แปลงเพศจากชายเป็นหญิง

หากร่างกายคุณเป็นชายแต่ใจเป็นหญิง รู้สึกว่าร่างกายนี้ไม่ใช่สิ่งที่ต้องการอีกต่อไป วันนี้คุณสามารถเปลี่ยนแปลงเพศเป็นอย่างที่ใจต้องการได้ด้วย “การผ่าตัดแปลงเพศชายเป็นหญิง” โดยเทคนิคการผ่าตัดที่ทันสมัยและปลอดภัย สามารถสร้างอวัยวะเพศหญิงให้ได้ใกล้เคียงธรรมชาติ สามารถใช้งานได้จริง มีเพศสัมพันธ์ได้ ช่องคลอดมีความลึก กว้าง เป็นธรรมชาติตามสรีระของแต่ละคน รวมถึงการรับความรู้สึกทางเพศที่ไม่ด้อยไปกว่าเดิมอีกด้วย ก่อนเข้ารับการผ่าตัด ควรปรึกษาศัลยแพทย์ เพื่อศึกษาคุณสมบัติ เทคนิคต่างๆ การเตรียมตัว ขั้นตอน การดูแลตัวเอง รวมถึงผลลัพธ์หลังแปลงเพศ เพราะการได้รับทราบรายละเอียดอย่างรอบด้าน จะเป็นการช่วยในการตัดสินใจทำและคลายความกังวลไปได้

เลือกอ่าน คลิก

เทคนิคการใช้ผิวหนังองคชาตม้วนกลับ

เทคนิคการต่อลำไส้

เทคนิคกราฟต่อเยื่อบุช่องท้อง (PPV)

ผลลัพธ์หลังแปลงเพศ

ข้อมูลเชิงการแพทย์

รีวิวแปลงเพศ

ราคาค่า แปลงเพศ

Q&A เกี่ยวกับ “แปลงเพศ”

คุณสมบัติ 5 ข้อ

ข้อควรรู้ก่อนผ่าตัดแปลงเพศ

correct

ต้องมีอายุ 20 ปีขึ้นไป

ต้องมีอายุ 20 ปีขึ้นไป (ในกรณีที่อายุ 18 -20 ปี ต้องมีจดหมายรับรองจากผู้ปกครองเพื่อยินยอมการผ่าตัด) ส่วนอายุน้อยกว่า 18 ปี ยังไม่สามารถเข้ารับการผ่าตัดได้

correct

ใช้ชีวิตเป็นผู้หญิง

ใช้ชีวิตเป็นผู้หญิงติดต่อกันเป็นระยะเวลามากกว่า 1 ปีขึ้นไป โดยที่มีความรู้สึกเป็นหญิงมานานแล้ว รวมถึงเคยได้รับฮอร์โมนเพศหญิงมาก่อนอย่างน้อย 1 ปี

correct

ผ่านการประเมินสภาพจิตใจ

ผ่านการประเมินสภาพจิตใจและมีใบรับรองจากจิตแพทย์อย่างน้อย 2 ท่าน

correct

สุขภาพร่างกายแข็งแรง

สุขภาพร่างกายแข็งแรง ไม่มีโรคประจำตัวที่รุนแรงที่เป็นข้อห้ามในการดมยาสลบ

เลือกแปลงเพศยันฮี…ดีอย่างไร
1.ผ่าตัดโดยศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทาง

ศัลยแพทย์ตกแต่งที่ได้รับการรับรองจากสมาคมศัลยแพทย์ตกแต้งแห่งประเทศไทย เชี่ยวชาญเฉพาะทางการแปลงเพศ มากประสบการณ์ ชำนาญด้านเทคนิคใหม่

1.ผ่าตัดโดยศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทาง

อวัยวะเพศสวยงามเป็นธรรมชาติ เปลี่ยนคุณให้เป็นผู้หญิงตามใจปรารถนา

1.ผ่าตัดโดยศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทาง

  • เทคนิคต่อกราฟ
    ช่วยให้ช่องคลอดมีความลึกได้มากขึ้น
  • เทคนิคต่อลำไส้
    ตกแต่งผิวสัมผัสด้านในให้เหมือนช่องคลอด
  • เทคนิคเยื้อบุช่องท้อง
    ช่วยให้ช่องคลอดลึกและมีน้ำหล่อลื่น
1.ผ่าตัดโดยศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทาง

ปลอดภัยทุกขั้นตอน ด้วยการดูแลจากทีมสหวิชาชีพที่มีความเชี่ยวชาญและประสบการณ์โดยตรง

1.ผ่าตัดโดยศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทาง

ห้องผ่าตัดเป็นระบบ Positive Pressure Room ในแต่ละห้องมีระบบกรองอากาศ HEPA Filter และระบบอากาศหมุนเวียน มากกว่า 15 ครั้ง/ชั่วโมง ได้มาตรฐานโลก (JCI)

เทคนิคการผ่าตัดแปลงเพศ

1. เทคนิคการใช้ผิวหนังองคชาตม้วนกลับ (วิธีมาตรฐาน)

เทคนิคนี้เป็นการนำเอาผิวหนังของถุงอัณฑะ (scrotal skin graft) สอดกลับเข้าไปเพื่อสร้างเป็นช่องคลอดใหม่ ส่วนรูปลักษณ์ภายนอกตกแต่งให้เหมือนอวัยวะเพศหญิงทุกประการ โดยเก็บเส้นประสาทรับความรู้สึกไว้ที่คลิตอริส แคมใน และรอบท่อปัสสาวะ วิธีนี้ผ่าตัดเฉพาะบริเวณอวัยวะเพศเท่านั้น ไม่ต้องผ่าตัดช่องท้อง ใช้ระยะเวลาในการผ่าตัดประมาณ 4 – 6 ชั่วโมง เหมาะสำหรับผู้ที่เข้ารับการแปลงเพศเป็นครั้งแรก และมีผิวหนังอวัยวะเพศเพียงพอ

ข้อดี ข้อเสีย
เป็นวิธีที่ทำง่าย ไม่ซับซ้อน ภาวะแทรกซ้อนต่ำ ไม่มีสารหล่อลื่น
ไม่รบกวนต่ออวัยวะในช่องท้อง โอกาสช่องคลอดจะตื้นและตีบตันสูง ต้องใส่วัสดุขยายช่องคลอดเทียมอย่างสม่ำเสมอ
ไม่เสี่ยงเป็นแผลเป็นนูนบนหน้าท้อง

2. เทคนิคการต่อลำไส้

เหมาะกับผู้ที่ต้องการแก้ไขในกรณีที่แปลงเพศแล้วช่องคลอดตีบตัน หรือในผู้ที่ต้องการช่องคลอดที่มีความลึกมาก วิธีนี้ต้องทำการผ่าตัดช่องท้อง โดยนำลำไส้ใหญ่บางส่วน ประมาณ 7-8 นิ้ว มาสร้างเป็นผนังช่องคลอด ส่วนรูปลักษณ์ภายนอกจะเหมือนกับแบบต่อกราฟทุกประการ และใช้ระยะเวลาในการผ่าตัดประมาณ 6 – 7 ชั่วโมง

ข้อดี ข้อเสีย
มีผิวด้านในช่องคลอดที่เสมือนจริงกว่า มีแผลบนหน้าท้อง อาจจะเกิดคีลอยด์ได้
โอกาสตีบตันน้อยกว่า พักฟื้นนาน
โอกาสตีบตันน้อยกว่า ค่าใช้จ่ายสูง

3. เทคนิคกราฟต่อเยื่อบุช่องท้อง (PPV)

เทคนิคนี้เหมาะกับผู้ที่เคยผ่าตัดแปลงเพศด้วยวิธีการต่อกราฟมาแล้ว แต่มีปัญหาช่องคลอดตื้นลง และไม่ต้องการแก้ไขด้วยการต่อลำไส้ นอกจากนี้ยังสามารถทำได้ในผู้ต้องการผ่าตัดแปลงเพศครั้งแรก แต่มีผิวหนังอวัยวะเพศน้อยไม่เพียงพอสำหรับการต่อกราฟ หลังทำสามารถสร้างความลึกของช่องคลอดได้ประมาณ 6-6.5 นิ้ว

ขั้นตอนการผ่าตัด แพทย์จะส่องกล้องเพื่อนำเยื่อบุช่องท้องมาสร้างเป็นช่องคลอดใหม่ โดยส่วนบริเวณทางด้านหน้าจะยังคงเป็นผิวหนังอวัยวะเพศอยู่ (กราฟ) จากนั้นทำการเย็บเชื่อมต่อกราฟกับเยื่อบุช่องท้องที่ยืดลงมาจากด้านใน การแปลงเพศวิธีนี้จะทำให้ส่วนที่เป็นเยื่อบุมีความเรียบลื่น และในบางรายสามารถผลิตน้ำหล่อลื่นเองได้



ซึ่งเทคนิคการผ่าตัดทั้งสามแบบนี้เป็นส่วนที่อยู่ในช่องคลอดเท่านั้น หากดูจากภายนอก ทั้งสามแบบ จะมีรูปลักษณ์เหมือนกันทุกประการ แตกต่างกันที่ผนังด้านในของช่องคลอดจะบุด้วยอะไรเท่านั้นเอง

ข้อดี ข้อเสีย
ช่องคลอดมีความลึกมากกว่าแบบต่อกราฟ (แต่ลึกน้อยกว่าลำไส้) ในบางรายมีน้ำหล่อลื่นภายในช่องคลอด
ในบางรายมีน้ำหล่อลื่นภายในช่องคลอด อาจเกิดพังผืด จากการผ่าตัดเข้าช่องท้อง
รอยต่อของเยื่อบุช่องท้องบริเวณปากทางเข้าอาจตีบตันได้ ถ้าหากขยายได้ไม่ดี

ผลลัพธ์หลังแปลงเพศ

  • หลังทำรูปลักษณ์ภายนอก จะเปลี่ยนไปเป็นแบบผู้หญิง ซึ่งเทคนิคในปัจจุบันศัลยแพทย์สามารถทำได้เหมือนธรรมชาติ
  • ส่วนของช่องคลอดก็จะมีความลึก ความกว้างตามสรีระของแต่ละคน โดยทั่วไปในคนเอเชียสามารถสร้างช่องคลอดได้ลึกประมาณ 5-6 นิ้ว
  • สามารถใช้งานได้จริง มีเพศสัมพันธ์ได้

ที่สำคัญเทคนิคการผ่าตัดแปลงเพศศัลยแพทย์จะเก็บเส้นประสาทที่รับความรู้สึกทางเพศไว้ได้ทั้งหมด โดยทั่วไปตำแหน่งที่รับความรู้สึกทางเพศได้ คือ คลิตอริส แคมใน และรอบท่อปัสสาวะ

นอกจากนี้ยังมีแผลผ่าตัดที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ก็คือตำแหน่งตะเข็บรอยเย็บบริเวณแคมนอก ซึ่งจะมีแผลอยู่กึ่งกลางแคม หรือซ่อนอยู่ที่ขอบแคม หลังจาก 6 เดือน- 1 ปี แผลจะค่อยๆ จางไป ซึ่งการหายของแผลใช้ระยะเวลาไม่เท่ากันขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล

เตรียมตัวอย่างไรก่อนผ่าตัดแปลงเพศ

  • ต้องเข้ารับการตรวจร่างกายอย่างละเอียดเพื่อแพทย์ที่ทำการผ่าตัดจะได้ทราบถึงสภาพความพร้อมของร่างกาย
  • หากรับประทานยาชนิดใดอยู่ ควรแจ้งให้แพทย์ที่ทำการผ่าตัดทราบ เพื่อแนะนำว่าควรหยุดยาหรือเปลี่ยนแปลงตัวยาก่อนเข้ารับการผ่าตัดหรือไม่
  • ควรหยุดใช้ยาฮอร์โมนล่วงหน้า 1 เดือน
  • งดวิตามิน อาหารเสริม 2 สัปดาห์
  • งดสูบบุหรี่ 1 เดือน
  • งดแอลกอฮอล์ 1 สัปดาห์
  • ควรรับประทานอาหารที่ย่อยง่าย 2-3 วัน เพื่อให้ภายในลำไส้มีการตกค้างของกากอาหารน้อยลง ก่อนเข้ารับการผ่าตัด

ดูแลตัวเองอย่างไรหลังผ่าตัดแปลงเพศ

  • หลังผ่าตัดนอนพักฟื้นที่โรงพยาบาลประมาณ 5 วัน
  • ในช่วง 2 วันแรก ควรลดอาหารที่มีกากและเครื่องดื่มประเภทนมที่อาจทำให้มีกากและเกิดการขับถ่ายมาก เพื่อป้องกันการติดเชื้อบริเวณแผลผ่าตัด
  • ควรทำความสะอาดช่องคลอดด้วยน้ำยาป้องกันและฆ่าเชื้อโรค หรือน้ำเกลือล้างแผล วันละ 2 ครั้ง เช้า – เย็น และวันละ 1 ครั้ง หลัง 1 เดือน จนประมาณ 6 เดือน
  • ทาขี้ผึ้งรักษาที่บริเวณแผล รูเปิดท่อปัสสาวะ และคลิตอริสทุกครั้งหลังอาบน้ำ
  • สามารถลุกเดินได้หลังผ่าตัด 5 วัน
  • หากเกิดความผิดปกติต่างๆ เช่น ปัสสาวะขัด, ช่องคลอดตีบ, ปากช่องคลอดหดแคบ, แผลผ่าตัดแยก แนะนำให้มาพบแพทย์
  • ควรรับประทานฮอร์โมน เพื่อคงสภาพความเป็นหญิงอย่างต่อเนื่อง สามารถเริ่มรับประทานฮอร์โมนหลังการผ่าตัดไปแล้ว 1 เดือน
  • ควรใส่วัสดุขยายช่องคลอดเทียม หรือการแยงโม เพื่อป้องกันไม่ให้ช่องคลอดตีบตัน โดยแนะนำให้แยงโมทุกวัน วันละ 2 ครั้ง เช้า-เย็น ครั้งละ 15-30 นาที นาน 1 ปี หลัง 1 ปีขึ้นไปหากมีเพศสัมพันธ์สม่ำเสมอไม่จำเป็นต้องแยงโม แต่เมื่อไรที่ไม่มีเพศสัมพันธ์ให้แยงโมอย่างน้อยวันละ 1 ครั้ง สำหรับการผ่าตัดแบบต่อลำไส้จำเป็นต้องแยงโมบริเวณปากทางช่องคลอดวันละ 1 ครั้ง

เมื่อแปลงเพศ ตัดอวัยวะที่รู้สึกว่าเป็นส่วนเกินออกเรียบร้อยแล้ว ก็จะทำให้คุณเป็นผู้หญิงอย่างที่ต้องการ หรือใครที่อยากเปลี่ยนรูปลักษณ์ภายนอกให้เป็นผู้หญิงจริงๆ ก็สามารถทำได้โดย เสริมหน้าอก, เสริมก้น, กรอกระเดือก หรือ เปลี่ยนเสียง ให้อ่อนหวานก็จะทำให้คุณกลายเป็นผู้หญิงอย่างสมบูรณ์แบบ นอกจากนี้หากใครที่เคยแปลงเพศแล้วแต่ไม่เหมือนธรรมชาติ ก็สามารถผ่าตัดแก้ไขได้

รีวิวแปลงเพศ

แปลงเพศ ยันฮี ราคา

ผ่าตัดแปลงเพศ (เทคนิคเยื่อบุช่องท้อง)

พัก 5 คืน

540,000 บาท

ผ่าตัดแปลงเพศ (เทคนิคต่อกราฟ)

พัก 9 คืน

196,000 บาท

ผ่าตัดแปลงเพศ (เทคนิคต่อลำไส้)

พัก 4-5 คืน

291,000 บาท

ตกแต่งแคมหลังแปลงเพศ

พัก 1-3 คืน

61,000 บาท

แก้ไขผ่าตัดแปลงเพศด้วยลำไส้ใหญ่

พัก 4 คืน

251,000 บาท

แก้ไขผ่าตัดแปลงเพศด้วยเยื่อบุช่องท้อง

พัก 4-5 คืน

490,000 บาท

Q&A

เกร็ดความรู้

เพิ่มเติม