ปากแหว่ง เพดานโหว่

ปากแหว่งเพดานโหว่

ปากแหว่งเพดานโหว่ …ความพิการที่แก้ไขได้

          คนเป็นพ่อเป็นแม่ล้วนอยากให้ลูกน้อยที่จะเกิดมามีอวัยวะครบสามสิบสอง  มีสุขภาพแข็งแรงสมบูรณ์ ลองจินตนาการดูว่าหากลูกน้อยของคุณลืมตาออกมาดูโลก แล้วมีความพิการบางอย่างติดตัวมาด้วย เช่น ความพิการ ปากแหว่งเพดานโหว่ ก็คงเหมือนโลกถล่มลงมาตรงหน้า เพราะลำพังความผิดปกติเล็กๆ น้อยๆ ก็สร้างความเครียดกังวลให้กับพ่อแม่มากโขแล้ว แต่นี่ถึงขั้นมีความพิการ ปากแหว่งเพดานโหว่ แน่นอนว่าพ่อแม่คงทำใจได้ยาก และรู้สึกทุกข์ใจอย่างใหญ่หลวง

          จริงอยู่ที่ความพิการ ปากแหว่ง เพดานโหว่ เป็นสิ่งที่พ่อแม่ทั้งหลายไม่คาดหมายว่าจะได้เจอ แต่เมื่อเกิดขึ้นแล้ว ทางที่ดีที่สุดคือพ่อแม่ต้องตั้งสติและอย่าเครียดกังวลจนเสียสุขภาพไปซะก่อน อยากให้รู้ว่า ความพิการ ปากแหว่งเพดานโหว่ สามารถผ่าตัดแก้ไขได้ แต่การรักษาจะได้ผลดีต้องทำในช่วงอายุที่เหมาะสม หมายความว่าถ้าพ่อแม่ปล่อยเวลาให้ผ่านไปจนเลยช่วงอายุที่เหมาะสมไปแล้ว โอกาสที่จะแก้ไขให้กลับมาใกล้เคียงสภาพปกติจะค่อนข้างยาก แต่หากพ่อแม่ตั้งสติไว รีบมาปรึกษาแพทย์ รีบมารับการรักษาอย่างถูกต้องตามกำหนดเวลา ลูกน้อยของคุณก็จะกลับมามีปาก, เพดานปาก รวมทั้งฟันและกระดูกใบหน้า  ที่ใช้งานได้สมบูรณ์เกือบจะปกติ

“มาดูกันว่าปัญหาที่พบในเด็กที่มีความพิการ ปากแหว่งเพดานโหว่ มีอะไรได้บ้าง”

  • เด็กไม่สามารถดูดนมได้ดีอย่างเด็กปกติทั่วไป พ่อแม่จึงมักยากลำบากในการเลี้ยงดู
  • เด็กพิการ ปากแหว่งเพดานโหว่ มีโอกาสเกิดการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจทั้งส่วนบนและส่วนล่าง รวมทั้งการอักเสบของหูชั้นกลางได้มากกว่าปกติ
  • เด็กพิการ ปากแหว่งเพดานโหว่ มักพบปัญหาความพิการร่วมในระบบอื่นๆ ของร่างกายได้บ่อย เช่น ความผิดปกติทางหัวใจและระบบไหลเวียน, ระบบทางเดินอาหาร, ระบบขับถ่าย รวมทั้งทางระบบประสาทและสมอง

          จะเห็นได้ว่า ความพิการปากแหว่ง เพดานโหว่ ส่งผลเสียต่อเด็กอย่างยิ่ง แถมยังอาจมีความผิดปกติร่วมอื่นๆ ทำให้คุณภาพชีวิตของเด็กยิ่งแย่ลง ดังนั้น พ่อแม่จึงไม่ควรนิ่งนอนใจ โดยในการรักษานอกจากแพทย์จะมุ่งรักษาอาการ ปากแหว่งเพดานโหว่ แล้ว แพทย์จะรักษาความผิดปกติร่วมอื่น ๆ ไปพร้อม ๆ กันด้วย

ขั้นตอนที่พ่อแม่ควรทราบเมื่อจะเข้ารับการรักษา ปากแหว่งเพดานโหว่

1. เมื่อมาพบแพทย์ แพทย์จะทำการตรวจเด็กอย่างละเอียดก่อนว่าเป็น ปากแหว่งเพดานโหว่ ชนิดใด เพื่อจะได้วางแผนการรักษาได้อย่างเหมาะสม สำหรับความพิการ ปากแหว่งเพดานโหว่ จะมีด้วยกัน 3 ชนิด ดังนี้

1.1 ปากแหว่ง อย่างเดียวแบ่งได้เป็น 2 แบบ คือ

  • ปากแหว่ง แบบสมบูรณ์ คือ แหว่งเข้าไปถึงรูจมูก
  • ปากแหว่ง แบบไม่สมบูรณ์ คือ แหว่งเฉพาะที่ริมฝีปาก
    ซึ่งการแหว่งของปากอาจจะเป็นข้างเดียวหรือสองข้างก็ได้

1.2 เพดานโหว่อย่างเดียวแบ่งได้เป็น 2 แบบ คือ

  • เพดานโหว่แบบสมบูรณ์ คือ โหว่ตั้งแต่ลิ้นไก่ถึงเพดานแข็งด้านหน้าและถึงเหงือกด้านหน้า
  • เพดานโหว่แบบไม่สมบูรณ์ คือ โหว่เฉพาะส่วนเพดานอ่อนด้านหลังเท่านั้น
    ซึ่งการโหว่ของเพดานปากอาจจะเป็นข้างเดียวหรือสองข้างก็ได้

1.3 มีทั้ง ปากแหว่งเพดานโหว่ ร่วมกับความผิดปกติของส่วนอื่นๆ ของใบหน้าด้วย เช่น  มีขากรรไกรเล็กผิดปกติ  เป็นต้น

2. เพื่อดูว่าเด็กมีความพร้อมต่อการผ่าตัดมากน้อยเพียงใด ถ้ายังไม่พร้อมอาจส่งผลต่อการผ่าตัดและการดมยาสลบได้

  • ในกรณีที่เด็กแข็งแรงดีสามารถนัดทำผ่าตัดได้เลย
  • ในกรณีที่เด็กมีความพิการแฝงอื่นอยู่ด้วย จำเป็นจะต้องทำการรักษาความพิการแฝงนั้นๆ ก่อนจึงจะผ่าตัดแก้ไข ปากแหว่งเพดานโหว่ ได้
  • ในกรณีที่เด็กมีโรคบางโรคอยู่ เช่น ไข้หวัด, ปอดอักเสบ, หูอักเสบ แพทย์จะทำการรักษาโรคที่เป็นอยู่ให้หายสนิทเสียก่อน

3. หากเด็กสามารถเข้ารับการผ่าตัดได้ พ่อแม่จะต้องดูแลให้เด็กงดน้ำ นม และอาหารอื่น ๆ อย่างน้อย 6 ชั่วโมงก่อนผ่าตัด เพื่อป้องกันการสำลักอาหารระหว่างดมยาสลบ

การรักษา ปากแหว่งเพดานโหว่

ในการผ่าตัดรักษาเด็กที่เป็น ปากแหว่งเพดานโหว่ จะมีเทคนิคในการทำและช่วงเวลาที่เหมาะสมในการผ่าตัดแตกต่างกันไปขึ้นกับว่าเป็น ปากแหว่งเพดานโหว่ ชนิดใด ดังนี้

1. การรักษาในเด็กที่มี ปากแหว่งอย่างเดียว

          ช่วงอายุที่เหมาะสมในการรักษาคือ ประมาณ 3 เดือน น้ำหนักตัวเด็กมากกว่า 5 กิโลกรัม และตรวจร่างกายไม่พบภาวะซีดหรือการติดเชื้อใดๆ

          สำหรับการผ่าตัดรักษา ปากแหว่ง มีด้วยกันหลายวิธี แพทย์จะเลือกใช้วิธีใดขึ้นกับว่าเด็กมีความพิการของปากและจมูกลักษณะไหน บวกกับตัวแพทย์เองถนัดผ่าตัดเทคนิคใด อย่างไรก็ตามเทคนิคที่มักนิยมใช้คือ การเลื่อนกล้ามเนื้อ ผิวหนัง และส่วนต่าง ๆ ที่อยู่ผิดที่ผิดตำแหน่งให้กลับมาอยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้อง แล้วใช้เนื้อเยื่อบนใบหน้ามาหนุนสร้างความนูน ความสูง และลักษณะของจมูกและปากให้ใกล้เคียงกับสภาพปกติมากที่สุด โดยทั่วไปการผ่าตัดรักษา ปากแหว่ง จะใช้เวลาประมาณ  1-2 ชั่วโมง

2. การรักษาในเด็กที่มีเพดานโหว่อย่างเดียว

          ช่วงอายุที่เหมาะสมในการรักษาคือ ประมาณ 10 เดือน – 1 ½ ขวบ เพราะเป็นช่วงเวลาที่เด็กจะเริ่มใช้เพดานในการพูด หากผ่านพ้นช่วงนี้ไปโอกาสที่เด็กจะพูดได้ใกล้เคียงเด็กปกติจะค่อนข้างยาก

สำหรับการผ่าตัดรักษาเพดานโหว่ แพทย์จะใช้วิธีเลาะเนื้อเยื่อเพดานด้านข้างออกจากกระดูกทั้ง 2 ด้าน แล้วเลื่อนเข้ามาหากันตรงกลาง โดยการเลาะเนื้อเยื่อส่วนโพรงจมูก กล้ามเนื้อเพดาน และเยื่อบุเพดาน มาเย็บเข้าหากันเป็นสามชั้น ที่สำคัญที่สุด คือ แพทย์จะพยายามซ่อมกล้ามเนื้อของเพดานอ่อนให้มีความสมบูรณ์ที่สุด เพื่อให้การพูดและการกลืนอาหารเป็นปกติมากที่สุด สำหรับเนื้อเยื่อด้านข้างของเพดานที่แพทย์เลื่อนเข้ามานั้นจะค่อย ๆ งอกเองจนเป็นเพดานเต็มผืนในเวลาประมาณ 1 เดือน

3. การรักษาในเด็กที่มีทั้ง ปากแหว่งและเพดานโหว่

          แพทย์จะทำการผ่าตัดรักษา ปากแหว่ง ให้เรียบร้อยก่อน เมื่อเด็กมีริมฝีปากที่สมบูรณ์แข็งแรงดีแล้วก็จะทำการผ่าตัดรักษาเพดานโหว่ต่อไป  โดยทั่วไปจะรักษาเพดานโหว่หลังรักษาปากแหว่งแล้วเสร็จประมาณ 6 เดือนขึ้นไป

ดูแลหลังผ่าตัดรักษา ปากแหว่งเพดานโหว่ อย่างไร

          การดูแลหลังผ่าตัดมีความสำคัญมาก  เพราะถ้าดูแลอย่างถูกต้องจะทำให้แผลหายได้เร็ว ลดโอกาสเกิดแผลอักเสบ แผลติดเชื้อ หรือแผลที่เย็บไว้แยกออกจากกันลงได้มาก ซึ่งในส่วนของการดูแลจะต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างแพทย์ พยาบาล และพ่อแม่ของเด็ก โดยเฉพาะพ่อแม่ที่เป็นหลักในการดูแลเด็กเมื่อกลับบ้าน ขอให้จำไว้ว่าถ้าดูแลไม่ถูกต้องจนเกิดผลแทรกซ้อนตามมา เช่น การแตกแยกของแผลผ่าตัด ก็อาจต้องกลับมาทำการแก้ไขใหม่อีกหลายครั้ง ซึ่งผลที่ได้ก็อาจจะไม่สมบูรณ์เท่าเดิม  คือการใช้งานของเพดานหรือริมฝีปากอาจไม่ได้ตามที่ควรจะเป็น

การดูแลหลังผ่าตัดที่พ่อแม่ควรปฏิบัติโดยเคร่งครัด มีดังนี้

  • งดให้เด็กดูดน้ำหรือนมหลังผ่าตัด จนกว่าแผลจะหายดี โดยทั่วไปใช้เวลาประมาณ 1 เดือน ระหว่างนี้แนะนำให้ใช้ช้อนหรือหลอดหยดแทนไปก่อน
  • ดูแลทำความสะอาดแผลตามคำแนะนำของแพทย์
  • มาพบแพทย์เพื่อตัดไหมแผลที่ริมฝีปากหลังผ่าประมาณ 1 สัปดาห์ พร้อมกับตรวจดูสภาพของแผลที่เพดานปากด้วย โดยปกติแผลที่เพดานปากจะเย็บด้วยไหมละลายจึงไม่ต้องตัดไหม
  • ในช่วง 1 สัปดาห์แรก หากมีเลือดออกที่แผลผ่าตัดโดยเฉพาะแผลผ่าตัดเพดานโหว่ แนะนำให้รีบกลับมาพบแพทย์ เพื่อทำการแก้ไข

          โดยทั่วไป หลังผ่าตัดพ่อแม่ต้องพาเด็กมาทำการรักษาต่อเนื่องอีก ไม่ใช่ผ่าจบแล้วจบเลย เด็กจำเป็นจะต้องฝึกการใช้ริมฝีปาก และเพดานปาก  บางรายอาจต้องมีการจัดฟัน, ผ่าตัดซ่อมแซมเหงือก หรือแก้ไขจมูกที่ยังไม่สมบูรณ์ ทั้งนี้ก็เพื่อให้เด็กมีโครงสร้างใบหน้าแต่ละส่วนสมบูรณ์ที่สุด

          ส่วนแผลผ่าตัดที่ริมฝีปากจะเกิดการปูดนูนขึ้นได้มั้ย ก็ต้องบอกเลยว่า ได้ เพราะเนื้อเยื่อริมฝีปากที่เล็ก ตึง ทำให้การเย็บทำได้ค่อนข้างยาก แต่ก็อย่าเพิ่งพะวงในเรื่องนี้มากเกินไป เนื่องจากแพทย์สามารถแก้ไขให้แผลดูดีขึ้นได้ อาจรอแก้ไขใหม่เมื่อเด็กโตพอสมควรแล้วก็ได้

          จะว่าไปแล้วความพิการ ปากแหว่งเพดานโหว่ เป็นความพิการที่พบได้บ่อยพอสมควร ดังนั้นจึงอยากฝากคุณแม่ที่รู้ตัวว่าตั้งครรภ์ ควรรีบไปฝากครรภ์แต่เนิ่นๆ และไปตามนัดอย่างสม่ำเสมอ การใช้ยาก็ควรอยู่ในความดูแลของแพทย์ ไม่ซื้อมารับประทานเอง ก็จะช่วยลดความเสี่ยงที่ลูกน้อยจะเกิดความพิการ ปากแหว่งเพดานโหว่ หรือความพิการอื่นๆ ได้ในระดับหนึ่ง แต่ถ้าป้องกันแล้วลูกน้อยเกิดมาพร้อมความพิการ ปากแหว่งเพดานโหว่ ก็คงต้องรักษากันไปตามสภาพเพื่อให้ลูกน้อยเติบโตมามีคุณภาพชีวิตที่ดีที่สุด อีกเรื่องที่อยากฝากไว้คือ คุณพ่อคุณแม่อย่ามัวแต่โฟกัสไปที่เรื่องของความพิการอย่างเดียว เรื่องการ ฉีดวัคซีนลูกน้อยหรือแม้แต่เรื่องของ พัฒนาการของลูกน้อย  ก็เป็นสิ่งสำคัญที่พ่อแม่มองข้ามไม่ได้เหมือนกันค่ะ

          พ่อแม่ที่มีลูกพิการปากแหว่ง เพดานโหว่ ก็อย่ามัวแต่โทษเวรโทษกรรมอยู่เลย ถ้าทำดีที่สุดแล้วลูกที่เกิดมายังมีความพิการชนิดนี้ติดตัวมาด้วย ก็ขอให้มั่นใจว่า ความพิการ ปากแหว่ง เพดานโหว่ สามารถรักษาได้ เพียงแต่ต้องรีบนำลูกมาพบแพทย์ก่อนจะผ่านพ้นช่วงเวลาสำคัญไป จะคืนยิ้มสดใสให้ลูกน้อยได้หรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับตัวคุณพ่อคุณแม่เองแล้วล่ะค่ะ

ค่ารักษา

เพิ่มเติม
การรักษา ราคา(บาท)
ปากแหว่ง (Cleft Lip) 1 ข้าง 1 คืน 25,000 บาท
ปากแหว่ง 2 ข้าง 1 คืน 28,000 บาท
เพดานโหว่ 2 คืน 28,000 บาท

หัตถการที่เกี่ยวข้อง

เกร็ดความรู้

เพิ่มเติม

นัดหมายแพทย์

ค้นหาแพทย์

ชื่อ - นามสกุล

เบอร์โทรติดต่อ

Show Buttons
Hide Buttons