หลายคนยังคงเข้าใจผิดว่า โรคเบาหวานนั้นเกิดเฉพาะกับวัยผู้ใหญ่เท่านั้น แต่ความจริงแล้วสามารถเกิดขึ้นกับวัยเด็กได้ด้วย พบได้ตั้งแต่เด็กที่อายุไม่ถึง 1 ปี ซึ่งสาเหตุหลักเกิดจากร่างกายมีภาวะน้ำตาลสูงในเลือด ร่างกายมีการหลั่งอินซูลิน ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่มีความสำคัญในการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ไม่เพียงพอหรืออินซูลินทำงานได้ไม่ดีที่เรียกว่า ภาวะดื้ออินซูลิน ผู้ปกครองจึงควรพาบุตรหลานมาตรวจภาวะเบาหวานในเด็กที่โรงพยาบาลเพื่อรักษาให้กลับมาสุขภาพดีต่อไป
‘การฝากครรภ์’ (Antenatal care) เป็นการดูแลสุขภาพครรภ์ของคุณแม่ตั้งแต่เริ่มตั้งท้อง (ช่วงอายุ ครรภ์ 4-8 สัปดาห์ และไม่ควรเกิน 12 สัปดาห์) ไปจนถึงก่อนคลอด โดยว่าที่คุณแม่ควรเข้าพบแพทย์เฉพาะทางเพื่อฝากครรภ์ทันทีเมื่อทราบว่ากำลังตั้งครรภ์ และเข้ารับการตรวจครรภ์ตามที่แพทย์นัดหมายอย่างสม่ำเสมอ

ทั้งนี้ การฝากครรภ์ไม่ได้จำกัดเฉพาะการตั้งครรภ์ครั้งแรกเท่านั้น ไม่ว่าจะเป็นการตั้งครรภ์ครั้งที่เท่าไหร่ก็จำเป็นต้องฝากครรภ์ทั้งสิ้น ภายใต้การดูแลให้คำปรึกษาโดยแพทย์เพื่อยืนยันการตั้งครรภ์ ,ติดตามการเจริญเติบโตของทารกในครรภ์ ,ตรวจหาความเสี่ยงในคุณแม่ตั้งครรภ์ ได้แก่ พาหะโลหิตจาง (ธาลัสซีเมีย) , ภาวะการแท้งบุตรง่าย และคลอดก่อนกำหนด, การดูแลรักษาโรคประจำตัวระหว่างตั้งครรภ์, การคัดกรองเบาหวานขณะตั้งครรภ์ และตรวจคัดกรองในทารก เช่น ความผิดปกติที่แฝงอยู่ของทารก ติดตามการเจริญเติบโต เป็นต้น
ควรเป็นโรงพยาบาลหรือสถานพยาบาล ที่พ่อแม่ให้ความไว้วางใจในมาตรฐานบริการและความปลอดภัย
พิจารณาจากประวัติ ความชำนาญ และผลตอบรับจากคุณแม่ที่เคยฝากครรภ์และใช้บริการกับโรงพยาบาลแห่งนั้น ๆ มาก่อน
โรงพยาบาลมีความพร้อมในการให้บริการด้านต่าง ๆ นอกเหนือจากการฝากครรภ์ เช่น อายุรกรรม, กุมารเวช
เตรียมบัตรประจำตัวประชาชนของคุณแม่
ข้อมูลการมีประจำเดือนครั้งสุดท้าย โดยนับจากวันแรกของการมีประจำเดือนครั้งสุดท้าย (Last menstrual period: LMP)
เตรียมข้อมูลสำหรับซักประวัติคนไข้ เช่น ประวัติความเจ็บป่วย โรคประจำตัว การแพ้ยา ประวัติการแท้งบุตร โรคทางพันธุกรรม ฯลฯ ประวัติการผ่าตัด เช่น เนื้องอกมดลูก ซีสต์รังไข่ ฯลฯ
ชั่งน้ำหนัก ประเมินค่าดัชนีมวลกาย เพื่อวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างน้ำหนักของคุณแม่ตั้งครรภ์กับการเจริญเติบโตของทารก สำหรับอายุครรภ์ตั้งแต่ 3 เดือนขึ้นไป คุณแม่ควรมีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นครึ่งกิโลกรัมในทุกสัปดาห์
วัดส่วนสูง เพื่อประเมินภาวะคลอดยาก โดยเฉพาะคุณแม่ตั้งครรภ์ที่มีส่วนสูงน้อยกว่า 140 เซนติเมตร อาจเกิดภาวะคลอดยากเนื่องจากมีอุ้งเชิงกรานแคบ

วัดความดันโลหิต โดยจะมีตัวเลข 2 ค่า ค่าแรกเป็นความดันโลหิตขณะที่หัวใจบีบตัวดัน ให้โลหิตสูบฉีดไปยังส่วนต่างๆ ของร่างกาย ส่วนค่าหลังเป็นความดันโลหิต ขณะที่หัวใจคลายตัวค่าความดันปกติจะราว 120/70 มิลลิเมตรปรอท หากวัดค่าได้เกิน 140/90 มิลลิเมตรปรอทย่อมถือว่ามีความดันโลหิตสูง
ตรวจคัดกรองการติดเชื้อแบคทีเรีย ในช่องคลอดหรือกระเพาะปัสสาวะ
ตรวจสุขภาพช่องปากและฟัน เพื่อป้องกันฟันผุขณะตั้งครรภ์ ที่อาจส่งผลให้คลอดก่อนกำหนด ทารกน้ำหนักแรกเกิดน้อย
ตรวจประเมินสุขภาพจิต ความเครียด อาการซึมเศร้า ความพร้อมของอารมณ์และจิตใจในการตั้งครรภ์
การตรวจทางห้องปฏิบัติการ ได้แก่
ตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก
อัลตราซาวนด์ เพื่อประเมินการตั้งครรภ์ ได้แก่ ประเมินอายุครรภ์ คะเนกำหนดคลอด (EDC/EDD) จำนวนถุงการตั้งครรภ์ วินิจฉัยภาวะครรภ์แฝด ประเมินตำแหน่งของถุงการตั้งครรภ์ วินิจฉัยภาวะครรภ์ผิดปกติ เช่น ท้องลม หรือท้องนอกมดลูก ความผิดปกติในอุ้งเชิงกราน เช่น เนื้องอกมดลูก หรือถุงน้ำรังไข่ในช่วยอายุครรภ์ 11-13 สัปดาห์ ประเมินความหนาของถุงน้ำหลังคอ (Nuchal translucency)
ตรวจประเมินความเสี่ยงภาวะโครโมโซมผิดปกติของทารกในครรภ์ หรือดาวน์ซินโดรม สามารถตรวจได้ตั้งแต่ไตรมาสแรกด้วยการตรวจ Cell-free fetal DNA/NIPT หรือตรวจค่าสารชีวเคมีในเลือดคุณแม่
ประเมินความเสี่ยงภาวะครรภ์เป็นพิษ ประเมินจากการซักประวัติคุณแม่ วัดความดันโลหิต และตรวจอัลตราซาวนด์เส้นเลือดบริเวณมดลูก
ให้วิตามินเสริม ได้แก่ กรดโฟริก
ตรวจสัญญาณชีพต่างๆ ด้วยการชั่งน้ำหนัก วัดความดันโลหิตสูง และตรวจปัสสาวะเพื่อคัดกรองภาวะโปรตีนและน้ำตาลรั่ว
ตรวจขนาดยอดมดลูก เพื่อประเมินการเติบโตและอัตราการเต้นของหัวใจทารก

อัลตราซาวนด์ ช่วงอายุครรภ์ 18-22 สัปดาห์ ประเมินได้ทั้งเพศ วินิจฉัยภาวะพิการแต่กำเนิด ตำแหน่งของรก ปริมาณน้ำคร่ำ และวัดความยาวปากมดลูกเพื่อคัดกรองความเสี่ยงคลอดก่อนกำหนด

แพทย์จะบันทึกผลการตรวจทุกรูปแบบลงในสมุดฝากครรภ์ หรือใบฝากครรภ์ตั้งแต่ไตรมาสแรกจนถึงไตรมาสสุดท้าย คุณแม่ควรนำสมุดนี้ติดตัวไปด้วยเสมอทุกครั้งที่ไปโรงพยาบาลหรือพบแพทย์ หากไม่มีสมุดฝากครรภ์ติดตัวมาด้วย แพทย์จะไม่มีข้อมูลประวัติสุขภาพครรภ์ของคุณแม่
ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแพทย์

ตารางนัดหมายฝากครรภ์มีทั้งหมดกี่ครั้ง?
ตารางนัดหมายสำหรับฝากครรภ์ในคุณแม่ตั้งครรภ์ที่มีอายุระหว่าง 18-35 ปี มีดังนี้ อายุครรภ์น้อยกว่า 28 สัปดาห์ นัดหมายทุก ๆ 4 สัปดาห์, อายุครรภ์ระหว่าง 28-32 สัปดาห์ นัดหมายทุก ๆ 2-3 สัปดาห์, อายุครรภ์ระหว่าง 32-40 สัปดาห์ นัดหมายทุก ๆ สัปดาห์ อย่างไรก็ตาม แพทย์อาจนัดหมายเพิ่มเติมตามความเหมาะสมของคุณแม่แต่ละบุคคล โดยเฉพาะคุณแม่ตั้งครรภ์ที่มีความเสี่ยงสูง

แนะนำแนวทางการดูแลสุขภาพระหว่างตั้งครรภ์?
ทานอาหารที่มีประโยชน์ครบทั้ง 5 หมู่ ควบคู่ไปกับวิตามินบำรุงครรภ์ที่จำเป็นสำหรับการตั้งครรภ์ ได้แก่ โฟเลต ธาตุเหล็ก แคลเซียม และกรดไขมันโอเมก้า 3 ฯลฯ หลีกเลี่ยงการทานอาหารที่มีสารปรอท อาหารหมักดอง นมสดไม่ผ่านการพาสเจอไรซ์ ฯลฯ , นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ เน้นท่านอนตะแคงเพื่อให้เลือดไหลเวียนไปเลี้ยงทารกในครรภ์ได้ดี