ตับเป็นอวัยวะภายในที่อ่อนไหวง่าย เมื่อเกิดความผิดปกติแม้เพียงเล็กน้อย ควรรีบมาตรวจสุขภาพตับเพื่อให้แพทย์ช่วยวินิจฉัยความผิดปกติตั้งแต่แรกเริ่ม ทำให้สามารถรักษาได้ทันท่วงทีก่อนที่ตับจะถูกทำลายจนเกิดภาวะตับแข็งและนำไปสู่ภาวะตับล้มเหลวในที่สุด ทั้งนี้ การตรวจไฟโบรสแกน (Fibro Scan) ถือเป็นนวัตกรรมใหม่ซึ่งเป็นทางเลือกสำหรับผู้ที่มีความเสี่ยงโรคตับเรื้อรัง ใช้เวลาตรวจสั้น แม่นยำ ปลอดภัย ไม่เจ็บ และไม่เกิดภาวะแทรกซ้อนใด ๆ หลังตรวจ
เครื่องไฟโบรสแกน (Fibro Scan หรือ Vibration Controlled Transient Elastograply) คือ เครื่องมือตรวจพังผืดไขมันตับและตรวจวัดค่าตับแข็ง ใช้หลักการเดียวกับโซนาร์และอัลตราซาวนด์ โดยปล่อยคลื่นเสียงความถี่สูงไปที่เนื้อตับ และตรวจวัดคลื่นที่สะท้อนกลับในหน่วยเดซิเบล/เมตร (dB/m) ในเนื้อตับที่มีไขมันสะสมอยู่มากกว่าจะมีความเร็วเสียงสะท้อนกลับที่มากกว่าเนื้อตับที่มีไขมันน้อย การวัดค่าตับแข็งก็เช่นกัน

ถ้าตับแข็งคลื่นเสียงจะผ่านได้เร็วขึ้น แล้วแปรผลออกมาเป็นตัวเลข เพื่อประเมินภาวะความแข็งของตับ และปริมาณไขมันในตับ จะได้ทราบว่ามีไขมันสะสมในตับมากแค่ไหน และมีปริมาณพังผืดในตับอยู่เท่าไหร่ มีภาวะตับแข็งหรือไม่ โดยไม่จำเป็นต้องตัดชิ้นเนื้อตับไปตรวจในห้องปฏิบัติการ ช่วยลดความเสี่ยงเกิดภาวะแทรกซ้อนจากการตรวจได้ ผลที่ได้มีความแม่นยำสูง แพทย์สามารถนำไปวางแผนการรักษาและแนะนำคนไข้ดูแลตนเองได้อย่างเหมาะสม เช่น แนะนำการควบคุมน้ำหนัก ออกกำลังกาย ควบคุมอาหารในผู้ป่วยที่ตรวจพบไขมันเกาะตับ ทั้งยังสามารถตรวจเพื่อติดตามประเมินผลหลังปรับพฤติกรรม เพื่อดูว่าค่าไขมันในตับและค่าความแข็งของตับลดลงหรือไม่ มากน้อยเพียงใด
ไม่ทำให้เกิดอาการเจ็บหรือเสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อน ต่างจากการเจาะเพื่อเก็บตัวอย่าง เนื้อเยื่อตับ (liver biopsy) ที่ผู้ป่วยอาจรู้สึกปวดและมีเลือดไหลหลังตรวจได้
ใช้เวลาสั้นเพียง 10-15 นาที ทราบผลทันทีหลังตรวจ ไม่ต้องรอนาน
สามารถตรวจซ้ำได้หลายครั้ง
ผู้ป่วยสามารถกลับบ้านได้ทันทีหลังการตรวจ โดยไม่ต้องนอนพักฟื้นที่โรงพยาบาล
ปลอดภัย ไม่มีคลื่นเอกซเรย์ หรือการใส่สารทึบแสง
ใช้หลักการสะท้อนของคลื่นเสียงเพื่อวัดความแข็งและความยืดหยุ่นของตับ
ช่วยตรวจวินิจฉัยภาวะพังผืดของตับ (hepatic fibrosis) และตรวจประเมินปริมาณไขมันพอกตับ (liver fat) ทำให้แพทย์ทราบระดับความรุนแรงของโรคและติดตามผลการรักษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ยิ่งตรวจก่อน รู้ปัญหาสุขภาพตับก่อนยิ่งทำให้โอกาสรักษาหายเป็นไปได้มากเท่านั้น
ค่าใช้จ่ายน้อยกว่าเมื่อเปรียบเทียบกับการเจาะเพื่อเก็บตัวอย่างเนื้อเยื่อตับ (liver biopsy)
ตาเหลืองและตัวซีดเหลืองผิดปกติ
รู้สึกอ่อนเพลีย แม้จะนอนหลับพักผ่อนอย่างเพียงพอ เนื่องจากตับไม่สามารถหลั่งเอนไซม์ที่ใช้ใน การย่อยอาหารออกมาได้
ผู้ที่มีความเสี่ยงเป็นโรคตับ เช่น มีภาวะน้ำหนักเกินหรืออ้วนลงพุง
ผู้ที่เป็นโรคตับเรื้อรัง
ผู้ป่วยก่อนและหลังการปลูกถ่ายตับ
ผู้ที่ดื่มสุราเป็นประจำ จึงเสี่ยงไขมันพอกตับจากการดื่มแอลกอฮอล์ (Alcoholic fatty liver) เนื่องจากแอลกอฮอล์ส่งผลให้ตับอักเสบโดยตรง และทำให้ไขมันสะสมในตับ เกิดการอักเสบและเกิดพังผืดในตับ ก่อให้เกิดภาวะตับแข็ง
ผู้ที่ทานยารักษาโรคประจำตัวซึ่งมีผลต่อตับ จึงได้รับผลข้างเคียงจากยาบางชนิด เช่น ยาต้านไวรัส ยาเคมีบำบัด ยาต้านฮอร์โมน หรือกลุ่มยาสเตียรอยด์
ผู้ที่ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบชนิดเรื้อรัง โดยเฉพาะไวรัสตับอักเสบบีและซี ที่ทำให้เกิดตับอักเสบเรื้อรังเพิ่มความเสี่ยงเป็นโรคตับแข็ง มะเร็งตับ หรือโรคตับวายได้
ป่วยเป็นโรคเกี่ยวกับระบบเผาผลาญ
ผู้ที่ตรวจพบภาวะตับผิดปกติจากผลเลือดหรือตรวจอัลตราซาวนด์
มีประวัติสมาชิกในครอบครัวเคยป่วยด้วยโรคมะเร็งตับ อันเป็นต้นเหตุจากระบบพันธุกรรม
ผู้ป่วยเบาหวานชนิด 2 มีภาวะไขมันในเลือดสูงและความดันโลหิตสูง
ผู้ที่รับประทานอาหารพลังงานสูงเป็นประจำ เช่น แป้ง น้ำตาล ไขมัน
ผู้ที่รับประทานยาสมุนไพรติดต่อกันเป็นเวลานาน

ผู้รับการตรวจนอนหงาย ยกแขนทั้งสองข้างขึ้นไว้เหนือศีรษะของตนเอง
แพทย์จะทาเจลที่หัวตรวจหรือผิวหนังเล็กน้อย ช่วยให้ผลในการตรวจมีประสิทธิภาพมากขึ้น
แพทย์จะใช้อุปกรณ์การตรวจสัมผัสบริเวณชายโครงด้านขวา ประมาณ 10 ครั้งในจุดเดียวกัน ปล่อยสัญญาณเสียงความถี่ต่ำเข้าไปที่ตับ เพื่อวัดปริมาณไขมันและความแข็งของตับ ขณะตรวจอาจรู้สึกได้ถึงแรงสั่นสะเทือนบริเวณผิวหนังที่สัมผัสกับปลายหัวตรวจเล็กน้อย
หากพบว่ามีภาวะพังผืดและไขมันในตับสูง ก็จะส่งตัวเข้าสู่กระบวนการรักษาต่อไป
ผู้ป่วยที่มีน้ำหนักตัวเกินมาตรฐานหรืออยู่ในภาวะโรคอ้วนจะส่งตรวจวัดได้ยาก เนื่องจากคลื่นเสียงอาจถูกจำกัดโดยชั้นไขมันในร่างกาย ยกเว้นการใช้หัว อุปกรณ์ขนาดพิเศษ
ผู้ป่วยที่มีภาวะท้องมาน (ascites) เพราะคลื่นความถี่จากตัวเครื่องจะกระตุ้นให้เกิดอาการรุนแรงได้
หญิงตั้งครรภ์ เพราะคลื่นความถี่จากไฟโบรสแกนมีผลต่อพัฒนาการและการเจริญเติบโตของตัวอ่อนในครรภ์ และไม่ควรให้หญิงตั้งครรภ์อยู่ใกล้กับตัวเครื่องในขณะเปิดใช้งาน
ผู้ที่ติดอุปกรณ์ทางการแพทย์บางชนิด เช่น ใส่เครื่องกระตุ้นหัวใจ (pacemaker)
ราคา
2,000 บาท

การเตรียมความพร้อมก่อนตรวจด้วยเครื่องไฟโบรสแกน (Fibro Scan)?
ควรงดอาหาร 3-4 ชั่วโมงก่อนตรวจ เนื่องจากอาหารจะทำให้การไหลเวียนของเลือดในตับมากขึ้น อาจทำให้การแปรผลมีความคลาดเคลื่อนได้

การตรวจตับด้วยเครื่องไฟโบรสแกน สามารถตรวจหามะเร็งตับได้หรือไม่ ?
หากตรวจพบว่าค่าระดับพังผืดในตับมีมากกว่าปกติ อาจเสี่ยงเป็นโรคตับแข็งได้ ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งของโรคมะเร็งตับ ดังนั้น การตรวจตับด้วยเครื่องไฟโบรสแกนจึงเป็นการตรวจสุขภาพตับเบื้องต้นหากต้องการตรวจคัดกรองความเสี่ยงโรคมะเร็งตับ สามารถอัลตราซาวนด์ช่องท้องส่วนบน ตรวจเลือดเพื่อหาสารบ่งชี้มะเร็งตับ แอลฟาฟีโตโปรตีน (AFP) เพิ่มเติม