ดูดไขมันเฉพาะส่วนด้วย vaser


รู้จักเวเซอร์ ตัวช่วยดูดไขมัน

เวเซอร์ (VASER ) คือ เทคโนโลยีใหม่ในการกำจัดไขมันที่มีความปลอดภัยสูง เป็นการดูดไขมัน เฉพาะส่วนเพื่อให้ร่างกายมีสัดส่วนที่กระชับได้รูปมากยิ่งขึ้น โดยปล่อยพลังงานคลื่นเสียง (Ultrasound) ไปทำลายเซลล์ไขมันในชั้นไขมัน ทำให้ก้อนไขมันกลายเป็นของเหลว จึงสามารถดูดออกมาอย่างนุ่มนวลและง่ายขึ้น โดยไม่ทำให้เนื้อเยื่อข้างเคียงอย่างเส้นเลือดและเซลล์ประสาทบริเวณรอบ ๆ ได้รับความเสียหายหรือถูกกระทบกระเทือน อีกทั้งยังช่วยลดการเกิดรอยฟกช้ำและบวมหลังการรักษา ทำให้แผลหายเร็ว ฟื้นตัวได้เร็วขึ้น

ดูดไขมันด้วย VASER เหมาะกับใคร

ขั้นตอนการดูดไขมันด้วย VASER

ผลลัพธ์หลังการ ดูดไขมันด้วย VASER

ราคาค่ารักษา VASER

Q&A หลากคำถาม มีคำตอบ เกี่ยวกับ “ดูดไขมันเฉพาะส่วนด้วย VASER”

ทำไมถึงนิยมดูดไขมันด้วย VASER

ดูดไขมันด้วย VASER เหมาะกับใคร

VASER เหมาะกับคนที่มีไขมันส่วนเกินสุดดื้อ

ที่ไม่ว่าจะออกกำลังกายเท่าไหร่ก็ไม่ยอมลด หรือไม่เห็นผล โดยเฉพาะบริเวณหน้าท้อง สะโพก ต้นขา และสามารถใช้ได้กับแทบทุกส่วนของร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นบริเวณใต้คาง โหนกบริเวณหลังต้นคอ ท้องแขน หลัง เอว หรือแม้แต่เข่าที่ในบางคนอาจจะมีก้อนไขมันปูดออกมาก็สามารถกำจัดออกได้ด้วย

VASER เป็นวิธีการกำจัดไขมันสำหรับคนที่กำลังมองหาวิธีที่ปลอดภัย

รวดเร็ว เจ็บปวดน้อย เห็นผลจากการรักษาในครั้งเดียว

VASER ได้ผ่านการรับรองจากองค์การอาหารและยาจากประเทศสหรัฐอเมริกา (US FDA) และประเทศไทย (อย.)

ถึงประสิทธิภาพและความปลอดภัย ซึ่ง VASER ในปัจจุบันได้ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อช่วยแก้ปัญหาเรื่องความร้อนที่เกิดขึ้นในเนื้อเยื่อและผิวหนังไหม้ในกรณีที่สัมผัสถูกความร้อนบริเวณปลายท่อเป็นเวลานาน โดยการลดพลังงานความร้อนที่เกิดจากการปล่อยคลื่นเสียง (Ulttrasound) ลงประมาณ 50 %

เตรียมตัวให้พร้อมก่อนดูดไขมันด้วย VASER

  • แจ้งประวัติสุขภาพให้แพทย์ทราบ เช่น โรคประจำตัว สำหรับผู้ที่เป็นโรคหัวใจ สามารถทำการดูดไขมันได้ โดยแพทย์อาจวินิจฉัยให้ดูดในปริมาณที่พอเหมาะ ไม่มากจนเกินไปนัก เพื่อป้องกันระบบการไหลเวียนของเลือดในร่างกาย
  • งดยาทุกประเภทที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด ไม่ว่าจะเป็นยาในกลุ่มแอสไพริน ยาคลายกล้ามเนื้อ หรือแม้แต่วิตามินบำรุงร่างกายต่าง ๆ
  • สำหรับสุภาพสตรี ควรหลีกเลี่ยงการทำช่วงที่มีประจำเดือน
  • งดเว้นการสูบบุหรี่ อย่างน้อย 1-2 สัปดาห์ก่อนผ่าตัด
  • งดอาหารและน้ำก่อนดูดไขมันอย่างน้อย 6 ชม. เนื่องจากในการทำจะต้องใช้ยาสลบ

ขั้นตอนการดูดไขมันด้วย VASER

สำหรับขั้นตอนการดูดไขมันด้วย VASER บริเวณที่ต้องการสลายไขมันจะถูกเติมด้วยน้ำเกลือชนิดพิเศษและยาชา ช่วยให้ไม่เจ็บ ลดการช้ำ และการเสียเลือด หลังจากนั้นศัลยแพทย์จะใช้เครื่อง VASER ซึ่งมีหัวขนาดเล็กขนาดประมาณ 2-3 มิลลิเมตรใส่เข้าไปผ่านทางผิวหนัง เพื่อให้หัว VASER สัมผัสกับก้อนไขมันที่ต้องการสลายโดยตรง

เครื่อง Vaser ปล่อยคลื่นเสียงความถี่ในการสั่นสูงเข้าชั้นใต้ผิวหนัง ทำให้เซลล์ไขมันสลายตัวจนกลายเป็นไขมันเหลว ด้วยการปล่อยคลื่นเสียงออกเป็นระลอกๆ ทำให้ เซลล์ไขมันแตกตัว แต่มีผลน้อยกับเนื้อเยื่ออื่นๆ เช่น เส้นเลือด เส้นประสาท

เซลล์ไขมันสลายตัวกลายเป็นไขมันเหลวแล้ว จึงง่ายในการดูดออกจากร่างกายโดยการใช้อุปกรณ์หัวดูดไขมันของเครื่อง Vaser ซึ่งได้รับการออกแบบมาเป็นพิเศษ

ระหว่างการพักฟื้น ผิวหนังจะค่อยๆ หดตัวกลับคืนสู่สภาพเดิม ทำให้หลังทำแล้วผิวบริเวณที่ผ่านการทำเวเซอร์เรียบเนียน

หลังการรักษาควรดูแลตัวเองอย่างไร

หลังการรักษา แพทย์จะแนะนำให้ใช้ผ้ายืดพันบริเวณที่ได้ทำการดูดไขมัน เพื่อช่วยลดการบวม กระชับกล้ามเนื้อ ทำให้แผลหายเร็ว และรูปร่างเข้าที่ได้เร็วขึ้น หลังการดูดไขมันควรงดออกกำลังกายประมาณ 1 เดือน เพื่อช่วยให้ผิวหนังและกล้ามเนื้อในบริเวณที่ดูดไขมันออกมีความแข็งแรงขึ้น ทำให้รูปร่างเพรียวกระชับสมส่วนมากขึ้น

ผลลัพธ์หลังการ ดูดไขมันด้วย VASER

ปกติหลังจากดูดไขมันเสร็จแล้วอาจมีรอยช้ำบ้าง แพทย์จะแนะนำให้ใช้ผ้ายืดพันบริเวณที่ได้ทำการดูดไขมัน เพื่อช่วยลดการบวมและกระชับกล้ามเนื้อ ทำให้แผลหายเร็วและรูปร่างเข้าที่ได้เร็วขึ้น ซึ่งการดูดไขมันด้วย VASER จะใช้ระยะเวลาพักฟื้นน้อยกว่าการดูดไขมันแบบเดิม หลังจากดูดไขมันด้วย VASER ประมาณ 3 สัปดาห์จะเริ่มเห็นถึงการเปลี่ยนแปลงของรูปร่าง และจะเห็นผลลัพธ์ชัดเจนหลังทำประมาณ 3 – 6 เดือน หลังการดูดไขมันควรงดออกกำลังกายประมาณ 1 เดือน หลังจากนั้นควรออกกำลังกายเพื่อช่วยให้ผิวหนังและกล้ามเนื้อในบริเวณที่ดูดไขมันออกมีความแข็งแรงขึ้น ทำให้รูปร่างกระชับเพรียวสมส่วนมากขึ้น แต่เนื่องจากผิวหนังของคนที่มีอายุมากจะมีความหย่อนยานมากกว่าคนที่ยังอยู่ในวัยหนุ่มสาว ดังนั้น การดูดไขมันในคนที่อายุยังน้อยจะให้ผลการรักษาที่ดีกว่า

ผลลัพธ์หลังทำ

การรักษาที่ทำพร้อมกันได้

อย่างที่กล่าวไปข้างต้นว่าในบางรายอาจจะมีปัญหาผิวผิวกระชับตามมา แต่ก็ไม่ต้องกังวลใจ เพราะ สมัยนี้มี เทคโนโลยีกระชับสัดส่วน สามารถช่วยให้ผิวกลับมากระชับขึ้นได้ คือ เจพลาสมา หรือคนที่มีไขมันจำนวนมากก็สามารถดูด/ตัดไขมัน ได้

ทำไมต้องดูดไขมันด้วย VASER ที่ยันฮี

ความเชี่ยวชาญ ความน่าเชื่อถือของแพทย์ การทำศัลยกรรมตกแต่งทุกประเภทนั้น เป็นการผ่าตัดที่ต้องอาศัยความเชี่ยวชาญจากศัลยแพทย์ตกแต่งเพื่อให้ได้ผลการรักษาที่มีความปลอดภัยกับตัวคนไข้เอง ทั้งในระยะสั้นและในระยะยาว อีกทั้งเรื่องราคาต้องสมเหตุสมผล ทำออกมาแล้วต้องดูสวยเป็นธรรมชาติ ก่อน ตัดสินใจทำศัลยกรรมทุกประเภทคนไข้ควรศึกษาหาข้อมูลอย่างละเอียด และที่สำคัญต้องเลือกทำศัลยกรรมกับศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อผลการรักษาที่น่าพึงพอใจและปลอดภัย และด้วยเหตุผลนี้เองที่ทำให้บางคนตัดสินใจมาใช้บริการศัลยกรรม

โรงพยาบาลยันฮีเป็นโรงพยาบาลที่มีคุณภาพ มีทีมแพทย์ที่มีวุฒิบัตรแพทย์ผู้เชี่ยวชาญสาขาศัลยศาสตร์ตกแต่งแพทยสภา สมาชิกสมาคมศัลยแพทย์ตกแต่งแห่งประเทศไทย มากด้วยประสบการณ์ศัลยกรรมตกแต่งมากกว่า 5000 เคส พร้อมทั้งมีเครื่องมือที่ทันสมัย ครบครัน และยังได้รับมาตรฐานระดับโลก JCI

ดูดไขมันด้วย VASER ยันฮี ราคา

ดูดไขมัน แขน 2 ข้าง

50,000 บาท

ดูดไขมัน ท้องด้านบน

50,000 บาท

ดูดไขมัน ท้อง ด้านล่าง

50,000 บาท

ดูดไขมัน ขา ด้านนอก

60,000 บาท

ดูดไขมัน ขา ด้านใน

70,000 บาท

Q&A หลากคำถาม มีคำตอบ เกี่ยวกับ “ดูดไขมันเฉพาะส่วนด้วย VASER”

ถาม
ตอบ

การดูดไขมันเฉพาะส่วนด้วย VASER เป็นการรักษาที่ได้ผลลัพธ์ถาวรหรือไม่?

การดูดไขมัน สามารถดูดออกไปอาจจะประมาณ 60% ของไขมันทั้งหมด ซึ่งเซลล์ไขมันนี้สามารถโตกลับมาได้อีก แต่ไม่กลับมาถึง 100 % เท่าเดิม ดังนั้นการดูดไขมันจึงไม่ใช่การกำจัดไขมันถาวร แต่ช่วยควบคุมหรือทำให้เซลล์ไขมันกลับมาได้ยากขึ้น หรืออ้วนขึ้นได้ยากกว่าปกติ

ถาม
ตอบ

หลังจากดูดไขมันแล้ว จะจัดการอย่างไรกับผิวหนังที่ไม่เรียบเนียนเหมือนเดิม

ในคนไข้บางราย เมื่อดูดไขมันไปแล้วอาจทำให้ผิวหนังบริเวณที่ถูกดูดไขมันออกไปไม่ เรียบ โดยมีรอยลักษณะเป็นคลื่นหลงเหลืออยู่ สาเหตุเกิดจากดูดไขมันในชั้นผิวที่ไม่ลึกมากพอ หรือบางรายผิวอาจแข็ง เนื่องจากเนื้อเยื่อแข็งขึ้น แต่สามารถรักษาได้โดยการนวด ไม่ว่าจะเป็นนวดแผนไทยหรือนวดน้ำมัน หรือใช้เครื่อง RF รักษาร่วมด้วย

ถาม
ตอบ

การดูดไขมันเฉพาะส่วนด้วย VASER สามารถทำได้ทุกคนไหม

สามารถทำได้ทุกคน แต่กลุ่มผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน โรคหัวใจ ภูมิคุ้มกันบกพร่อง หรือระบบไหลเวียนเลือดผิดปกติ ควรหลีกเลี่ยงการดูดไขมัน เนื่องจากมีความเสี่ยงที่แผลหายช้า หรือติดเชื้อหรือโรคแทรกซ้อนได้สูงกว่าคนทั่วไป หากต้องการดูดไขมันจริง ๆ จำเป็นต้องแจ้งแพทย์ให้ทราบเสียก่อน เพื่อจะได้พิจารณาถึงความเหมาะสมของร่างกาย แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของแพทย์

หัตถการของศูนย์ศัลยกรรมตกแต่ง

เกร็ดความรู้

เพิ่มเติม