ผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าและสะโพกเทียม

การเดิน การนั่ง และการเคลื่อนไหวร่างกายเป็นสิ่งหนึ่งที่คนเราทำเป็นประจำอยู่ทุกวัน แต่หากวันใดวันหนึ่งที่คุณเกิดมีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องของข้อต่อ ไม่ว่าข้อเข่า หรือข้อสะโพกเสื่อม กระดูกข้อเข่าแตก ปัญหาเหล่านี้ย่อมเป็นอุปสรรคในการใช้ชีวิตประจำวันของคุณแน่นอน และยิ่งไปกว่านั้นหากโรคนี้เกิดกับคุณปู่ คุณย่า คุณตา คุณยายของคุณ ซึ่งแม้ว่าจะพยายามรักษาเท่าไหร่ก็ไม่หายขาดแล้วล่ะก็ คงเป็นเรื่องใหญ่ไม่ใช่น้อยเลย ดังนั้น ‘การผ่าตัดใส่ข้อเทียม’ จึงเป็นอีกวิธีหนึ่งที่เข้ามาช่วยให้การเดินในวันข้างหน้าของผู้สูงอายุสะดวกและปลอดภัยกว่าเดิม

“ข้อเข่า” และ “ข้อสะโพก”เป็นอวัยวะที่หลายคนมักจะลืมไป เพราะตอนนี้ยังอยู่ในช่วงวัยที่ต้องทำงาน ใช้ขาลุก นั่ง เดิน ยืนนานๆ ได้อย่างสบายใจโดยที่ไม่มีอะไรต้องกังวล แต่พอถึงวันหนึ่งที่คุณหรือคนที่คุณรักเริ่มมีอายุเพิ่มมากขึ้น กระดูกข้อต่อนี่แหละจะส่งผลต่อร่างกายเราจนแทบจะไม่อยากลุกเดินขยับเขยื้อนไปไหน ได้เวลาสำรวจตัวเองแล้วล่ะว่าคุณมีอาการเหล่านี้หรือไม่ ไม่ว่าจะเป็น อาการปวดเข่า เป็นอาการที่ชัดเจนที่สุด คุณจะรู้สึกปวดเมื่อยตึงด้านหน้าและด้านหลังของเข่า หรือหากเป็นมากก็แทบจะลุกนั่งไม่คล่องเลยทีเดียว เมื่อไหร่ก็ตามเคลื่อนไหวร่างกายจะมีเสียงดังอยู่ในข้อ ข้ออักเสบอาจมีอาการบวมร่วมด้วย คนไข้บางรายอาจมีอาการขาโก่งงอยิ่งทำให้เดินลำบากขึ้น และอาจเป็นมากสุดจนข้อเข่ายึดติดไม่สามารถเหยียดหรืองอขาได้เลย

หลายคนอาจจะเข้าใจว่าโรคข้อเข่าเสื่อมนั้นเกิดได้เฉพาะผู้สูงอายุเท่านั้น ซึ่งจริงๆ แล้วต้องยอมรับว่าในปัจจุบันโรคข้อก็สามารถเกิดขึ้นกับคนวัยทำงานได้เช่นกัน แม้ว่าสาเหตุของข้อเข่าเสื่อมนั้นหลักๆ แล้วจะมาจากอายุที่มากขึ้น มีการใช้งานมานานจึงทำให้เกิดโรคได้ แต่ก็ยังมีปัจจัยอื่นที่ทำให้เกิดโรคได้ ทั้งเรื่องของน้ำหนักตัวที่มากจนเกินไปทำให้ข้อเสื่อมเร็ว, การใช้ข้อเข่านั่งยองๆ หรือนั่งในท่าใดท่าหนึ่งนานๆ เช่น ขัดสมาธิ หรือพับเพียบก็อาจทำให้ข้อเข่าเสื่อมเร็วขึ้น, การเกิดอุบัติเหตุรุนแรงที่กระทบกระเทือนต่อกระดูกข้อจนทำให้กระดูกข้อเข่าแตก หรือสะโพกแตก หรือเอ็นฉีก และยังพบอีกว่าอาการข้อเข่าเสื่อมมักจะพบได้ในผู้หญิงมากกว่าผู้ชายอีกด้วย ส่วนสาเหตุของโรคข้อสะโพกเสื่อมนั้นส่วนใหญ่แล้วจะเกิดขึ้นในวัยของคนทำงานมากกว่าผู้สูงอายุ และที่พบมากก็จะเป็น โรคข้อสะโพกขาดเลือด ข้อสะโพกรูมาตอยด์ ข้อสะโพกขาดเลือดและเสื่อมจากภาวะไตวาย หรือได้รับสารสเตียรอยด์นานเกินไปนั่นเอง

“ข้อเข่า” ของคนเรานั้นมีลักษณะคล้ายๆ กับข้อต่อของเครื่องยนต์ ซึ่งจะประกอบไปด้วยกระดูกผิวข้อที่มีลักษณะเรียบรื่น มันวาว สีเหมือนงาช้าง, หมอนรองข้อเข่าที่มีลักษณะเป็นกระดูกอ่อน เป็นแผ่นกั้นระหว่างกระดูกต้นขาและหน้าแข้งจะทำหน้าที่คล้ายๆ กับโช้คอัพที่ช่วยลดแรงกระแทก, น้ำหล่อเลี้ยงข้อเข่า มีลักษณะเป็นของเหลวใสๆ อยู่ในช่องว่างของข้อเข่า ทำหน้าที่ช่วยหล่อลื่นและลดแรงเสียดทานเหมือนกับน้ำมันหล่อลื่นของเครื่องยนต์ ซึ่งทั้งหมดนี้ก็จะเป็นระบบการทำงานของข้อเข่า หากวันหนึ่งคุณใช้งานมันมากเกินไปจนข้อเข่าเสื่อมหรือกระดูกข้อเข่าแตก ก็ถึงเวลาแล้วล่ะที่คุณจะเข้ารับการรักษาผ่าตัดใส่ข้อเทียมอย่างจริงจัง

การผ่าตัดใส่ข้อเทียมหรือผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าและสะโพกเทียมเป็นวิธีหนึ่งที่จะช่วยรักษาให้คนไข้สามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็น ‘ข้อเข่า’ หรือ ‘ข้อสะโพก’ ก็ตาม ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้วก่อนที่คนไข้แต่ละรายจะเข้ารับการรักษาด้วยวิธีผ่าตัดนั้น คนไข้มักจะรักษาด้วยวิธีอื่นมาก่อน ไม่ว่าจะเป็น การรักษาด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการเดิน ยืน นั่ง การบริหารกล้ามเนื้อ การรับประทานยา หรือฉีดน้ำหล่อเลี้ยงเข้าบริเวณข้อเข่าก็ตาม หากวิธีดังกล่าวไม่ได้ผลแพทย์ก็จะพิจารณาการผ่าตัดมาช่วยในการรักษา ซึ่งการผ่าตัดใส่ข้อเทียมโดยส่วนใหญ่แล้วจะทำในคนไข้ที่เป็นโรคข้อเข่าและข้อสะโพกเสื่อมจากอายุ รูปเข่าโก่งและผิดรูปไปจากเดิมและมีอาการปวด โรคเข่าและข้อสะโพกเสื่อมจากโรคข้ออักเสบ เช่น Rheumatoid, SLE, โรคหัวสะโพกขาดเลือดไปเลี้ยง (Avascular necrosis) และจากการเกิดอุบัติเหตุ กระดูกสะโพกหัก หรือกระดูกข้อเข่าแตกผิดรูป

ในสมัยก่อนแพทย์จะใช้วิธีการผ่าตัดแบบเดิมซึ่งพบว่าวิธีนี้จะมีแผลผ่าตัดที่ค่อนข้างใหญ่ประมาณ 15 เซนติเมตร และต้องพักฟื้นค่อนข้างนาน 1-2 สัปดาห์ กว่าจะกลับบ้านได้ อีกทั้งยังต้องเสียเวลาทำกายภาพบำบัดเพื่อฝึกกล้ามเนื้ออีก 1 สัปดาห์ขึ้นไป ถึงจะกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ ซึ่งในปัจจุบันนั้นได้มีการพัฒนาการผ่าตัดให้แม่นยำยิ่งขึ้น ลดการบาดเจ็บของกล้ามเนื้อและเนื้อเยื่อรอบข้างลงให้มากที่สุด (Minimally Invasive Technique) ด้วยอุปกรณ์การผ่าตัดที่มีการพัฒนาขึ้นทำให้ได้แผลที่เล็กลงเพียง 5 เซนติเมตรเท่านั้น

สำหรับการเตรียมตัวก่อนผ่าตัดใส่ข้อเทียมนั้น เบื้องต้นคนไข้จะได้รับการตรวจร่างกายเกี่ยวกับโรคประจำตัวต่างๆ ที่มีผลต่อการผ่าตัด ไม่ว่าจะเป็นโรคเบาหวาน หรือว่าความดันโลหิตสูง และต้องรักษาสุขภาพโดยทั่วไปให้แข็งแรง ซึ่งก่อนการผ่าตัดในคนไข้บางรายแพทย์อาจมีการนำคอมพิวเตอร์มาช่วยในการผ่าตัด (Computer Assisted Surgery) เพื่อเพิ่มความแม่นยำและเตรียมความพร้อมในการผ่าตัดใส่ข้อเทียม แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับความสมัครใจของคนไข้ด้วย เพราะขั้นตอนนี้จะมีค่าใช้จ่ายที่ค่อนข้างสูง ต้องเพิ่มเวลาในการผ่าตัดมากขึ้นเพื่อจัดเตรียมข้อมูลและอุปกรณ์เพิ่มเติมหลายอย่างนั่นเอง

สำหรับการผ่าตัดใส่ข้อเทียมหรือผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าและสะโพกนั้นแพทย์จะใช้เวลา 1-1 ½ ชั่งโมง ซึ่งการผ่าตัดแบบใหม่นี้จะลดเวลาในการดมยาลง แผลผ่าตัดค่อนข้างเล็กและบาดเจ็บเนื้อเยื่อน้อยกว่าแบบเก่า ส่วนวัสดุที่ใช้ในการทำข้อเข่าหรือสะโพกเทียมนั้นจะเป็นโลหะอัลลอย (Alloy) ที่มีการออกแบบให้เข้ากับสรีระของคนเรา ทำให้สามารถใช้งานได้ใกล้เคียงกับข้อปกติมากที่สุด มีความทนทาน และไม่มีปฏิกิริยาต่อต้านกับเนื้อเยื่อของร่างกายเราอีกด้วย ซึ่งเมื่อผ่าตัดเสร็จแล้วคนไข้จะใช้เวลาในการนอนพักฟื้นที่โรงพยาบาลน้อยกว่าการผ่าตัดแบบเดิมเนื่องจากมีแผลที่เล็กกว่า และยังช่วยลดค่าใช้จ่ายในการรักษาตัวเองลงเพราะคนไข้สามารถกลับมาใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติเร็วกว่าการรักษาแบบเดิม

การดูแลตัวเองหลังการผ่าตัดใส่ข้อเทียม ในช่วงแรกคนไข้จะต้องเข้ามาที่โรงพยาบาลเพื่อรับการทำกายภาพบำบัดอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้ฝึกเดิน ฝึกนั่ง ฝึกยืน ออกกำลังกายกล้ามเนื้อให้แข็งแรงและคล่องตัวกว่าเดิม ทั้งนี้เมื่อกลับไปบ้านคนไข้เองก็ไม่ควรละเลย พยายามหัดทำเองที่บ้านด้วยเพื่อช่วยให้ร่างกายสามารถฟื้นตัวได้เร็วขึ้น สำหรับความคงทนของข้อเข่าหรือข้อสะโพกเทียมที่ใส่เข้าไปนั้นก็คงขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่างประกอบกัน ไม่ว่าจะเป็น สภาพร่างกาย ระดับกิจกรรมที่ทำ ปริมาณของน้ำหนักในร่างกาย เป็นต้น ซึ่งหากคุณเองไม่ได้ใช้งานมันอย่างหนักจนเกินไปนัก ก็จะสามารถอยู่ได้นานถึง 20 ปีขึ้นไป

สุดท้ายแล้วก็คงไม่มีใครอยากให้ข้อเข่าของเราเสื่อม หรือมีประสิทธิภาพในการใช้งานลดลง ดังนั้นสิ่งที่คุณๆ สามารถทำได้ในขณะที่ร่างกายเรายังหนุ่มยังสาวอยู่ก็คือ การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ไม่หักโหมกิจกรรมต่างๆ ในชีวิตประจำวันมากจนเกินไป ดูแลน้ำหนักให้อยู่ในมาตรฐานไม่อ้วนจนเกินเหตุ และควรปรับเปลี่ยนพฤติกรรมบางอย่าง เช่น นั่งพับเพียบ นั่งงอเข่า นั่งขัดสมาธิ นั่งคุกเข่า หรือนั่งยองๆ เป็นเวลานานๆ ควรฝึกเหยียดเข่าบ่อยๆ เพื่อลดแรงกดของกระดูกสะบ้ากับกระดูกปลายเข่า และยิ่งต้องใส่ใจให้มากสำหรับหนุ่มสาวออฟฟิศคือ การเลือกนั่งเก้าอี้ให้มีความสูงระดับเข่า เมื่อนั่งห้อยขาแล้วฝ่าเท้าจะวางราบพอดีกับพื้น ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นสิ่งที่เราสามารถทำได้ก่อนที่จะปล่อยให้ข้อเข่าและข้อสะโพกเสื่อมลง

ค่ารักษา

เพิ่มเติม
การรักษา ราคา(บาท)
ผ่าตัดแก้ไขนิ้วโป้งเท้าคดผิดรูป พัก 3 คืน 57,000 บาท
ผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่า พัก 5 คืน 195,000 บาท
ผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพก พัก 5 คืน 195,000 บาท
ผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกเทียมเฉพาะฝั่งกระดูกขา พัก 6 คืน 105,000 บาท
ผ่าตัดกระดูกทับเส้นประสาท พัก 6 คืน 193,000 บาท
ผ่าตัดแก้ไขเส้นเอ็นเข่าฉีกขาดผ่านลำกล้องแบบ Bioscrew Arthroscopic ACL Reconstruction Bioscrew พัก 4 คืน 130,000 บาท
ผ่าตัดขยายทางผ่านของเส้นเอ็นที่หัวไหล่ผ่านทางกล้อง 230,000 - 260,000 บาท
ผ่าตัดแก้ไขเส้นเอ็นฉีกขาดผ่านลำกล้องแบบ Titanium Screw Arthroscopic ACL Reconstruction Titanium Screw พัก 6 คืน 130,000 บาท
ผ่าตัดหมอนรองกระดูกสันหลังทับเส้นประสาทผ่านกล้อง พัก 4 คืน 160,000 บาท
ผ่าตัดหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท พัก 6 คืน 140,000 บาท
อัตราค่ารักษาพยาบาล แพทย์ที่ทำการรักษาเป็นผู้ประเมิน สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 1723
Show Buttons
Hide Buttons