ติ่งเนื้องอกในลำไส้ใหญ่ เป็นจุดเริ่มต้นของความเสี่ยงนำไปสู่มะเร็งลำไส้ใหญ่ได้ในอนาคตหากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่รักษา ในระยะแรกอาจจะยังไม่ได้ส่งผลอะไร แต่หากปล่อยไว้เรื่อย ๆ กว่าจะพบอาจจะกลายเป็นมะเร็งแล้ว โดยเฉพาะผู้สูงอายุ 50 ปีขึ้นไป โดยทั่วไปแล้วติ่งเนื้องอกในลำไส้ใหญ่มักไม่ก่อให้เกิดอาการ แต่ถ้าติ่งเนื้อมีขนาดใหญ่อาจทำให้มีเลือดปนออกมากับอุจจาระได้ วิธีที่ดีที่สุดในการตรวจหาติ่งเนื้องอกในลำไส้ใหญ่คือการตรวจคัดกรองโดยแพทย์ที่โรงพยาบาล

ติ่งเนื้อในลำไส้ใหญ่(Colonic Polyps) เป็นการโตขึ้นของก้อนเนื้อบริเวณผนังลำไส้ใหญ่ มีลักษณะเป็นก้อนเล็กๆยื่นออกมาจากผนังลำไส้ ขนาดของติ่งเนื้อแตกต่างกันไป ตั้งแต่ขนาดเล็ก เส้นผ่าศูนย์กลาง 2 – 5 มิลลิเมตร ไปจนถึงขนาดใหญ่หลายเซนติเมตร เกิดขึ้นได้กับหลายจุดตลอดทางเดินอาหาร แต่พบบริเวณลำไส้ใหญ่ได้บ่อยที่สุด
ทั้งนี้ ติ่งเนื้อในลำไส้ใหญ่จำแนกได้ออกเป็น 2 ชนิด คือ
ติ่งเนื้อชนิด hyperplastic คือชนิดที่ไม่เสี่ยงเป็นมะเร็ง พบเฉลี่ยร้อยละ 80-90 มักมีขนาดเล็กมากกว่า 5 มิลลิเมตร มักพบบริเวณส่วนท้ายของลำไส้ใหญ่
ติ่งเนื้อชนิด adenoma ถือเป็นขั้นเริ่มแรกของมะเร็งลำไส้ใหญ่ มีโอกาสพบร้อยละ 10-30 แต่ไม่ได้หมายความว่าติ่งเนื้อนี้จะกลายเป็นมะเร็งเสมอไป จากสถิติพบว่าติ่งเนื้อขนาดใหญ่มากกว่า 1 เซนติเมตรขึ้นไปหรือมีจำนวนหลายก้อน ยิ่งมีโอกาสเป็นมะเร็งได้มากกว่า
ผู้ที่มีอายุมากกว่า 50 ปี แม้จะไม่มีปัจจัยเสี่ยงทางสุขภาพใดๆ แต่ยังมีโอกาสพบติ่งเนื้องอกในลำไส้ใหญ่ได้มากถึงร้อยละ 25
ผู้ที่มีประวัติสมาชิกในครอบครัวหรือญาติสายตรงเคยป่วยด้วยโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่หรือเคยมีติ่งเนื้องอกในลำไส้ใหญ่มาก่อน เพราะการมีติ่งเนื้อหรือมะเร็งบางชนิดที่เกิดจากกรรมพันธุ์ อาจเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นได้แม้อายุยังไม่มาก
ผู้ที่มีประวัติเคยเป็นติ่งเนื้องอกหรือเป็นมะเร็งอาจมีความเสี่ยงที่จะกลับมาเป็นซ้ำได้อีก
ผู้มีภาวะน้ำหนักตัวเกินมาตรฐานค่าดัชนีมวลกาย (BMI)
มีภาวะติดเชื้อที่ส่งผลต่อลำไส้ใหญ่ เช่น โรคโครห์น หรือโรคลำไส้ใหญ่อักเสบชนิดเป็นแผล
พันธุกรรมของผู้ที่เคยป่วยด้วยโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่มาก่อน
อาจเกิดจากการเจริญเติบโตของเนื้อเยื่อผิดปกติ โดยทั่วไปร่างกายจะสร้างเซลล์ที่แข็งแรงขึ้นใหม่เป็นระยะเพื่อทดแทนเซลล์เก่าที่เสียหายหรือไม่จำเป็นอีกต่อไป การแบ่งตัวของเซลล์ใหม่มักถูกควบคุมให้อยู่ในระดับเหมาะสม แต่บางกรณีเซลล์ใหม่มีการเติบโตและแบ่งตัวก่อน ทำให้มีการเจริญเติบโตมากเกินไปจนเกิดติ่งเนื้อในลำไส้ใหญ่ขึ้น
ทานอาหารที่มีไขมันสูง กากใยน้อย จนท้องผูก ทำให้เกิดการเกร็งบริเวณลำไส้ใหญ่ ซึ่งอาจทำให้เนื้อเยื่อที่บอบบางโป่งพองออกมากลายเป็นติ่งเนื้อ
มักเกิดในผู้ที่มีอายุมากกว่า 50 ปีขึ้นไป
ถ่ายเป็นเลือด อุจจาระปนเลือด อาการนี้บ่งชี้ว่ามีติ่งเนื้อในลำไส้ใหญ่ มะเร็งลำไส้ใหญ่ หรือภาวะอื่นๆ ได้ เช่น ริดสีดวงทวาร และแผลขนาดเล็กที่ทวารหนัก
สีอุจจาระเปลี่ยน เนื่องจากมีเลือดปน อาจสังเกตเห็นเป็นรอยสีแดงหรือดำในอุจจาระ
การขับถ่ายเปลี่ยนแปลง อาการท้องผูกหรือท้องร่วงเป็นเวลานานกว่าหนึ่งสัปดาห์ หรือถ่ายไม่สุด รู้สึกอึดอัดแม้เพิ่งเข้าห้องน้ำ
ภาวะเลือดจางจากการขาดธาตุเหล็ก มีเลือดออกจากติ่งเนื้อในลำไส้ใหญ่ ทำให้ร่างกายขาดธาตุเหล็กซึ่งช่วยให้เซลล์เม็ดเลือดแดงลำเลียงออกซิเจนไปยังร่างกาย เมื่อขาดธาตุเหล็กทำให้เกิดภาวะเลือดจางทำให้ผู้ป่วยรู้สึกเหนื่อยและหายใจลำบาก
ปวดท้องบีบเกร็ง หรือแน่นบริเวณท้อง
ติ่งเนื้อในลำไส้ใหญ่ขนาดใหญ่สามารถอุดตันลำไส้เป็นบางส่วน ทำให้เกิดอาการปวดตะคริวตรง หน้าท้อง คลื่นไส้ และอาเจียนได้
ลำไส้อุดตัน ผายลมออกมาไม่ได้
การตรวจอุจจาระเพื่อหาเลือดแฝง
การส่องกล้องตรวจบริเวณลำไส้ใหญ่ส่วนปลาย (sigmoidoscopy) เพื่อดูลำไส้ส่วนล่าง
การตรวจทางรังสี เช่น สวนทวารด้วยแบเรียม
การส่องกล้องตรวจลำไส้ใหญ่ (colonoscopy) เพื่อนำติ่งเนื้อออกมา ถือเป็นวิธีแม่นยำที่สุดในการตรวจหาติ่งเนื้อในลำไส้ใหญ่
เอกซเรย์คอมพิวเตอร์ความเร็วสูง CT Colonography สามารถเห็นลำไส้ได้ทั้งภายในและภายนอก รวมทั้งอวัยวะในระบบทางเดินอาหารข้างเคียงบริเวณหน้าท้อง
เมื่อมีการตรวจพบติ่งเนื้อจากการส่องกล้องลำไส้ใหญ่แล้ว แพทย์สามารถฉีดยาปฏิชีวนะเข้าเส้นเลือดดำ เพื่อบรรเทาอาการอักเสบ หรือตัดติ่งเนื้อออก ก่อนที่จะมีโอกาสพัฒนากลายเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ในอนาคตด้วยเทคนิคการผ่าตัดผ่านกล้องส่องตรวจลำไส้ใหญ่ กรณีที่ติ่งเนื้อใหญ่มากสามารถใช้วิธี Endoscopic Submucosal Dissection หรือ ESD ทำให้สามารถตัดติ่งเนื้อขนาดใหญ่ ที่แม้บางส่วนมีการกลายเป็นมะเร็งแล้ว แต่ยังไม่มีการลุกลามไปยังต่อมน้ำเหลืองออกได้ ทำให้ผู้ป่วยไม่ต้องมีแผลผ่าตัดหน้าท้อง หลังจากการผ่าตัดผ่านกล้องแล้วผู้ป่วยควรเข้ารับการส่องกล้องติดตามอย่างสม่ำเสมอตามคำแนะนำของแพทย์

แนวทางการป้องกันติ่งเนื้อในลำไส้ใหญ่
– หลีกเลี่ยงการรับประทานเนื้อสัตว์แปรรูป เช่น ไส้กรอก, แหนม, ลูกชิ้น ฯลฯ
– รับประทานอาหารที่มีไขมันต่ำและกากใยสูง ดีต่อระบบย่อยอาหารและการขับถ่าย
– บริโภคอาหารที่ผ่านกรรมวิธีปรุงสุกใหม่ และผ่านความร้อน
– ผู้ที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป ควรเข้ารับการตรวจคัดกรองติ่งเนื้อและมะเร็งลำไส้ใหญ่เป็นประจำทุกปี
– ควบคุมน้ำหนักตัวให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ
– ควบคุมปริมาณการดื่มแอลกอฮอล์
รายงานอ้างอิง ผศ. พญ. อวยพร เค้าสมบัติวัฒนา. (2569). ติ่งเนื้องอกในลำไส้ใหญ่. กรุงเทพฯ : ศูนย์ทางเดินอาหารและตับ โรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์.
ผศ. นพ.พงศศิษฏ์ สิงหทัศน์. (2564). ติ่งเนื้องอกในลำไส้ใหญ่ ภัยเงียบที่ทำให้เกิดมะเร็งลำไส้. กรุงเทพฯ : สาขาวิชาศัลยศาสตร์อุบัติเหตุและเวชบำบัดวิกฤตศัลยกรรมภาควิชาศัลยศาสตร์คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดีมหาวิทยาลัยมหิดล.
ศัลยกรรมตกแต่งและความงามยอดนิยม