ต้อเนื้อ

ต้อเนื้อ

ต้อเนื้อ

เมื่อดวงตาคู่สวยที่สร้างเสน่ห์ให้ใบหน้า มี ต้อเนื้อ (Pterygium) มาบดบังไว้ ย่อมทำให้คนที่เป็นรู้สึกหมดความมั่นใจได้ บางคนจากเดิมที่เคยกล้าสบตาใครตรงๆ ก็อาจจะเริ่มมีหลบตาเพราะรู้สึกว่าเป็นเรื่องน่าอาย หรือเกรงว่าจะถูกทักให้กระอักกระอ่วนใจ ซึ่งจริงๆ แล้วต้อเนื้อไม่ได้ส่งผลแค่ในแง่ความสวยความงาม ถึงแม้ในบรรดาโรคต้อที่เกิดกับดวงตาที่คนมักจะเป็นกังวลกันจะเป็น ต้อกระจก และ ต้อหิน เสียเป็นส่วนใหญ่ เนื่องจากสองโรคนี้หากปล่อยทิ้งไว้ถึงกับตาบอดถาวรได้เลย แต่ต้อเนื้อก็ไม่ใช่โรคที่จะนิ่งนอนใจได้  เพราะหากปล่อยทิ้งไว้ก็จะบดบังจนมองไม่เห็นได้เช่นกัน และการปล่อยไว้เนิ่นนานเกิน การที่จะ ผ่าตัดลอกต้อ ภายหลังจะค่อนข้างทำได้ยากและอาจทำให้เกิดแผลเป็นที่กระจกตาจนการมองเห็นไม่ชัดเจนเหมือนเดิมได้

ต้อเนื้อ สมัยก่อนชาวบ้านทั่วไปจะเรียกว่า ต้อลิ้นหมา ถ้าใครเคยได้ยินชื่อนี้ก็ไม่ต้องแปลกใจ มันคือโรคเดียวกัน โรคต้อเนื้อเกิดจากการที่เยื่อบุตาขาวส่วนที่อยู่ด้านข้างของตาดำมีการเสื่อมสภาพ ทำให้เกิดเป็นตุ่มนูนๆ หรือเนื้อเยื่อรูปสามเหลี่ยมสีครีม โดยจะมีฐานที่เยื่อบุตาขาว ส่วนปลายจะงอกเข้าสู่ใจกลางตาดำ มักเกิดขึ้นที่หัวตามากกว่าหางตา

แม้ว่า ต้อเนื้อ จะเกิดจากการเสื่อมสภาพของเยื่อบุตา แต่ไม่ได้หมายความว่าโรคนี้จะเกิดเฉพาะในคนที่อายุมากที่อะไรต่อมิอะไรในร่างกายเริ่มเสื่อมสภาพ คือไม่ต้องแก่ตัวแล้วถึงจะเป็น ในคนวัยหนุ่มสาวก็สามารถเป็นได้ถ้ามีปัจจัยเอื้อ โดยปัจจัยที่ทำให้เยื่อบุตาเสื่อมเกิดจากการถูกลมหรือแสงแดดบ่อยๆ หรือแม้แต่ฝุ่นละออง ทำให้ ตาแห้ง จนเกิดการเสื่อมสภาพตามมา ปกติแล้วดวงตาของคนเราจะมีน้ำตามาหล่อลื่นตลอดเวลา ถึงจะโดนแดดโดนลมบ้างก็ไม่มีปัญหาอะไร แต่ในบางคนอาจจะด้วยอาชีพที่ต้องทำงานกลางแจ้งต้องโกรกแดดโกรกลม เจอฝุ่นละอองอยู่บ่อย ๆ เช่น ชาวนา ชาวไร่ ชาวสวน คนงานก่อสร้าง เป็นต้น ก็มีแนวโน้มที่จะเป็นต้อเนื้อได้ง่าย ถึงได้บอกว่าอายุน้อยก็เป็นได้ถ้าวิถีชีวิตวนเวียนอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ว่ามา

คนที่เป็น ต้อเนื้อ บางคนอาจไม่มีอาการอะไรเลย แต่บางคนอาจมีอาการ เคืองตา ตาแดง เป็น ๆ หาย ๆ หรือบางครั้งหลังจากถูกลมหรือแสงแดดมาก ๆ หรือนอนดึกอาจเห็นเส้นเลือดขยายและตุ่มนูนมากขึ้นได้ หากปล่อยทิ้งไว้ไม่รักษา ต้อเนื้อก็จะค่อยๆ ขยายขนาดและลุกลามเข้าไปในใจกลางตาดำจนไปปิดรูม่านตาทำให้บดบังการมองเห็นได้

ดังนั้น ใครที่เป็นต้อเนื้อควรไปพบจักษุแพทย์เพื่อทำการรักษา อย่าปล่อยจนเป็นเยอะ อันนี้ไม่ได้แค่ในแง่ของความสวยงามหรือแก้ไขปมด้อยในคนอายุน้อยๆ ที่เป็นโรคนี้ แต่สำคัญในแง่การมองเห็นด้วย ต้อเนื้อทิ้งไว้ก็หายไม่ได้เองนะคะ ยาหยอดตาที่ช่วยให้ต้อเนื้อหายไปก็เป็นแค่โฆษณาหลอกๆ ไม่มีมูลความจริงแต่อย่างใด ปัจจุบันยังไม่มียาตัวใดที่จะช่วยกัดต้อเนื้อให้หลุดออกไปได้ การใช้ยาหยอดตาแค่ใช้ควบคุมการอักเสบของต้อเนื้อเท่านั้น และถ้าเป็นมากวิธีที่ดีที่สุดคือ การ ผ่าตัดลอกต้อ ฟังดูเหมือนเป็นเรื่องน่ากลัวที่ต้องลงเอยด้วยการผ่าตัด แต่อันที่จริงแล้วการ ลอกต้อ เป็นการผ่าตัดที่ง่าย ใช้เพียงยาชาเฉพาะที่บริเวณดวงตา ใช้เวลาในการผ่าตัดประมาณ ½ -1 ชั่วโมง เมื่อเสร็จแล้วสามารถกลับบ้านได้เลย โดยไม่ต้องนอนพักค้างคืนที่โรงพยาบาล จากนั้นแพทย์จะนัดมาเพื่อติดตามอาการ

การรักษาต้อเนื้อ จะต้องถึงขั้นผ่าตัด ลอกต้อ หรือไม่ แพทย์จะดูจากอาการว่าเป็นมากน้อยเพียงใด ถ้าเป็นน้อยๆ หรือเพิ่งเป็นในระยะแรก ต้อเนื้อยังงอกเข้าไปในตาดำไม่ถึง 1 ใน 3 ของความกว้างของตาดำ ยังไม่จำเป็นต้องผ่าตัด แค่ป้องกันไม่ให้ต้อเนื้อมีการอักเสบบ่อยๆ จะได้ไม่โตเร็วขึ้น โดยการให้คนไข้สวมแว่นที่มีเลนส์ป้องกันรังสียูวี ซึ่งจะช่วยป้องกันลมไปในตัว และใช้ยาหยอดตาควบคุมการอักเสบของต้อเนื้อ ก็จะช่วยประวิงเวลาในการขยายขนาดของต้อเนื้อได้

แต่ถ้าเป็นมากคือต้อเนื้องอกลุกลามเข้าไปในตาดำเกิน 1 ใน 3 ของความกว้างของตาดำ ต้อง ผ่าตัดลอกต้อ ออกเท่านั้น แพทย์จะแนะนำให้ทำผ่าตัดเพราะถ้าทิ้งไว้จะทำให้ต้อเนื้อลามไปถึงใจกลางตาดำได้ ซึ่งไม่เป็นผลดี เพราะจะผ่าตัดได้ค่อนข้างยาก หลังผ่าตัดอาจมองเห็นไม่ชัดเจนเหมือนเดิม เพราะมักเกิดแผลเป็นจากการลอกต้อที่ทำให้กระจกตาขุ่นมัว

การ ผ่าตัดลอกต้อ ที่ทำกันอยู่ในปัจจุบันมี 2 แบบ คือ แบบแรก แพทย์จะลอกเนื้อเยื่อที่เยื่อบุตาขาวและที่มาบดบังอยู่บนตาดำออกไปเพียงอย่างเดียว แต่วิธีนี้มีโอกาสกลับเป็นซ้ำสูง จึงเหมาะกับคนที่อายุมากที่ลักษณะของต้อเนื้อจะค่อนข้างบาง แบนใส ส่วนแบบที่สอง แพทย์จะลอกต้อเนื้อออกพร้อมกับปลูกเนื้อเยื่อบริเวณที่ลอก ซึ่งเนื้อเยื่อที่นำมาปลูกอาจใช้เยื่อบุตาขาวของคนไข้เอง หรือเยื่อหุ้มรกก็ได้ ขึ้นกับดุลยพินิจของแพทย์ การปลูกเนื้อเยื่อร่วมด้วยเป็นวิธีที่ดีมากในการป้องกันการกลับเป็นซ้ำของต้อเนื้อ

หลังผ่าตัด ลอกต้อ แพทย์จะให้ปิดตาแน่นประมาณ 1 – 2 วัน เพื่อให้แผลที่กระจกตาสมานดี ถ้ามีอาการปวดตามากให้รับประทานยาแก้ปวดที่แพทย์จัดให้ไป ควรหยอดตาตามแพทย์สั่ง และในกรณีที่ลอกต้อแบบปลูกเยื่อบุตาขาวหรือเยื่อหุ้มรกจะมีการเย็บแผล ก็จะต้องมาตัดไหมหลังผ่าตัดประมาณ 7 -10 วัน

สำหรับโอกาสกลับเป็นซ้ำหลังลอกต้อออกไปแล้วก็ยังมีอยู่ แพทย์จะให้ยาหยอดตาเพื่อป้องกันการเป็นซ้ำ ส่วนใครที่ยังต้องวนๆ เวียนๆ อยู่กับปัจจัยที่เอื้อให้เกิด ก็ควรหาวิธีป้องกันด้วยการหลีกเลี่ยงจากปัจจัยเหล่านั้น ถ้าเลี่ยงไม่ได้ให้สวมแว่นตาป้องกัน ก็จะกันได้ทั้งลม แสงแดด และฝุ่นละออง ถ้าเป็นไปได้ควรเลือกแว่นตาที่มีเลนส์ป้องกันรังสี UV จะดีที่สุด นอกจากนั้นแนะนำให้รับประทานอาหารที่มีวิตามินเอสูง เช่น น้ำมันตับปลา, นมและผลิตภัณฑ์นม, ไข่แดง, ตับหมู, ตับวัว, ผักใบเขียว และผลไม้ที่มีเนื้อสีเหลืองและสีส้มซึ่งจะมีสารเบต้าแคโรทีนที่ร่างกายนำไปสังเคราะห์เป็นวิตามินเอได้ เช่น มะม่วงสุก, มะละกอสุก, ส้มเขียวหวาน, แครอท, ฟักทอง เป็นต้น ซึ่งวิตามินเอจะช่วยกระตุ้นการทำงานของต่อมที่สร้างสารเมือกและไขมันมาเคลือบผิวกระจกตาและเยื่อบุตาขาว ช่วยเป็นเกราะป้องกันให้ดวงตาสามารถทนแดดทนลมได้ดีขึ้น

อ่านถึงตรงนี้ก็ลองส่องกระจกสำรวจดวงตากันบ้างนะคะ ถ้าเห็นมีลักษณะคล้าย ต้อเนื้อ ที่บริเวณหัวตา ไม่ต้องวินิจฉัยเองเพราะบางทีอาจเป็นแค่ต้อลม ถ้าไม่แน่ใจ ควรปรึกษาจักษุแพทย์ให้ช่วยฟันธงดีที่สุดค่ะ

ค่ารักษา

เพิ่มเติม
การรักษา ราคา(บาท)
ลอกต้อเนื้อ 1 หัว 17,500 - 18,500 บาท
ลอกต้อเนื้อ 2 หัว 22,500 บาท
ลอกต้อเนื้อ 1 หัว ใช้ Fibrin Glue 22,500 - 27,500 บาท
ลอกต้อเนื้อ 2 หัว ใช้ Fibrin Glue 27,500 - 32,500 บาท
การรักษา
ลอกต้อเนื้อ 1 หัว
17,500 - 18,500 บาท
ลอกต้อเนื้อ 2 หัว
22,500 บาท
ลอกต้อเนื้อ 1 หัว ใช้ Fibrin Glue
22,500 - 27,500 บาท
ลอกต้อเนื้อ 2 หัว ใช้ Fibrin Glue
27,500 - 32,500 บาท

เกร็ดความรู้

เพิ่มเติม