ตกแต่งริมฝีปาก

ตกแต่งริมฝีปาก

ทำปากบาง ปากกระจับ

รูปปากช่วยเพิ่มความเซ็กซี่เย้ายวนให้ใบหน้าได้ ทำให้ศัลยกรรมปากเป็นหนึ่งในศัลยกรรมที่นิยมทำกัน รูปปากที่เป็นเทรนด์ฮิตคือ ปากกระจับ ลักษณะ ปากกระจับ จะเห็นรอยหยักตรงกลางริมฝีปากบนชัดเจน ริมฝีปากจะดูอวบอิ่ม ส่วนศัลยกรรมปากที่นิยมทำอีกอย่างคือ ทำปากบาง สำหรับคนที่มีริมฝีปากหนาเกินไป เรียกว่าหนาเกินคำว่าอวบอิ่มไปเยอะแล้วรู้สึกว่าไม่โอเค เป็นปมด้อย โดนเพื่อนล้อ สามารถศัลยกรรมแก้ไขให้ ปากบาง ลงได้ หรือสาวคนไหนอยากจะทำ ปากบาง ไปพร้อมกับ ปากกระจับ ทุกวันนี้ก็ไม่ใช่เรื่องเกินความสามารถของคุณหมอให้แจ้งความประสงค์ไปได้เลย อย่างไรก็ดี ใครที่คิดจะศัลยกรรมปากอายุที่เหมาะสมคือ 18 ปี ขึ้นไปนะคะ

ทำปากบาง

ในคนที่ต้องการทำ ปากบาง ก่อนรักษาแพทย์จะต้องตรวจโครงสร้างริมฝีปากก่อนทุกรายเพื่อหาว่าความหนาของริมฝีปากเกิดจากสาเหตุใด ถ้าความหนาของริมฝีปากเป็นผลมาจากโครงสร้างในส่วนที่ใกล้เคียงผิดปกติ เช่น มีโครงกระดูกหน้ายื่น, มีฟันหน้ายื่น, คางสั้น หรือกระดูกขากรรไกรหน้าไม่เจริญเติบโตตามที่ควรจะเป็น ทำให้ริมฝีปากเผยอออกด้านนอกมากกว่าปกติ แพทย์ก็จะทำการแก้ไขในจุดที่ผิดปกติดังกล่าว ก็จะทำให้ริมฝีปากดูดีขึ้นได้โดยอัตโนมัติโดยไม่ต้องทำผ่าตัดให้เจ็บตัว

แต่ถ้าความหนาของริมฝีปากเกิดจากตัวริมฝีปากหนาเอง การจะ ทำปากบาง จะต้องใช้วิธีการผ่าตัด โดยจะผ่าตัดเฉพาะที่ริมฝีปาก ซึ่งวิธีการทำไม่ยุ่งยาก การผ่าตัดสามารถทำได้ภายในวันที่มาพบแพทย์ ใช้เวลาผ่าตัดประมาณ 1 ชั่วโมง หลังจากนั้นก็สามารถกลับบ้านได้เลย ส่วนรอยแผลที่เกิดจากการผ่าตัดจะถูกซ่อนไว้ที่ขอบภายในของริมฝีปาก เมื่อแผลหายสนิทแล้วจะมองไม่เห็นรอยแผล

ขั้นตอนการทำ ปากบาง นั้น เริ่มแรกแพทย์จะฉีดยาชาเฉพาะที่พร้อมทั้งให้ยานอนหลับอย่างอ่อนเพื่อลดความเจ็บปวดและช่วยลดความกังวลใจ จากนั้นแพทย์จะค่อย ๆ ตัดเนื้อริมฝีปากด้านใน รวมถึงเยื่อบุช่องปากที่อยู่บริเวณเดียวกันออก แล้วเย็บรั้งเข้าหากันด้วยไหมละลายซึ่งจะทำให้ความสูงของริมฝีปากลดลงและบางลง ซึ่งความบางของริมฝีปากที่จะได้ขึ้นอยู่กับปริมาณพื้นผิวของริมฝีปากด้านในและเยื่อบุช่องปากที่ตัดออก ส่วนความแนบเนียนและสม่ำเสมอของริมฝีปากจะอยู่ที่ประสบการณ์และความชำนาญของแพทย์ เพราะเนื้อเยื่อบุช่องปากเมื่อเกิดบวมขึ้นจากการฉีดยาชาจะมีการยืดตัวได้มากและไม่สม่ำเสมอ ดังนั้น หากแพทย์มีความชำนาญโอกาสที่จะกะระยะผิดพลาดจึงเป็นไปได้ยาก จากนั้นแพทย์จะเย็บปิดแผลด้วยไหมละลายก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อย

โดยทั่วไป หลังผ่าตัด มักมีอาการบวมประมาณ 5-10 วัน หลังจากนั้นประมาณ 2 สัปดาห์ รูปทรงของริมฝีปากจะเริ่มเข้าที่ และเนื่องจากคนเรามักเคยชินกับความหนาของริมฝีปากเดิม ดังนั้นหลังยุบบวมแล้วอาจต้องใช้เวลาประมาณ 4-6 สัปดาห์เพื่อปรับตัวเข้ากับรูปทรงริมฝีปากที่บางลงจึงจะปิดปากได้สนิทเหมือนเดิม

ทำปากกระจับ

ขั้นตอนการผ่าตัดทำ ปากกระจับ แพทย์จะฉีดยาชาบริเวณรอบ ๆ ริมฝีปาก ร่วมกับยานอนหลับแบบอ่อน ๆ เพื่อลดความเจ็บปวด และความกังวลใจของคนไข้ ถ้าต้องการทำ ปากกระจับ อย่างเดียว แพทย์ก็จะตัดแต่งริมฝีปากเฉพาะด้านบนด้านเดียวให้เป็นหยักตรงกลาง แต่ถ้าอยากทำ ปากกระจับ ไปพร้อมการ ทำปากบาง แพทย์ก็จะตัดผิวริมฝีปากและกล้ามเนื้อส่วนเกินออกตามแนวยาวของริมฝีปากทั้งด้านบนและด้านล่าง แล้วเย็บด้วยไหมละลายตามแนวริมฝีปากที่วาดไว้ จากนั้นจะเย็บเป็นหยักตรงกลางของริมฝีปากด้านบน รอยแผลที่เกิดจากการผ่าตัดจะถูกซ่อนไว้ที่ขอบภายในของริมฝีปาก เมื่อแผลหายสนิทแล้วจะมองไม่เห็นรอยแผล ใช้เวลาผ่าตัดประมาณ 30 – 45 นาที สำหรับอาการบวมจะเป็นอยู่ประมาณ 5-10 วัน หลังจากนั้นประมาณ 2 สัปดาห์ รูปทรงของปากจะเริ่มเข้าที่

เตรียมตัวอย่างไรก่อนทำ ปากบาง ปากกระจับ

  • แจ้งประวัติการแพ้ยา หรือ อาหารเสริมที่ใช้ในปัจจุบัน , แจ้งโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ ฯลฯ ให้แพทย์ทราบก่อนเข้ารับการผ่าตัด
  • งดสูบบุหรี่และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 2 สัปดาห์ ก่อนและหลังการผ่าตัด เนื่องจากทำให้แผลหายยาก
  • ให้งดยาแอสไพริน (Aspirin), ไอบิวโพรเฟน (Ibuprofen) และวิตามินอี หรือ อาหารเสริมที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด ก่อนเข้ารับการผ่าตัด 2 สัปดาห์
  • เตรียมปากให้ชุ่มชื้นด้วยการบำรุงริมฝีปากหรือทาด้วยลิปมันก่อนการผ่าตัด 2 สัปดาห์ เพื่อให้แผลมีการหายที่ดีและเร็วขึ้นหลังการผ่าตัด
  • แปรงฟันทำความสะอาดช่องปากก่อนเข้ารับการผ่าตัด

ดูแลตนเองอย่างไรหลังทำ ปากบาง ปากกระจับ

  • ประคบด้วยความเย็นบริเวณริมฝีปากในช่วง 48 ชั่วโมงแรกหลังผ่าตัด เพื่อลดอาการบวม
  • ต้องรักษาความสะอาดภายในช่องปาก โดยบ้วนปากด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อสำหรับบ้วนปากโดยเฉพาะหลังอาหารทุกมื้อ เพื่อป้องกันแผลผ่าตัดติดเชื้อจากเศษอาหารที่หมักหมม
  • ในช่วง 2 – 4 สัปดาห์แรก ควรรับประทานอาหารอ่อนๆ ย่อยง่าย รสไม่จัด งดของหมักดอง และแอลกอฮอล์
  • หลีกเลี่ยงการพูดคุยใน 1 สัปดาห์แรก ควรรอแผลติดและแห้งสนิทเสียก่อน
  • รับประทานยาตามที่แพทย์สั่งและมาพบแพทย์ตามนัดเพื่อติดตามผลหลังการรักษา
  • โดยทั่วไปประมาณ 2 สัปดาห์ รูปทรงของปากจะเริ่มเข้าที่ และคงรูปสวยหลังจากทำไปแล้วประมาณ 6 เดือน
  • หลังการ ทำปากบาง อาจจะมีอาการปากชาอยู่ประมาณ 1-2 เดือน หลังจากนั้นอาการชาจะลดน้อยลงและหายไปเอง

คนที่มีรูปปากแบบไหนไม่เหมาะทำ ปากบาง ปากกระจับ

  • ลักษณะปากที่ยิ้มแล้วเห็นเหงือกเยอะ ต้องทำการผ่าตัดหรือเลเซอร์เหงือกออกก่อน ถึงจะ ทำปากบาง ปากกระจับ ได้ มิเช่นนั้นจะทำให้ยิ้มเห็นเหงือกมากขึ้น
  • หากมีลักษณะของปากที่บางมากอยู่แล้ว ไม่แนะนำทำ ปากบาง เพราะจะทำให้ริมฝีปากบางมากขึ้น เวลายิ้มจะมองไม่เห็นริมฝีปาก

สำหรับคนที่มีมุมปากตก หากต้องการ ทำปากบาง ควรมาพบแพทย์เพื่อตรวจดูลักษณะของปากก่อน หากไม่ได้ตกจากความสูงวัย ก็สามารถทำได้ หลังทำแล้วจะทำให้มุมปากยกขึ้นดูเหมือนปากยิ้มมากขึ้น

ส่วนปัญหาที่มักจะข้องใจกันก็คือ หากกำลังจัดฟันอยู่จะ ทำปากบาง ได้หรือไม่ ในกรณีนี้แพทย์จะ ทำปากบาง ให้ต่อเมื่อฟันที่จัดเริ่มเข้าที่บ้างแล้ว หรือต้องจัดฟันเกิน 1 ปีขึ้นไป โดยจะต้องไปให้ทันตแพทย์ปรับลวดให้เรียบร้อยก่อน เพราะหลัง ทำปากบาง จะต้องรออย่างน้อย 2 เดือนจึงจะปรับลวดได้ แต่ถ้าเพิ่งเริ่มจัดฟันโดยยังมีปัญหาฟันล่างครอบฟันบน หรือฟันยื่น แพทย์จะยังไม่ทำผ่าตัดให้

เพิ่มความอวบอิ่มให้ริมฝีปาก

นอกจากการทำ ปากบาง ปากกระจับ แล้ว การทำริมฝีปากให้ดูหนา อวบอิ่มเย้ายวน ก็เป็นอีกหนึ่งศัลยกรรมริมฝีปากที่มีผู้สอบถามกันอยู่เรื่อยๆ โดยเฉพาะในคนที่อายุมากขึ้น ริมฝีปากจะเริ่มบางลง ดูไม่อวบอิ่มเหมือนตอนที่อายุยังน้อย ริมฝีปากเริ่มเหี่ยว และมองเห็นเป็นรอยย่นชัดเจน โดยวิธีการเพิ่มความอวบอิ่มให้ริมฝีปากสามารถทำได้โดยการฉีดสารเติมเต็ม (Filler) ซึ่งสารเติมเต็มที่ได้รับการยอมรับในวงการแพทย์และนิยมนำมาฉีดเพื่อเติมเต็มริมฝีปากคือ กรดไฮยาลูโรนิค (Hyaluronic acid) หรือ HA เนื่องจากมีความปลอดภัยสูง โอกาสเกิดการแพ้น้อย สามารถปรับแต่งรูปทรงได้ตามต้องการ และสลายตัวได้เองตามธรรมชาติ เมื่อฉีดแล้วจะช่วยเพิ่มปริมาตรของริมฝีปาก เติมริมฝีปากให้เต็มอิ่มมากขึ้น แต่ในการเลือกสารเติมเต็มที่เหมาะสมนั้น ควรอยู่ในความดูแลโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางเท่านั้น

โดยก่อนเข้ารับการฉีดฟิลเลอร์ปาก ควรงดทาลิปสติกหรือลิปมัน งดรับประทานอาหารรสจัด และทำความสะอาดริมฝีปากให้สะอาด เมื่อเตรียมตัวพร้อมแล้ว แพทย์จะทำการฉีดยาชาบริเวณรอบๆ ริมฝีปาก จากนั้นใช้สารเติมเต็มฉีดลงภายในพื้นผิวของริมฝีปาก แล้วปรับแต่งรูปทรงตามที่ต้องการ ใช้ระยะเวลาในการฉีดประมาณ 30 นาที หลังฉีดจะเห็นได้ทันทีว่าปากหนาดูอวบอิ่มขึ้น และผู้มารับการรักษาสามารถกลับบ้านทำกิจวัตรประจำวันได้ตามปกติ โดยกรดไฮยาลูโรนิคจะคงอยู่ได้ประมาณ 8-12 เดือน หลังจากนั้นจะค่อยๆ สลายไปเองตามธรรมชาติ

หลังฉีดฟิลเลอร์ 12 ชั่วโมงแรก ควรหลีกเลี่ยงการใช้เครื่องสำอาง, ควรงดสูบบุหรี่ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารรสจัด, งดการขบเม้มริมฝีปาก 1-2 สัปดาห์, ให้ดื่มน้ำมากๆ เนื่องจากสาร HA มีคุณสมบัติอุ้มน้ำ ช่วยให้ความสามารถในการเติมเต็มดียิ่งขึ้น และงดยาแอสไพริน (Aspirin), ไอบิวโพรเฟน (Ibuprofen), วิตามินอี แป๊ะก๊วย เพราะอาจทำให้เกิดอาการบวมหรือจ้ำในตำแหน่งที่ฉีดฟิลเลอร์ได้

เห็นไหมคะว่า คุณสามารถตกแต่งริมฝีปากให้สวยอย่างที่ต้องการได้ แต่เมื่อปากสวยได้รูปตรงใจแล้ว หากริมฝีปากดำคล้ำ สาว ๆ คงยิ้มได้ไม่เต็มปากแน่ ครั้นจะทาลิปสติกกลบเกลื่อน ก็ช่วยได้ชั่วคราว ถ้าอยากแก้ปัญหาที่เห็นผลชัดเจน แนะนำปรึกษาแพทย์ ปัจจุบันมีวิธี รักษาริมฝีปากดำคล้ำ  โดยการใช้ยา ถ้าไม่ได้ผลก็ยังมีการรักษาด้วยแสงเลเซอร์ โดยเลเซอร์จะไปทำลายเม็ดสีผิวบางส่วนออกไปช่วยให้ริมฝีปากที่ดำคล้ำจางลงได้ ส่วนใครที่ชอบให้ปากดูมีสุขภาพดี สมัยนี้มีเทคนิค สักปากสีชมพู ที่ทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ คุณสามารถมั่นใจได้ในความปลอดภัย

การศัลยกรรมริมฝีปาก ไม่ว่าจะ ปากบาง ปากกระจับ หรือฉีดฟิลเลอร์เพิ่มความอวบอิ่ม หลายคนบอกทำแล้วสร้างความมั่นใจได้อีกหลายเท่าตัว นี่เป็นเสียงสะท้อนของสาวๆ ที่ทำมา แต่อันจริงการศัลยกรรมริมฝีปากไม่ได้จำกัดเฉพาะในกลุ่มผู้หญิง ผู้ชายก็ทำได้ไม่มีข้อห้าม ถ้าสนใจอยากปรับแต่งริมฝีปากให้ดูดีขึ้นไปปรึกษาคุณหมอได้เลยค่ะ

ค่ารักษา

เพิ่มเติม
การรักษา ราคา(บาท)
ตกแต่งริมฝีปากให้บางลง (ด้านละ) 16,000 บาท
ตกแต่งริมฝีปากบนเป็นรูปกระจับ 22,000 บาท
แก้ไขปากบาง (เคยทำมาแล้ว) 30,000 บาท
ยกริมฝีปากบน (Upper Lip lift) 30,000 บาท
เสริมเนื้อริมฝีปากให้หนาขึ้น 20,000 บาท
แก้ไขยิ้มเห็นเหงือก 25,000 บาท
ยกมุมปาก 20,000 บาท

หัตถการที่เกี่ยวข้อง

เกร็ดความรู้

เพิ่มเติม

นัดหมายแพทย์

ค้นหาแพทย์

ชื่อ - นามสกุล

เบอร์โทรติดต่อ

Show Buttons
Hide Buttons