ตัดกราม

ตัดกราม เปลี่ยนรูปหน้าให้เรียวสวย

จะกี่สมัยกระแสความนิยม หน้าเรียว ก็ไม่เคยตก เพราะผู้หญิงเราถึงจะมีองค์ประกอบอื่นบนใบหน้าดูดีหมด กระทั่งผิวหน้ายังนวลเนียนเกลี้ยงเกลา  แต่หากใบหน้าส่วนล่างบานกว้าง เป็นเหลี่ยม เนื่องจากมุมขากรรไกรยื่นออกด้านข้างมากเกินไป ก็ทำให้ใบหน้าแลดูแข็ง บึกบึน ไม่อ่อนโยน หรือพูดง่ายๆ คือดูไม่สวยอ่อนหวานแบบผู้หญิงได้ ซึ่งส่วนใหญ่ผู้หญิงที่หน้ามีเหลี่ยมกรามกว้างใหญ่มักจะรู้สึกว่าเป็นปมด้อยและบั่นทอนความมั่นใจอย่างมาก

แล้วจะปล่อยให้ปัญหาเหลี่ยมกรามกว้างใหญ่เป็นปมด้อยของคุณอยู่ทำไม? การปรับเปลี่ยนรูปหน้าให้แคบเรียวขึ้นเป็นสิ่งที่สามารถทำได้ ปัจจุบันมีอยู่ด้วยกันหลายวิธี ซึ่งวิธีหนึ่งที่ได้ผลดี คือ การ ตัดกราม หรือ เหลากราม เพราะการตัดกรามเป็นการตัดแต่งมุมกระดูกขากรรไกรที่เป็นเหลี่ยมกว้างให้เล็กลง ทำให้รูปหน้าแคบเรียวขึ้น

โดยทั่วไป การ ผ่าตัดกราม จัดเป็นการผ่าตัดที่ค่อนข้างง่ายไม่ซับซ้อน และใช้เวลาพักฟื้นไม่นาน เหมาะสำหรับคนที่มีโครงสร้างใบหน้าส่วนล่างกว้างที่เกิดจากส่วนมุมของกระดูกขากรรไกรล่างยื่นออกดังที่กล่าวไป ซึ่งแพทย์ก็จะตัดแต่งส่วนที่เป็นกระดูกยื่นออกทำให้รูปหน้าเรียวขึ้น แต่อันที่จริงต้นเหตุหลักที่ทำให้โครงสร้างใบหน้าส่วนล่างกว้างยังมีอีก 1 อย่าง นั่นคือ การมีกล้ามเนื้อที่ใช้เคี้ยวอาหารที่เกาะบนส่วนมุมกระดูกขากรรไกรล่างหนาตัวกว่าปกติ  ซึ่งโดยปกติหลังแพทย์ตัดแต่งส่วนที่เป็นกระดูกยื่นออกแล้ว มักพบว่ากล้ามเนื้อที่เกาะอยู่นี้จะหดตัวเล็กลงได้เองจึงไม่จำเป็นต้องทำอะไร แต่หากว่ากล้ามเนื้อไม่หดตัวลงยังคงความหนาอยู่แพทย์อาจแนะนำ ฉีดโบท็อกซ์  ช่วยลดกรามก็จะช่วยเสริมให้หน้าเรียวขึ้นได้

เตรียมตัวให้พร้อมก่อน ตัดกราม

  • ก่อนผ่าตัดจะต้องพบแพทย์เพื่อตรวจดูโครงสร้างของกระดูกขากรรไกรอย่างละเอียด เช่น ความหนา, ความสูง, ความสมดุลของกระดูกกรามทั้งสองข้าง เพื่อแพทย์จะได้ประเมินว่า ควรตัดแต่งลดเหลี่ยมมุมของกระดูกมากน้อยแค่ไหนจึงจะเหมาะสมรับกับใบหน้า จะตัดแต่งอย่างไรไม่ให้ไปกระทบต่อรากฟันและความแข็งแรงของกระดูกกราม ซึ่งในเรื่องความแข็งแรงของกระดูกกรามมีคนเป็นกังวลมากเหมือนกัน ก็ไม่ต้องกังวลค่ะ หลังตัดกรามไปแล้วกระดูกกรามจะยังคงมีความแข็งแรงเหมือนเดิม เพราะแพทย์จะผ่าตัดกระดูกกรามออกไปเพียงบางส่วนเท่านั้น
  • ก่อนผ่าตัดแพทย์จะทำการตรวจสภาพร่างกายอย่างละเอียด แจ้งให้แพทย์ทราบเกี่ยวกับประวัติสุขภาพ โรคประจำตัว การแพ้ยา ยาที่รับประทานเป็นประจำ เป็นต้น
  • พักผ่อนให้เพียงพอ และเตรียมสภาพร่างกายให้สมบูรณ์แข็งแรงไม่มีไข้ หรืออาการอักเสบใดๆ โดยเฉพาะช่องปาก และระบบทางเดินหายใจ
  • งดวิตามินที่มีส่วนผสมของน้ำมันประมาณ 1-2 สัปดาห์ก่อนผ่าตัด
  • งดสูบบุหรี่หรือเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ประมาณ 2 สัปดาห์ก่อนผ่าตัด
  • งดอาหารและน้ำ 6-8 ชม.ก่อนการผ่าตัด เนื่องจากการผ่าตัดจะต้องทำโดยการดมยาสลบ

ขั้นตอนการ ผ่าตัดกราม

เริ่มจากแพทย์จะวางยาสลบเพื่อไม่ให้รู้สึกเจ็บในระหว่างการผ่าตัด  แล้วจึงลงมือผ่าตัดด้วยวิธีที่เลือกแล้วว่าเหมาะสม  โดยทั่วไปการผ่า ตัดกราม มีด้วยกัน 2 วิธี  คือ ผ่าตัดภายนอกช่องปากโดยผ่านผิวหนังบริเวณมุมกรามโดยตรง และผ่าตัดในช่องปากโดยซ่อนแผลไว้บริเวณซอกเหงือกด้านหลังฟันซี่สุดท้ายในปาก

  • การผ่าตัดภายนอกช่องปาก แพทย์จะเปิดแผลตรงบริเวณมุมกรามทั้ง 2 ข้างเข้าไปที่มุมกระดูกขากรรไกร แล้วใช้เครื่องมือซึ่งเป็นเลื่อยเล็กๆ ตัดตามตำแหน่งที่ต้องการ  แม้ว่าวิธีนี้อาจฟังดูง่าย  หลังผ่าตัดแทบไม่ต้องดูแลอะไรมาก และระยะเวลาบวมน้อยกว่าผ่าตัดในช่องปากคือ ประมาณ 3 – 5 วัน อาการบวมก็จะเริ่มหายไป แต่ปัจจุบันวิธีนี้แทบไม่เป็นที่นิยมทำกันแล้ว เนื่องจากขณะผ่าตัดมีโอกาสไปกระทบกระเทือนต่อเส้นประสาทที่มาเลี้ยงมุมปากได้มากกว่าแม้จะผ่าอย่างระมัดระวังก็ตาม  ทำให้เกิดอาการชาบริเวณมุมปากหรือใกล้เคียงได้ชั่วคราว และที่สำคัญอีกอย่างคือจะมีรอยแผลผ่าตัดยาวประมาณ 2-3 ซม.ให้เห็นที่มุมกรามทั้ง 2 ข้างได้
  • การผ่าตัดในช่องปาก แพทย์จะผ่าตัดผ่านซอกเหงือกด้านหลังฟันกรามไปยังมุมกระดูกขากรรไกร จากนั้นก็ตัดแต่งกรามตามต้องการ การผ่าตัดวิธีนี้จะเป็นที่นิยมกันมากกว่าเพราะไม่เห็นแผลเป็น นอกจากนั้นกระดูกกรามที่ได้จะโค้งเนียนสวยกว่าเพราะสามารถตัดแต่งได้ตลอดกระดูกขากรรไกร เนื่องจากไม่ต้องมาพะวงเรื่องแผลเป็นทำให้สามารถเปิดแผลได้ยาวกว่า อีกทั้งวิธีนี้ยังไม่เสี่ยงกระทบเส้นประสาทที่เลี้ยงกล้ามเนื้อมุมปากด้วย อย่างไรก็ตามการผ่าในช่องปากต้องอาศัยศัลยแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญและต้องใช้เครื่องมือพิเศษที่สามารถเลื่อยหรือเหลากระดูกได้ในซอกแคบๆ แต่จะว่าไปนี่ก็ไม่ถือว่าเป็นอุปสรรคใหญ่โตอะไร เนื่องจากปัจจุบันมีศัลยแพทย์ที่มีความชำนาญในการผ่าตัดอยู่ไม่น้อยและเครื่องมือก็มีความทันสมัยมากขึ้น สำหรับเรื่องของอาการบวมหลังผ่าตัด การผ่าตัดในช่องปากจะมีอาการบวมมากกว่าคือประมาณ 5 -10 วัน เพราะทำในที่แคบซึ่งยากกว่าและเนื้อเยื่ออาจชอกช้ำมากกว่า

โดยทั่วไป การ ผ่าตัดกราม จากในช่องปากจะใช้เวลาประมาณ 2-3 ชม. หลังผ่าตัดแพทย์จะให้นอนพักฟื้นที่โรงพยาบาลประมาณ 2 คืน หลังจากนั้นจึงกลับไปพักฟื้นต่อที่บ้านอีก 1-2  สัปดาห์ สำหรับแผลผ่าตัดจะเย็บด้วยไหมละลายจึงไม่ต้องตัดไหมและจะถูกดูดซึมโดยร่างกายตามธรรมชาติภายใน 2 สัปดาห์ ส่วนอาการบวมที่เกิดหลังการตัดบริเวณกรามทั้งสองข้างที่อาจทำให้ใบหน้าดูไม่เท่ากันได้จะค่อยๆ ดีขึ้นตามลำดับ และรูปทรงใบหน้าจะเริ่มเรียวสวยเข้าที่ในเวลาประมาณ 4 – 6 สัปดาห์

ดูแลอย่างไรหลัง ตัดกราม

  • ในช่วง 2 -3 วันแรกให้ประคบเย็นเพื่อลดอาการบวม หลังจากนั้นประคบต่อด้วยน้ำอุ่นประมาณ 7-14 วัน
  • ในช่วง 3 – 4 วันแรก อาจมีอาการปวดบริเวณแผลผ่าตัดในปาก รวมถึงบริเวณกระดูกที่ทำการผ่าตัดได้บ้าง บางรายอาจมีอาการหูอื้อเล็กน้อย  เนื่องจากแรงสั่นสะเทือนระหว่างการเหลา หรือตัดกระดูกกราม แต่จะเป็นอยู่ชั่วคราว  และหายได้เองในช่วง 7 – 14 วัน
  • รับประทานอาหารอ่อน งดอาหารแข็งหรืออาหารที่ต้องใช้แรงบดเคี้ยว อาหารรสจัด ของหมักดอง หรือแอลกอฮอล์ ในช่วง 1 เดือนแรก
  • งดสูบบุหรี่ ในช่วง 1 เดือนหลังการผ่าตัด เพราะอาจทำให้แผลหายช้า
  • รักษาความสะอาดของช่องปากด้วยการแปรงฟันเบาๆ ด้วยแปรงสีฟันที่มีขนอ่อนนุ่ม เพื่อขจัดเศษอาหารตกค้างซึ่งจะทำให้เกิดการอักเสบได้ และบ้วนปากด้วยน้ำยาล้างปากบ่อยๆ หลังการรับประทานอาหาร
  • ขยับอ้าปากบ่อยๆ หรือทุกครั้งที่นึกได้เพื่อขยับข้อต่อขากรรไกรไม่ให้ติดหรือฝืด ในระยะแรกที่มีอาการบวมอาจจะยังอ้าปากไม่ได้มาก ถือเป็นเรื่องปกติไม่ต้องกังวลใจ เมื่ออาการบวมค่อยๆ ทุเลาลงก็จะอ้าปากได้มากขึ้นตามลำดับ
  • หลังผ่าตัดอาจมีอาการเขียวช้ำเกิดขึ้นได้เป็นเรื่องปกติ ให้ประคบด้วยน้ำอุ่นบริเวณรอยเขียวช้ำ ประมาณ 2 สัปดาห์ รอยเขียวช้ำก็จะจางหายไป

ส่วนใหญ่คนที่มาเข้ารับการ ผ่าตัดกราม มักจะเป็นกังวลว่าหลังทำไปแล้วจะมีอาการปากชา หรือปากเบี้ยว บางคนกลัวมากจนไม่กล้าทำ ก็ขออธิบายให้เข้าใจกันตรงนี้ว่า อาการชาบริเวณริมฝีปากล่างมีโอกาสเกิดขึ้นได้ แต่มักเป็นเพียงชั่วคราว โดยปกติจะประมาณ 1 – 2 สัปดาห์ มีแค่ส่วนน้อยที่ใช้เวลาฟื้นตัวนาน เช่น ประมาณ 2 – 3 เดือน  แนะนำปรึกษาแพทย์ แพทย์อาจให้ทานยาลดอาการบวมและยาบำรุงเส้นประสาทช่วยให้อาการชาดีขึ้นได้ ส่วนอาการชาแบบถาวร ถ้าผ่าตัดกับแพทย์ที่เชี่ยวชาญ โอกาสที่เส้นประสาทจะถูกตัดจนชาถาวรแทบไม่มี ส่วนอาการปากเบี้ยวอาจเกิดขึ้นได้ในบางคน เนื่องจากเส้นประสาทฟกช้ำจากการผ่าตัด แต่ก็เช่นเดียวกับอาการปากชานั่นแหละ อาการปากเบี้ยวก็จะเป็นเพียงชั่วคราวและจะหายไปได้เองในเวลาไม่เกิน 3 เดือน ในส่วนของแพทย์เองก็จะพยายามหลีกเลี่ยงการผ่าตัดเปิดแผลภายนอกปากที่มีโอกาสไปตัดเส้นประสาทจนอาจทำให้มีอาการปากชาหรือปากเบี้ยวถาวรไปใช้วิธีผ่าตัดจากภายในปากแทน  แถมให้อีกนิดหลังผ่าตัดกรามในบางคนอาจมีน้ำลายไหลออกมาไม่รู้ตัวได้เนื่องจากบริเวณปากอาจยังไม่ค่อยมีความรู้สึกดี แต่กรณีนี้พบน้อยมากจนแทบไม่มี และมักเป็นแค่ในช่วงสัปดาห์แรกของการผ่าตัดเท่านั้น

สำหรับการ ตัดกราม กับการจัดฟัน ก็มักเป็นอีกหนึ่งประเด็นที่หลายคนสงสัย เช่น ตัดกรามต้องจัดฟันด้วยหรือไม่ เนื่องจากการตัดกรามเป็นการตัดแต่งเหลี่ยมกรามที่กว้างใหญ่ให้เล็กลง เพื่อให้ใบหน้าดูแคบเรียวและอ่อนโยนขึ้น จึงไม่เกี่ยวข้องกับการจัดฟันแต่อย่างใด หากคุณมีปัญหาเหลี่ยมกรามกว้างใหญ่สามารถผ่าตัดกรามได้เลยโดยไม่จำเป็นต้องจัดฟัน แต่ถ้าใครที่จัดฟันอยู่แล้วต้องการตัดกราม แพทย์จะผ่าตัดกรามให้ต่อเมื่อฟันที่จัดเริ่มเข้าที่บ้างแล้ว หรือต้องจัดฟันเกิน 1 ปีขึ้นไป โดยก่อนผ่าตัดกรามจะต้องไปให้ทันตแพทย์ปรับลวดให้เรียบร้อยก่อน เพราะหลังผ่าตัดจะต้องรออย่างน้อย 2 เดือนจึงจะปรับลวดได้ แต่ถ้าเพิ่งเริ่มจัดฟันโดยยังมีปัญหาฟันล่างครอบฟันบนหรือฟันยื่น แพทย์จะยังไม่ทำการผ่าตัดกรามให้ ทีนี้คงหายสงสัยในประเด็นนี้กันแล้วนะคะ

เอาล่ะ ใครที่ยังสองจิตสองใจ จะทำดี ไม่ทำดี เมื่อได้รู้ข้อมูลกันไปพอสังเขปอย่างนี้แล้ว ก็น่าจะช่วยให้ตัดสินใจกันได้ง่ายขึ้น ส่วนใครที่ผ่าตัดกรามเพื่อปรับเปลี่ยนรูปหน้าให้เรียวขึ้นไปแล้ว ถ้ารู้สึกว่ารูปหน้ายังไม่เรียวสวยพอ ก็สามารถปรึกษาแพทย์ได้ค่ะ เพราะยังมีเทคนิคอื่นที่จะช่วยเสริมให้รูปหน้าเรียวเป็นวีเชฟได้ อย่างคนที่มีกล้ามเนื้อมุมกรามหนาก็สามารถใช้วิธี ฉีดโบท็อกซ์ ดังที่ได้กล่าวถึงไปแล้วข้างต้น หรือถ้าคางสั้นก็ เสริมคาง ร่วมด้วยได้ ก็จะยิ่งทำให้เห็นผลที่ชัดเจน คือหน้าจะดูเรียวยาวขึ้น บางคนที่มีโหนกแก้มสูงเกินไป ก็สามารถผ่าตัด ลดโหนกแก้ม เพื่อลดความนูนของใบหน้าซึ่งจะทำให้ใบหน้าเรียวเล็กลงรับกับกรามที่ลดลงไปแล้ว หรือถ้ารูปหน้าไม่เรียวชัดเจนเพราะผิวหย่อนคล้อย ก็มีพวกเทคโนโลยีอย่าง Ulthera ที่จะช่วยยกกระชับผิวหน้าทำให้รูปหน้าเรียวขึ้น

“สาวๆ ท่านไหนพร้อมจะเปลี่ยนโฉมตัวเอง ปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญกันได้เลย เชื่อเถอะว่ากระแสรูปหน้าเรียวสวย ไม่ได้มาแค่ประเดี๋ยวประด๋าว แล้วคุณล่ะจะยอมตกเทรนด์กันเหรอคะ”

หลังการตัดกราม กระดูกกรามจะยังแข็งแรงเหมือนเดิมหรือไม่
หลังการตัดกราม กระดูกกรามยังมีความแข็งแรงเหมือนเดิม เนื่องจากแพทย์ผ่าตัดกระดูกกรามออกไปเพียงบางส่วนเท่านั้น
—————————————————-
หลังตัดกรามจะมีอาการปวดแผลในปากหรือปวดกระดูกหรือไม่
หลังการผ่าตัดกรามจะมีอาการปวดบริเวณแผลผ่าตัดที่อยู่ในปาก รวมถึงบริเวณกระดูกที่ทำการผ่าตัดได้ โดยอาการปวดจะเป็นอยู่ประมาณ 3 – 4 วัน
—————————————————-
การตัดกรามใช้วิธีฉีดยาชาหรือดมยาสลบ
การตัดกรามที่โรงพยาบาลยันฮีจะใช้วิธีการดมยาสลบ โดยอยู่ภายใต้การดูแลของวิสัญญีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
—————————————————-
การตัดกรามใช้ไหมอะไรในการเย็บแผล
การตัดกรามแพทย์จะใช้ไหมละลายในการเย็บแผล จึงไม่ต้องตัดไหม
—————————————————-
การตัดกรามใช้ระยะเวลาพักฟื้นกี่วัน
การตัดกรามใช้ระยะเวลานอนพักที่โรงพยาบาล 2 คืน หลังจากนั้นกลับไปพักฟื้นต่อที่บ้านอีก 1-2 สัปดาห์
—————————————————-
การตัดกรามต้องจัดฟันด้วยหรือไม่
การตัดกรามเป็นการตัดแต่งเหลี่ยมกรามที่กว้างใหญ่ให้เล็กลง เพื่อให้ใบหน้าดูแคบเรียวและอ่อนโยนขึ้น ไม่เกี่ยวข้องกับการจัดฟันแต่อย่างใด หากลูกค้ามีปัญหาเหลี่ยมกรามกว้างใหญ่สามารถผ่าตัดกรามได้เลยโดยไม่จำเป็นต้องจัดฟัน
—————————————————-
ถ้าจัดฟันอยู่สามารถตัดกรามได้หรือไม่
ในกรณีที่ลูกค้าจัดฟันอยู่ แพทย์จะผ่าตัดกรามให้ต่อเมื่อฟันที่จัดเริ่มเข้าที่บ้างแล้ว หรือต้องจัดฟันเกิน 1 ปีขึ้นไป โดยลูกค้าจะต้องไปให้ทันตแพทย์ปรับลวดให้เรียบร้อยก่อน เพราะหลังผ่าตัดจะต้องรออย่างน้อย 2 เดือนจึงจะปรับลวดได้ แต่ถ้าเพิ่งเริ่มจัดฟันโดยยังมีปัญหาฟันล่างครอบฟันบน หรือฟันยื่น แพทย์จะยังไม่ทำการตัดกรามให้
—————————————————-
ตัดกรามแล้วจะรับประทานข้าวได้หรือไม่
หลังการตัดกรามควรเลือกรับประทานอาหารอ่อนๆ งดอาหารที่ต้องใช้แรงบดเคี้ยว อาหารหมักดอง หรือแอลกอฮอล์ ในช่วง 1 เดือนแรก
—————————————————-
อยากปรับโครงหน้าต้องตัดกราม ใช่หรือไม่
ใช่ เพราะการตัดกรามเป็นการตัดแต่งมุมกระดูกขากรรไกรที่เป็นเหลี่ยมกว้างให้เล็กลง ทำให้รูปหน้าแคบเรียวขึ้น
—————————————————-
ตัดกรามแล้วหน้าจะเรียวขึ้นชัดเจนหรือไม่
การตัดกรามเป็นการผ่าตัดตกแต่งมุมกรามที่เป็นเหลี่ยม ซึ่งเมื่อตัดกระดูกออกไปแล้วจะทำให้หน้าเรียวขึ้นชัดเจน แต่ถ้ามีกล้ามเนื้อบริเวณกรามหนาแพทย์อาจแนะนำฉีดโบท็อกซ์ร่วมด้วย จะยิ่งทำให้เห็นผลที่ชัดเจน คือหน้าจะดูเรียวสวยขึ้น
—————————————————-

ค่ารักษา

เพิ่มเติม
การรักษา ราคา(บาท)
ตัดมุมกรามเข้านอกปาก พัก 2 คืน 55,000 บาท
เหลาคางแก้คางเหลี่ยม (V shape คาง เพิ่มจาก Gonioplasty) พัก 1 คืน 40,000 บาท
เหลาคางแก้คางเหลี่ยม (V shape คาง กรณีไม่ทำ Gonioplasty) พัก 1 คืน 59,000 บาท
ตัดมุมกรามเข้าในปาก พัก 2 คืน 75,000 บาท
เลื่อนกรามล่างแก้คางยื่นและฟันสบกันไม่ปกติ (ไม่รวมจัดฟัน) พัก 3 คืน 100,000 บาท
ตัดคางให้ยาวขึ้นหรือเล็กลง พัก 2 คืน 75,000 บาท
เพิ่ม Bone graft Genioplasty 8,000 บาท
เสริมกรามด้วยซิลิโคนแผ่น 2 ข้าง พัก 1 คืน 50,000 บาท
กรอกระดูกคาง 8,000 บาท
ตัดคางเป็นรูปตัว T (V shape genioplasty) พัก 2 คืน 80,000 บาท

หัตถการที่เกี่ยวข้อง

เกร็ดความรู้

เพิ่มเติม

นัดหมายแพทย์

ค้นหาแพทย์

ชื่อ - นามสกุล

เบอร์โทรติดต่อ

Show Buttons
Hide Buttons