พัฒนาการของลูกน้อย

หลังจากลูกของคุณลืมตาดูโลก คนเป็นพ่อเป็นแม่ก็คงอยากเห็นเจ้าตัวน้อยเติบโตมีพัฒนาการสมวัย แต่ เอ…ลูกของเราอายุเท่านี้ ทำไมถึงยังทำอย่างนั้นเหมือนลูกคนอื่นไม่ได้ อย่างนี้ควรจะรอดูไปอีกสักพักดีไหม เดี๋ยวพอลูกโตอีกหน่อยก็น่าจะทำได้เอง หรือจะรีบพาลูกไปหาหมอ อืมม์…แล้วจะมีใครว่าเรา “ตีตนไปก่อนไข้” หรือเปล่านะ?? จะเอายังไงดีน้า…เฮ้อ

คุณพ่อคุณแม่ที่ต้องเจอะเจอสถานการณ์กึ่งสงสัยกึ่งไม่แน่ใจเกี่ยวกับพัฒนาการของลูกน้อย จะเดินหน้าต่อหรือจะหยุดรอท่าไปก่อน ถ้ายังหาคำตอบให้ตัวเองไม่ได้ล่ะก็ เรามีข้อมูลที่เป็นประโยชน์เพื่อช่วยในการตัดสินใจมาฝากค่ะ

พัฒนาการล่าช้าแค่ไหน…ควรมาพบแพทย์

หากคุณพ่อคุณแม่เริ่มเกิดความสงสัยไม่แน่ใจ หรือมีคนทักในเรื่องเกี่ยวกับพัฒนาการของลูก ควรพามาพบแพทย์ตั้งแต่แรกเริ่ม เพราะถ้าแพทย์ตรวจพบว่าปกติ คุณพ่อคุณแม่ก็จะได้สบายใจไม่ต้องกังวลอีก แต่หากพบว่าผิดปกติ แพทย์จะได้ให้คำแนะนำและการช่วยเหลือได้ทัน ทั้งนี้ส่วนหนึ่งของเด็กที่ผิดปกติ หากตรวจพบและแก้ไขตั้งแต่อายุยังน้อยจะสามารถทำให้การรักษาโรคได้ผลดีกว่าเมื่อตอนอายุมากขึ้น

เด็กที่มีลักษณะชวนสงสัยว่าอาจผิดปกติหรือมีปัญหาในการเลี้ยงดู และควรได้รับการแก้ปัญหาโดยด่วน เช่น

การได้ยิน

– ในเดือนแรกเด็กไม่สะดุ้งเวลามีเสียงดังใกล้ตัว

– 6 เดือน ไม่หันมองหาตามเสียงเรียก
การมองเห็น

– 3 เดือน ไม่มองตามสิ่งของหรือหน้าคนที่เคลื่อนไหวอยู่ตรงหน้า

– 6 เดือน ไม่คว้าของ

– 9 เดือน ไม่หยิบของที่วางอยู่ตรงหน้า

การเคลื่อนไหว

– แขนขาขยับไม่เท่ากันหรือเคลื่อนไหวน้อย

– 3 เดือนไม่ชันคอ

– 6 เดือนไม่คว่ำ

– 9 เดือนยังไม่นั่ง

– 1 ปี ยังไม่เกาะยืน

– อายุเกิน 2 ปี ยังล้มง่าย เก้งๆ ก้างๆ

การรู้จัก…และการใช้ภาษา

– 10 เดือน ยังไม่เลียนเสียงพูด

– 1 ปี ยังไม่เรียนท่าทาง

– 1 ปีครึ่ง ยังไม่สามารถทำตามคำสั่งง่ายๆ

– 3 ปี ยังไม่พูดเป็นประโยคโต้ตอบ

หรือปัญหาอื่นๆ เช่น ซนผิดปกติ ก้าวร้าว แยกตัว ไม่สนใจเล่นกับคนอื่น รับประทานอาหารยาก มีปัญหาเรื่องการขับถ่าย

ควรหันหน้าปรึกษาแพทย์สาขาใด

ในกรณีอย่างนี้ควรเป็น “กุมารแพทย์ด้านพัฒนาการและพฤติกรรมเด็ก” ซึ่งคุณหมอด้านนี้จะดูแลเด็กตั้งแต่เด็กที่ปกติ เบี่ยงเบนจากปกติ ไปจนกระทั่งถึงเด็กที่เป็นโรค ทั้งนี้หมอสามารถให้คำแนะนำแก่ผู้ปกครองที่มีปัญหาหรือข้อสงสัยได้ตั้งแต่เรื่องทั่ว ๆ ไป เช่น การให้คำแนะนำเรื่องพัฒนาการตามวัย การกระตุ้นและส่งเสริมพัฒนาการในช่วงวัยต่าง ๆ การให้คำแนะนำในการเลี้ยงดูที่ถูกต้อง หรือเรื่องที่เป็นปัญหาเกี่ยวกับพฤติกรรมการเลี้ยงดูและการเจริญเติบโต เช่น ปัญหาการกิน การนอน การขับถ่าย การขาดระเบียบวินัย อาละวาด เด็กอ้วน เด็กตัวเล็ก รวมถึงเด็กที่มีปัญหาพัฒนาการหรือเป็นโรค เช่น ปัญหาพัฒนาการช้า พูดช้า  เดินช้า ออทิสติก สมาธิสั้น ปัญหาการเรียน เป็นต้น

จะเห็นได้ว่างานของคุณหมอด้านนี้จะครอบคลุมตั้งแต่การป้องกันไปจนถึงการรักษา ดังนั้น ผู้ปกครองที่มีข้อสงสัยเกี่ยวกับพัฒนาการหรือพฤติกรรมของลูก แม้เพียงเล็กน้อยก็สามารถปรึกษาได้ตั้งแต่เริ่มแรก เพื่อเป็นการป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดตามมา หรือให้ความช่วยเหลือเด็กตั้งแต่เนิ่น ๆ ทำให้ลูกหลานของคุณมีพัฒนาการที่ดีสมวัยหรือใกล้เคียงปกติมากที่สุด

แพทย์จะมีวิธีการวินิจฉัย และให้การรักษาอย่างไร

การให้การวินิจฉัยและการรักษาเด็กที่มีปัญหาพัฒนาการและพฤติกรรมอาจแตกต่างกันไปแล้วแต่ปัญหา แต่สิ่งที่สำคัญในการวินิจฉัยคือ ประวัติที่ได้จากทางผู้ปกครองและการดูพฤติกรรมของเด็กในห้องตรวจ ซึ่งคุณหมอจะให้ความสำคัญในส่วนนี้มาก ดังนั้น การตรวจในแต่ละครั้งจึงอาจต้องใช้เวลานานประมาณหนึ่งชั่วโมง

ในส่วนของการสังเกตพฤติกรรมของเด็กในห้องตรวจ บางครั้งเมื่อเด็กมาพบแพทย์ครั้งแรกอาจจะมีความกลัวแพทย์หรือตื่นเต้นเพราะได้มาห้องตรวจที่ไม่เคยมาก่อน หรือวันนั้นเด็กอาจไม่พร้อมเพราะง่วงหรือหิว เป็นต้น สิ่งเหล่านี้เป็นปัจจัยสำคัญที่อาจทำให้พฤติกรรมการแสดงออกของเด็กในห้องตรวจต่างจากปกติซึ่งจะส่งผลต่อการวินิจฉัย ดังนั้นในบางครั้งคุณหมอจึงยังไม่สามารถให้การวินิจฉัยได้ในทันทีเมื่อมาตรวจครั้งแรก และอาจมีการนัดมาประเมินซ้ำเป็นระยะ ๆ อย่างไรก็ตาม คุณหมอจะให้คำแนะนำในการช่วยเหลือเด็กเบื้องต้น ตั้งแต่ครั้งแรกที่มาพบแพทย์ และบางปัญหาอาจต้องให้การดูแลรักษาร่วมกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านอื่น ๆ เพื่อให้การรักษาครอบคลุมและมีประโยชน์ต่อตัวเด็กมากที่สุด

สุดท้ายก่อนจาก…ฝากข้อคิด “การเลี้ยงลูกในปัจจุบัน”

การเลี้ยงลูกในปัจจุบันนี้สะดวกสบายมากขึ้นกว่าแต่ก่อน เพราะมีเทคโนโลยีหลายอย่างมาช่วย แต่คุณพ่อคุณแม่ก็ไม่ควรจะลืมว่าเทคโนโลยีหากใช้ไม่เหมาะสม หรือใช้เกินความพอดีก็จะก่อให้เกิดผลเสียมากกว่าผลดีได้ สิ่งสำคัญที่สุดในการเลี้ยงลูกและไม่มีอะไรสามารถทดแทนได้ คือการเลี้ยงดูลูกอย่างมีปฏิสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน นั่นคือในช่วงที่ลูกยังเล็กคุณพ่อคุณแม่ควรมีเวลาแบ่งปันให้กับลูก เล่นกับลูกด้วยความสนุกสนาน เพราะไม่มีของเล่นหรือเทคโนโลยีใด ๆ ในโลกจะมาทดแทนสิ่งนี้ได้ เมื่อลูกโตขึ้นโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเข้าวัยรุ่น เวลาที่ให้กับลูกยังคงเป็นสิ่งที่มีค่าเช่นเดิม แต่ควรจะควบคู่กับความเข้าใจในตัวลูกด้วย นั่นคือการที่คุณพ่อคุณแม่ฟังลูกให้มากขึ้น สั่งหรือบ่นให้น้อยลง ให้โอกาสลูกได้แสดงความคิดเห็นและมีส่วนร่วมในการตัดสินใจภายใต้กรอบที่คุณพ่อคุณแม่กำหนด แล้วคุณจะพบว่าการเลี้ยงลูกง่ายกว่าที่เคย

ค่ารักษา

เพิ่มเติม
การรักษา ราคา(บาท)
อัตราค่ารักษาพยาบาล แพทย์ที่ทำการรักษาเป็นผู้ประเมิน สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร 1723

เกร็ดความรู้

เพิ่มเติม
Show Buttons
Hide Buttons