นิ่วในถุงน้ำดี

รักษานิ่วในถุงน้ำดีด้วยการผ่าตัด ไม่น่ากลัวอย่างที่คิด

แน่นอนว่าในร่างกายของคนเราอวัยวะทุกส่วนย่อมมีหน้าที่การทำงานที่สำคัญเพื่อให้ทุกระบบในร่างกายทำงานได้อย่างสมบูรณ์ แม้แต่จุดเล็กๆ ที่เราเรียกว่า ‘ถุงน้ำดี’ ก็มีหน้าที่สำคัญที่หลายคนคาดไม่ถึงเช่นกัน และหากวันใดวันหนึ่งที่ถุงน้ำดีเล็กๆ ของคุณเกิดมีปัญหาใหญ่ๆ มากวนใจอย่าง ‘โรคนิ่วในถุงน้ำดี’ คุณจะแก้ปัญหาเหล่านี้อย่างไร จะผ่าตัดก็กลัว จะปล่อยไว้ก็อันตราย แล้วจะทำอย่างไรดีล่ะ ไปหาคำตอบกัน

โรคนิ่วในถุงน้ำดีจัดว่าเป็นโรคที่เรามักพบบ่อย ประมาณ 5-10% ของประชากร ส่วนมากแล้วจะพบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย และจะพบในผู้สูงอายุมากกว่าคนวัยทำงาน อยู่ในช่วงอายุ 60 ปีขึ้นไป ซึ่งนอกจากนี้ก็ยังมีปัจจัยอื่นๆ ที่เป็นสาเหตุทำให้เกิดโรคนี้ได้อีกเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็น คนที่มีน้ำหนักมากจะทำให้มีคอเลสเตอรอลสูงและอาจส่งผลให้เกิดการตกผลึกของคอเลสเตอรอลในถุงน้ำดี, การได้รับฮอร์โมนเอสโตรเจนจากการรับประทานหรือตั้งครรภ์ทำให้ระดับคอเลสเตอรอลในถุงน้ำดีสูงขึ้น, ในคนไข้บางรายที่ได้รับยาลดไขมันบางชนิด ทำให้ร่างกายมีคอเลสเตอรอลในถุงน้ำดีสูงขึ้น หรือแม้กระทั่งในผู้ป่วยเบาหวานเองก็เกิดขึ้นได้เช่นกัน คราวนี้มาดูกันสิว่าการทำงานของถุงน้ำดีทำงานอย่างไรและทำไมถึงได้เป็นโรคนิ่วในถุงน้ำดี

‘ถุงน้ำดี’ ที่เรากำลังพูดถึงอยู่นี้ก็คือแหล่งสะสมน้ำดีที่จะวางอยู่ทางพื้นผิวด้านหน้าของตับ ยาวประมาณ 7-10 เซนติเมตร มีทางเชื่อมต่อกับตับและลำไส้เล็กตอนต้น มีลักษณะเป็นสีเขียวคล้ำ ซึ่งหน้าที่หลักๆ ของมันก็คือการสะสมน้ำดีเก็บไว้ให้ได้ 1.5 ออนซ์ โดยการหลั่งของน้ำดีนี้จะถูกกระตุ้นก็ต่อเมื่อมีไขมันเป็นส่วนประกอบถูกลำเลียงเข้ามาในลำไส้เล็ก ทำให้มีการหลั่งของฮอร์โมนคอลิซิสโทไคนิน (cholecystokinin) จึงมีการหลั่งน้ำดีออกมา นอกจากนี้ถุงน้ำดียังมีหน้าที่ในการทำให้น้ำดีที่ผลิตจากตับมีความเข้มข้นมากขึ้น ซึ่งอาศัยการดูดซึมน้ำโดยเซลล์เยื่อบุผิวของถุงน้ำดี ดังนั้นเมื่อไหร่ก็ตามที่มีการทำงานไม่ปกติเกิดขึ้น เกิดการตกผลึกของคอเลสเตอรอล เลซิติน และกรดน้ำดี ก็จะเป็นที่มาของการเกิด ‘โรคนิ่วในถุงน้ำดี’ นั่นเอง

อ่านดูแล้วอาจจะเป็นเรื่องที่เข้าใจได้ยากว่าระบบการทำงานของถุงน้ำดีเป็นอย่างไร แต่สิ่งหนึ่งที่คุณสามารถทำความเข้าใจได้ง่ายๆ ด้วยตัวเองนั่นก็คืออาการที่เกิดขึ้นกับร่างกายซึ่งเป็นสัญญาณบ่งบอกที่สำคัญว่าคุณกำลังเป็นโรคนี้อยู่ นั่นก็คือ อาการในเบื้องต้นที่อาจจะเป็นเรื้อรังมานาน ทั้งท้องอืด รับประทานอาหารแล้วรู้สึกแน่นท้อง อาหารไม่ย่อย ปวดมวนท้อง เรอเปรี้ยว มีลมในช่องท้อง หรือแม้แต่บางรายอาจมีอาการแบบเฉียบพลันเกิดขึ้นได้ อย่าง อาการปวดท้องบริเวณใต้ชายโครงขวาหรือลิ้นปี่กินเวลานานหลายชั่วโมง ในบางรายอาจปวดสะบักขวาและไหล่ขวา และหากเป็นหนักก็จะมีอาการคลื่นไส้ร่วมด้วย ส่วนใครที่มีอาการไข้สูง มีเหงื่อออกมาก ตัวเหลืองตาเหลืองหรือดีซ่าน อาการเหล่านี้แนะนำให้รีบเข้าพบแพทย์ทันทีเพื่อรักษาต่อไป

ในเบื้องต้นหากคุณไปพบแพทย์เมื่อมีอาการต้องสงสัยเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็น อาการปวดท้องหรืออาการปวดสะบักขวา ดังที่ได้กล่าวมา แพทย์จะทำการวินิจฉัยว่าคุณเป็นโรคนิ่วในถุงน้ำดีจริงหรือไม่ ด้วยวิธีการทำอัลตร้าซาวด์เพื่อตรวจหาซึ่งเป็นวิธีที่ดีที่สุด และหลังจากพบแล้วว่าคุณเป็นนิ่วในถุงน้ำดีจริงๆ แพทย์ก็จะพิจารณาการรักษา สำหรับวิธีการรักษาในปัจจุบันนั้นยังไม่มียาตัวใดที่สามารถรักษาให้หายได้ทันที ดังนั้นวิธีที่ดีที่สุดในการรักษาตอนนี้ก็คือ การผ่าตัดเอาถุงน้ำดีออก เพื่อไม่ให้เกิดนิ่วได้อีกต่อไป อีกทั้งยังป้องกันภาวะแทรกซ้อนต่างๆ ที่จะตามมาอีกด้วย

สำหรับการผ่าตัดในปัจจุบันมีอยู่ 2 แบบด้วยกันนั่นก็คือ การผ่าตัดแบบดั้งเดิม โดยวิธีการผ่าตัดเปิดหน้าท้อง ซึ่งวิธีนี้จะค่อนข้างใช้เวลาในการพักฟื้นนาน และนิยมใช้การผ่าตัดแบบนี้กับคนไข้ที่มีการอักเสบมากหรือถุงน้ำดีแตกเท่านั้น และแบบที่สองคือ การผ่าตัดแบบส่องกล้อง (Laparoscopic Cholecystectomy) เป็นวิธีที่นิยมกันมากในปัจจุบัน เพราะใช้เวลาในการพักฟื้นน้อยกว่าเพียงแค่ 1-2 วันในการพักฟื้นที่โรงพยาบาล ไม่มีแผลยาวเหมือนการผ่าตัดแบบดั้งเดิม เป็นแค่การเจาะรูเล็กๆ 4 รู โดย 3 รู จะอยู่บริเวณหน้าท้อง อีก 1 รู จะเป็นรูที่สะดือ และเมื่อแพทย์เจาะรูเรียบร้อยแล้วก็จะใส่กล้องที่มีลักษณะเป็นก้านยาวๆ และเครื่องมือต่างๆ ที่ใช้ในการผ่าตัดผ่านทางรูนั้นๆ ทำให้สามารถมองเห็นถุงน้ำดีได้อย่างชัดเจน และทำการเลาะแยกถุงน้ำดีออกจากตับ พร้อมทั้งใช้คลิปหนีบห้ามเลือดแทนการเย็บไหม หลังจากนั้นจึงนำถุงน้ำดีออกมาจากร่างกาย แล้วเย็บปิดแผลผ่าตัดก็เป็นอันเสร็จสิ้นการผ่าตัด สำหรับการผ่าตัดแบบส่องกล้องนั้นอาจมีค่าใช้จ่ายที่มากกว่าการผ่าตัดแบบเดิม

หลังจากผ่าตัดคนไข้ต้องใช้เวลาในการพักฟื้นเพื่อรักษาตัวประมาณ 1 สัปดาห์ สำหรับการผ่าตัดแบบส่องกล้อง แต่หากเป็นการผ่าตัดแบบดั้งเดิมอาจต้องใช้เวลานานกว่าประมาณ 1 เดือน จึงจะสามารถกลับมาทำงานได้ตามปกติ ที่เหลือก็เพียงแต่รับประทานยาอื่นๆ เพื่อรักษาแผลตามที่แพทย์สั่ง ส่วนผลข้างเคียงนั้นต้องบอกว่าการผ่าตัดแบบส่องกล้องแทบจะไม่มีโอกาสในการติดเชื้อหลังผ่าตัดเลย เพราะแผลจะมีขนาดเล็ก ทำให้ดูแลง่ายกว่าแผลจากการผ่าตัดแบบดั้งเดิมที่มีรอยกว้าง และที่สำคัญเมื่อแผลหายแล้วก็จะเหลือเพียงแผลเป็นเล็กๆ ไม่กี่เซนติเมตรเท่านั้น

การรักษาโรคไม่ว่าจะเป็นการกินยาหรือการผ่าตัดก็ตาม สิ่งหนึ่งที่เราควรคำนึงไว้เสมอก็คือ เมื่อไหร่ก็ตามที่มีอาการแปลกๆ เกิดขึ้นกับร่างกาย ไม่ว่าจะปวดท้องมาก ปวดด้านซ้าย ปวดท้องด้านขวา ปวดมวนท้อง ปวดสะบักขวา ปวดไหล่ขวา หากรับประทานยาเองเป็นระยะเวลานานๆ แล้วไม่หาย ก็ควรรีบปรึกษาแพทย์ทันที เพราะอย่าลืมว่าโรคบางโรคอาจไม่สามารถรักษาให้หายได้ด้วยยา และจำเป็นต้องพึ่งวิธีการรักษาด้วยการผ่าตัดเท่านั้น ดังเช่น ‘โรคนิ่วในถุงน้ำดี’ นั่นเอง

ค่ารักษา

เพิ่มเติม
การรักษา ราคา(บาท)
ผ่าตัดไส้ติ่งอักเสบ พัก 3 คืน 41,000 บาท
ผ่าตัดไส้ติ่งอักเสบเฉียบพลัน ในเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี พัก 3 คืน 48,000 บาท
ผ่าตัดก้อนที่เต้านมโดยการฉีดยาชาเฉพาะที่ 12,000 บาท
ผ่าตัดก้อนที่เต้านม ดมยา พัก 1 คืน 33,000 บาท
ผ่าตัดเต้านมออกหนึ่งข้าง พัก 7 คืน 67,000 บาท
ผ่าตัดเต้านมร่วมกับต่อมน้ำเหลืองรักแร้ พัก 7 คืน 92,000 บาท
ผ่าตัดก้อนที่รักแร้ พัก 1 คืน 35,000 บาท
ตัดถุงน้ำดีผ่าท่อน้ำดี 91,000 บาท
ผ่าตัดนิ่วถุงน้ำดี ชนิดเปิดช่องท้อง พัก 3 คืน 58,000 บาท
ผ่าตัดนิ่วถุงน้ำดี ชนิดผ่านกล้อง พัก 3 คืน 95,000 บาท
ผ่าตัดริดสีดวงทวาร พัก 2 คืน 35,000 บาท
ผ่าตัดริดสีดวงทวาร โดยใช้เครื่องมือเย็บอัตโนมัติ พัก 1 คืน 51,000 บาท
ผ่าตัดไส้เลื่อนโดยระงับความรู้สึกเฉพาะที่ พัก 2 คืน 44,000 บาท
ผ่าตัดไส้เลื่อน โดยดมยาสลบ พัก 2 คืน 46,000 บาท
ผ่าตัดไส้เลื่อน โดยเสริมความแข็งแรงด้วยตาข่าย พัก 2 คืน 51,000 บาท
ผ่าตัดไส้เลื่อนโดยผ่านกล้อง 1 ข้าง พัก 2 คืน 110,000 บาท
ผ่าตัดไส้เลื่อนโดยผ่านกล้อง 2 ข้าง พัก 2 คืน 130,000 บาท
ผ่าตัดไส้เลื่อนขาหนีบ /ข้างเดียว ในเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี พัก 2 คืน 42,000 บาท
รักษาริดสีดวงด้วยการรัดยาง 1 หัว 1,200+ บาท
รักษาริดสีดวงด้วยการรัดยาง 2 หัว 2,500+ บาท
รักษาริดสีดวงด้วยการรัดยาง 3 หัวขึ้นไป 3,000+ บาท
รักษาริดสีดวงด้วยการฉายแสงอินฟาเรด 2,500+ บาท

เกร็ดความรู้

เพิ่มเติม
Show Buttons
Hide Buttons