ต้อกระจก

สลายต้อกระจกด้วยคลื่นเสียง คืนความคมชัดให้การมองเห็น

“ดวงตา” ไม่ได้เป็นเพียงหน้าต่างของหัวใจเท่านั้น แต่ดวงตาเปรียบเสมือนโลกทั้งใบของเรา หากดวงตาบอดสนิท ก็เหมือนกับว่าโลกของคุณได้มืดมิดไปด้วย หากไม่ได้พิการตาบอดมาแต่กำเนิด ก็ยากที่จะทำใจหากคุณต้องสูญเสียการมองเห็นไปก่อนระยะเวลาอันควร การเฝ้าระวังดูแลรักษาดวงตาจึงเป็นเรื่องที่สำคัญเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะ “โรคต้อกระจก” ที่อาจเกิดขึ้นโดยที่คุณไม่ทันได้สังเกตเห็น

ต้อกระจก (Cataract) เป็นโรคของดวงตาที่สามารถทำให้คุณสูญเสียการมองเห็นได้หากไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกต้องในเวลาอันสมควร ต้อกระจกเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของโปรตีนภายในเลนส์ตา (Lens) ทำให้เลนส์ตาเสื่อมและมีความขุ่นเกิดขึ้นที่ตา ทำให้ตาขุ่น ซึ่งอาจมีสาเหตุมาจากการเสื่อมตามธรรมชาติเนื่องจากอายุที่มากขึ้น เกิดจากโรคติดเชื้อในครรภ์มารดา ทำให้เด็กบางคนเป็นโรคต้อกระจกตั้งแต่กำเนิด เกิดจากการอักเสบต่างๆ ทั้งติดเชื้อและไม่ติดเชื้อ โรคทางพันธุกรรมบางอย่าง โรคขาดอาหาร การรับรังสี กลุ่มโรคที่เกิดจากการเผาผลาญอาหารที่ผิดปกติ เกิดจากอุบัติเหตุ และหากเกิดร่วมกับโรคบางอย่าง เช่น เบาหวาน หรือการรับประทานยาจำพวกสเตียรอยด์เป็นประจำ อาจทำให้เลนส์ขุ่นเร็วกว่าปกติ

เลนส์ตาที่ขุ่นอาจมีสีขาวขุ่น สีเหลืองขุ่น หรือสีน้ำตาล ทำให้การหักเหของแสงผิดไปและทำให้แสงผ่านเข้าไปยังจอประสาทตาได้น้อยลง คนที่เป็นต้อกระจกจึงมองเห็นภาพไม่ชัดเจน เกิดอาการตามัว หากมัวไม่มากก็ยังพอสามารถมองเห็นได้ แต่หากเป็นในขั้นรุนแรงแล้ว จะทำให้สูญเสียการมองเห็นหรือตาบอดได้

ความน่ากลัวของต้อกระจกคือเป็นโรคที่เกิดจากความเสื่อมตามวัยที่เพิ่มขึ้น นั่นหมายความว่า เกือบทุกคนเมื่ออายุมากขึ้น เข้าสู่วัยชรา จะเป็นโรคต้อกระจก และเดี๋ยวนี้คนมีอายุยืนมากขึ้น ดังนั้น ต้อกระจกจึงเป็นโรคที่พบได้บ่อย โดยทั่วโลก 6,000 ล้านคน จะมีคนตาบอด 35-40 ล้านคน 45 เปอร์เซ็นต์ มีสาเหตุมาจากต้อกระจกและโรคแทรกซ้อน ต้อกระจกเกิดขึ้นได้กับคนทุกอายุ แต่จะพบมากในผู้สูงอายุโดยเฉลี่ย 55 ปีขึ้นไป ซึ่งจะมีโอกาสเป็นต้อกระจกได้ถึง 50% และเมื่ออายุ 75 ปีขึ้นไป เกือบทุกคนจะเป็นต้อกระจก

แต่ในระยะแรกหลายคนมักไม่ค่อยรู้ตัวว่ากำลังเป็นโรคนี้อยู่ ดังนั้น คุณควรหมั่นสังเกตอาการผิดปกติทางสายตาของตนเอง โดยอาการของต้อกระจกที่สามารถสังเกตได้คือ

– อาการมองไม่ชัด ซึ่งเป็นอาการที่เด่นชัดที่สุดของต้อกระจก ในระยะแรกสายตาจะเริ่มมัวลงช้าๆ มองเห็นภาพเป็นหมอกหรือควันบังดวงตา และรบกวนการดำเนินชีวิตประจำวัน เช่น อ่านหนังสือ ขับรถ นอกจากในกรณีที่ต้อกระจกเกิดจากอุบัติเหตุหรือโรคบางอย่าง ซึ่งจะทำให้ตามัวได้อย่างรวดเร็ว

– อาการตามัวมองไม่ชัดจะเป็นมากขึ้นในเวลากลางวัน เมื่ออยู่ในที่ที่มีแสงจ้า เช่น กลางแจ้งท่ามกลางแสงแดดจัด แต่กลับมองเห็นได้ชัดเจนขึ้นเมื่ออยู่ในที่ที่มีแสงสลัว เช่น เวลาพลบค่ำหรือตอนกลางคืน ซึ่งเป็นระยะแรกของโรคต้อกระจก

– มองเห็นภาพซ้อน ตาพร่ามัว หากปล่อยทิ้งไว้เป็นระยะเวลานานอาจมองเห็นภาพเป็นเพียงเงาเคลื่อนไหว

– มองเห็นแสงไฟแตกกระจายเป็นรัศมี หรือเป็นวง โดยเฉพาะแสงไฟจากการขับรถในเวลากลางคืน

– มองเห็นฝ้าขาวบริเวณกลางรูม่านตา ซึ่งแปลว่าคุณมีต้อกระจกที่สุกเต็มที่แล้ว

– เปลี่ยนแว่นตาบ่อย เพราะสายตาสั้นมากขึ้น และถึงแม้ว่าจะเปลี่ยนแว่นตาแล้วการมองเห็นก็ยังไม่ดีขึ้น

– อ่านหนังสือตัวเล็กๆ ไม่เห็น และต้องใช้แสงสว่างมากกว่าปกติ

– มองเห็นสีต่างๆ เปลี่ยนไปจากเดิม ไม่สดใส โดยเฉพาะสีเหลือง

– เมื่อต้อกระจกเป็นมากขึ้นจะทำให้ตามัวมองไม่ค่อยเห็นทั้งในเวลากลางวันและกลางคืน

– เริ่มมีอาการปวดตา ม่านตาอักเสบ และมีต้อหินแทรก ทำให้ยากที่จะรักษาและอาจทำให้ตาบอดในที่สุด

หากคุณสังเกตพบว่ามีอาการผิดปกติทางสายตาเพียงข้อใดข้อหนึ่ง ควรพบจักษุแพทย์เพื่อตรวจตา ถ้าหากผลการตรวจวินิจฉัยพบว่าคุณเป็นโรคต้อกระจกและตัดสินใจที่จะทำการรักษาโดยการสลายต้อกระจก จักษุแพทย์จะทำการตรวจตาอย่างละเอียดว่ามีโรคตาอย่างอื่นอีกหรือไม่ ซักถามประวัติ ตรวจร่างกาย สอบถามถึงยาที่คุณใช้อยู่เป็นประจำ เพื่อแนะนำว่ายาที่ทานอยู่ควรหยุดหรือสามารถทานต่อได้ตามปกติ จากนั้นจึงวัดค่าเลนส์เทียมที่จะใส่แทนที่เลนส์ธรรมชาติของดวงตา และให้คุณเตรียมตัวก่อนการรักษา โดยให้ยาปฎิชีวนะหยอดตาเพื่อป้องกันการติดเชื้อก่อนผ่าตัด แนะนำให้ทำความสะอาดใบหน้าและสระผมก่อนทำการรักษา และควรมีญาติมาด้วยในวันผ่าตัด

การรักษาโรคต้อกระจกในปัจจุบัน ยังไม่มีการรักษาด้วยยา ไม่ว่าจะเป็นยารับประทานหรือยาหยอดตาที่สามารถป้องกันและรักษาให้ต้อกระจกหายไปได้ แต่การรักษาที่ทันสมัยและมีประสิทธิภาพมากที่สุดในตอนนี้ก็คือ “การผ่าตัด” ในอดีตอาจมองดูว่าเป็นเรื่องน่ากลัว เป็นการผ่าตัดใหญ่ และมีความเสี่ยงสูง แต่ปัจจุบันเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่มีการพัฒนาให้ก้าวหน้าไปเป็นอย่างมาก ทำให้การผ่าตัดรักษาต้อกระจกเป็นไปได้อย่างง่ายดาย การผ่าตัดนี้เรียกว่า “การสลายต้อกระจก” (Phacoemulsification (PE)) เรียกย่อๆ ว่า “Phaco”

การสลายต้อกระจก เป็นการใช้เครื่องสลายเลนส์ (Phaco) มาช่วยในการผ่าตัด โดยใช้คลื่นเสียง (Ultrasound) ความถี่สูง ทำให้เนื้อเลนส์แก้วตาที่ขุ่นสลายเป็นชิ้นเล็กๆ แล้วดูดออกมา จากนั้นใส่เลนส์แก้วตาเทียมเข้าไปแทนที่เดิม

โดยมีขั้นตอนคือแพทย์จะทำการหยอดหรือฉีดยาชาเพื่อไม่ให้เจ็บขณะทำการรักษา จากนั้นทำความสะอาดผิวหนังบริเวณรอบดวงตาและในกระบอกตา แล้วเจาะรูเล็กๆ ขนาด 2 – 2.5 มิลลิเมตร บริเวณขอบกระจกตา จากนั้นจึงทำการสลายต้อกระจกด้วยคลื่นเสียงความถี่สูง (Phacoemulsification) แล้วดูดเอาต้อกระจกที่สลายแล้วออก และทำการใส่เลนส์แก้วตาเทียมแทนที่เลนส์แก้วตาธรรมชาติที่ดูดออกไป หลังการรักษาแผลผ่าตัดจะสมานได้เองตามธรรมชาติโดยไม่ต้องทำการเย็บ ยกเว้นในรายที่เปิดแผลกว้าง แพทย์จะทำการเย็บด้วยไหมละลายขนาดเล็กพิเศษให้ ระยะเวลาที่ใช้ในการรักษาประมาณ 20-30 นาที

ผู้ป่วยโรคต้อกระจกต้องทนอยู่กับอาการตามัวมองไม่เห็นมาเกือบตลอดชีวิต ทำให้คุณภาพชีวิตย่ำแย่ไม่เป็นไปตามที่คิด ไม่สามารถลงมือทำสิ่งต่างๆ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายในชีวิตได้อย่างที่ใจต้องการ การรักษาด้วย “การสลายต้อกระจก” ที่ใช้เวลาในการผ่าตัดไม่ถึงชั่วโมง สามารถทำให้ผู้ป่วยโรคต้อกระจกกลับมามีดวงตาที่สดใส มองเห็นได้ชัดเจนมากขึ้น และสามารถดำรงชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข

หลังการผ่าตัดผู้ป่วยสามารถลุกขึ้นทำกิจกรรมเบาๆ ได้ ฟื้นตัวในการมองเห็นได้เร็ว อาจมีอาการระคายเคืองตา โดยจักษุแพทย์อาจต้องใส่เครื่องป้องกันการขยี้ตาให้เป็นเวลา 1-2 วัน หลังผ่าตัดผู้ป่วยไม่จำเป็นต้องนอนพักฟื้นที่โรงพยาบาล เพียงนั่งพักประมาณครึ่งชั่วโมง หลังจากรับยาและข้อแนะนำเสร็จก็สามารถกลับบ้านหรือกลับไปใช้ชีวิตประจำวันตามปกติได้ หลังผ่าตัด 1 วัน ผู้ป่วยจะมองเห็นชัดขึ้น และชัดขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่ง 4 สัปดาห์ผ่านไปก็จะมองเห็นได้ชัดมากที่สุด การสลายต้อกระจก จะทำให้สายตามองเห็นได้ชัดเจนมากขึ้น แต่ในบางรายที่เป็นโรคอื่นร่วมด้วย เช่น ต้อหิน จอประสาทตาเสื่อม เบาหวาน อาจทำให้มองเห็นไม่ชัดเท่ากับคนที่ไม่มีโรคอื่นๆ ร่วมด้วย

เมื่อผู้ป่วยได้รับการรักษาด้วยการสลายต้อกระจกแล้ว ควรหยอดตาและทานยาตามแพทย์สั่ง ก่อนที่จะหยอดยาควรล้างมือให้สะอาดทุกครั้ง ระวังอย่าให้น้ำเข้าตาเป็นเวลาประมาณ 30 วัน และควรดูแลใบหน้าให้สะอาดอยู่เสมอ ไม่ขยี้ตา สวมแว่นกันแดดปกป้องดวงตา งดเว้นกิจกรรมที่ต้องใช้สายตามากๆ หรือการออกกำลังกายอย่างหนักหน่วง จนกว่าแผลจะหายดี และข้อสำคัญคือเมื่อพบว่ามีอาการผิดปกติหลังการรักษา เช่น มองไม่เห็น ปวดตามาก ตาแดง เห็นแสงแปล๊บๆ มีขี้ตาสีเหลือง มีอาการคลื่นไส้อาเจียน ปวดศีรษะ และเกิดอุบัติเหตุบริเวณตาข้างที่ทำการผ่าตัดรักษา ให้รีบมาพบแพทย์โดยทันที

ต้อกระจกป้องกันได้หรือไม่?

อย่างที่พูดไว้ในตอนต้นว่าโรคต้อกระจกนั้น ส่วนใหญ่เกิดจากความเสื่อมตามอายุที่เพิ่มขึ้น ดังนั้น ในการป้องกันโรคต้อกระจกและเพื่อเป็นการรักษาในระยะเริ่มแรก คือการพบจักษุ   แพทย์เพื่อตรวจตาตามความเหมาะสม โดยในผู้สูงอายุหากมีอายุระหว่าง 40 – 65 ปี ควรตรวจตาทุก 2 – 4 ปี และหากมีอายุมากกว่า 65 ปี ให้ตรวจทุก 1- 2 ปี สำหรับวัยอื่นๆ ควรตรวจตาเมื่อมีอาการเปลี่ยนแปลง และควรหลีกเลี่ยงสาเหตุที่เป็นปัจจัยเร่งให้เกิดต้อกระจกเร็วขึ้น นั่นก็คือแสงอัลตร้าไวโอเลต คนที่ต้องทำงานกลางแจ้งเป็นประจำ ต้องเผชิญกับแสงแดดจัดอยู่เสมอ ควรสวมแว่นกันแดดเพื่อป้องกัน การสูบบุหรี่ ยาบางชนิดที่ต้องรับประทานอย่างต่อเนื่องเป็นเวลานาน เช่น สเตียรอยด์ ก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่เร่งการเกิดของต้อกระจกให้เร็วขึ้น รวมทั้งคนที่เป็นโรคเบาหวานร่วมด้วย หากควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้ดี ก็จะช่วยชะลอการเกิดโรคต้อกระจกได้

การสลายต้อกระจกด้วยคลื่นเสียงความถี่สูง (Phacoemulsification) เป็นวิวัฒนาการในการรักษาต้อกระจกให้หายขาดได้อย่างมีประสิทธิภาพในปัจจุบัน เป็นการทำหัตถการที่ใช้เวลาไม่นาน แผลผ่าตัดเล็ก ผู้ป่วยไม่เจ็บ และสามารถมองเห็นได้ทันทีหลังจากผ่าตัด ทำให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ดังนั้น หากเริ่มมีอาการผิดปกติเกิดขึ้นกับดวงตาของคุณ อย่าปล่อยให้ตามัวเป็นอุปสรรคในการดำเนินชีวิตอีกต่อไป ควรรีบปรึกษาจักษุแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในสถานพยาบาลที่ได้มาตรฐาน เพื่อรับการรักษาอย่างทันท่วงที

ค่ารักษา

เพิ่มเติม
การรักษา ราคา(บาท)
ผ่าตัดต้อกระจก (เลนส์พับไม่ได้) (ข้างละ) พัก 1 คืน 37,000 บาท
ผ่าตัดต้อกระจกใช้อุลตร้าซาวด์ เลนส์พับได้ (ข้างละ) พัก 1 คืน 42,000 บาท
ผ่าตัดต้อกระจกใช้อุลตร้าซาวด์ เลนส์พับสายตาเอียง (ข้างละ) พัก 1 คืน 65,000 บาท
ผ่าตัดต้อกระจกใช้อุลตร้าซาวด์ เลนส์โฟกัสใกล้/ไกล (ข้างละ) พัก 1 คืน 90,000 บาท
ผ่าตัดต้อกระจกใช้อุลตร้าซาวด์ เลนส์โฟกัสใกล้/ไกล และแก้สายตาเอียง (ข้างละ) พัก 1 คืน 98,000 บาท
ลอกต้อเนื้อ 1 หัว 17,000 - 18,000 บาท
ลอกต้อเนื้อ 2 หัว 22,000 บาท
ผ่าตัดก้อนที่เปลือกตา (ข้างละ) 5,500 บาท
Laser รักษาต้อหิน (ข้างละ) 15,000 บาท
Laser รักษาต้อหิน (2 ข้าง) 18,000 บาท
Laser PRP รักษาเบาหวาน (ข้างละ) 9,500 บาท
Laser PRP รักษาเบาหวาน (2 ข้าง) 15,000 บาท
ตรวจจอประสาทตา (funduscopy) 1,500 บาท
ตรวจจอประสาทตาด้วย Slit Lamp (90D) 1,000 บาท
ผ่าตัดท่อน้ำตาตันจากด้านนอก (ดมยา) (ข้างละ) พัก 1 คืน 41,000 บาท
ส่องกล้องผ่าตัดท่อน้ำตาตัน (ดมยา) (ข้างละ) พัก 1 คืน 62,000 บาท
ผ่าตัดต้อหิน (ข้างละ) พัก 1 คืน 38,000 บาท
แก้ไขกล้ามเนื้อตาเหล่แนวตั้ง 1-2 มัด (ดมยา) (2 ข้าง) พัก 1 คืน 41,000 บาท
แก้ไขกล้ามเนื้อตาเหล่แนวนอน 1-2 มัด (ดมยา) (2 ข้าง) พัก 1 คืน 39,000 บาท
แก้ไขกล้ามเนื้อตาเหล่แนวตั้ง 1-2 มัด (ไม่ดมยา) (2 ข้าง) 35,000 บาท
แก้ไขกล้ามเนื้อตาเหล่แนวนอน 1-2 มัด (ไม่ดมยา) (2 ข้าง) 31,000 บาท

เกร็ดความรู้

เพิ่มเติม
Show Buttons
Hide Buttons