Yanhee
chat

ต่อมบาร์โธลินอักเสบ

โรคต่อมบาร์โธลินอักเสบ (Bartholin’s Cyst), ฝีต่อมบาร์โธลิน, ฝีปากช่องคลอด หรือฝีอวัยวะเพศหญิง เป็นโรคที่พบบ่อยในผู้หญิงวัยเจริญพันธุ์ เกิดจากความผิดปกติกับต่อมบาร์โธลิน มักเกิดจากการอุดตันของต่อมบาร์โธลิน จนน้ำหล่อลื่นที่ถูกสร้างขึ้นไม่สามารถผ่านออกมาได้จนสะสมค้างอยู่ในท่อ บวมขึ้นเรื่อย ๆ และอักเสบ เป็นฝีหนองได้ แม้จะไม่ร้ายแรงถึงชีวิตแต่อาจกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันได้ การรักษาสุขอนามัยทางเพศที่ดี รวมทั้งตรวจภายในอย่างสม่ำเสมอจะช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรค

ต่อมบาร์โธลิน คืออะไร?

อาการของต่อมบาร์โธลินอักเสบ

สาเหตุของต่อมบาร์โธลินอักเสบ

แนวทางการตรวจวินิจฉัยโรคต่อมบาร์โธลินอักเสบ

แนวทางการรักษาต่อมบาร์โธลินอักเสบ

Q&A หลากคำถาม มีคำตอบ เกี่ยวกับต่อมบาร์โธลินอักเสบ

ต่อมบาร์โธลิน คืออะไร?

ต่อมบาร์โธลิน

ต่อมบาร์โธลิน (Bartholin’s gland) คือ ส่วนประกอบหนึ่งของอวัยวะเพศหญิง มีขนาดเล็กประมาณเมล็ดถั่ว อยู่บริเวณปากช่องคลอด มีหน้าที่ผลิตสารหล่อลื่นขณะร่วมเพศ เมื่อต่อมบาร์โธลินอักเสบจะบวมโตคล้ายถุงน้ำ เรียกว่า ฝีที่ปากช่องคลอด ทำให้เกิดความเจ็บปวดและระคายเคือง ทั้งนี้ต่อมบาร์โธลินจะมีอยู่สองข้างและมักพบการอักเสบได้ทีละข้าง

อาการของต่อมบาร์โธลินอักเสบ

ปวดแสบบริเวณช่องคลอดหรือขาหนีบ

ต่อมบาร์โธลิน

คลำเจอถุงน้ำ หรือตุ่มหนองที่อวัยวะเพศ

บริเวณที่เป็นฝี บวม แดง และร้อน

อาจมีไข้ต่ำๆ เนื่องจากการติดเชื้อ

มีอาการเจ็บปวดเมื่อเคลื่อนไหว เช่น เดินหรือลุกนั่ง

สาเหตุของต่อมบาร์โธลินอักเสบ

การขาดสุขอนามัยที่ดีบริเวณอวัยวะเพศ มีคราบเหงื่อ คราบปัสสาวะ ตกขาว หรือมีเมือกใส หมักหมม จะเพิ่มความเสี่ยงในการอุดตันบริเวณรูเปิดของต่อมบาร์โธลินจนติดเชื้อ

ต่อมบาร์โธลิน

ติดเชื้อแบคทีเรียหลังการอุดตันบริเวณรูเปิดของต่อมบาร์โธลิน

การสวมใส่กางเกงหรือเสื้อผ้าที่รัดแน่นจนเกินไป เป็นเวลานาน ทำให้เกิดความอับชื้นและ เสียดสีบริเวณปากช่องคลอด ทำให้เกิดต่อมบาร์โธลินอักเสบง่ายขึ้น

ต่อมบาร์โธลิน

เกิดจากการติดเชื้อต่างๆ เช่น เชื้อสแตฟฟิโลคอกคัส (Staphylococcus)

เกิดจากโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เช่น หนองในแท้ (Gonorrhea) หรือหนองในเทียม (Chlamydia)

ต่อมบาร์โธลิน

การออกกำลังกายหรือกีฬาที่มีการเสียดสีหรือกดทับ เช่น ขี่จักรยานทางไกล

แนวทางการตรวจวินิจฉัยโรคต่อมบาร์โธลินอักเสบ

แพทย์จะซักประวัติและการตรวจร่างกายบริเวณอวัยวะเพศภายนอกเพื่อหาสาเหตุของการบวม แดง หรือมีฝี

หากสงสัยว่ามีการติดเชื้อจะเจาะหนองจากฝีเพื่อนำไปตรวจเพาะเชื้อ ซึ่งช่วยระบุชนิดของแบคทีเรียที่ก่อให้เกิดการติดเชื้อและช่วยในการเลือกยาปฏิชีวนะที่เหมาะสม

กรณีผู้หญิงที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไป แพทย์อาจแนะนำให้ตรวจเพิ่มเติม เช่น การตรวจชิ้นเนื้อ (biopsy) เพื่อแยกโรคอื่น ๆ เช่น มะเร็ง โดยเฉพาะหากพบว่ามีการเกิดก้อนที่มีลักษณะผิดปกติ

แนวทางการรักษาต่อมบาร์โธลินอักเสบ

กรณีที่อาการไม่รุนแรง ฝีมีขนาดเล็ก เป็นเพียงถุงน้ำ ยังไม่มีหนอง ให้ผู้ป่วยนั่งแช่น้ำอุ่น วันละ 2 ครั้ง ครั้งละ 20 นาที จะช่วยบรรเทาอาการบวมโตให้ยุบลงได้ หากปวดสามารถทานยาแก้ปวดได้ ร่วมกับการทานยาปฏิชีวนะ

กรณีที่อาการรุนแรง ถุงน้ำมีขนาดใหญ่ อักเสบ บวมแดงมาก มีหนอง แพทย์จะให้ยาปฏิชีวนะร่วมกับเจาะถุงน้ำเพื่อระบายของเหลว กรณีที่ถุงน้ำมีขนาดใหญ่ เป็นหนอง ไม่ควรบีบหรือกรีดหนองด้วยตัวเองเพราะจะทำให้ติดเชื้อลุกลามได้

ผ่าและเย็บปากถุงน้ำบาร์โธลิน (Marsupialization) ในกรณีที่เกิดถุงน้ำซ้ำ แพทย์จะใช้วิธีผ่าตัดเปิดปากถุงน้ำออก เพื่อเอาสารคัดหลั่งและหนองออกให้หมด และเย็บขอบถุงน้ำเข้ากับชั้นผิวหนัง ให้เปิดค้างไว้เป็นช่องทางระบายน้ำถาวร เพื่อป้องกันการอุดตันซ้ำ ถือเป็นวิธีที่แพทย์นิยมใช้ เพราะช่วยลดโอกาสกลับมาเป็นใหม่ ได้มากกว่าแค่การเจาะระบายเพียงอย่างเดียว โดยเป็นการผ่าตัดเล็ก ไม่ต้องใช้ยาสลบ ระยะเวลาพักฟื้นไม่นาน และผู้ป่วยยังกลับบ้านได้ในวันเดียวกันด้วย

ผ่าตัดนำต่อมบาร์โธลินออก หากรักษาด้วยวิธีอื่นแล้วไม่เห็นผล แต่พบได้น้อย

งดมีเพศสัมพันธ์ 7 วันภายหลังการทำหัตถการ

Q&A หลากคำถาม มีคำตอบ เกี่ยวกับ “ต่อมบาร์โธลินอักเสบ”

ถาม
ตอบ

ข้อดีของการผ่าและเย็บถุงน้ำบาร์โธลิน?

– ช่วยให้อาการเจ็บปวดปวดลดลงทันทีหลังทำ ผู้ป่วยไม่ต้องทนทรมานกับอาการปวด

– ช่วยลดโอกาสการกลับมาเป็นซ้ำ เพราะแพทย์จะผ่าตัดเปิดแผล พร้อมระบายหนองออกจนหมด

– ช่วยป้องกันการติดเชื้อลุกลาม หากอักเสบมาก หรือฝีแตกเอง อาจเสี่ยงติดเชื้อหรือเกิดภาวะแทรกซ้อนได้

ถาม
ตอบ

แนวทางการป้องกันต่อมบาร์โธลินอักเสบ

– ทำความสะอาดอวัยวะเพศทุกวัน เวลาอาบน้ำ และหลังมีเพศสัมพันธ์

– ควรเปลี่ยนผ้าอนามัยบ่อยครั้งช่วงมีประจำเดือน ไม่ควรปล่อยให้อวัยวะเพศอับชื้นเป็นเวลานาน

– สวมใส่กางเกงชั้นในที่โปร่ง และระบายอากาศได้ดี

– ไม่ควรบีบหนองออกเอง เมื่อพบถุงน้ำจากการบวมของต่อมบาร์โธลิน เพราะจะทำให้ติดเชื้อได้

– ใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์ ป้องกันการติดเชื้อแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของต่อมบาร์โธลินอักเสบ

ถาม
ตอบ

ถ้าต่อมบาร์โธลินอักเสบรุนแรง ไม่ผ่าตัดได้ไหม?

หากมีอาการอักเสบรุนแรง เป็นหนอง ปวดมาก บวม จนส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวัน โอกาสที่จะหายเองโดยไม่ผ่าตัดถือว่าน้อยมาก การทานยา เจาะฝีระบายหนองออก มีโอกาสกลับมาเป็นซ้ำสูง เนื่องจากเป็นเพียงการเจาะรูเล็กๆ เพื่อเปิดทางให้หนองออกมาเท่านั้น หนองที่อยู่ด้านในอาจระบายไม่หมด ทำให้กลับมาเป็นซ้ำได้อีก ขณะที่การผ่าตัดจะกรีดเปิดปากถุงน้ำแล้วระบายหนองออกจนหมด ใช้ไหมละลายเย็บผนังต่อมบาร์โธลินเข้ากับชั้นผิวหนัง ทำให้โอกาสเป็นซ้ำน้อยมาก

บทความโดย นพ.อภิชาติ ฤชุกรดำรง

หัตถการของศูนย์สูติ-นรีเวช

chat