ทำเขี้ยว เพิ่มเสน่ห์ให้รอยยิ้ม

เชื่อว่าใครๆ ก็อยากมีฟันเรียงสวยเป็นระเบียบ แต่ก็มีบางคนบอกไม่ชอบฟันที่ดูเรียบสวยเกินไป อยากมี ฟันเขี้ยว เหมือนคนโน้นคนนี้ เวลายิ้มจะได้โชว์เขี้ยวเก๋ๆ ช่วยเพิ่มเสน่ห์ให้กับใบหน้า

ปกติ ฟันเขี้ยว ที่ขึ้นตามธรรมชาติเห็นโดดเด่นสะดุดตาใช่จะมีกันทุกคน อันนี้ขึ้นอยู่กับโครงสร้างฟันของแต่ละคนด้วย ใครมี เขี้ยว ถ้าชอบก็ไม่ต้องไปหาทันตแพทย์เสริมเขี้ยวให้ยุ่งยาก แต่ถ้าไม่มีแล้วอยากมีเหมือนคนอื่น แนะนำปรึกษาทันตแพทย์ ทันตแพทย์สามารถตกแต่งฟันให้เป็นเขี้ยวอย่างที่คุณต้องการได้

การ ทำเขี้ยวไม่ได้จำกัดเฉพาะในกลุ่มคนที่นึกเบื่อฟันเรียบๆ แล้วอยากมีเขี้ยวเก๋ๆ เท่านั้น ยังสามารถทำได้ในกลุ่มคนต่อไปนี้

  • คนที่มีฟันเขี้ยวไม่ชัดเจนแล้วอยากให้เห็นเด่นชัดขึ้น ทันตแพทย์จะตกแต่งเสริมฟันซี่เดิมให้นูนและแหลมขึ้น โดยไม่กรอเนื้อฟันออก
  • คนที่ฟันเขี้ยวไม่ตรง บิด หรือเอียง ทันตแพทย์จะแก้ไขฟันเขี้ยวให้ดูสวยงามขึ้น
  • คนที่ฟันเรียงตัวผิดปกติ เช่น ฟันหุบเอียงเข้าไปด้านในโดยที่ฟันยังสบกันดี หรือฟันบนคร่อมฟันล่างปกติ การ ทำเขี้ยว จะช่วยให้ฟันเรียงตัวออกมาเสมอกัน

ทันตแพทย์ ทำเขี้ยว ได้อย่างไร

ในการ ทำเขี้ยว ทันตแพทย์จะใช้วัสดุสีเหมือนฟันยึดกับผิวเคลือบฟันโดยตรงบนฟันเขี้ยวซี่เดิม โดยไม่ต้องกรอแต่งฟันทำให้ไม่สูญเสียเนื้อฟัน หรือไม่ต้องถอนฟันจริงทิ้ง ขณะทำจะไม่รู้สึกเจ็บหรือเสียวฟันแต่อย่างใด  จึงไม่จำเป็นต้องใช้ยาชา ส่วนวัสดุสีเหมือนฟันที่นิยมนำมาใช้ทำเขี้ยวในปัจจุบัน คือ คอมโพสิต เรซิน (Composite resin) ซึ่งมีคุณสมบัติที่ยึดติดกับฟันได้ดี  มีความสวยงาม  ที่สำคัญจะให้สีเหมือนฟันธรรมชาติมากที่สุด

ขั้นตอนในการ ทำเขี้ยว

เนื่องจากการ ทำเขี้ยว ไม่มีอะไรยุ่งยาก และไม่ต้องเตรียมตัวอะไรเลย คุณสามารถทำได้เลยในวันที่มาพบทันตแพทย์ เริ่มจากทันตแพทย์จะทำการขัดฟัน (Polishing)  เพื่อขจัดคราบจุลินทรีย์และคราบสีภายนอกบนผิวเคลือบฟันออกไปก่อน จากนั้นจะทาสารปรับสภาพฟัน (Conditioning)  เพื่อเตรียมความพร้อมของฟันก่อนตกแต่งเป็นฟันเขี้ยว  เมื่อพร้อมแล้วจะทาสารยึดฟัน (Bonding) ซึ่งเป็นสารที่จะช่วยยึดฟันและวัสดุที่ใช้ทำเขี้ยวไว้ด้วยกัน จากนั้นจะเติมวัสดุที่ใช้ทำเขี้ยวโดยจะตกแต่งรูปทรงให้สวยงามดูเป็นธรรมชาติ หลังจากนั้นจะทำการฉายแสง (Curing)  นานอย่างน้อย 40 วินาที เพื่อให้วัสดุที่ใช้ทำเขี้ยวแข็งตัวแล้วขัดแต่งให้ผิวเรียบสวยงาม ก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อย โดยทั่วไป ขั้นตอนการทำเขี้ยวจะใช้เวลาทำไม่นาน ประมาณ 30นาที ต่อซี่

ดูแลอย่างไรหลัง ทำเขี้ยว

  • หลังทำสามารถรับประทานอาหารได้ตามปกติ แต่ห้ามใช้ฟันเขี้ยวกัดของแข็งมาก เพราะจะทำให้วัสดุที่ทำแตกหรือบิ่นได้ ส่วนฟันเขี้ยวจะหลุดเวลาเคี้ยวอาหารทั่วๆ ไปหรือไม่ ก็ไม่ต้องกังวล เนื่องจากทันตแพทย์จะติดอย่างแน่นหนาให้ใช้งานได้ทนนาน
  • พยายามเลี่ยงอาหารที่มีรสเปรี้ยวและหวาน เช่น น้ำมะนาว น้ำอัดลม เพราะถ้าทานบ่อยๆ จะเร่งให้กาวที่ติดยึดกับฟันเสื่อมเร็วขึ้น
  • ดูแลทำความสะอาดฟันและช่องปากอย่างสม่ำเสมอ และควรใช้ไหมขัดฟันขัดฟันทุกซี่โดยเฉพาะบริเวณที่ทำฟันเขี้ยว อย่าปล่อยให้คราบพลัค (Plaque) เกาะตามฟันและรอบๆ ฟันซี่ที่เสริมเขี้ยว เพื่อป้องกันการเสื่อมของวัสดุ

ถ้าอยากให้ฟันเขี้ยว ใช้งานได้คงทน ควรดูแลหลังทำตามคำแนะนำของทันตแพทย์อย่างเคร่งครัดและควรมาพบทันตแพทย์เพื่อตรวจเช็คฟันทุก 6 เดือน จะได้มั่นใจสุขภาพของช่องปากและฟัน ถ้ามีปัญหาของฟันก็จะได้ทำการแก้ไขแต่เนิ่นๆ เช่น อุดฟัน ในกรณีพบฟันผุ หรือถ้าจำเป็นก็อาจต้อง ถอนฟัน ไปเลยก็ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแพทย์ หากพบปัญหาหินปูนก็แก้ไขด้วยการ ขูดหินปูน ส่วนบางคนชอบดื่มชา กาแฟและสูบบุหรี่เป็นประจำอาจทำให้ผิวฟันมีคราบสีไม่ขาวสะอาด สามารถมาขัดฟันหรือจะ ฟอกสีฟัน ไปเลยก็ลองถามคุณหมอดูได้

สำหรับคนที่ ทำเขี้ยว ไปแล้วแต่ไม่พอใจรูปทรงฟันเขี้ยว เช่น ใหญ่ไป, เล็กไป สามารถปรึกษาทันตแพทย์เพื่อแก้ไขใหม่ได้ กรณีใหญ่ไปก็ใช้วิธีกรอให้เล็กลงแต่หากเล็กไปก็จะแต่งเสริมให้ใหญ่ขึ้น หรือใครเบื่ออยากเอาเขี้ยวออกก็ทำได้ ฟันก็จะกลับมาเหมือนเดิมไม่เสียรูปร่างหรือเนื้อฟันแต่อย่างใด

ส่วนคนที่อยากเพิ่มความเก๋ขึ้นไปอีก ก็สามารถติดเพชรที่เขี้ยวโดยทำไปพร้อมทำเขี้ยวได้ ซึ่งเทคนิคการทำเขี้ยวไม่ต่างกับที่กล่าวมาข้างต้น เพียงเพิ่มขั้นตอนติดเพชรเข้าไป ซึ่งเพชรที่ใช้นั้นจริงๆ แล้วเป็นคริสตัล (Crystal) ที่แพทย์จะนำมายึดติดกับฟันด้วยกาวชนิดพิเศษ มีความปลอดภัยสูง ไม่เป็นอันตรายหากกาวผสมกับน้ำลายแล้วเราเผลอกลืนเข้าไป การดูแลหลังทำก็เช่นเดียวกับการทำเขี้ยว แต่จะเพิ่มการดูแลเป็นพิเศษอีกนิดหน่อยเพื่อป้องกันไม่ให้เพชรหลุด ดังนี้

  • ไม่ควรแปรงฟันแรงจนเกินไป หรือใช้แปรงขนแข็งมากเพราะเพชรที่ติดกับฟันจะเป็นรอย เวลายิ้มจะไม่แวววาว
  • อย่าเอาเล็บไปแคะ หรือเอาฟันที่เสริมเขี้ยวไปกัดแทะอะไร

มีบางท่านสงสัยว่าหากกำลัง จัดฟัน อยู่สามารถทำเขี้ยวได้ไหม ส่วนใหญ่แล้วควรรอให้จัดฟันเรียบร้อยและฟันที่จัดไปแล้วเข้ารูปดีก่อนแล้วค่อยไปเพิ่มความเก๋ไก๋ด้วยเขี้ยวก็ไม่สายค่ะ

ในวันที่มาพบทันตแพทย์สามารถทำการรักษาได้เลยหรือไม่
สามารถทำเขี้ยวได้ทันที หลังพบทันตแพทย์แล้ว ซึ่งในการทำเขี้ยวไม่ต้องพึ่งพายาชาในการทำ ผู้ที่ทำเขี้ยวจะไม่รู้สึกเจ็บหรือเสียวฟันแต่อย่างใด
—————————————————-
การทำเขี้ยวต้องกรอเนื้อฟันหรือไม่
ไม่ต้องกรอเนื้อฟัน เนื่องจากการทำเขี้ยวเป็นการใช้วัสดุสีเหมือนฟันยึดกับผิวเคลือบฟันโดยตรง จึงไม่ต้องกรอแต่งฟัน และไม่ทำให้สูญเสียเนื้อฟัน
—————————————————-
หลังทำเขี้ยวสามารถทานได้ตามปกติหรือไม่
สามารถรับประทานอาหารได้ตามปกติ แต่หลีกเลี่ยงการใช้ฟันเขี้ยวกัดของแข็งมาก เช่น กระดูกไก่ ก้ามปู ฯลฯ เพราะจะทำให้วัสดุที่ทำแตกหรือบิ่นได้
—————————————————-
ทำเขี้ยวแล้วมีโอกาสเขี้ยวหลุดเวลาเคี้ยวอาหารหรือไม่
ไม่หลุด เนื่องจากการทำเขี้ยว ทันตแพทย์จะทาสารยึดติดเพื่อทำให้เกิดการยึดติดระหว่างฟันแท้กับวัสดุที่ทำฟันเขี้ยว หลังจากนั้นจะตกแต่งรูปฟันเขี้ยวจนเป็นที่พอใจแล้วฉายแสงเพื่อให้วัสดุแข็งตัว ทำให้ฟันเขี้ยวยึดแน่นกับฟันแท้จึงยากที่จะหลุดได้ง่าย ๆ
—————————————————-
ควรดูแลอย่างไรหลังทำเขี้ยว
• หลีกเลี่ยงการใช้ฟันเขี้ยวกัดของแข็งมาก เพราะจะทำให้วัสดุที่ทำแตกหรือบิ่นได้
• ควรดูแลความสะอาดของฟันและเหงือกอย่างสม่ำเสมอ หมั่นแปรงฟันให้ถูกวิธีอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง และใช้ไหมขัดฟันทุกวัน โดยเฉพาะบริเวณที่ทำเขี้ยว
• ควรพบทันตแพทย์เพื่อตรวจเช็คฟันทุก 6 เดือน
• การดื่มกาแฟและสูบบุหรี่เป็นประจำอาจทำให้ผิวฟันติดสีได้ ควรขัดฟันและขูดหินปูนเป็นประจำทุก 6 เดือน
—————————————————-
ถ้าต้องการเอาฟันเขี้ยวออก จะมีผลกระทบกับตัวฟันแท้หรือไม่
หากท่านต้องการเอาฟันเขี้ยวออกสามารถทำได้ โดยไม่มีผลกระทบใดๆ รูปร่างของฟันแท้จะเป็นปกติเหมือนเดิมและไม่มีการเสียเนื้อฟันเดิมแต่อย่างใด
การทำรากฟันเทียมอยู่ได้ถาวรหรือไม่
หากมีการดูแลสุขภาพช่องปากดี มีการตรวจสุขภาพช่องปากและฟันอย่างสม่ำเสมอ รากฟันเทียมอาจจะสามารถอยู่คงทนได้ไปตลอดชีวิต
—————————————————-

Tags:

ทันตกรรม, ทำเขี้ยว, ฟันเขี้ยว

ค่ารักษา

เพิ่มเติม
การรักษา ราคา(บาท)
ทำเขี้ยว ซี่ละ 3,000 บาท
ทำเขี้ยวฝังเพชร (ไม่รวมค่าเพรช/นำเพชรมาเอง) ซี่ละ 3,800 บาท
ค่าเพชร อันละ 300 บาท
ติดเพรชรุ่นใหม่ อันละ 1,000 บาท
รื้อเขี้ยว ซี่ละ 500 บาท

แพทย์ที่เกี่ยวข้อง

เพิ่มเติม

เกร็ดความรู้

เพิ่มเติม
Show Buttons
Hide Buttons