Yanhee
chat

ติ่งเนื้อในลำไส้ใหญ่

ติ่งเนื้องอกในลำไส้ใหญ่ เป็นจุดเริ่มต้นของความเสี่ยงนำไปสู่มะเร็งลำไส้ใหญ่ได้ในอนาคตหากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่รักษา ในระยะแรกอาจจะยังไม่ได้ส่งผลอะไร แต่หากปล่อยไว้เรื่อย ๆ กว่าจะพบอาจจะกลายเป็นมะเร็งแล้ว โดยเฉพาะผู้สูงอายุ 50 ปีขึ้นไป โดยทั่วไปแล้วติ่งเนื้องอกในลำไส้ใหญ่มักไม่ก่อให้เกิดอาการ แต่ถ้าติ่งเนื้อมีขนาดใหญ่อาจทำให้มีเลือดปนออกมากับอุจจาระได้ วิธีที่ดีที่สุดในการตรวจหาติ่งเนื้องอกในลำไส้ใหญ่คือการตรวจคัดกรองโดยแพทย์ที่โรงพยาบาล

ติ่งเนื้อในลำไส้ใหญ่ คืออะไร?

กลุ่มเสี่ยงเกิดติ่งเนื้อในลำไส้ใหญ่

สาเหตุของติ่งเนื้อในลำไส้ใหญ่

อาการของติ่งเนื้อในลำไส้ใหญ่

แนวทางในการตรวจคัดกรองติ่งเนื้อในลำไส้ใหญ่

แนวทางการรักษาติ่งเนื้อในลำไส้ใหญ่

Q&A หลากคำถาม มีคำตอบ เกี่ยวกับติ่งเนื้อในลำไส้ใหญ่

ติ่งเนื้อในลำไส้ใหญ่ คืออะไร?

ติ่งเนื้อในลำไส้ใหญ่

ติ่งเนื้อในลำไส้ใหญ่(Colonic Polyps) เป็นการโตขึ้นของก้อนเนื้อบริเวณผนังลำไส้ใหญ่ มีลักษณะเป็นก้อนเล็กๆยื่นออกมาจากผนังลำไส้ ขนาดของติ่งเนื้อแตกต่างกันไป ตั้งแต่ขนาดเล็ก เส้นผ่าศูนย์กลาง 2 – 5 มิลลิเมตร ไปจนถึงขนาดใหญ่หลายเซนติเมตร เกิดขึ้นได้กับหลายจุดตลอดทางเดินอาหาร แต่พบบริเวณลำไส้ใหญ่ได้บ่อยที่สุด

ทั้งนี้ ติ่งเนื้อในลำไส้ใหญ่จำแนกได้ออกเป็น 2 ชนิด คือ

ติ่งเนื้อชนิด hyperplastic คือชนิดที่ไม่เสี่ยงเป็นมะเร็ง พบเฉลี่ยร้อยละ 80-90 มักมีขนาดเล็กมากกว่า 5 มิลลิเมตร มักพบบริเวณส่วนท้ายของลำไส้ใหญ่

ติ่งเนื้อชนิด adenoma ถือเป็นขั้นเริ่มแรกของมะเร็งลำไส้ใหญ่ มีโอกาสพบร้อยละ 10-30 แต่ไม่ได้หมายความว่าติ่งเนื้อนี้จะกลายเป็นมะเร็งเสมอไป จากสถิติพบว่าติ่งเนื้อขนาดใหญ่มากกว่า 1 เซนติเมตรขึ้นไปหรือมีจำนวนหลายก้อน ยิ่งมีโอกาสเป็นมะเร็งได้มากกว่า

กลุ่มเสี่ยงเกิด ติ่งเนื้อในลำไส้ใหญ่

ผู้ที่มีอายุมากกว่า 50 ปี แม้จะไม่มีปัจจัยเสี่ยงทางสุขภาพใดๆ แต่ยังมีโอกาสพบติ่งเนื้องอกในลำไส้ใหญ่ได้มากถึงร้อยละ 25

ติ่งเนื้อในลำไส้ใหญ่

ผู้ที่มีประวัติสมาชิกในครอบครัวหรือญาติสายตรงเคยป่วยด้วยโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่หรือเคยมีติ่งเนื้องอกในลำไส้ใหญ่มาก่อน เพราะการมีติ่งเนื้อหรือมะเร็งบางชนิดที่เกิดจากกรรมพันธุ์ อาจเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นได้แม้อายุยังไม่มาก

ผู้ที่มีประวัติเคยเป็นติ่งเนื้องอกหรือเป็นมะเร็งอาจมีความเสี่ยงที่จะกลับมาเป็นซ้ำได้อีก

ผู้มีภาวะน้ำหนักตัวเกินมาตรฐานค่าดัชนีมวลกาย (BMI)

มีภาวะติดเชื้อที่ส่งผลต่อลำไส้ใหญ่ เช่น โรคโครห์น หรือโรคลำไส้ใหญ่อักเสบชนิดเป็นแผล

ติ่งเนื้อในลำไส้ใหญ่

สาเหตุของ ติ่งเนื้อในลำไส้ใหญ่

พันธุกรรมของผู้ที่เคยป่วยด้วยโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่มาก่อน

อาจเกิดจากการเจริญเติบโตของเนื้อเยื่อผิดปกติ โดยทั่วไปร่างกายจะสร้างเซลล์ที่แข็งแรงขึ้นใหม่เป็นระยะเพื่อทดแทนเซลล์เก่าที่เสียหายหรือไม่จำเป็นอีกต่อไป การแบ่งตัวของเซลล์ใหม่มักถูกควบคุมให้อยู่ในระดับเหมาะสม แต่บางกรณีเซลล์ใหม่มีการเติบโตและแบ่งตัวก่อน ทำให้มีการเจริญเติบโตมากเกินไปจนเกิดติ่งเนื้อในลำไส้ใหญ่ขึ้น

ทานอาหารที่มีไขมันสูง กากใยน้อย จนท้องผูก ทำให้เกิดการเกร็งบริเวณลำไส้ใหญ่ ซึ่งอาจทำให้เนื้อเยื่อที่บอบบางโป่งพองออกมากลายเป็นติ่งเนื้อ

มักเกิดในผู้ที่มีอายุมากกว่า 50 ปีขึ้นไป

อาการของติ่งเนื้อในลำไส้ใหญ่

ถ่ายเป็นเลือด อุจจาระปนเลือด อาการนี้บ่งชี้ว่ามีติ่งเนื้อในลำไส้ใหญ่ มะเร็งลำไส้ใหญ่ หรือภาวะอื่นๆ ได้ เช่น ริดสีดวงทวาร และแผลขนาดเล็กที่ทวารหนัก

ติ่งเนื้อในลำไส้ใหญ่

สีอุจจาระเปลี่ยน เนื่องจากมีเลือดปน อาจสังเกตเห็นเป็นรอยสีแดงหรือดำในอุจจาระ

การขับถ่ายเปลี่ยนแปลง อาการท้องผูกหรือท้องร่วงเป็นเวลานานกว่าหนึ่งสัปดาห์ หรือถ่ายไม่สุด รู้สึกอึดอัดแม้เพิ่งเข้าห้องน้ำ

ภาวะเลือดจางจากการขาดธาตุเหล็ก มีเลือดออกจากติ่งเนื้อในลำไส้ใหญ่ ทำให้ร่างกายขาดธาตุเหล็กซึ่งช่วยให้เซลล์เม็ดเลือดแดงลำเลียงออกซิเจนไปยังร่างกาย เมื่อขาดธาตุเหล็กทำให้เกิดภาวะเลือดจางทำให้ผู้ป่วยรู้สึกเหนื่อยและหายใจลำบาก

ปวดท้องบีบเกร็ง หรือแน่นบริเวณท้อง

ติ่งเนื้อในลำไส้ใหญ่ขนาดใหญ่สามารถอุดตันลำไส้เป็นบางส่วน ทำให้เกิดอาการปวดตะคริวตรง หน้าท้อง คลื่นไส้ และอาเจียนได้

ลำไส้อุดตัน ผายลมออกมาไม่ได้

แนวทางในการตรวจคัดกรอง ติ่งเนื้อในลำไส้ใหญ่

การตรวจอุจจาระเพื่อหาเลือดแฝง

การส่องกล้องตรวจบริเวณลำไส้ใหญ่ส่วนปลาย (sigmoidoscopy) เพื่อดูลำไส้ส่วนล่าง

การตรวจทางรังสี เช่น สวนทวารด้วยแบเรียม

การส่องกล้องตรวจลำไส้ใหญ่ (colonoscopy) เพื่อนำติ่งเนื้อออกมา ถือเป็นวิธีแม่นยำที่สุดในการตรวจหาติ่งเนื้อในลำไส้ใหญ่

เอกซเรย์คอมพิวเตอร์ความเร็วสูง CT Colonography สามารถเห็นลำไส้ได้ทั้งภายในและภายนอก รวมทั้งอวัยวะในระบบทางเดินอาหารข้างเคียงบริเวณหน้าท้อง

แนวทางการรักษา ติ่งเนื้อในลำไส้ใหญ่

เมื่อมีการตรวจพบติ่งเนื้อจากการส่องกล้องลำไส้ใหญ่แล้ว แพทย์สามารถฉีดยาปฏิชีวนะเข้าเส้นเลือดดำ เพื่อบรรเทาอาการอักเสบ หรือตัดติ่งเนื้อออก ก่อนที่จะมีโอกาสพัฒนากลายเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ในอนาคตด้วยเทคนิคการผ่าตัดผ่านกล้องส่องตรวจลำไส้ใหญ่ กรณีที่ติ่งเนื้อใหญ่มากสามารถใช้วิธี Endoscopic Submucosal Dissection หรือ ESD ทำให้สามารถตัดติ่งเนื้อขนาดใหญ่ ที่แม้บางส่วนมีการกลายเป็นมะเร็งแล้ว แต่ยังไม่มีการลุกลามไปยังต่อมน้ำเหลืองออกได้ ทำให้ผู้ป่วยไม่ต้องมีแผลผ่าตัดหน้าท้อง หลังจากการผ่าตัดผ่านกล้องแล้วผู้ป่วยควรเข้ารับการส่องกล้องติดตามอย่างสม่ำเสมอตามคำแนะนำของแพทย์

Q&A หลากคำถาม มีคำตอบ เกี่ยวกับ “ติ่งเนื้อในลำไส้ใหญ่”

ถาม
ตอบ

แนวทางการป้องกันติ่งเนื้อในลำไส้ใหญ่

– หลีกเลี่ยงการรับประทานเนื้อสัตว์แปรรูป เช่น ไส้กรอก, แหนม, ลูกชิ้น ฯลฯ

– รับประทานอาหารที่มีไขมันต่ำและกากใยสูง ดีต่อระบบย่อยอาหารและการขับถ่าย

– บริโภคอาหารที่ผ่านกรรมวิธีปรุงสุกใหม่ และผ่านความร้อน

– ผู้ที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป ควรเข้ารับการตรวจคัดกรองติ่งเนื้อและมะเร็งลำไส้ใหญ่เป็นประจำทุกปี

– ควบคุมน้ำหนักตัวให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ

– ควบคุมปริมาณการดื่มแอลกอฮอล์

รายงานอ้างอิง ผศ. พญ. อวยพร เค้าสมบัติวัฒนา. (2569). ติ่งเนื้องอกในลำไส้ใหญ่. กรุงเทพฯ : ศูนย์ทางเดินอาหารและตับ โรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์.

ผศ. นพ.พงศศิษฏ์ สิงหทัศน์. (2564). ติ่งเนื้องอกในลำไส้ใหญ่ ภัยเงียบที่ทำให้เกิดมะเร็งลำไส้. กรุงเทพฯ : สาขาวิชาศัลยศาสตร์อุบัติเหตุและเวชบำบัดวิกฤตศัลยกรรมภาควิชาศัลยศาสตร์คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดีมหาวิทยาลัยมหิดล.

บทความโดยแพทย์ พญ.กัลยาณี พรโกเมธกุล

หัตถการของศูนย์ทางเดินอาหารและตับ

เกร็ดความรู้

เพิ่มเติม
chat