ท่อระบายน้ำตาอุดตัน

ท่อระบายน้ำตาอุดตัน

โดยธรรมชาติแล้ว  ต่อมน้ำตาของคนเราจะผลิตน้ำตาออกมาจำนวนหนึ่งตลอดเวลาเพื่อหล่อเลี้ยงและให้ความชุ่มชื้นแก่ดวงตา  แต่ถ้าเมื่อใดที่มีน้ำตาออกมามากกว่าปกติ หรือเกิดอาการน้ำตาไหล อย่างนี้ให้สงสัยเอาไว้ก่อนว่าน่าจะมีความผิดปกติบางอย่างเกิดขึ้น

สาเหตุของอาการน้ำตาไหล อาจเกิดจากมีการระคายเคืองบริเวณผิวของลูกนัยน์ตาและเปลือกตา เช่น มีขนตาแยงตา สิ่งแปลกปลอมเข้าตา ทำให้มีการกระตุ้นให้สร้างน้ำตามาก เพียงแค่ขจัดตัวกระตุ้นออกไปก็เป็นอันจบเรื่องได้  ส่วนภาวะน้ำตาไหลมากเทียม  มักเกิดจากอาการตาแห้ง ทำให้ร่างกายมีการสร้างเมือกออกมาเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นแก่ดวงตา แต่ขี้ตาที่เป็นเมือกขาวเหล่านี้จะกระตุ้นให้เกิดอาการระคายเคืองและทำให้น้ำตาไหลมากเป็นครั้งคราว  ผู้ป่วยเหล่านี้จะมีอาการเคืองตาเหมือนมีสิ่งแปลกปลอมทิ่มอยู่ในลูกตา  การรักษาทำได้โดยการใช้น้ำตาเทียม และยาแก้ระคายเคืองหยอดตา

แต่สาเหตุไม่ธรรมดาที่ทำให้มีอาการน้ำตาไหล และปัจจุบันพบได้บ่อยขึ้นคือ  ภาวะท่อทางเดินน้ำตาอุดตัน ซึ่งสาเหตุอาจเกิดจาก มีอุบัติเหตุบริเวณเปลือกตาและท่อทางเดินน้ำตาฉีกขาด, การได้รับยาหยอดบางชนิดที่ทำให้เกิดพังผืดขึ้นในท่อทางเดินน้ำตา, มีการติดเชื้อไวรัสบางประเภท เช่น เชื้อเริม, โรคแพ้ภูมิตนเองบางชนิด หรือการแพ้ยารุนแรงที่มีอาการทางตา  หากมีอาการอุดตันท่อทางเดินน้ำตาทำให้น้ำตาเอ่อค้างเป็นเวลานาน ๆ จะมีการติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อนจนเกิดถุงน้ำตาอักเสบเฉียบพลันได้  ในกรณีนี้คนไข้จะมีอาการปวดบวมแดง มีก้อนหนองที่หัวตา น้ำตาไหลมาก ขี้ตาเขียวและมีไข้ได้

การรักษาถุงน้ำตาอักเสบเฉียบพลันจะใช้การประคบอุ่น กินยาและหยอดยาแก้อักเสบ ถ้ามีก้อนหนองชัดเจนอาจต้องเจาะดูดหนองออกและยังไม่ล้างท่อน้ำตาจนกว่าอาการอักเสบจะดีขึ้น  หากมีอาการน้ำตาเอ่อตลอดเวลาร่วมกับถุงน้ำตาที่หัวตาโป่งนูน  กดหัวตาจะมีขี้ตาเป็นเมือกออกมาเป็นจำนวนมากและถุงน้ำตายุบลงเข้าข่ายถุงน้ำตาอักเสบเรื้อรัง กรณีนี้จักษุแพทย์จะทำการล้างท่อน้ำตา และใช้เครื่องมือแยงท่อน้ำตาร่วมกับใช้ยาแก้อักเสบหยอด หากอาการไม่ดีขึ้นอาจต้องทำการผ่าตัดทำทางเดินท่อน้ำตาใหม่

ส่วนอาการน้ำตาไหลมากในเด็กแรกเกิดพบได้ร้อยละ 1.75-6 ของเด็กคลอดครบกำหนด สาเหตุจากปลายทางเดินท่อน้ำตาส่วนที่ไหลไปลงในจมูกเปิดไม่สมบูรณ์  ทำให้เด็กมีอาการน้ำตาไหลเอ่อ มีขี้ตาอยู่บริเวณขอบตา อาจเป็นได้ทั้งตาเดียวและ 2 ตา อาการน้ำตาไหลในเด็กอาจจะมีสาเหตุอื่นได้อีก เช่น ภาวะขนตาทิ่มตา,  ต้อหินแต่แรกเกิด ซึ่งจะมีน้ำตาไหลมากร่วมกับอาการสู้แสงไม่ได้ และตาดำมีขนาดโตกว่าปกติ  อาการน้ำตาไหลจากท่อน้ำตาอุดตันนั้น  ถ้านวดบริเวณหัวตาจะมีขี้ตาเป็นมูกปนหนองออกมามากขึ้นเป็นการยืนยันว่ามีการอุดตันจริง  หากสงสัยว่าลูกหลานเป็นโรคนี้ควรนำเด็กมาพบจักษุแพทย์เพื่อได้รับการรักษาที่ถูกต้อง  ในเด็กที่มีอายุน้อยกว่า 1 ปี  การรักษาทำโดยนวดบริเวณหัวตาและรูดลงตามทางเดินท่อน้ำตาไปยังจมูกเพื่อให้ขี้ตาที่ค้างอยู่ในถุงน้ำตาถูกขับออกมาจนหมด  ป้องกันการเจริญเติบโตของแบคทีเรีย    หากมีขี้ตามากแพทย์จะให้ยาปฏิชีวนะหยอดเป็นครั้งคราว  ถ้านวดหัวตาและหยอดยาแล้วเด็กยังมีอาการมาก มีการติดเชื้อเป็น ๆ หาย ๆ เด็กชอบขยี้ตาหรือเช็ดจนเกิดแผลบริเวณขอบตา  อาจจะพิจารณาแยงท่อน้ำตาโดยการดมยาสลบ  หากอาการไม่รุนแรงดังกล่าวสามารถนวดหัวตาร่วมกับใช้ยาหยอด พบแพทย์เป็นระยะ และรอได้จนเด็กอายุ 1-1 ขวบครึ่ง เนื่องจากมีโอกาสหายได้เอง

ท่อระบายน้ำตาอุดตันมีทางรักษาให้หายขาดได้  ไม่ควรทิ้งไว้เนิ่นนานจนมีผลเสียอื่นๆ ตามมา อาจต้องมานึกเสียใจทีหลังว่า….รู้อย่างนี้ไปรักษาเสียแต่แรกก็ดี  หมอไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์ทำนองนี้ขึ้นเลยค่ะ

 

หลังการทำเลสิค สายตาจะกลับมาสั้นอีกหรือไม่
โดยทั่วไป การทำเลสิคในคนที่มีสายตาสั้น และสายตาเอียงในระดับปกติมักให้ผลถาวร แต่ในบางคนที่มีค่าสายตาสั้นหรือสายตาเอียงมากเกินไป, มีอายุมากขึ้นทำให้มีการปรับเปลี่ยนของค่าสายตา, ใช้สายตามากเกินไป ฯลฯ ก็มีโอกาสที่จะกลับมาสายตาสั้นได้อีกแต่ก็เป็นส่วนน้อย
—————————————————-
กรณีสายตากลับมาสั้นอีกครั้ง สามารถทำเลสิคได้หรือไม่
ถ้าสายตากลับมาสั้นอีก สามารถทำเลสิคซ้ำได้ในกรณีกระจกตามีความหนามากพอ โดยจักษุแพทย์จะต้องตรวจตาและพิจารณาว่าความหนาของกระจกตา ณ ขณะนั้นเพียงพอสำหรับการฉายเลเซอร์เพิ่มหรือไม่
—————————————————-
ขณะทำการรักษาจะมีอาการเจ็บหรือไม่
ขณะทำแม้ผู้ป่วยจะรู้สึกตัวตลอดแต่ไม่มีอาการเจ็บปวดแต่อย่างใด เนื่องจากจักษุแพทย์จะหยอดยาชาให้ก่อนทำ
—————————————————-
หลังการรักษากี่วันจึงจะสามารถใช้สายตาอ่านหนังสือหรือใช้คอมฯ ได้ปกติ
หลังการรักษา ประมาณ 1 สัปดาห์ สายตาจะเริ่มคมชัดขึ้นเรื่อยๆ แต่การใช้คอมพิวเตอร์หรือใช้สายตาเพ่งนานๆ ประมาณ 1-2สัปดาห์ขึ้นไป นอกจากนั้นควรหลีกเลี่ยงแสงแดดจ้า หรือออกนอกบ้านควรใส่แว่นกันแดด
—————————————————-
ใครบ้างที่สามารถทำเลสิคได้
ผู้ที่มีปัญหาสายตาสั้นและสายตาเอียง และมีความหนาของกระจกตาที่เหมาะสม ซึ่งจะทราบได้โดยการตรวจประเมินสภาพตาโดยละเอียดจากจักษุแพทย์
—————————————————-
ใส่คอนแทคเลนส์อยู่ต้องเตรียมตัวก่อนการรักษาอย่างไร
หากใส่คอนแทคเลนส์แบบนิ่มควรถอดออกก่อนทำอย่างน้อย 3 วัน แต่หากใส่คอนแทคเลนส์แบบแข็งควรถอดออกอย่างน้อย 7 วัน
—————————————————-
หลังการรักษาสามารถแต่งหน้าได้หรือไม่
สามารถกลับไปแต่งหน้าได้ตามปกติหลังทำไปแล้ว ประมาณ 7 วัน
—————————————————-

ค่ารักษา

เพิ่มเติม
การรักษา ราคา(บาท)
ผ่าตัดต้อกระจก (เลนส์พับไม่ได้) (ข้างละ) พัก 1 คืน 37,000 บาท
ผ่าตัดต้อกระจกใช้อุลตร้าซาวด์ เลนส์พับได้ (ข้างละ) พัก 1 คืน 42,000 บาท
ผ่าตัดต้อกระจกใช้อุลตร้าซาวด์ เลนส์พับสายตาเอียง (ข้างละ) พัก 1 คืน 65,000 บาท
ผ่าตัดต้อกระจกใช้อุลตร้าซาวด์ เลนส์โฟกัสใกล้/ไกล (ข้างละ) พัก 1 คืน 90,000 บาท
ผ่าตัดต้อกระจกใช้อุลตร้าซาวด์ เลนส์โฟกัสใกล้/ไกล และแก้สายตาเอียง (ข้างละ) พัก 1 คืน 98,000 บาท
ลอกต้อเนื้อ 1 หัว 17,000 - 18,000 บาท
ลอกต้อเนื้อ 2 หัว 22,000 บาท
ผ่าตัดก้อนที่เปลือกตา (ข้างละ) 5,500 บาท
Laser รักษาต้อหิน (ข้างละ) 15,000 บาท
Laser รักษาต้อหิน (2 ข้าง) 18,000 บาท
Laser PRP รักษาเบาหวาน (ข้างละ) 9,500 บาท
Laser PRP รักษาเบาหวาน (2 ข้าง) 15,000 บาท
ตรวจจอประสาทตา (funduscopy) 1,500 บาท
ตรวจจอประสาทตาด้วย Slit Lamp (90D) 1,000 บาท
ผ่าตัดท่อน้ำตาตันจากด้านนอก (ดมยา) (ข้างละ) พัก 1 คืน 41,000 บาท
ส่องกล้องผ่าตัดท่อน้ำตาตัน (ดมยา) (ข้างละ) พัก 1 คืน 62,000 บาท
ผ่าตัดต้อหิน (ข้างละ) พัก 1 คืน 38,000 บาท
แก้ไขกล้ามเนื้อตาเหล่แนวตั้ง 1-2 มัด (ดมยา) (2 ข้าง) พัก 1 คืน 41,000 บาท
แก้ไขกล้ามเนื้อตาเหล่แนวนอน 1-2 มัด (ดมยา) (2 ข้าง) พัก 1 คืน 39,000 บาท
แก้ไขกล้ามเนื้อตาเหล่แนวตั้ง 1-2 มัด (ไม่ดมยา) (2 ข้าง) 35,000 บาท
แก้ไขกล้ามเนื้อตาเหล่แนวนอน 1-2 มัด (ไม่ดมยา) (2 ข้าง) 31,000 บาท

เกร็ดความรู้

เพิ่มเติม
Show Buttons
Hide Buttons