การผ่าตัดขั้นนี้ เป็นการผ่าตัดสร้างอวัยวะเพศชายจากท้องแขนโดยการย้ายเนื้อเยื่อ และท่อปัสสาวะที่สร้างไว้ในขั้นตอนที่ 2 มาทำเป็นส่วนของอวัยวะเพศชาย ขณะเดียวกัน ศัลยแพทย์จะต่อท่อปัสสาวะของท้องแขนกับท่อปัสสาวะที่ได้จากการปิดช่องคลอด และยืดท่อปัสสาวะเตรียมไว้แล้ว และต่อเส้นประสาทของคลิตอริสเข้ากับเส้นประสาทของท้องแขน จากนั้นศัลยแพทย์จะสร้างถุงอัณฑะโดยอาศัยเนื้อเยื่อจากบริเวณแคมใหญ่มาเย็บเป็นก้อนกลม 2 ก้อน ซึ่งจะทำให้ดูคล้ายกับถุงอัณฑะในผู้ชาย
เราไปดูกันว่าก่อนผ่าตัดสร้างอวัยวะเพศและสร้างถุงอัณฑะต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้าง
คนไข้ต้องได้รับการสอนวิธีการออกกำลังกายขาเพื่อป้องกันการอุดตันของหลอดเลือดแดงและดำ
ตรวจความสมบูรณ์ของท่อปัสสาวะที่สร้างไว้ในขั้นตอนที่ 2 บริเวณท้องแขน
ดูสภาพแผลเป็นจากการผ่าตัดในครั้งก่อน
ตรวจเลือดเพื่อดูความผิดปกติต่างๆ และเตรียมความพร้อมสำหรับการดมยาสลบ
คนไข้ต้องหยุดยาฮอร์โมนเพศชายก่อนการผ่าตัดอย่างน้อย 2 สัปดาห์
งดสูบบุหรี่ก่อนผ่าตัดอย่างน้อย 6-12 เดือน
เมื่อเตรียมตัวพร้อมแล้วเราไปดูเทคนิคและการเลือกใช้เนื้อเยื่อในการสร้างอวัยวะเพศชายกันว่ามีอะไรบ้าง
การสร้างอวัยวะเพศชายมีด้วย 2 เทคนิคด้วยกัน คือ เทคนิคเมทตอยด์ หรือ Metoidioplasty และเทคนิคฟาโลว์ หรือ Phalloplasty
เป็นการสร้างอวัยวะเพศชายขึ้นจากการย้ายเนื้อเยื่อส่วนต่างๆ ของคนไข้มาเย็บปั้นเป็นอวัยวะเพศชายตามรูปร่างและขนาดที่ต้องการ โดยที่คนไข้ยังมีความรู้สึกทางเพศได้ตามเดิม และยังสามารถสร้างท่อปัสสาวะใหม่ให้มีความยาวมากขึ้นเพื่อรองรับการยืนปัสสาวะและสามารถใส่แกนอวัยวะเพศ เพื่อเสริมความแข็งตัวได้เมื่อต้องการร่วมเพศ
สำหรับเนื้อเยื่อที่ใช้มาสร้างอวัยวะเพศชายที่นิยมมีด้วยกัน 3 แบบ คือ
เนื้อเยื่อจากท้องแขน
เนื้อเยื่อต้นขาด้านนอก
ขาด้านข้างร่วมกับกระดูกน่อง

| ข้อดี | ข้อเสีย |
|---|---|
| ได้ขนาดเหมาะสมตามขนาดแขนคนไข้ | มีแผลเป็นบริเวณท้องแขน |
| ใช้งานได้เกือบเหมือนอวัยวะเพศชาย | ต้องปลูกผิวหนังชดเชย |
| ได้รับความนิยมและเป็นตัวเลือกอันดับแรก | มองเห็นได้ชัด/ต้องใส่เสื้อแขนยาวปกปิด |
| ข้อดี |
|---|
| ได้อวัยวะเพศชายขนาดใหญ่ |
| ใส่เครื่องมือทำให้อวัยวะเพศแข็งตัวได้ดี |
| ไม่มีแผลเป็นให้เห็นภายนอก |
| ใช้งานได้เกือบเหมือนอวัยวะเพศชาย |
| ข้อเสีย |
|---|
| ขนาดจะใหญ่และหนากว่าปกติ |
| ความรู้สึกทางเพศไม่แน่นอน |
| ต้องปลูกผิวหนังชดเชย หรือต้องใช้เครื่องมือขยายเนื้อช่วยเพื่อลดแผลเป็น |

| ข้อดี |
|---|
| ได้อวัยวะเพศชายขนาดใหญ่ |
| ขนาดเหมาะสมและมีกระดูกภายใน |
| ข้อเสีย |
|---|
| มีปัญหาเรื่องการปัสสาวะ |
| ความรู้สึกทางเพศอาจจะไม่ดีเท่าวิธีอื่น |
| อาจมีปัญหาด้านการเดิน เนื่องจากต้องเสียกระดูกน่องไปหนึ่งแท่ง |
| ต้องปลูกผิวหนังชดเชย |

เนื่องจากขนาดของท้องแขนมีความยาวและความกว้างที่พอเหมาะ ทำให้ได้อวัยวะเพศชายที่เหมาะสมกับตัวคนไข้ การต่อเส้นเลือด เส้นประสาททำได้ง่ายไม่ซับซ้อน ท่อปัสสาวะหดตัวน้อย ความรู้สึกที่ได้จะคล้ายกับคลิตอริสเดิม อัตราการรั่วและตีบของท่อปัสสาวะพบได้น้อยกว่าวิธีอื่น และสามารถใส่แกนซิลิโคนให้แข็งตัวได้ นับเป็นการสร้างอวัยวะที่สมบูรณ์ที่สุดในปัจจุบัน



ตัดเส้นเลือดที่มาเลี้ยงอวัยวะที่แขนให้หลุดออกจากท้องแขน ย้ายมาสวมเข้ากับแท่งซิลิโคนที่เตรียมไว้
แล้วต่อท่อปัสสาวะเข้าหากัน จากนั้นศัลยแพทย์จะเชื่อมต่อเส้นประสาทท้องแขน และเส้นประสาทที่ลอกมาจากคริตอริสทั้ง 2 เส้น เพื่อทำให้อวัยวะเพศมีความรู้สึก (เมื่อแผลหายดี)
จากนั้นเย็บต่อเส้นเลือดแดงและเส้นเลือดดำ แล้วเย็บแผลทั้งหมดให้เข้าที่ ศัลยแพทย์จะตรวจดูลักษณะอวัยวะเพศและการไหลเวียนเลือดอีกครั้งว่าไหลออกดีหรือไม่
หากการไหลเวียนเลือดได้ดีจะเย็บปิดแผลทั้งหมดและนำอุปกรณ์ทรงกระบอกมาสวมอวัยวะเพศชายเพื่อป้องกันการเคลื่อนไหว
นอกเหนือจากอวัยวะเพศที่สร้างจากเนื้อเยื่อท้องแขนแล้ว ศัลยแพทย์ยังสามารถสร้างถุงอัณฑะให้คนไข้ได้โดยการตัดเย็บเนื้อเยื่อที่เป็นแคมใหญ่เดิมให้เป็นถุงกลมๆ เช่นเดียวกับถุงอัณฑะในเพศชาย ส่วนขนาดของถุงอัณฑะจะเล็กหรือใหญ่นั้นจะขึ้นอยู่กับความหนาของแคมใหญ่ หากแผลหายสนิทแล้วถุงอัณฑะอาจจะเล็กลง หากคนไข้ต้องการให้ถุงอัณฑะมีขนาดใหญ่ขึ้น หรือมีความใกล้เคียงธรรมชาติมากที่สุดก็สามารถผ่าตัดใส่ซิลิโคนเพิ่มในภายหลังได้ ซึ่งไม่ยากกว่าการผ่าตัดเสริมซิลิโคนอัณฑะในคนไข้ปกติ เพราะมีถุงอัณฑะจากแคมใหญ่ที่เตรียมไว้ให้แล้ว สามารถขยายตัวได้พอสมควร
เนื่องจากในขั้นตอนที่ 3 นี้มีการผ่าตัดพร้อมกันหลายๆ ส่วน คนไข้จึงมีโอกาสเกิดผลข้างเคียงหลายอย่าง โดยเฉพาะในช่วง 1-14 วันแรกหลังผ่าตัด คนไข้จำเป็นต้องได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิด เช่น การให้น้ำเกลือและสารน้ำต่างๆ การให้ยาฆ่าเชื้อ การนอนในท่าที่เหมาะสม คนไข้จึงควรทราบการดูแลตนเองหลังผ่าตัดต่อไปนี้
ดื่มน้ำหรือกินอาหารอ่อนได้หลังตื่นจากการผ่าตัด แต่ในบางกรณีศัลยแพทย์อาจจะไม่อนุญาตให้กินอาหารหรือดื่มน้ำในวันแรก จนกว่าจะมั่นใจว่าไม่มีความผิดปกติหลังการผ่าตัด จึงสามารถรับประทานอาหารได้
ใส่เฝือกเพื่อป้องกันการเคลื่อนไหวของผิวหนังที่ปลูกไว้ และควรวางแขนให้สูงเพื่อป้องกันอาการบวมที่บริเวณปลายมือและนิ้วมือ เนื่องจากคนไข้จะมีแผลที่แขนที่ถูกใช้เนื้อเยื่อในการสร้างอวัยวะเพศ
แผลบริเวณหน้าท้อง ซึ่งจะเป็นแผลที่ศัลยแพทย์เปิดหาเส้นเลือดเพื่อนำมาใช้เลี้ยงอวัยวะเพศ จะมีท่อยางเล็ก ๆ เพื่อระบายน้ำเลือดน้ำเหลือง ซึ่งจะวางอยู่ประมาณ 2-3 วัน จึงจะถอดออก และแผลหน้าท้องจะมีเพียงรอยเย็บตามขวางเช่นเดียวกับแผลผ่าตัดมดลูกรัง ไข่
บริเวณสะโพกจะมีแผลที่เกิดขึ้นเนื่องจากการตัดผิวหนังบางส่วนไปปลูกที่บริเวณแขน ซึ่งศัลยแพทย์จะใช้ผ้ากอซปิดไว้ ซึ่งอาจจะมีเลือดออกบ้างเล็กน้อย และศัลยแพทย์จะเปลี่ยนผ้ากอซเป็นครั้งคราวจนแผลหายสนิทในเวลาประมาณ 1-2 สัปดาห์
สามารถอาบน้ำได้ หากแผลบริเวณร่างกายหายสนิทดีแล้ว โดยทั่วไปใช้เวลาประมาณ 1 เดือนขึ้นไป
อวัยวะเพศจะมีสายสวนปัสสาวะไว้เพื่อให้แผลเชื่อมต่อกันได้ตามปกติ และจะคาสายไว้ประมาณ 10 วัน จึงจะถอดสายสวนปัสสาวะเพื่อให้คนไข้สามารถปัสสาวะได้ด้วยตนเอง หลังจากถอดสายสวนปัสสาวะแล้ว ศัลยแพทย์จะใส่สายสวนปัสสาวะเพื่อป้องกันการตีบแคบของท่อปัสสาวะ การดูแลท่อสวนปัสสาวะดังกล่าว คนไข้จะต้องถอดสายสวนปัสสาวะออกแล้วถ่ายปัสสาวะตามปกติ หลังจากนั้นจึงทำความสะอาดท่อด้วยน้ำสะอาดแล้วจึงใส่กลับไปดังเดิมโดยมีความลึกเท่ากับคำแนะนำของแพทย์
สร้างอวัยวะเพศชาย (Total phalloplasty) (พักรพ. 14 คืน)
321,000 บาท