ปลูกผม เสริมสร้างความมั่นใจ

คงไม่มีใครปฏิเสธว่า ผมร่วง ผมบาง หรือ ศีรษะล้าน  เป็นปัญหาที่สร้างความทุกข์ใจอย่างใหญ่หลวง ปัญหานี้พบในเพศชายพอๆ กับเพศหญิง แต่คนทั่วไปมักเข้าใจว่า ปัญหาศีรษะล้านนั้นเกิดเฉพาะกับเพศชาย แต่แท้จริงแล้วเพศหญิงก็ศีรษะล้านได้เหมือนกัน แต่เพศชายนั้นจะมีรูปแบบการล้านที่ชัดเจน เช่น ศีรษะล้านเว้าเข้าไปบริเวณมุมทั้งสองข้างด้านหน้า ทำให้สามารถแลเห็นได้ชัดเจน ในขณะที่เพศหญิงจะมีลักษณะผมบางด้านบนมากกว่าทำให้มองเห็นไม่ชัด

ปัญหา ผมร่วง ผมบาง หรือ ศีรษะล้าน ไม่ได้เกิดเฉพาะในคนที่มีอายุมาก ในคนหนุ่มสาวที่อายุน้อยก็สามารถเกิดได้ ซึ่งไม่ว่าจะเกิดขึ้นในวัยไหน อายุเท่าใด ก็สร้างความกังวลใจให้อย่างยิ่ง หากเป็นในคนที่อายุมากแล้วผมบางลงเรื่อย ๆ จนศีรษะเริ่มล้านจะทำให้บุคลิกดูไม่ภูมิฐาน ดูแก่กว่าอายุจริง หากเกิดตั้งแต่อายุยังน้อย เช่น อายุแค่ยี่สิบต้นๆ ก็เริ่มหัวเถิก ก็จะดูแก่เกินวัยกว่าเพื่อนพ้องในวัยเดียวกัน บั่นทอนความมั่นใจในการแต่งตัวหรือเข้าสังคมได้

ส่วนใหญ่คนที่มีปัญหา ศีรษะล้าน มักทำใจยอมรับได้ยาก และพยายามมองหาวิธีการแก้ไข เพื่อให้ผมกลับมาดกหนาขึ้น ซึ่งการแก้ไขมีหลายวิธี ทั้งวิธีชั่วคราวและวิธีที่ให้ผลถาวร แต่ก่อนจะพูดถึงวิธีการแก้ไขว่ามีอะไรบ้าง เราไปดูกันก่อนว่าสาเหตุที่ทำให้ศีรษะล้านเกิดจากอะไรได้บ้าง

สาเหตุของศีรษะล้าน

  • กรรมพันธุ์ จากสถิติพบว่าร้อยละ 90 ของผู้ที่มีศีรษะล้านนั้น มักเกิดจากกรรมพันธุ์
  • เกิดจากฮอร์โมนเพศชายทำงานมากเกินไป อย่างผู้ชายที่เริ่มย่างเข้าสู่วัยรุ่นก็มีโอกาสศีรษะล้านแล้ว หรือในกลุ่มผู้หญิงที่แปลงเพศเป็นผู้ชาย และต้องมีการรับฮอร์โมนเพศชาย ถ้าหากได้รับมากเกินไปก็มีสิทธิ์ศีรษะล้านได้
  • โรคหรือภาวะต่างๆ เช่น ผู้ป่วยโรค SLE, ไทรอยด์เป็นพิษ, ขาดสารอาหาร, การคลอดบุตร, มีบาดแผล แผลเป็นจากไฟไหม้ น้ำร้อนลวก หรือการติดเชื้อจากเชื้อราที่กินรากผมส่งผลให้ผมตาย ฯลฯ

นอกจากนั้น ในคนที่มี ผมบาง หรือ ศีรษะล้าน การสูบบุหรี่จะเร่งให้ ผมร่วง มากขึ้นและเร็วขึ้น เนื่องจากสารนิโคตินในบุหรี่นั้นส่งผลต่อหลอดเลือดที่หนังศีรษะ ถ้าไม่อยากผมบางไปจนถึงล้านก็ควรลด ละ เลิกการสูบบุหรี่เสียตั้งแต่วันนี้

การรักษาศีรษะล้าน

เมื่อได้ทราบสาเหตุกันแล้ว ทีนี้วิธีการแก้ปัญหาผมร่วง ผมบาง ศีรษะล้าน บางคนอาจเลือกวิธีที่ง่ายอย่างการสวมวิกผม หรือการทอผม เพื่อปกปิดบริเวณที่ล้าน แต่การสวมวิกผมหรือทอผมนั้นมีข้อเสีย คือ ให้ผลไม่ถาวร และอาจทำให้เป็นโรคผมร่วงได้ เพราะการสวมวิกจะต้องนำเส้นผมไปผูกไว้กับห่วงที่วิก ทำให้ผมโดนดึงรั้งเป็นประจำนั่นเอง

ถ้าต้องการแก้ปัญหาแบบให้ผลถาวรควรปรึกษาแพทย์ แต่ก่อนรักษาแพทย์จะต้องซักประวัติผู้ที่เข้ามารับการรักษาทุกราย เพื่อประเมินก่อนว่าปัญหาศีรษะล้านเกิดจากอะไร แม้ว่าส่วนใหญ่ปัญหานี้จะเกิดจากกรรมพันธุ์ แต่บางกรณีอาจจะเกิดจากมีโรคหรือภาวะอื่นได้ ถ้าประเมินแล้วพบว่า  เป็นโรคศีรษะล้านจากกรรมพันธุ์  เช่น ร่วงจากทั้งสองด้านเว้าเข้าไป ก็จะมีวิธีการรักษา 2 แบบ ได้แก่

1. การรักษาโดยใช้ยา ยาที่ให้จะเป็นยาลดระดับฮอร์โมนเพศชาย แต่ยานี้จะมีผลข้างเคียงประมาณ 0.7-1% คือ อาจทำให้เสื่อมสมรรถภาพทางเพศ อารมณ์ทางเพศลดลง และในบางรายอาจเกิดอาการนกเขาไม่ขันได้ ในผู้ที่เริ่มมีแนวโน้มจะมีโอกาสเป็นศีรษะล้าน สามารถรับประทานยาป้องกันไว้ก่อนได้ ยิ่งทานเร็วก็ยิ่งดี แต่ต้องทานยาไปตลอดชีวิต เพราะโรคดังกล่าวไม่หาย ถ้าเริ่มรักษาเร็วแพทย์จะแนะนำให้กินยาเพียงอย่างเดียว

2. การรักษาโดยการผ่าตัด ในที่นี้จะหมายถึง การ ปลูกผม ซึ่งช่วยแก้ปัญหาศีรษะล้านอย่างได้ผล บางคนเข้าใจผิดว่าแพทย์ใช้การผ่าตัดไปแทนที่การรักษาด้วยยา จริงๆ แล้วการรักษาโดยการผ่าตัดนั้นจะทำก็ต่อเมื่อการใช้ยารักษาไม่ได้ผล สำหรับการปลูกผมนั้นทำได้ 2 แบบ คือ การปลูกผมจริง และการปลูกผมเทียม

  • การปลูกผมจริง เป็นการย้ายรากผมจากท้ายทอยของผู้ที่มารับการรักษา มาปลูกบริเวณที่ล้าน การย้ายมี 2 แบบ คือ แบบแรกเป็นการตัดหนังศีรษะออกมาเป็นแผ่นแล้วมาซอยให้ได้ผมเป็นต้นๆ แล้วฝังปลูกลงไปใหม่คล้ายๆ กับการปลูกต้นไม้ อีกแบบคือ การเจาะให้ได้ผมมาทีละช่อ แล้วปลูกเข้าไปใหม่บริเวณที่ล้าน
  • การปลูกผมเทียม คือ การใช้ผมสังเคราะห์ ที่ไม่ก่อให้เกิดอันตรายหรือปฏิกิริยาใดๆ ต่อร่างกาย และยังมีหลายสีให้เลือกตามความเหมาะสม เช่น สีดำ, น้ำตาลอ่อน,น้ำตาลแก่ เป็นต้น นิยมกันมากในประเทศญี่ปุ่น โดยจะนำผมสังเคราะห์มาฝังเข้าไปในหนังศีรษะ แต่ในประเทศไทยไม่นิยมทำวิธีนี้ เพราะว่าการนำผมปลอมฝังเข้าไปในหนังศีรษะ มีข้อเสีย คือ ผมเทียมนั้นจะหักง่าย เนื่องจากเป็นผมที่ไม่มีชีวิตจึงไม่สามารถงอกยาวขึ้นได้ เมื่อผมเกิดการสะบัดอยู่เรื่อยๆ จากการเดินหรือหวีโดยที่ไม่มีการยาวขึ้นก็จะทำให้ผมหักเหนือหนังศีรษะ 1-2 มม. ทำให้ผู้ที่ปลูกผมเทียมต้องกลับมาถอนผมออกและปลูกผมใหม่เสริมเรื่อยๆ  ผมที่ปลูกใหม่นั้นจึงไม่ใช่ผมถาวรอย่างแท้จริง และข้อเสียอีกประการคือ ประเทศไทยเป็นเมืองร้อน การที่มีสิ่งแปลกปลอมเข้าไปที่หนังศีรษะทำให้มีโอกาสติดเชื้อสูง

นอกจากนั้น การรักษาศีรษะล้าน ยังมีการรักษาด้วยวิธีอื่นๆ เช่น การฉายแสงเลเซอร์ที่ความถี่ต่ำเข้าไปที่หนังศีรษะ  เพื่อกระตุ้นเส้นผมให้งอกขึ้น เหมาะสำหรับคนที่ศีรษะบริเวณที่จะทำต้องไม่ล้าน  แต่ผลที่ได้ไม่ดีมากนัก นอกจากนี้ ยังมีเทคโนโลยีใหม่ robotic  เป็นการปลูกผมโดยการใช้หุ่นยนต์ ข้อดีคือจะมีความรวดเร็ว และความเสียหายจะเกิดขึ้นต่ำ แต่ข้อเสียหุ่นยนต์จะเจาะได้เฉพาะบริเวณตรงกลาง ส่วนข้างหูไม่สามารถเจาะได้ เนื่องจากแขนกลไม่สามารถพลิกได้ ดังนั้น บริเวณต่ำๆ หรือด้านล่างหุ่นยนต์จะเข้าไม่ถึง ดังนั้นการใช้หุ่นยนต์จึงเหมาะสำหรับผู้ที่จะปลูกผมบริเวณน้อย

เทคนิคการปลูกผมจริง

การปลูกผมจริงเป็นการรักษาที่ทำให้ผมกลับมาดกดำเป็นธรรมชาติอย่างถาวร คนที่สามารถรักษาด้วยการปลูกผมจริง โดยทั่วไปควรมีอายุประมาณ 20-25 ปีขึ้นไป แต่ในรายที่มีอายุยังไม่ถึง 25 ปี แพทย์จะทำการพิจารณาเป็นรายๆ ไปพร้อมสอบถามว่าเคยรับประทานยามาก่อนหรือไม่ แต่หากอายุต่ำกว่า  20 ปี จะไม่ดำเนินการรักษาให้เพราะกะโหลกยังโตไม่เต็มที่ ซึ่งหากแพทย์ทำการปลูกผมไปแล้ว เมื่อกะโหลกขยายขนาดขึ้นจะกลายเป็นผมบางลง ส่วนคนที่มีขนอ่อนๆ ขึ้นบริเวณที่ผมร่วง ซึ่งเรียกกันว่า เบบี้ แฮร์ ซึ่งมักเข้าใจว่านั่นคือ ผมที่กำลังจะงอกใหม่ แต่ความจริงแล้วคือผมที่กำลังจะตาย ก็เป็นอีกกลุ่มที่เหมาะรักษาด้วยการผ่าตัดปลูกผม

การเตรียมตัวก่อนการปลูกผมจริง

  • แพทย์จะตรวจเช็คโรคประจำตัว เช่น โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง หรือโรคหัวใจ ถ้ามีต้องควบคุมโรคให้เรียบร้อยก่อน แม้ว่าการผ่าตัดจะไม่อันตราย และแพทย์จะฉีดเพียงยาชาไม่ใช่การดมยาสลบก็ตาม ทั้งนี้เพื่อผลดีกับตัวผู้มารับการรักษาเอง เช่น หากเป็นโรคเบาหวานแล้วควบคุมน้ำตาลให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ แผลผ่าตัดก็จะหายได้เร็ว เป็นต้น
  • แพทย์จะตรวจเช็คว่าไม่มีสิว ฝี หนอง ไม่มีบาดแผลอยู่ใกล้ๆบริเวณที่จะปลูก ไม่เช่นนั้นจะเกิดการอักเสบติดเชื้อในบริเวณที่จะทำได้
  • ควรสวมเสื้อเชิร์ตมาทำการผ่าตัด เมื่อผ่าตัดเสร็จเรียบร้อยและมีการเปลี่ยนเสื้อผ้าจะได้ไม่โดนบริเวณแผล
  • ควรไว้ผมยาวสักเล็กน้อย เนื่องจากผมจะได้ช่วยบังแผลเป็นให้มองเห็นได้ไม่ชัด แต่โดยปกติแผลเป็นนั้นจะเป็นแผลเล็กๆ ซึ่งมองไม่ค่อยเห็นอยู่แล้ว
  • ก่อนผ่าตัดแพทย์จะให้แชมพูสระผมเพื่อฆ่าเชื้อโรค 1-2 วัน เพื่อฆ่าแบคทีเรียรอบๆ ทำความสะอาดหนังศีรษะให้สะอาด
  • งดอาหารหรือทานอาหารอ่อนๆ 4-6 ชั่วโมงก่อนการผ่าตัด เพราะบางครั้งแพทย์อาจจะให้ยาคลายเครียด หรือยานอนหลับ อาจมีการเจาะเลือดบ้าง ซึ่งในส่วนนี้จะแล้วแต่แพทย์ผู้ผ่าตัดจะพิจารณาตามสมควร

ขั้นตอนการปลูกผมจริง

  • แพทย์จะนำปัตตาเลี่ยนมาไถบริเวณที่จะตัดหนังศีรษะเพื่อนำผมตรงส่วนนั้นไปปลูก และจะนับว่าผมตรงนั้นมีกี่กอหรือกี่ช่อต่อตารางเซนติเมตร เช่น ต้องการปลูกผม 1,000 กอ และนับผมบริเวณที่จะตัดได้ 100 กอต่อหนึ่งตารางเซนติเมตร แพทย์ก็จะทำการตัดมาประมาณ 10 ตารางเซนติเมตร
  • พาผู้มารับการรักษาไปสระผมด้วยแชมพูฆ่าเชื้อโรค
  • แพทย์จะฉีดยาชาและให้ยานอนหลับอย่างอ่อน เพื่อไม่ให้รู้สึกเจ็บปวดระหว่างการรักษา  จากนั้นจะตัดหนังบริเวณท้ายทอยตามจำนวนที่ได้คำนวณไว้ และทำการเย็บแผลให้เรียบร้อย เมื่อแผลหายสนิทแล้วแทบจะมองไม่เห็นรอยแผลเป็นเลย  และยังมีเส้นผมช่วยบดบังอีกทางหนึ่งด้วย
  • นำหนังศีรษะที่ตัดออกมาไปเข้ากล้องจุลทรรศน์ และทำการหั่นออกเป็นกอที่เรียกว่า กราฟท์ (Graft) ในหนึ่งกอจะมีเส้นผมประมาณ 1-3 เส้น เมื่อหั่นเรียบร้อยแล้วก็จะนำไปปลูกบริเวณที่ต้องการ โดยใช้เข็มขนาดเล็กพิเศษเปิดให้มีจุดช่องว่างแล้วใส่กราฟท์ที่เตรียมไว้ลงไปในแต่ละจุดจนเต็มบริเวณหนังศีรษะที่จะปลูก และยังมีอีกวิธี คือ การเจาะเป็นช่อ แพทย์จะใช้เครื่องมือเข้าไปเจาะทีละกอ เหมาะสำหรับคนที่ต้องการปลูกผมไม่เยอะมาก

โดยทั่วไป ในการผ่าตัดทั้งหมดจะใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงเศษๆ หรือหากปลูกผมจำนวนมาก ก็อาจใช้ระยะเวลาราวๆ 4-5 ชั่วโมง โดยแพทย์จะเริ่มนับเวลาการผ่าตัดตั้งแต่ลงมีด เบ็ดเสร็จแล้วก็จะใช้เวลาประมาณ 6-8 ชั่วโมง ก็สามารถกลับบ้านได้เลย ส่วนจะต้องทำกี่ครั้งนั้น  ก็ขึ้นอยู่กับความมากน้อยของบริเวณที่ปลูก  ซึ่งโดยเฉลี่ยแล้วประมาณ 2-4 ครั้ง

การดูแลหลังปลูกผมจริง

  • หลังจากปลูกผมวันแรกต้องนอนหนุนหมอนให้ศีรษะอยู่สูงเล็กน้อยเพื่อให้เลือดหรือน้ำเหลืองซึมน้อยลง
  • หลังการปลูกผม 1 วัน อย่าเพิ่งสระผม ควรปล่อยให้เลือดแห้งไปเอง โดยไม่ต้องทำแผล และห้ามแกะเกาเด็ดขาด แพทย์จะนัดเข้ามาสระผม และล้างคราบเลือดออก ซึ่งจะไม่มีอาการเจ็บหรือแสบใดๆ ขณะสระผม และสามารถสระผมด้วยตัวเองได้ในวันที่ 3 หลังทำการปลูกผม
  • ภายใน 1-2 สัปดาห์แรก ควรสระผมทุกวัน เพื่อเป็นการค่อยๆ ล้างสะเก็ดเลือดออกให้หมด
  • ช่วง 4 วันแรกอาจสวมผ้ายางยืดรัดหน้าผาก เพื่อลดอาการบวม เพราะคนที่ปลูกผมจะมีอาการบวมบริเวณหน้าผากและตา
  • หลังผ่าตัด 1-2 วัน ก็สามารถไปทำงานได้ตามปกติ เพียงแต่อาจจะมีอาการบวมบริเวณใบหน้าบ้าง ซึ่งจะหายเป็นปกติภายใน 1 สัปดาห์
  • หากกราฟท์ที่ปลูกหลุดออกจากหนังศีรษะ ประมาณ 3 นาทีกราฟท์ก็จะตายไม่สามารถนำมาใช้ใหม่ได้ จึงควรหลีกเลี่ยงสิ่งที่จะมาทำร้าย เช่น ความร้อน สารเคมี การกระแทกบริเวณหนังศีรษะแรงๆ แรงดึงแรงกระชากจากการไว้ผมทรงต่างๆ ที่ดึงรั้งจนเกินไป หรือการออกกำลังกายหนักๆ เพราะอาจทำให้กราฟท์ที่ปลูกไว้หลุดได้ ควรรอให้กราฟท์ที่ปลูกค่อนข้างติดแน่นอยู่กับที่ก่อน ซึ่งใช้เวลาประมาณ 2 สัปดาห์ จึงจะสามารถออกกำลังกายได้ตามปกติ

ภายหลังการปลูกเส้นผมจริง  บางคนอาจมีอาการชาบริเวณหนังศีรษะที่ได้รับการปลูกเส้นผมบ้าง  ซึ่งเป็นอาการปกติที่อาจเกิดขึ้นได้  แต่จะเป็นอยู่เพียงชั่วคราวแล้วหายไปเอง ส่วนเส้นผมที่ติดมาเล็กน้อยกับรากผมที่นำมาปลูก  จะค่อยๆ หลุดร่วงไป  ไม่ต้องตกใจเพราะถือเป็นเรื่องปกติ และจะเกิดเส้นผมกลุ่มใหม่ขึ้นมาแทนที่  ซึ่งจะใช้ระยะเวลาประมาณ 3 เดือน

หลังการผ่าตัดปลูกผมจำเป็นต้องรับประทานยาร่วมด้วยหรือไม่ เพื่อไม่ให้สับสนจะขออธิบายดังนี้ แพทย์จะรักษาแบบไหนขึ้นอยู่กับระยะที่เป็น ถ้าเป็นระยะต้นๆ ที่ผมบางไม่มาก แพทย์จะให้รับประทานยาอย่างเดียว ยังไม่ต้องปลูกผม แต่ถ้าผมบางมากก็อาจจะปลูกในบริเวณที่บางมาก และให้ทานยาร่วมด้วยเพื่อไม่ให้ผมที่มีอยู่ร่วงกว่าเดิม เพราะถ้าปลูกอย่างเดียวไม่ทานยาก็จะเหลือแต่ผมที่ปลูก ส่วนในกรณีที่หัวล้านถึงขั้นสุดท้ายหรือไม่มีแล้ว ก็ไม่ต้องทานยาแต่ให้ปลูกผมอย่างเดียว แต่กรณีหลังนี้ก็มีข้อจำกัดในการปลูกคือ จะปลูกได้ไม่เต็ม เพราะผมที่มีอยู่มีจำนวนน้อยกว่าบริเวณที่ล้าน

นอกเหนือจากการปลูกผมบนหนังศีรษะแล้ว เทคนิคการปลูกผมยังใช้ปลูกในบริเวณอื่นได้อีก ใครที่มีปัญหาคิ้ว ไรผม หนวด เครา จอน แหว่ง ๆ หายๆ หรือมีแค่เพียงหรอมแหรม ไม่ว่าจะเป็นไปโดยธรรมชาติ หรือเกิดขึ้นจากสาเหตุอื่นภายหลัง เช่น ที่พบได้ส่วนใหญ่ คือ ประสบอุบัติเหตุจนต้องสูญเสียเซลล์รากขนในบริเวณดังกล่าวไป หรือคนที่ไปดึงหน้ามาทำให้ไรผมหรือจอนหายไป ก็สามารถใช้เทคนิคปลูกผมโดยการย้ายเซลล์รากผมมาปลูกลงในบริเวณดังกล่าวได้ โดยแพทย์จะจัดทิศทางของเส้นผมให้ได้ความสวยงามและใกล้เคียงธรรมชาติมากที่สุด  ปัจจุบันที่เริ่มเป็นที่นิยมมากขึ้นเรื่อยๆ ก็เห็นจะเป็นการปลูกไรผมหรือจอนในคนที่ไปทำ ศัลยกรรมดึงหน้า  มา ส่วนการปลูกคิ้วส่วนใหญ่แพทย์จะแนะนำให้ปลูกซ่อมแซมในรายที่เกิดอุบัติเหตุ แต่ในกรณีของคิ้วยังมีอีกหนึ่งทางเลือกอย่างการ สักรักษา  จะสักแบบธรรมดา หรือ สักคิ้ว 3 มิติ ก็ทำได้ทั้งนั้น

สำหรับผู้ที่ไม่ได้มีปัญหาศีรษะล้านแต่มีแผลเป็นที่หนังศีรษะ สามารถปลูกผมได้ไหม ตอบเลยว่า ได้ แต่ต้องทำความเข้าใจก่อนว่าบริเวณที่เป็นแผลเป็นนั้นมีเลือดไปเลี้ยงน้อยเนื่องจากผิวหนังถูกทำลาย การจะปลูกได้แน่นหรือไม่แน่นนั้น ขึ้นอยู่กับแผลเป็นที่เป็นในบริเวณนั้นๆ เช่น ถ้าผิวหนังถูกทำลายไม่มาก และหลอดเลือดยังดีก็จะสามารถปลูกได้ชิด แต่ถ้าหลอดเลือดถูกทำลายมาก อาจจะต้องปลูกห่างๆกัน  ซึ่งความหนาแน่นอาจจะไม่ใช่แค่ 40-50 กราฟท์ แต่อาจจะต้องน้อยกว่านั้น เพื่อให้เลือดไปเลี้ยงเพียงพอ ดังนั้น แผลเป็นก็เป็นสิ่งหนึ่งที่สามารถแก้ได้ด้วยวิธีการปลูกผม  โดยไม่มีข้อจำกัดในเรื่องของแผลเป็นว่าจะเป็นมากน้อยแค่ไหน

นับว่าเป็นโชคดีของคนที่มีปัญหาศีรษะล้านที่สมัยนี้มีเทคโนโลยีอันทันสมัยมาช่วยแก้ปัญหาได้ แต่ถึงแม้จะมีเทคโนโลยีใหม่ๆ ในการรักษาปัญหาศีรษะล้านแล้ว ก็อย่านิ่งนอนใจ ถ้าท่านมีอาการผมร่วง ควรรีบไปพบแพทย์เสียแต่เนิ่นๆ จะดีกว่า เพราะการรักษาแต่เริ่มแรกจะได้ผลดีและรับประกันได้ว่าโอกาสที่หัวจะล้านทำให้หมดความมั่นใจยังอยู่อีกห่างไกล

Show Buttons
Hide Buttons