ตรวจสุขภาพประจำปีตามช่วงอายุ

สุขภาพดี ไม่ต้องรอให้ป่วย

โรคภัยไข้เจ็บเป็นสิ่งที่ทุกคนไม่อยากให้เกิดขึ้นกับตัวเองหรือคนที่เรารัก แต่ก็ไม่มีใครสามารถหลีกหนีโรคภัยไข้เจ็บต่างๆได้และไม่รู้ตัวก่อนว่าจะป่วยเมื่อไหร่ บางโรคมีสัญญาณเตือนบ้างแต่บางโรคกว่าจะรู้ก็สายเกินแก้แล้วก็มี ความเจ็บไข้ได้ป่วยไม่เคยเลือกว่าจะเกิดกับเด็กหรือผู้ใหญ่ ผู้หญิง ผู้ชาย หรือเพศที่สาม คนจนหรือเศรษฐี เจ้านายหรือลูกน้อง แม้แต่หมอหรือพยาบาลเองก็มีโอกาสป่วยได้เหมือนกัน ถึงแม้บางคนจะดูแลสุขภาพตัวเองดีแค่ไหนอาจช่วยได้แค่ป่วยน้อยกว่าแต่ไม่มีอะไรจะรับประกันได้ว่าไม่ป่วย 100%

การดูแลสุขภาพอย่างดีไม่ให้ป่วยหรือป่วยน้อยที่สุดจึงสำคัญมากสำหรับทุกคนและต้องดูแลกันตั้งแต่อายุน้อยๆ บางคนอาจจะคิดว่าอายุยังน้อยคงจะไม่ป่วยง่าย เป็นความคิดที่ผิดมาก คนที่อายุน้อยหรือเด็กก็มีโรคของเด็กมากมายหลายโรคจารนัยไม่หมดกันทีเดียว ส่วนวัยทำงานที่คิดว่าร่างกายแข็งแรงเป็นช่วงที่จะทำงานหาเงินไว้มากๆจนลืมเรื่องสุขภาพยิ่งอันตราย เพราะคนวัยทำงานมีอาการเครียดง่ายและมีผลกระทบต่อสุขภาพอย่างมากมายหลายโรค ทุ่มเวลากับการทำงานจนไม่มีเวลาให้ตัวเอง พักผ่อนไม่พอ รับประทานอาหารไม่ตรงเวลา นอนดึก  กิจวัตรประจำวันในการทำงานที่บั่นทอนสุขภาพ ท่านั่ง จ้องจอคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน กลั้นปัสสาวะเพราะการจราจรที่ติดขัดบนท้องถนนเป็นเวลานาน รับประทานอาหารสำเร็จรูป ฯลฯ ส่วนคนวัยกลางคนขึ้นไปยิ่งไม่ต้องพูดถึง เพราะความเสื่อมของอวัยวะต่างๆเริ่มมาเยือน ป่วยได้สารพัดอาการ สารพัดโรค ยิ่งเมื่อถึงวัยเกษียณ ต้องระวังโรคซึมเศร้าเพราะเคยทำงานทุกวันพอไม่ได้ทำงานก็เหงาที่ต้องอยู่บ้าน บวกกับความชราที่มาพร้อมโรคชรา ยิ่งต้องระวังตัวมากขึ้นอีกหลายเท่า

วิธีง่ายๆในการดูแลสุขภาพตัวเองและเป็นวิธีที่ดีสำหรับทุกคน คือการตรวจสุขภาพ ซึ่งปกติควรตรวจปีละครั้ง แต่ในบางคนที่มีโรคภัยไข้เจ็บมาเยือนแล้วก็ต้องเพิ่มการตรวจสุขภาพให้มากขึ้นจากการตรวจสุขภาพประจำปี หรือตามที่แพทย์นัดหมาย เพราะการตรวจสุขภาพประจำปีอาจจะช้าไปในการวัดผลหรือการที่แพทย์จะวิเคราะห์ดูค่าการเปลี่ยนแปลงของระบบต่างๆของร่างกาย เช่น ระบบเลือด เป็นต้น ในบางรายที่มีเลือดจางหรือเลือดข้นเกินไปจำเป็นต้องตรวจเลือดบ่อยขึ้นประมาณ 2-3 เดือนครั้งหรือตรวจทุกเดือนก็เป็นได้ แต่ในคนปกติแล้ว การตรวจสุขภาพประจำปี ก็เพียงพอ แต่ต้องเลือกการตรวจที่เหมาะสมกับช่วงวัยหรือช่วงอายุด้วย เพราะร่างกายในแต่ละวัยต้องใส่ใจในรายละเอียดของอวัยวะที่ต่างกันบ้าง เนื่องจากความเสี่ยงของโรคภัยไข้เจ็บขึ้นอยู่กับช่วงอายุด้วยเช่นกัน

คำแนะนำในการตรวจสุขภาพประจำปี

เมื่อต้องไปตรวจสุขภาพประจำปีควรเลือกการตรวจให้เหมาะสมกับช่วงอายุ เพราะโรคหลายชนิดเกิดขึ้นได้ตามวัยที่เปลี่ยนแปลงไป และสิ่งที่ควรคำนึงถึงในการตรวจร่างกายประจำปีแบ่งตามช่วงวัย สภาวะแวดล้อม ซึ่งมีผลโดยตรงกับสุขภาพและการป้องกันโรคภัยไข้เจ็บของแต่ละคน

วัยเด็ก สำหรับเด็กก่อนวัยเรียน ส่วนใหญ่พ่อแม่จะเอาใจใส่เป็นพิเศษและจะมีแพทย์ หรือสถานพยาบาล เป็นผู้ช่วยพ่อแม่ดูแลสุขภาพของลูกให้อย่างดี มีนัดตรวจสุขภาพเป็นประจำ ในบางรายก็มีนัดแพทย์หรือสถานพยาบาลตั้งแต่หลังคลอดเพื่อให้ได้รับวัคซีนต่างๆตามกำหนด ในวัยนี้จะมีการเปลี่ยนแปลงของร่างกายสูง มีพัฒนาการด้านต่างๆ เช่น มีฟันน้ำนมขึ้น สามารถคลานและเดินได้ เริ่มพูด การตรวจร่างกายส่วนใหญ่ แพทย์จะดูความสามารถในการพัฒนาทั้งทางร่างกาย และการพัฒนาด้านต่างๆว่าเหมาะสมกับช่วงอายุหรือไม่ ช้าหรือเร็วเกินไปไหม เพื่อให้คำแนะนำคุณพ่อคุณแม่ในการเสริมสร้างพัฒนาการต่างๆให้กับลูกรัก

แต่เมื่อถึงวัยที่ต้องไปโรงเรียน ต้องอยู่ร่วมกับคนอื่นๆอีกเป็นจำนวนมาก ต้องออกจากบ้านเกือบทุกวัน การดูแลสุขภาพในช่วงวัยนี้นอกจากจะต้องดูแลสุขภาพร่างกายที่ยังมีพัฒนาการอย่างต่อเนื่อง ต้องเพิ่มการดูแลด้านสุขภาพจิตใจ การปรับตัวให้เข้ากับสังคมใหม่ๆ การอยู่ร่วมกัน โรคติดต่อที่มาจากคนในสังคม เช่น หวัด โรคผิวหนัง โรคระบาด การตรวจสุขภาพของเด็กในวัยนี้ต้องระวังโรคติดต่อต่างๆเหล่านี้เพิ่มจากสุขภาพส่วนบุคคลที่ตรวจเป็นประจำ

สำหรับวัยรุ่น เป็นช่วงที่มีการเปลี่ยนแปลงเรื่องฮอร์โมนทำให้ร่างกายเริ่มมีการเปลี่ยนแปลง เช่น เริ่มมีประจำเดือน มีขนาดหน้าอกเพิ่มขึ้นในเด็กหญิง เริ่มมีความรัก อารมณ์จะมีอิทธิพลกับสุขภาพร่างกายด้วย นอกจากการตรวจสุขภาพ แพทย์หรือคุณพ่อ คุณแม่อาจจะต้องเพิ่มการดูแลสุขภาพจิตใจและควรให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิดเพื่อให้ความรู้ในเรื่องการเปลี่ยนแปลงของอวัยวะต่างๆในร่างกาย การควบคุมอารมณ์อย่างเหมาะสม เป็นอีกช่วงหนึ่งที่ร่างกายมีการเปลี่ยนแปลงสูงจึงต้องใส่ใจกับสุขภาพในช่วงวัยนี้เป็นพิเศษอีกช่วงหนึ่ง การตรวจสุขภาพที่เหมาะสมจะทำให้สามารถวิเคราะห์ถึงภาวะจิตใจและร่างกายได้ เช่น ระดับฮอร์โมนในร่างกาย เป็นต้น

วัยทำงาน เป็นช่วงวัยที่เปลี่ยนสังคม เปลี่ยนสถานที่ ไปกับกลุ่มใหม่ๆ ต้องมีความรับผิดชอบมากขึ้น มีภาวะการแข่งขันสูงกว่าวัยเรียน ต้องปรับตัวหลายๆด้าน เกิดความเครียดได้ง่าย และก่อให้เกิดโรคประจำตัวในแต่ละคนได้ง่ายขึ้น มีเวลาในการดูแลสุขอนามัยน้อยลง รับประทานอาหารไม่เป็นเวลา นอนไม่เป็นเวลา ล้วนก่อให้เกิดโรคภัยไข้เจ็บต่างๆได้ง่ายขึ้น เช่น โรคออฟฟิศซินโดรม หรือโรคที่เกิดกับคนทำงานนั่งโต๊ะอยู่แต่หน้าจอคอมพิวเตอร์ ท่านั่งที่ไม่ถูกต้อง อุปกรณ์สำนักงานที่ไม่เหมาะสมกับร่างกาย โต๊ะเก้าอี้ที่ไม่ได้ปรับให้พอเหมาะ การจราจรที่ติดขัดอยู่ในรถเป็นเวลานานต้องกลั้นปัสสาวะ ซึ่งเป็นสาเหตุให้เกิดโรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบได้ นอกจากนั้น โรคไต โรคตับ ไมเกรน หรือโรครุนแรง เช่น ความดัน มะเร็ง ฯลฯ ก็อาจมาคุกคามได้ การตรวจสุขภาพของกลุ่มนี้จึงต้องเพิ่มรายละเอียดเกี่ยวกับโรคที่มาจากพฤติกรรมของเจ้าของสุขภาพด้วย

วัยกลางคน เป็นช่วงอายุที่อวัยวะต่างๆเริ่มมีการเสื่อมตามการใช้งานของแต่ละคนซึ่งจะแตกต่างกันไป บางคนอาจจะยังไม่ได้เริ่มดูแลร่างกายเลย มัวแต่สร้างรายได้ขยันหาเงินจนลืมดูแลสุขภาพ กว่าจะรู้ตัวอาจจะสายเกินแก้ หรือต้องผจญกับภาวะทุพพลภาพต่างๆ เงินที่หามาได้อาจไม่พอต่อการรักษาอาการต่างๆ ในวัยนี้จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องตรวจสุขภาพอย่างละเอียด เพื่อให้ทราบก่อนว่าอวัยวะใดจะมีปัญหาในอนาคต จะได้ป้องกันไว้ก่อน เช่น มวลกระดูกน้อยกว่าค่ามาตรฐานหรือไม่ อวัยวะต่างๆทำงานได้ปกติหรือไม่ จุดใดของร่างกายที่ต้องระวังเป็นพิเศษ และควรตรวจร่างกายประจำปีอย่างสม่ำเสมอพร้อมกับเพิ่มการตรวจที่ละเอียดมากขึ้น เช่น

  • สุภาพบุรุษเพิ่มการตรวจสมรรถภาพหัวใจ
  • สุภาพสตรีเพิ่มตรวจหามะเร็งเต้านม และตรวจอัลตร้าซาวด์ช่องท้องส่วนบน

ผู้สูงวัย อายุ 51 ปีขึ้นไป เป็นช่วงวัยที่อวัยวะต่างๆร่วงโรยต้องการการซ่อมแซม การเสริมสร้างส่วนต่างๆก่อนที่จะใช้การไม่ได้ ควรตรวจร่างกายประจำปีและมีการตรวจสุขภาพที่อาจมีปัญหาเพิ่มจากการตรวจประจำปี ต้องตรวจความหนาแน่นของกระดูก หรือหาค่ามวลกระดูกเพื่อป้องกันโรคกระดูกพรุนหรือเปราะหักง่ายของกระดูก และข้อ ตรวจหามะเร็งตับ มะเร็งลำไส้ ตรวจหาเม็ดเลือดแดงในอุจจาระ หากตรวจพบความผิดปกติเพียงเล็กน้อยต้องปรึกษาแพทย์เพื่อรับการรักษาโดยเร็ว ไม่ต้องรอตรวจร่างกายปีละครั้งเพราะเวลาที่รออาจทำให้โรคลุกลามรักษายากหรือรักษาไม่ได้ โรคที่ต้องระวังเป็นพิเศษในคนสูงอายุ เช่น ความดัน เบาหวาน หัวใจ ข้อและกระดูก

นอกจากการตรวจสุขภาพประจำปีของกลุ่มวัยต่างๆยังมีการตรวจสุขภาพในกรณีอื่นๆ เช่น

การตรวจสุขภาพสำหรับคู่แต่งงาน เพื่อให้คู่แต่งงานได้มั่นใจคู่สมรสและวางแผนชีวิตคู่เพื่อครอบครัวที่สมบูรณ์ในอนาคต โรคบางชนิดมีผลทางพันธุกรรม ติดต่อไปยังบุตรได้ เช่น ธาลัสซีเมีย (โรคเลือดที่สามารถถ่ายทอดทางพันธุกรรมไปสู่ลูก) หรือโรคบางอย่าง เช่น ไวรัสตับอักเสบบี หรือที่ยุ่งยากกว่านั้น เช่น โรคเอดส์ จะได้มีแนวทางรับมืออย่างถูกต้อง คู่สมรสจึงควรตรวจสุขภาพทั้งฝ่ายชายและฝ่ายหญิง ควรตรวจเลือด ตรวจปัสสาวะ ตรวจเชื้อไวรัสตับอักเสบบี และภูมิคุ้มกันไวรัสตับอักเสบบี ตรวจโรคธาลัสซีเมีย  ตรวจภูมิคุ้มกันหัดเยอรมันในผู้หญิง เพื่อป้องกันไม่ให้ป่วยด้วยโรคนี้เมื่อตั้งครรภ์

การเตรียมตัวเพื่อตรวจสุขภาพประจำปี ควรปรึกษาแพทย์หรือสถานพยาบาลก่อน เนื่องจากการตรวจบางอย่างอาจต้องงดอาหารหรือเครื่องดื่มก่อนการตรวจ 12 ชั่วโมง แต่การตรวจบางประเภทอาจไม่ต้องงดอาหารและน้ำดื่ม หรืองดอาหารแต่ดื่มน้ำได้ ควรปฏิบัติตามคำแนะนำเพื่อให้ได้ผลการตรวจที่ถูกต้อง

ตรวจร่างกายประจำปีในแต่ละช่วงวัยเพื่อป้องกันโรคภัยไข้เจ็บก่อนที่จะป่วย หรือถ้าป่วยจะได้รักษาตั้งแต่เริ่มแรกของอาการป่วย ซึ่งจะรักษาให้หายได้ง่ายกว่า ค่าใช้จ่ายในการรักษาน้อยกว่า และสามารถทราบภาวะการเสื่อมของอวัยวะได้ก่อนที่จะใช้งานไม่ได้ หรือหาทางป้องกันหรือชะลอการเสื่อมให้ช้าลง การตรวจสุขภาพประจำปีเป็นประจำทำให้รู้ทันโรคภัยไข้เจ็บ เรียกว่า “รู้ก่อน ป้องกันได้” นั่นแหละ แล้วคุณล่ะมีนัดตรวจสุขภาพครั้งต่อไปเมื่อไหร่?

ค่ารักษา

เพิ่มเติม
การรักษา ราคา(บาท)
โปรแกรม : 1 สำหรับช่วงอายุ 20 ปีขึ้นไป 2,600 บาท
โปรแกรม : 2 สำหรับช่วงอายุ 30-40 ปี (สุภาพบุรุษ) 5,500 บาท
โปรแกรม : 2 สำหรับช่วงอายุ 30-40 ปี (สภาพสตรี) 5,600 บาท
โปรแกรม : 3 สำหรับช่วงอายุ 41-50 ปี (สุภาพบุรุษ) 7,800 บาท
โปรแกรม : 3 สำหรับช่วงอายุ 41-50 ปี (สุภาพสตรี) 8,000 บาท
โปรแกรม : 4 สำหรับช่วงอายุ 50 ปีขึ้นไป (สุภาพบุรุษ) 12,000 บาท
โปรแกรม : 4 สำหรับช่วงอายุ 50 ปีขึ้นไป (สุภาพสตรี) 14,000 บาท
โปรแกรม : 5 ตรวจสุขภาพก่อนวิวาห์/ก่อนมีบุตร (สุภาพบุรุษ) 2,800 บาท
โปรแกรม : 5 ตรวจสุขภาพก่อนวิวาห์/ก่อนมีบุตร (สุภาพสตรี) 3,200 บาท
โปรแกรม ตรวจคัดกรองตับอักเสบ 2,100 บาท

เกร็ดความรู้

เพิ่มเติม
Show Buttons
Hide Buttons