นิ้วล็อค (Trigger Finger) …ความพิการของนิ้วที่เกิดจากการทำงานหนัก

ในวันหนึ่งๆ คุณอาจจะเคยเห็นเพื่อนที่ทำงานนั่งพิมพ์เอกสาร ทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์ นิ้วมืออยู่ที่คีย์บอร์ดตลอดเวลา หรือแม้แต่แม่บ้านที่ทำงานหนักมากทั้งกวาดทั้งถูบ้าน ไหนจะซักผ้า แล้วยังต้องตัดต้นไม้อีก จนคุณอาจจะอดพูดเล่นกับเขาไม่ได้ว่า “ทำงานหนักแบบนี้ระวังนิ้วล็อคนะ” เชื่อหรือไม่ว่าสิ่งที่คุณกำลังพูดเล่นอยู่นั้นเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้จริงๆ และน่ากลัวไม่ใช่เล่นเลยล่ะสำหรับอาการมือหงิก ที่เรียกว่า โรคนิ้วล็อค หรือ Trigger Finger

นิ้วและมือเป็นส่วนประกอบหนึ่งที่สำคัญของร่างกาย หากวันหนึ่งมือคุณใช้การไม่ได้ นิ้วคุณไม่สามารถหยิบจับสิ่งของได้เหมือนเดิมเพราะอาการนิ้วล็อคแล้วคุณจะทำอย่างไร ได้เวลาทบทวนพฤติกรรมการใช้งานนิ้วและมือของคุณใหม่แล้วล่ะว่าคุณใช้งานเค้าหนักเกินไปหรือไม่ ก่อนที่โรคความพิการทางนิ้วมือจะมาเยือนแบบไม่ทันตั้งตัว

โรคนิ้วล็อค (Trigger finger) เป็นอีกหนึ่งเรื่องใกล้ตัวที่คุณอาจคิดว่าไม่มีวันเกิดขึ้นได้จริง หรือหากเกิดได้จริงก็คงไม่เกิดกับคุณแน่ๆ อยากให้ปรับความคิดซะใหม่ได้เลย เพราะโรคนิ้วล็อคที่เรากำลังจะพูดถึงนี้ เป็นโรคที่เกิดขึ้นได้ทุกเพศทุกวัย พบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย โดยเฉพาะผู้หญิงในวัยกลางคนขึ้นไป ส่วนใหญ่แล้วจะพบในกลุ่มคนที่ทำงานหนัก ใช้มือเป็นอย่างหนัก เช่น แม่ครัวทำอาหาร แม่บ้านซักรีดเสื้อผ้า พนักงานพิมพ์ดีด เกษตรกรที่ต้องฟันไม้ขุดดินเป็นประจำ เป็นต้นสำหรับโรคนิ้วล็อคนี้สาเหตุหลักๆ จะมาจากการใช้งานมืออย่างรุนแรงและหนักมาก ไม่ว่าจะ บีบ กำ หิ้วของหนัก หรือขยี้ ทั้งหมดนี้ล้วนแล้วแต่ทำให้เกิดการเสียดสีขึ้นและเส้นเอ็นบวมได้ ซึ่งโดยปกติแล้วการทำงานของนิ้วมือเราจะสามารถเหยียดออกไปให้ตรงและกำมือกลับเข้ามาได้โดยปกติ การทำงานของเอ็นที่ใช้สำหรับงอนิ้วจะเคลื่อนที่ลอดผ่านช่องโพรงเอ็นนิ้วมือไปมา แต่เมื่อคุณทำงานหนักมากๆ ใช้นิ้วมือเป็นอย่างหนัก จะทำให้เอ็นสำหรับงอนิ้วมือช่วงบริเวณฝ่ามือเกิดการบาดเจ็บและมีการอักเสบเรื้อรัง สังเกตได้จากเส้นเอ็นบริเวณนั้นจะบวมจนกลายเป็นปมขึ้นมา และเมื่อคุณจะกลับมาใช้งานนิ้วมืออีกครั้งจะทำให้เส้นเอ็นเคลื่อนที่ลอดผ่านโพรงเอ็นนิ้วมือไม่สะดวกไปจนกระทั่งติดค้างเหมือนมือหงิก และนิ้วล็อคในที่สุด

 อาการที่มักเห็นได้ชัดว่าคุณกำลังนิ้วล็อคอยู่ ให้สังเกตง่ายๆ ว่าตอนนั้นคุณรู้สึกเจ็บที่ฐานนิ้วมือหรือไม่ มีอาการปวดนิ้วคล้ายนิ้วถูกบิด ปวดชาอยู่ตลอดเวลาโดยเฉพาะในตอนกลางคืนหรือในขณะเพิ่งตื่นนอน เมื่อกำมือและงอนิ้วมือเข้ามาจะไม่สามารถเหยียดกลับคืนไปได้อีก รู้สึกนิ้วแข็งเหมือนถูกล็อคไว้ ต้องใช้มืออีกข้างมาง้างออกแล้วจะรู้สึกเหมือนได้ยินเสียงดัง “กรึก” ที่นิ้วนั้นแล้วจึงสามารถเหยียดนิ้วได้เหมือนเดิม โดยปกติแล้วจะเป็นที่นิ้วชี้ นิ้วกลาง และนิ้วหัวแม่มือนั่นเอง

สำหรับการรักษาโรคนิ้วล็อคนี้ส่วนใหญ่แล้วแพทย์จะแนะนำให้คนไข้ใช้มือให้น้อยลง ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้มือเสียใหม่ หลีกเลี่ยงการนวดหรือดัดนิ้วแรงๆ และอาจมีการรับประทานยาแก้อักเสบร่วมด้วย ไปจนถึงการรักษาด้วยการใช้ยาจำพวกสเตียรอยด์ฉีดเข้าตรงเอ็นบริเวณนั้น ซึ่งหากอาการยังไม่ดีขึ้นแพทย์อาจจะพิจารณารักษาด้วยวิธีการผ่าตัดนิ้วล็อค โดยกรีดโพรงเอ็นที่หุ้มอยู่ให้เปิดออก แต่อย่างไรก็ตามการรักษาด้วยการผ่าตัดนิ้วล็อคนี้อาจก่อให้เกิดพังผืดขึ้นในภายหลังและมีโอกาสกลับมาเป็นโรคนิ้วล็อคได้อีกครั้ง และนอกเหนือจากการรักษาแบบแพทย์แผนปัจจุบันแล้วยังสามารถรักษาโดยแพทย์ทางเลือกด้วยวิธีการฝังเข็มได้อีกด้วย

การฝังเข็มรักษาโรคนิ้วล็อค เป็นการรักษาที่ใช้เข็มเล็กๆ ปักลงบนผิวหนังเพื่อกระตุ้นจุดตรงบริเวณมือและแขนร่วมกับการกระตุ้นด้วยไฟฟ้านาน 30 นาที การฝังเข็มรักษาโรคนิ้วล็อคนี้จะช่วยให้มีการไหลเวียนของเลือดและสารน้ำบริเวณนั้นดีขึ้น ลดอาการบวมและอักเสบของเส้นเอ็นลง ทำให้เส้นเอ็นสามารถเคลื่อนที่ลอดผ่านโพรงเอ็นนิ้วมือได้สะดวกอีกครั้ง โดยคนไข้จะต้องมากระตุ้นสัปดาห์ละ 2 ครั้ง ติดต่อกัน 3-4 ครั้งก็จะเริ่มเห็นผลดีขึ้น ซึ่งการฝังเข็มรักษานิ้วล็อคนี้ แม้ว่าจะใช้เวลานานในการรักษา แต่ผลลัพธ์ที่ได้นั้นมีมากถึง 70-80% ทีเดียว และที่สำคัญวิธีนี้ยังเหมาะกับคนที่แพ้ยาง่าย คนที่ผ่าตัดไม่ได้ หรือคนไข้ที่รักษาด้วยยานานๆ แล้วไม่ได้ผลเท่าที่ควร หรือแม้แต่บางรายที่มีแค่อาการเจ็บนิ้วมือเฉยๆ ยังไม่ได้เป็นโรคนิ้วล็อคก็สามารถรักษาด้วยวิธีนี้ได้เช่นกัน ส่วนเรื่องของการดูแลตัวเองหลังการรักษาคนไข้สามารถใช้งานมือข้างนั้นได้ปกติ แต่ไม่ควรใช้งานหนักเหมือนเมื่อก่อน วิธีการฝังเข็มรักษานิ้วล็อคนี้จะต่างจากการผ่าตัดตรงที่การผ่าตัดนิ้วล็อคอาจจะต้องใส่เฝือกดามนิ้วและหยุดการใช้งานมือข้างนั้นไป

นอกจากการรักษาที่จะช่วยให้นิ้วและมือของเรากลับมาใช้งานได้เหมือนเดิมแล้ว การป้องกันก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่จำเป็น เพราะโรคนี้มิได้เกิดจากอาการเจ็บป่วยภายในร่างกายเพียงอย่างเดียวแต่ต้นเหตุสำคัญยังเกิดจากการใช้งานนิ้วและมือที่หนักมากจนเกินไปอีกด้วย ดังนั้นหากเป็นไปได้คุณควรระมัดระวังการใช้นิ้วและมือให้ถูกสุขลักษณะ หากจำเป็นต้องยกของหนักควรหาคนมาช่วย หรือบางคนที่ต้องหิ้วถุงที่มีน้ำหนักมากอาจจะหาผ้าขนหนูหรือกระดาษมาห่อที่หูหิ้วไว้หรือเปลี่ยนมาใช้รถเข็นแทนจะช่วยลดการออกแรงของมือได้ หรือหากต้องทำงานบ้านหลายอย่างควรแบ่งเวลาพักบ้าง ถ้าเป็นไปได้ควรหันมาใช้เครื่องซักผ้าแทนการซักมือ หรือแม้แต่นักกีฬาที่ต้องใช้นิ้วและมืออย่างหนักก็ควรหาถุงมือมาสวมทุกครั้งก่อนเล่นกีฬาก็ช่วยได้เช่นกัน

การเป็นโรคนิ้วล็อคอาจดูเป็นเรื่องเล่นๆ ที่เดี๋ยวเป็นก็รักษาหายได้ไม่ยากก็จริง แต่หากวันนี้คุณยังใช้งานร่างกายอย่างหนัก ใช้งานนิ้วและมือแบบไม่ปราณี ต่อให้ตอนนี้คุณหายได้ปกติแต่ในอนาคตก็อาจจะกลับมามือหงิก นิ้วล็อคอีกได้ ดังนั้นการป้องกันไม่ให้เกิดโรคขึ้นจึงเป็นวิธีที่ดีสุดแล้วล่ะ

Show Buttons
Hide Buttons