ดูดตัดไขมันเฉพาะส่วน

ดูดไขมันเฉพาะส่วน & ตัดไขมันหน้าท้อง

เพื่อรูปร่างสวยงาม ได้สัดส่วน

หมดยุคของหนุ่มสาวผอมแห้งแรงน้อย และหนุ่มสาว เอวหนาขาใหญ่ อวบอั๋นเกินพิกัดแล้ว ยุคนี้ต้องหุ่นเฟิร์ม แข็งแรง สุขภาพดี ดูได้จากดาราเซเล็บหลายๆ คนที่พากันอัพรูปลง IG โชว์หน้าท้องเรียบเนียน ซิกแพคเน้นๆ กล้ามเป็นมัดๆ กันเป็นว่าเล่น ทำเอาหลายคนฮึด อยากลุกขึ้นมาดูแลรูปร่างกับเขาบ้าง แต่กว่าจะได้หุ่นเป๊ะ รูปร่างดี เซ็กซี่สมส่วนแบบที่เห็น ต้องมีวินัยในการควบคุมอาหารและออกกำลังกายกันพอสมควรเลยทีเดียว

หลายคนเจออุปสรรคตั้งแต่ยังไม่เริ่ม เพราะขาดการออกกำลังกายมาเป็นเวลานาน อายุก็เริ่มมากขึ้น ทำให้มีไขมันส่วนเกินสะสมตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย โดยเฉพาะบริเวณหน้าท้อง ต้นขา สะโพก ท้องแขน หรือบริเวณใบหน้า อย่างใต้คางและลำคอ รวมถึงเริ่มมีผิวหนังเหี่ยวย่นหย่อนคล้อย และถึงแม้ว่าจะลดน้ำหนักได้มากแล้ว แต่ไขมันบริเวณดังกล่าวยังคงอยู่ ไม่ว่าจะควบคุมอาหารและออกกำลังกายอย่างไรก็ไม่สามารถกำจัดออกไปได้ ไขมันเหล่านี้จึงได้ฉายาว่าไขมันจอมดื้อ หรือ Stubborn Fat นั่นเอง

วงการแพทย์จึงได้คิดค้นและพัฒนาวิธีการรักษาและเทคโนโลยีในการกำจัดไขมันเพื่อช่วยให้คนไข้มีรูปร่างกระชับ ได้สัดส่วนสวยงามมากขึ้น วิธีดังกล่าวก็คือ การดูดไขมัน (Liposuction) ซึ่งเป็นวิธีการกำจัดไขมันที่สามารถกำหนดจุดลดไขมันตามที่ต้องการได้ และการตัดไขมันหน้าท้อง (Tummy Tuck หรือ Abdominoplasty) เป็นการทำศัลยกรรมแบบพื้นฐานที่ใช้กำจัดไขมันหน้าท้อง ทั้งสองวิธีนี้ เป็นวิธีการที่ได้รับการยอมรับและนำมาใช้รักษาอย่างกว้างขวาง

ดูดไขมันเฉพาะส่วน (Liposuction)

การดูดไขมัน เป็นการกำจัดไขมันส่วนเกินที่สะสมอยู่ตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย ด้วยวิธีการผ่าตัดแผลเล็ก แล้วใช้ท่อดูดไขมันออกมา เหมาะสำหรับคนที่มีน้ำหนักตัวใกล้เคียงกับรูปร่างปกติ ไม่เป็นโรคอ้วน และเนื่องจากผิวหนังของคนที่อายุมากมีความหย่อนยานมากกว่า ดังนั้น การดูดไขมันในคนที่อายุยังน้อยหรือยังอยู่ในวัยหนุ่มสาว จึงให้ผลการรักษาที่ดีกว่า

การดูดไขมัน เหมาะสำหรับกำจัดไขมันเฉพาะส่วนในบริเวณที่กำจัดออกได้ยาก เช่น บริเวณหน้าท้องช่วงล่าง สะโพก ต้นขา และยังสามารถใช้ได้กับแทบทุกส่วนของร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นบริเวณใต้คางและลำคอ (เหนียง) โหนกบริเวณหลังต้นคอ ท้องแขน หลัง เอว หรือก้อนไขมันที่เข่า แต่ไม่เหมาะสำหรับการดูดไขมันในปริมาณมากๆ เพราะมีความเสี่ยงที่อาจทำให้เกิดอันตรายขึ้นได้ คนไข้ควรปรึกษาแพทย์เพื่อหาแนวทางการรักษาที่เหมาะสมที่สุด เพื่อให้รูปร่างกระชับและได้สัดส่วนสวยงามอย่างปลอดภัย

ขั้นตอนการดูดไขมัน

ก่อนดูดไขมัน แพทย์จะประเมินลักษณะผิวหนังของคนไข้ว่ามีความหย่อนยานหรือไม่ มีความแข็งแรงมากน้อยแค่ไหน ดูปริมาณไขมันที่สะสมอยู่ในชั้นผิวหนังว่ามีมากน้อยแค่ไหน สามารถดูดในปริมาณเท่าไหร่ถึงจะเหมาะสมและปลอดภัย เมื่อได้ข้อสรุปแล้วจึงฉีดสารละลายน้ำเกลือ (Saline) ซึ่งเป็นน้ำเกลือชนิดพิเศษ ประกอบด้วยยาชาและอะดรีนาลีน บริเวณที่ต้องการดูดไขมัน เพื่อช่วยระงับความรู้สึก ทำให้คนไข้ไม่รู้สึกเจ็บขณะดูดไขมัน ลดการเสียเลือด ลดรอยช้ำและบวมหลังทำ

จากนั้นเปิดแผลผ่าตัดขนาดเล็กความยาวประมาณ 5 มิลลิเมตรบริเวณผิวหนัง แล้วใส่ท่อดูดไขมันขนาดเล็กเข้าไปในเนื้อเยื่อไขมัน ใช้อุปกรณ์สุญญากาศดูดไขมันออกมาตามปริมาณที่ต้องการ การดูดไขมันใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง ต่อ 1 จุด เมื่อดูดไขมันออกตามต้องการแล้ว บริเวณแผลผ่าตัดจะถูกเย็บปิด โดยจะเป็นแผลขนาดเล็กมากและแทบมองไม่เห็นแผลเป็นเมื่อแผลหายดีแล้ว

คำแนะนำหลังดูดไขมัน

หลังดูดไขมัน คนไข้อาจมีรอยช้ำและบวมเล็กน้อย แพทย์จะใช้ผ้าพันแผลพันรอบบริเวณที่ดูดไขมัน เพื่อช่วยลดบวม กระชับผิวหนังและกล้ามเนื้อ ทำให้แผลหายเร็ว และสัดส่วนเข้าที่ได้เร็วขึ้น ในกรณีที่คนไข้ดูดไขมันบางจุดเพียงเล็กน้อย มีการใช้ยาชา แพทย์ประเมินอาการทั่วไปแล้วปกติดี คนไข้สามารถกลับไปพักฟื้นที่บ้านได้ ในกรณีที่ดูดไขมันบางจุดแต่นำไขมันออกในปริมาณมาก และมีการดมยาสลบ คนไข้จะได้นอนพักฟื้นที่โรงพยาบาลอย่างน้อย 1 คืน จากนั้นเมื่อแพทย์ประเมินอาการทั่วไปว่าปกติดีแล้ว จึงสามารถกลับบ้านได้

สำหรับการดูแลตัวเองหลังดูดไขมัน คนไข้ควรงดออกกำลังกายประมาณ 1 เดือน หลังจากนั้นควรออกกำลังกายเพื่อให้ผิวหนังและกล้ามเนื้อบริเวณที่ดูดไขมันมีความแข็งแรงและกระชับขึ้น โดยส่วนใหญ่คนไข้สามารถกลับไปทำงานได้ภายในระยะเวลา 5-7 วันหลังดูดไขมัน หลังการรักษา 2-3 สัปดาห์ คนไข้สามารถกลับมาทำกิจกรรมหรือใช้ชีวิตได้อย่างเป็นปกติ และเริ่มเห็นถึงการเปลี่ยนแปลงของรูปร่าง และเห็นผลลัพธ์ชัดเจนหลังทำประมาณ 3-6 เดือน ทั้งนี้ ผลลัพธ์และระยะเวลาในการพักฟื้นมีความแตกต่างกันออกไปในแต่ละบุคคล สำหรับคนไข้บางรายหลังดูดไขมันไปแล้วอาจพบปัญหาผิวไม่เรียบ ไม่กระชับในบางจุด สามารถใช้เทคโนโลยีกระชับสัดส่วน เช่น Body Reshape, VelaShape , Accent Ultra หรือ Ultra Slim ช่วยให้ผิวกระชับเรียบเนียนขึ้นได้

ตัดไขมันหน้าท้อง (Tummy Tuck หรือ Abdominoplasty)

การตัดไขมันหน้าท้อง เป็นการผ่าตัดนำเอาไขมันและผิวหนังจำนวนมากออกจากท้องช่วงล่าง และกระชับผิวที่หย่อนยานของหน้าท้องช่วงบนไปพร้อมๆ กัน เหมาะสำหรับคนที่มีไขมันปริมาณมากบริเวณท้อง มีปัญหาผิวหนังส่วนเกินหน้าท้องมาก จนทำให้ท้องหย่อนคล้อย กล้ามเนื้อท้องยืดตัวออกอย่างรุนแรง มีปัญหาท้องลาย เช่น คนที่มีหน้าท้องหย่อนมากๆ คนที่เป็นโรคอ้วน คุณแม่หลังตั้งครรภ์ที่ไม่มีแผนจะที่ตั้งครรภ์อีกในอนาคต ช่วยทำให้หน้าท้องแบนราบ ผิวหนังเรียบ แก้ปัญหาหน้าท้องลาย กระชับสัดส่วนมากขึ้น

การผ่าตัดไขมันหน้าท้องมี 2 แบบ คือ การผ่าตัดแบบไม่ย้ายสะดือ เป็นการตัดเฉพาะผิวหนังและไขมันออกเพื่อกระชับเฉพาะหน้าท้องส่วนล่าง โดยไม่มีการย้ายตำแหน่งสะดือ เหมาะกับคนที่มีไขมันไม่มาก มีปัญหาหน้าท้องหย่อนคล้อยเนื่องจากการลดน้ำหนัก มีปัญหาหน้าท้องลาย การผ่าตัดอาจทำโดยการดมยาสลบหรือฉีดยาชา ใช้เวลาในการผ่าตัดประมาณ 2-3 ชั่วโมง หลังทำสามารถกลับบ้านได้โดยไม่ต้องนอนพักฟื้นที่โรงพยาบาล

และการผ่าตัดแบบย้ายสะดือ เป็นการเย็บซ่อมกล้ามเนื้อหน้าท้อง นำไขมันออก และกระชับผิวหนังหน้าท้องที่หย่อนคล้อย โดยมีการย้ายตำแหน่งสะดือและตกแต่งสะดือใหม่ เหมาะกับคนที่มีผิวหนังหย่อนคล้อย มีไขมันในปริมาณมาก กล้ามเนื้อหน้าท้องไม่แข็งแรง หน้าท้องแตกลายจากการคลอดบุตร การผ่าตัดทำโดยวิธีการดมยาสลบ ใช้เวลาในการผ่าตัดประมาณ 3-4 ชั่วโมง หลังทำคนไข้จะได้นอนพักฟื้นที่โรงพยาบาลเป็นเวลา 2-3 วัน เมื่อแพทย์ประเมินอาการทั่วไปว่าปกติดีแล้ว จึงสามารถกลับบ้านได้

นอกจากนี้ ยังสามารถทำการผ่าตัดไขมันหน้าท้องร่วมกับการดูดไขมันได้ โดยหลังจากเย็บซ่อมกล้ามเนื้อหน้าท้อง นำไขมันออก ตัดผิวหนังที่หย่อนคล้อยเสร็จแล้ว แพทย์จะทำการดูดไขมันบริเวณด้านข้างลำตัวเพิ่มเติม เหมาะสำหรับคนที่มีไขมันรอบเอวในปริมาณมาก เพื่อช่วยให้รูปร่างได้สัดส่วนมากขึ้น

ขั้นตอนการตัดไขมันหน้าท้อง

ก่อนการผ่าตัดแพทย์จะประเมินลักษณะผิวหนัง ปริมาณไขมัน และความแข็งแรงของกล้ามเนื้อหน้าท้องของคนไข้ ว่ามีความหย่อนคล้อยมากน้อยแค่ไหน จากนั้นกำหนดตำแหน่งแผลผ่าตัดซึ่งจะอยู่เหนือหัวหน่าว บริเวณขอบบิกินี แล้วจึงทำการผ่าตัด หากเป็นการผ่าตัดแบบไม่ย้ายสะดือ แพทย์จะเปิดแผลผ่าตัดแล้วเลาะพังผืดที่อยู่ระหว่างชั้นกล้ามเนื้อและไขมันไปจนถึงใต้สะดือ ดึงชั้นผิวหนังและไขมันลงมาแล้วตัดส่วนเกินออก จากนั้นจึงเย็บปิดแผล

สำหรับการผ่าตัดแบบย้ายสะดือ แพทย์จะเปิดแผลผ่าตัดผ่านชั้นผิวหนัง ชั้นไขมัน จนถึงชั้นกล้ามเนื้อ เลาะพังผืดที่อยู่ระหว่างชั้นกล้ามเนื้อและไขมันไปจนถึงใต้ราวนม ทำการเย็บซ่อมกล้ามเนื้อหน้าท้องทั้งหมด ดึงชั้นผิวหนังและไขมันจากหน้าท้องช่วงบนลงมาปิดหน้าท้องช่วงล่างบริเวณหัวหน่าว ตัดผิวหนังและไขมันส่วนเกินออก เย็บและตกแต่งแผลในชั้นไขมัน จากนั้นย้ายตำแหน่งสะดือโดยการเจาะรูสะดือใหม่แล้วเย็บตกแต่งให้สวยงาม สุดท้ายคือการตัดและเย็บผิวหนังส่วนเกิน แล้วจึงเย็บปิดแผล

คำแนะนำหลังตัดไขมันหน้าท้อง

หลังผ่าตัดหน้าท้อง คนไข้จะมีอาการปวดระบมที่แผล ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติ โดยอาการปวดจะเป็นอยู่ประมาณ 1 สัปดาห์ จากนั้นจะค่อยๆ ทุเลาลง หลังผ่าตัดสัปดาห์แรกห้ามแผลโดนน้ำ ให้เช็ดตัวแทนการอาบน้ำ สำหรับการเดิน หลังผ่าตัด 1-2 สัปดาห์แรกควรเดินก้มตัวเล็กน้อยเพื่อไม่ให้แผลตึง จากนั้นให้พยายามยืดตัวตรงเท่าที่จะทำได้ ซึ่งคนไข้จะยืดตัวได้มากขึ้นเพราะความตึงบริเวณหน้าท้องลดลง ควรพยายามยืดตัวเพื่อป้องกันอาการปวดหลังและเอว

ภายใน 3 สัปดาห์แรกไม่ควรเดินมาก ไม่ควรยกของหนัก และงดออกกำลังกาย งดสูบบุรี่ในช่วง 2 สัปดาห์แรกหลังผ่าตัดเพราะทำให้เลือดคั่งได้ง่าย งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ คนไข้สามารถรับประทานอาหารได้ตามปกติ แพทย์จะแนะนำให้ใส่สเตย์รัดหน้าท้องต่อเนื่องเป็นเวลาประมาณ 6-8 สัปดาห์ จากนั้นคนไข้ควรมาพบแพทย์ตามนัดเพื่อดูแผลและตัดไหม โดยแผลผ่าตัดจะเรียบเนียนขึ้นในระยะเวลาประมาณ 12-18 เดือน การปฏิบัติตนอย่างถูกต้องหลังผ่าตัดเป็นสิ่งสำคัญมาก นอกจากจะป้องกันผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์แล้ว ยังช่วยให้ผู้ป่วยฟื้นคืนสู่สภาพปกติเร็วขึ้น

การเตรียมตัวก่อนดูดไขมันและตัดไขมันหน้าท้อง

  • งดรับประทานยาทุกชนิดที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด เช่น ยาแอสไพริน ยาคลายกล้ามเนื้อ วิตามินบำรุงร่างกายต่างๆ
  • งดสูบบุหรี่อย่างน้อย 1-2 สัปดาห์ก่อนการรักษา
  • งดอาหารและน้ำก่อนการรักษาอย่างน้อย 6 ชั่วโมง เนื่องจากต้องดมยาสลบ
  • แจ้งประวัติสุขภาพให้แพทย์ทราบ เช่น โรคประจำตัว ประวัติแพ้ยา เป็นต้น
  • การดูดไขมันในผู้หญิงควรหลีกเลี่ยงในช่วงที่ประจำเดือน

หลังดูดไขมันหรือตัดไขมันหน้าท้องไปแล้ว จะทำให้คนไข้มีรูปร่างที่เพรียวกระชับ ได้สัดส่วนมากขึ้น ดูดีขึ้น แต่อย่างไรก็ตาม อย่าชะล่าใจไปกับร่างกายของเรานะคะ เพราะของแบบนี้เปลี่ยนแปลงกันได้ หากไม่ดูแลตัวเอง ยังมีพฤติกรรมการใช้ชีวิตแบบเดิมๆ กินอาหารตามใจปาก ไม่ออกกำลังกาย ถ้าเป็นแบบนี้รูปร่างที่กระชับได้สัดส่วนสวยงามก็คงอยู่กับเราไม่นานค่ะ ต้องคอยเติมแรงบันดาลใจให้ตัวเอง หมั่นออกกำลังกายดูแลรูปร่าง ควบคุมการรับประทานอาหาร พร้อมกับทำจิตใจให้แจ่มใสอยู่เสมอด้วยนะคะ

ค่ารักษา

เพิ่มเติม
การรักษา ราคา(บาท)
ดูดไขมัน แขน 2 ข้าง พัก 1 คืน 50,000 บาท
ดูดไขมัน รักแร้ 2 ข้าง พัก 1 คืน 50,000 บาท
ดูดไขมัน ท้อง ด้านบน พัก 1 คืน 50,000 บาท
ดูดไขมัน ท้อง ด้านล่าง พัก 1 คืน 50,000 บาท
ดูดไขมัน เอว ข้างละ พัก 1 คืน 50,000 บาท
ดูดไขมัน หลัง 2 ข้าง พัก 1 คืน 50,000 บาท
ดูดไขมัน ขา ด้านนอก พัก 1 คืน 60,000 บาท
ดูดไขมัน ขา ด้านใน พัก 1 คืน 60,000 บาท
ดูดไขมัน น่อง 2 ข้าง พัก 1 คืน 60,000 บาท

หัตถการที่เกี่ยวข้อง

เกร็ดความรู้

เพิ่มเติม

นัดหมายแพทย์

ค้นหาแพทย์

ชื่อ - นามสกุล

เบอร์โทรติดต่อ

Show Buttons
Hide Buttons