสี่ยง เช่น ความดันโลหิต ระดับน้ำตาล ไขมันในเลือด ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (EKG) หรือการตรวจเฉพาะทางอื่น ๆ ตามอาการและความเสี่ยง

วิธีการตรวจวินิจฉัยภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน?
– การซักประวัติและตรวจร่างกาย แพทย์จะสอบถามอาการเจ็บหน้าอก ปัจจัยเสี่ยง และประวัติครอบครัว ร่วมกับการตรวจชีพจร ความดัน และฟังเสียงหัวใจ เพื่อประเมินร่างกายเบื้องต้น
– ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (EKG) เป็นการตรวจหาความผิดปกติของคลื่นหัวใจที่บ่งชี้ถึงภาวะหัวใจขาดเลือด
– ตรวจเลือด cardiac enzyme หรือ Troponin ในบางรายอาจต้องตรวจซ้ำหลายครั้ง
– อัลตราซาวนด์หัวใจ (echocardiography) เพื่อประเมินการบีบตัวของกล้ามเนื้อหัวใจและภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดร่วม
– การฉีดสีหลอดเลือดหัวใจ (Coronary Angiography) ใส่สายสวนขนาดเล็กผ่านหลอดเลือดแดงเพื่อฉีดสารทึบรังสี เพื่อดูตำแหน่งและความรุนแรงของหลอดเลือดตีบ และอาจให้การรักษาด้วย PCI ในคราวเดียวกัน
– การตรวจหลอดเลือดหัวใจด้วยเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT Coronary angiography) พิจารณาการทำในบางราย หลังได้รับการประเมินแล้วเพื่อดูหลอดเลือดหัวใจ
ศัลยกรรมตกแต่งและความงามยอดนิยม