ภัยเงียบจากเสียงกรน…เรื่องธรรมดาที่ไม่ธรรมดา

อดีตนางสาวไทยที่เพิ่งแต่งงานและมีฉายาเจ้าสาวร้อยล้านให้สัมภาษณ์ว่าสิ่งหนึ่งที่ไม่เคยรู้เลยคือ เจ้าบ่าวเป็นคนนอนกรน ซึ่งก็ทำให้นอนไม่หลับและเป็นปัญหาบ้างสำหรับชีวิตคู่ แต่น่าจะมีทางแก้ปัญหาได้ ใช่เลย เธอคิดถูกต้องแล้ว การนอนกรนเสียงดังนั้นเป็นปัญหาของคู่สมรสหลายคู่ที่ไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่า คู่ของตัวเองนอนกรน และอาการนี้สามารถรักษาได้ ก่อนอื่นเรามารู้เรื่องอาการนอนกรนเสียงดังกันก่อนดีกว่าว่าเป็นอย่างไร แบบไหนอันตรายถึงชีวิตและแบบไหนยังไม่อันตราย

การกรนเสียงดังขณะนอนหลับนั้นเกิดจากการหายใจผ่านทางเดินหายใจส่วนต้นที่มีขนาดแคบกว่าปกติทำให้อากาศเกิดการสั่นสะเทือนจึงมีเสียงเกิดขึ้นขณะหายใจ เหมือนเราเป่านกหวีดผ่านช่องที่แคบลงอากาศที่เป่าเข้าไปมีการบีบตัวและสั่นขึ้นภายในนกหวีด จึงเกิดมีเสียงดังซึ่งเสียงจะดังมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับการหายใจที่แรงหรือเบาและทางเดินหายใจที่แคบมากหรือน้อย

สาเหตุของการนอนกรนมีหลายประการ อาทิ

    – ความอ้วน คนที่มีน้ำหนักมากจะมีไขมันสะสมอยู่ที่เนื้อเยื่อรอบช่องคอทำให้ทางเดินหายใจแคบลง
    – คางสั้น ลักษณะโครงสร้างกระดูกใบหน้าที่มีคางสั้นทำให้เกิดเสียงกรนได้เมื่อหายใจขณะนอนหลับ
    – อายุมาก กล้ามเนื้อบริเวณคอรอบทางเดินหายใจหย่อนตกไปด้านหลังช่องคอ ทำให้เกิดการสั่นเวลาหายใจขณะหลับจึงเกิดเสียงกรน
    – กรรมพันธุ์ คนที่มีบรรพบุรุษมีอาการกรนมีโอกาสที่จะนอนกรนสูงกว่าคนทั่วไป
    – เป็นหวัดเรื้อรังหรือมีอาการแน่นจมูกเรื้อรังทำให้ช่องทางเดินหายใจแคบกว่าปกติ
    – ในคนที่ดื่มสุรา หรือสูบบุหรี่ มักพบอาการนอนกรนมากกว่าคนที่ไม่ดื่มสุราและไม่สูบบุหรี่และพบในผู้ชายมากกว่าผู้หญิง

อาการนอนกรนคนทั่วไปมักคิดว่าเป็นเรื่องปกติแต่ถ้าอาการมากขึ้นก็มีอันตรายถึงชีวิตได้ อาการนอนกรนที่ผิดปกติจะสังเกตได้ดังนี้

    – เสียงกรนที่ขาดๆหายๆเหมือนคนหายใจติดขัด หายใจไม่สะดวก
    – มีอาการลุกขึ้นมาหายใจเฮือกเหมือนคนขาดอากาศหายใจ
    – มีการหยุดหายใจเป็นช่วงๆ เสียงการหายใจไม่สม่ำเสมอ ทำให้เกิดการหยุดหายใจเป็นเวลานานหลายวินาทีซึ่งจะเป็นอันตรายถึงชีวิตเนื่องจากหยุดหายใจนานเกินไป
    – มีอาการง่วงนอนตลอดเวลาเนื่องจากนอนไม่พอหรือไม่หลับในตอนกลางคืน กลางวันจึงง่วงนอนหรือปวดศีรษะเนื่องจากนอนไม่พอ

การรักษาอาการนอนกรน

ถ้ามีอาการต่างๆข้างต้นอย่านิ่งนอนใจหรือคิดว่าเป็นเรื่องปกติ แต่ควรไปพบแพทย์เพื่อให้ตรวจวินิจฉัยการนอนกรนว่ารุนแรงหรือเป็นอันตรายหรือไม่ และเพื่อเลือกวิธีการรักษาที่เหมาะสม

1.Sleep lab test   คือ การตรวจด้วยเครื่องมือเพื่อดูการเปลี่ยนแปลงของคลื่นไฟฟ้าหัวใจขณะหลับตรวจวัดลมหายใจที่ผ่านเข้าออกทางจมูกและปาก ตรวจนับจำนวนครั้งของการหยุดหายใจ ตรวจอัตราการเต้นของหัวใจที่เปลี่ยนแปลงขณะหยุดหายใจ ตรวจวัดระดับออกซิเจนในกระแสเลือด
2.Polysomnography  เป็นการตรวจตามโปรแกรม Sleep lab test และเพิ่มเติมการตรวจวัดคลื่นไฟฟ้าสมอง เพื่อวัดระดับความลึกของการนอนหลับ ตรวจวัดการทำงานของกล้ามเนื้อขณะหลับ  ตรวจการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อทรวงอกและกล้ามเนื้อหน้าท้อง

เมื่อตรวจวินิจฉัยจนทราบอาการและผลของการกรนต่อระบบหายใจของผู้ที่มีอาการ นอนกรนแล้วจึงเลือกวิธีการรักษาที่เหมาะสม ซึ่งมีหลายวิธีดังนี้

1.การรักษาด้วยคลื่นความถี่วิทยุ (ไม่ต้องผ่าตัด) เป็นการใช้คลื่นความถี่วิทยุไปทำให้กล้ามเนื้อบริเวณทางเดินหายใจส่วนต้นกระชับขึ้น จึงไม่ทำให้เกิดเสียงได้อีก เหมือนการกระชับผิวหน้า เหมาะสำหรับผู้ที่กรนเนื่องจากกล้ามเนื้อบริเวณทางเดินหายใจส่วนต้นหย่อน จึงเกิดการสั่นของกล้ามเนื้อเมื่อหายใจ เมื่อกล้ามเนื้อกระชับไม่หย่อนจึงไม่มีการสั่นของกล้ามเนื้อ ก็จะไม่มีเสียงกรนอีกหรือเสียงเบาลง
2. การผ่าตัดโดยใช้แสงเลเซอร์ ซึ่งจะกำหนดตำแหน่งได้ชัดเจน เพื่อขยายทางเดินหายใจที่แคบลงจนเกิดเสียงกรนให้กว้างขึ้นไม่ให้เป็นปัญหาของการเกิดเสียงกรนอีกต่อไป
3.ใช้เครื่องช่วยหายใจ ซึ่งเป็นเครื่องเป่าอากาศใส่ไว้ขณะนอนหลับ เพื่อให้มีแรงดันออกซิเจนเพิ่มขึ้นขณะอากาศผ่านทางเดินหายใจที่แคบเพื่อให้อากาศผ่านได้สะดวกขึ้น ลดการเกิดเสียงและช่วยให้ไม่เกิดอาการหยุดหายใจ ทำให้หายใจได้สะดวก ไม่ติดขัด และได้ออกซิเจนตลอดเวลาที่นอนหลับ
4.รักษาด้วย Pillar (พิลลาร์) หรือแท่งขนาดเล็ก 3 แท่งที่ผลิตจากวัสดุที่ปลอดภัยทางการแพทย์ สอดเข้าไปในเพดานอ่อน เพื่อช่วยลดการสั่นสะเทือนที่เป็นสาเหตุทำให้เกิดเสียง การรักษาด้วยวิธีนี้แพทย์นำมาใช้รักษาคนไข้นานหลายปีจนมั่นใจในความปลอดภัย และได้รับการรับรองและผ่านการทดสอบความปลอดภัยจากองค์การอาหารและยาของประเทศสหรัฐอเมริกา โดยให้ผลการรักษาที่ใกล้เคียงกับการผ่าตัด แต่มีอาการแทรกซ้อนน้อยกว่ามาก ใช้เวลาเพียง 10 นาที หลังการรักษาคนไข้สามารถรับประทานอาหารและทำกิจวัตรประจำวันได้ตามปกติ การนอนกรนลดลงอย่างชัดเจน ภาวะหยุดหายใจขณะหลับมีอาการดีขึ้น

วิธีป้องกันการนอนกรน

สำหรับคนที่ยังไม่มีเสียงกรนและเพื่อให้คุณเป็นที่รักของคนที่นอนข้างๆคุณ ตลอดไปทั้งยามหลับและยามตื่น ไม่ใช่คนที่น่ารักตอนยังไม่หลับแต่พอหลับกลายเป็นหวูดโรงสีที่ใครๆก็หนีห่าง ต่อไปนี้เป็นคำแนะนำในการใช้ชีวิตประจำวันที่จะทำให้คุณไม่เป็นแหล่งกำเนิดเสียงยามหลับให้รำคาญหูคนใกล้ตัวอีกต่อไป สิ่งที่คุณต้องทำคือ

    – ควบคุมน้ำหนักไม่ให้มากเกินไปหรือไม่ให้มีไขมันสะสมมากเกินไป เพื่อไม่ให้มีไขมันสะสมบริเวณคอ ซึ่งเป็นต้นกำเนิดของเสียงกรน
    – ปรับท่าทางในการนอน ควรนอนตะแคงซึ่งจะเกิดการอุดตันของทางเดินหายใจน้อยกว่าการนอนหงาย และฝึกให้เคยชินกับการนอนตะแคง

    – หลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ การสูบบุหรี่ นอกจากจะไม่นอนกรนเสียงดัง ยังดีต่อสุขภาพอีกด้วย

    – หากเป็นหวัดเรื้อรังและมีปัญหาระบบหายใจควรรีบรักษาให้หาย

    – ดูแลสุขภาพและออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ และควรตรวจสุขภาพเป็นประจำ

ใส่ใจดูแลตัวเองและคนใกล้ชิดอีกสักนิด คุณก็จะรอดพ้นจากการนอนกรน ที่นอกจากจะสร้างความรำคาญให้คนใกล้ชิดแล้วยังอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ รู้อย่างนี้แล้วรีบพาคนใกล้ชิดของคุณที่มีเสียงกรนไปพบแพทย์เพื่อการแก้ไขอย่างถูกต้องและไม่เป็นอันตรายถึงชีวิต อย่าทนรำคาญเสียงกรนเพราะคิดว่าเป็นเรื่องปกติ แต่เสียงกรนคือสัญญานเตือนภัยของภัยเงียบที่กำลังคุกคามชีวิตเจ้าของเสียงอยู่ต่างหาก ต้องรีบจัดการก่อนที่จะสายเกินไป

ค่ารักษา

เพิ่มเติม
การรักษา ราคา(บาท)
ล้างขี้หูอุดตัน 750 บาท
ตรวจช่องหู , การได้ยิน , ส้อมเสียง 600 บาท
ส่องคอ IDL (ตรวจหูคอจมูกด้วยกระจกส่องคอ) 850 บาท
ป้ายยาและปะแก้วหู 850 บาท
เอาสิ่งแปลกปลอมออกจากหู ( LA ) 600 บาท
แก้ไขผนังกั้นจมูกคด แบบดมยา พัก 2 คืน 48,000 บาท
แก้ไขผนังกั้นจมูกคด แบบไม่ดมยา พัก 2 คืน 42,000 บาท
ยกดั้งจมูกหักให้เข้าที่ แบบดมยา พัก 1 คืน 31,000 บาท
ยกดั้งจมูกหักเข้าที่ แบบไม่ดมยา พัก 1 คืน 27,000 บาท
รักษาไซนัสอักเสบ แบบดมยา พัก 3 คืน 60,000 บาท
รักษาไซนัสอักเสบ แบบไม่ดมยา พัก 3 คืน 50,000 บาท
ผ่าฝีที่บริเวณคอ พัก 4 คืน 45,000 บาท
ผ่าตัดต่อมน้ำลายอักเสบ พัก 3 คืน 47,000 บาท
ผ่าตัดทอลซิล พัก 1 คืน 40,000 บาท
ดึงสิ่งแปลกปลอมออกจากหู พัก 1 คืน 15,500 บาท
ผ่าตัดแก้วหูทะลุ แบบดมยา พัก 1 คืน 45,000 บาท
ตรวจการได้ยินและใช้เครื่องช่วยฟัง 800 บาท
ตรวจการทำงานของกล่องเสียง (Stroboscope) 3,000 บาท
ทดสอบสารแพ้อื่น ๆ จุดละ 100 บาท
ปะแก้วหูทะลุด้วยกระดาษ 100 บาท
การรักษากำจัดกลิ่นปาก พัก 1 คืน 37,000 บาท
รักษานอนกรน ด้วยวิธียกเพดานอ่อน พัก 1 คืน 37,000 บาท
รักษานอนกรน ด้วย PILLAR เทคนิค 37,000 บาท
รักษานอนกรนโดยใช้ความถี่วิทยุ 14,500 บาท
แก้ไขเสียงแหบ พัก 1 คืน 46,500 บาท
ตรวจการได้ยิน 900 บาท
เปลี่ยนเสียงจากชายเป็นหญิง พัก 2 คืน 88,000 บาท
เอาสิ่งแปลกปลอมออกจากหู ( ฉีดยาให้หลับ) 2,500 บาท
เอาสิ่งแปลกปลอมออกจากจมูก 600 บาท
เอาสิ่งแปลกปลอมออกจากช่องปาก 600 บาท
ตรวจช่องหูด้วยกล้องจุลทรรศน์ 1,200 บาท
ส่องกล้องตรวจจมูก 1,300 บาท
การตรวจบันทึกการนอนหลับ Sleep Lab test (แบบ full poly somnography) พัก 1 คืน 11,000 บาท
ผ่าตัดต่อมไทรอยด์ผ่านกล้อง 1 ข้าง (ดมยา) 117,000 บาท
ล้างขี้หูอุดตัน 750 บาท
ผ่าตัดแก้วหูทะลุ แบบไม่ดมยา พัก 1 คืน 40,000 บาท
ผ่าตัดต่อมไทรอยด์ผ่านกล้อง 2 ข้าง (ดมยา) พัก 3 คืน 147,000 บาท
ผ่าตัดทอลซิล พัก 1 คืน 40,000 บาท
ไซนัสอักเสบ โดยใช้เครื่องมือพิเศษ (Microdebrider) พัก 3 คืน 65,000 บาท
การฉีดยาเข้าหูชั้นกลาง 4,500 บาท
การเจาะระบายน้ำในหูชั้นกลาง (ไม่ดมยา) 4,500 บาท
การเจาะระบายน้ำในหูชั้นกลางและใส่ท่อระบาย 5,000 บาท
ENT exam 600 บาท
ล้างหู + ใส่ยา 600 บาท
ดึงสิ่งแปลกปลอมใน Pharynx 1,600 บาท
ป้ายยา + ล้างจมูก 600 บาท
ทดสอบการแพ้อื่น ๆ จุดละ 100 บาท
ทดสอบสารก่อภูมิแพ้ทางเดินหารใจ จุดละ 100 บาท
ทดสอบสารก่อภูมิแพ้ทางเดินอาหาร จุดละ 100 บาท
ฉีดยาภูมิแพ้ ผู้ป่วยที่ได้รับการฉีดแอนติเจน 1 ตัว 500 บาท
ฉีดยาภูมิแพ้ ผู้ป่วยที่ได้รับการฉีดแอนติเจน 2 ตัว 600 บาท
ฉีดยาภูมิแพ้ ผู้ป่วยที่ได้รับการฉีดแอนติเจน 3 ตัว 700 บาท
ทดสอบการแพ้ยาชา Skin Test 2,000 บาท
ทดสอบการใช้ยาชา Challenge Test 1,000 บาท
อัตราค่ารักษาพยาบาล แพทย์ที่ทำการรักษาเป็นผู้ประเมิน สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 1723
ผ่าตัดทอนซิล และ ต่อมอะดีนอยด์ในเด็กเล็ก พัก 1 คืน 55,000

เกร็ดความรู้

เพิ่มเติม
Show Buttons
Hide Buttons