โรคต่อมบาร์โธลินอักเสบ (Bartholin’s Cyst), ฝีต่อมบาร์โธลิน, ฝีปากช่องคลอด หรือฝีอวัยวะเพศหญิง เป็นโรคที่พบบ่อยในผู้หญิงวัยเจริญพันธุ์ เกิดจากความผิดปกติกับต่อมบาร์โธลิน มักเกิดจากการอุดตันของต่อมบาร์โธลิน จนน้ำหล่อลื่นที่ถูกสร้างขึ้นไม่สามารถผ่านออกมาได้จนสะสมค้างอยู่ในท่อ บวมขึ้นเรื่อย ๆ และอักเสบ เป็นฝีหนองได้ แม้จะไม่ร้ายแรงถึงชีวิตแต่อาจกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันได้ การรักษาสุขอนามัยทางเพศที่ดี รวมทั้งตรวจภายในอย่างสม่ำเสมอจะช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรค

ต่อมบาร์โธลิน (Bartholin’s gland) คือ ส่วนประกอบหนึ่งของอวัยวะเพศหญิง มีขนาดเล็กประมาณเมล็ดถั่ว อยู่บริเวณปากช่องคลอด มีหน้าที่ผลิตสารหล่อลื่นขณะร่วมเพศ เมื่อต่อมบาร์โธลินอักเสบจะบวมโตคล้ายถุงน้ำ เรียกว่า ฝีที่ปากช่องคลอด ทำให้เกิดความเจ็บปวดและระคายเคือง ทั้งนี้ต่อมบาร์โธลินจะมีอยู่สองข้างและมักพบการอักเสบได้ทีละข้าง
ปวดแสบบริเวณช่องคลอดหรือขาหนีบ
คลำเจอถุงน้ำ หรือตุ่มหนองที่อวัยวะเพศ
บริเวณที่เป็นฝี บวม แดง และร้อน
อาจมีไข้ต่ำๆ เนื่องจากการติดเชื้อ
มีอาการเจ็บปวดเมื่อเคลื่อนไหว เช่น เดินหรือลุกนั่ง
การขาดสุขอนามัยที่ดีบริเวณอวัยวะเพศ มีคราบเหงื่อ คราบปัสสาวะ ตกขาว หรือมีเมือกใส หมักหมม จะเพิ่มความเสี่ยงในการอุดตันบริเวณรูเปิดของต่อมบาร์โธลินจนติดเชื้อ
ติดเชื้อแบคทีเรียหลังการอุดตันบริเวณรูเปิดของต่อมบาร์โธลิน
การสวมใส่กางเกงหรือเสื้อผ้าที่รัดแน่นจนเกินไป เป็นเวลานาน ทำให้เกิดความอับชื้นและ เสียดสีบริเวณปากช่องคลอด ทำให้เกิดต่อมบาร์โธลินอักเสบง่ายขึ้น
เกิดจากการติดเชื้อต่างๆ เช่น เชื้อสแตฟฟิโลคอกคัส (Staphylococcus)
เกิดจากโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เช่น หนองในแท้ (Gonorrhea) หรือหนองในเทียม (Chlamydia)
การออกกำลังกายหรือกีฬาที่มีการเสียดสีหรือกดทับ เช่น ขี่จักรยานทางไกล
แพทย์จะซักประวัติและการตรวจร่างกายบริเวณอวัยวะเพศภายนอกเพื่อหาสาเหตุของการบวม แดง หรือมีฝี
หากสงสัยว่ามีการติดเชื้อจะเจาะหนองจากฝีเพื่อนำไปตรวจเพาะเชื้อ ซึ่งช่วยระบุชนิดของแบคทีเรียที่ก่อให้เกิดการติดเชื้อและช่วยในการเลือกยาปฏิชีวนะที่เหมาะสม
กรณีผู้หญิงที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไป แพทย์อาจแนะนำให้ตรวจเพิ่มเติม เช่น การตรวจชิ้นเนื้อ (biopsy) เพื่อแยกโรคอื่น ๆ เช่น มะเร็ง โดยเฉพาะหากพบว่ามีการเกิดก้อนที่มีลักษณะผิดปกติ
กรณีที่อาการไม่รุนแรง ฝีมีขนาดเล็ก เป็นเพียงถุงน้ำ ยังไม่มีหนอง ให้ผู้ป่วยนั่งแช่น้ำอุ่น วันละ 2 ครั้ง ครั้งละ 20 นาที จะช่วยบรรเทาอาการบวมโตให้ยุบลงได้ หากปวดสามารถทานยาแก้ปวดได้ ร่วมกับการทานยาปฏิชีวนะ
กรณีที่อาการรุนแรง ถุงน้ำมีขนาดใหญ่ อักเสบ บวมแดงมาก มีหนอง แพทย์จะให้ยาปฏิชีวนะร่วมกับเจาะถุงน้ำเพื่อระบายของเหลว กรณีที่ถุงน้ำมีขนาดใหญ่ เป็นหนอง ไม่ควรบีบหรือกรีดหนองด้วยตัวเองเพราะจะทำให้ติดเชื้อลุกลามได้
ผ่าและเย็บปากถุงน้ำบาร์โธลิน (Marsupialization) ในกรณีที่เกิดถุงน้ำซ้ำ แพทย์จะใช้วิธีผ่าตัดเปิดปากถุงน้ำออก เพื่อเอาสารคัดหลั่งและหนองออกให้หมด และเย็บขอบถุงน้ำเข้ากับชั้นผิวหนัง ให้เปิดค้างไว้เป็นช่องทางระบายน้ำถาวร เพื่อป้องกันการอุดตันซ้ำ ถือเป็นวิธีที่แพทย์นิยมใช้ เพราะช่วยลดโอกาสกลับมาเป็นใหม่ ได้มากกว่าแค่การเจาะระบายเพียงอย่างเดียว โดยเป็นการผ่าตัดเล็ก ไม่ต้องใช้ยาสลบ ระยะเวลาพักฟื้นไม่นาน และผู้ป่วยยังกลับบ้านได้ในวันเดียวกันด้วย
ผ่าตัดนำต่อมบาร์โธลินออก หากรักษาด้วยวิธีอื่นแล้วไม่เห็นผล แต่พบได้น้อย
งดมีเพศสัมพันธ์ 7 วันภายหลังการทำหัตถการ

ข้อดีของการผ่าและเย็บถุงน้ำบาร์โธลิน?
– ช่วยให้อาการเจ็บปวดปวดลดลงทันทีหลังทำ ผู้ป่วยไม่ต้องทนทรมานกับอาการปวด
– ช่วยลดโอกาสการกลับมาเป็นซ้ำ เพราะแพทย์จะผ่าตัดเปิดแผล พร้อมระบายหนองออกจนหมด
– ช่วยป้องกันการติดเชื้อลุกลาม หากอักเสบมาก หรือฝีแตกเอง อาจเสี่ยงติดเชื้อหรือเกิดภาวะแทรกซ้อนได้

แนวทางการป้องกันต่อมบาร์โธลินอักเสบ
– ทำความสะอาดอวัยวะเพศทุกวัน เวลาอาบน้ำ และหลังมีเพศสัมพันธ์
– ควรเปลี่ยนผ้าอนามัยบ่อยครั้งช่วงมีประจำเดือน ไม่ควรปล่อยให้อวัยวะเพศอับชื้นเป็นเวลานาน
– สวมใส่กางเกงชั้นในที่โปร่ง และระบายอากาศได้ดี
– ไม่ควรบีบหนองออกเอง เมื่อพบถุงน้ำจากการบวมของต่อมบาร์โธลิน เพราะจะทำให้ติดเชื้อได้
– ใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์ ป้องกันการติดเชื้อแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของต่อมบาร์โธลินอักเสบ

ถ้าต่อมบาร์โธลินอักเสบรุนแรง ไม่ผ่าตัดได้ไหม?
หากมีอาการอักเสบรุนแรง เป็นหนอง ปวดมาก บวม จนส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวัน โอกาสที่จะหายเองโดยไม่ผ่าตัดถือว่าน้อยมาก การทานยา เจาะฝีระบายหนองออก มีโอกาสกลับมาเป็นซ้ำสูง เนื่องจากเป็นเพียงการเจาะรูเล็กๆ เพื่อเปิดทางให้หนองออกมาเท่านั้น หนองที่อยู่ด้านในอาจระบายไม่หมด ทำให้กลับมาเป็นซ้ำได้อีก ขณะที่การผ่าตัดจะกรีดเปิดปากถุงน้ำแล้วระบายหนองออกจนหมด ใช้ไหมละลายเย็บผนังต่อมบาร์โธลินเข้ากับชั้นผิวหนัง ทำให้โอกาสเป็นซ้ำน้อยมาก