ดึงหน้า ดึงหน้าผาก ดึงคอ ด้วยนวัตกรรม Endotine

ดึงหน้าด้วย-endotine

ดึงหน้า ดึงหน้าผาก ดึงคอ ด้วยนวัตกรรม Endotine

เมื่อปัญหาผิวพรรณมาพร้อมวัยที่เพิ่มมากขึ้น  ดังนี้

    (1)  ผิวบริเวณหน้าผากหย่อนคล้อย มีริ้วรอย หัวคิ้วย่น หางคิ้วตกทำให้หนังบริเวณเปลือกตาบนตกตามไปด้วย
    (2) ผิวบริเวณลำคอหย่อนคล้อย มีเหนียงใต้คาง ขอบหน้าไม่ชัดเจน
    (3) ผิวบริเวณใบหน้า, แก้ม, ร่องน้ำหมาก หย่อนคล้อยทำให้ดูสูงวัย

สามารถแก้ไขให้กลับมากระชับและเต่งตึงขึ้นได้ด้วย “การผ่าตัดดึงหน้าผาก ดึงหน้า หรือ ดึงคอ” ซึ่งให้ผลลัพธ์ที่ดี และปัจจุบันมีเทคนิคที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการยกกระชับผิวและผลลัพธ์คงอยู่ได้นานหลายปี ในบางกรณีอาจคงอยู่ได้นานถึง 5 ปี โดยแผลผ่าตัดมีขนาดเล็ก ลดการบาดเจ็บ ใช้เวลาพักฟื้นน้อย นั่นคือ การดึงหน้าด้วย Endotine

Endotine คืออะไร   

Endotine เป็นวัสดุทางการแพทย์ที่ช่วยในการยกกระชับผิวที่หย่อนคล้อยให้กลับมาตึงกระชับอีกครั้ง ซึ่งนอกจากความตึงกระชับจะเกิดจากแรงดึงของ Endotine โดยตรงแล้ว ในระหว่างที่ Endotine ทำการยึดเนื้อเยื่อผิวก็จะค่อยๆ สร้างพังผืดหรือคอลลาเจนขึ้นมารอบๆ ทำให้เกิดแรงตึงใต้ผิวดึงรั้งให้ผิวยกกระชับขึ้นด้วย Endotine จะสลายไปได้เองภายใน 6-12 เดือน โดยพังผืดหรือคอลลาเจนที่เกิดขึ้นจะยังคงอยู่และทำหน้าที่ยกกระชับผิวได้อีกนานหลายปี Endotine เป็นวัสดุที่มีความปลอดภัย ผ่านการรับรองมาตรฐานจาก FDA สหรัฐอเมริกา สามารถสลายตัวได้หมดไม่เหลือตกค้างอยู่ในร่างกาย

การดึงหน้าด้วย Endotine เป็นการผ่าตัดเล็ก ใช้เวลาผ่าตัดไม่นาน แผลผ่าตัดมีขนาดเล็ก รอยแผลสามารถซ่อนไว้บริเวณไรผมเหนือหน้าผาก, บริเวณขมับในผม หรือด้านหลังใบหูได้ สำหรับ Endotine ที่ใช้ยกกระชับผิวจะมีลักษณะแตกต่างกันขึ้นกับวัตถุประสงค์ที่นำมาใช้ ดังนี้

  • ในกรณีดึงหน้าผาก ยกคิ้ว จะใช้วัสดุที่เรียกว่า Endotine Brow Lift ลักษณะจะเป็นหมุดขนาดเล็ก มีเงี่ยงแหลมใช้เกี่ยวเนื้อเยื่อใต้ผิว และมีหมุดที่ใช้ยึดกับกระดูกหน้าผาก
  • ในกรณีดึงคอ, ดึงร่องน้ำหมาก จะใช้วัสดุที่เรียกว่า Endotine Ribbon Face Lift ลักษณะเป็นวัสดุเนื้อบางยืดหยุ่นได้คล้ายริบบิ้น มีเงี่ยงเล็กๆ ตามแนวความยาวเพื่อยึดดึงเนื้อเยื่อใต้ผิว
  • ในกรณีดึงแก้ม จะใช้วัสดุที่เรียกว่า Endotine Midface ST ลักษณะคล้าย Ribbon แต่มีแป้นรูปไข่พร้อมเงี่ยงขนาดเล็กไว้ยึดดึงเนื้อเยื่อใต้แก้ม

การดึงหน้าผาก ยกคิ้ว ด้วย Endotine Brow Lift

ศัลยแพทย์จะเปิดแผลเล็กๆ บริเวณไรผมเหนือหน้าผาก แล้วทำการใส่ Endotine Brow Lift เข้าไปยึดติดกับกระดูกหน้าผาก ส่วนตัวเงี่ยงของ Endotine Brow Lift จะยึดดึงเนื้อเยื่อผิวให้ตึงกระชับขึ้น คิ้วยกขึ้น ใช้เวลาในการผ่าตัดประมาณ 45 นาที – 1 ชม. ซึ่งการผ่าตัดสามารถทำได้ 2 แบบคือ ผ่าเปิดแผลทั่วไป และการส่องกล้อง (Endoscopic)

ข้อดีของการดึงหน้าผาก ยกคิ้ว ด้วย Endotine Brow Lift

  • ช่วยให้เกิดการดึงผิวในพื้นที่ที่กว้างกว่าการดึงด้วยไหมเพียงอย่างเดียว ผิวบริเวณหน้าผากรวมถึงคิ้วจึงยกกระชับขึ้นมากกว่า
  • การดึงหน้าผาก ยกคิ้ว ด้วย Endotine Brow Lift ให้ผลการรักษาที่ดี จึงสามารถใช้วิธีนี้ทดแทนการผ่าตัดที่ต้องกรีดแผลยาวตลอดหนังศีรษะเช่นในอดีต ทำให้ลดการเกิดผลข้างเคียงต่อเส้นประสาท เส้นเลือด เนื้อเยื่อ และการสูญเสียผมน้อยกว่า เนื่องจากไม่มีแผลเย็บยาวจึงไม่มีการทำลายรากผม
  • รอยแผลผ่าตัดมีขนาดเล็กซ่อนอยู่บริเวณไรผมด้านหน้าแผลผสานเร็ว ผลข้างเคียงน้อย ลดโอกาสการเกิดอาการชาบริเวณหนังศีรษะ
  • ผลลัพธ์ที่ได้สามารถอยู่ได้นานหลายปี
  • Endotine Brow Lift จะสลายไปเอง ไม่ต้องนำออกในภายหลังและไม่มีเหลือตกค้างในร่างกาย

การดูแลหลังดึงหน้าผาก ยกคิ้ว ด้วย Endotine Brow Lift

  • ประคบเย็นในช่วง 48 ชม.แรก และควรนอนศีรษะสูง
  • สามารถสระผมได้หลังจากการผ่าตัดประมาณ 3 วัน
  • หลังผ่าตัดอาการเจ็บหรือบวมจะน้อยมาก อาการบวมจะดีขึ้นภายใน 3-7 วัน
  • ใช้ระยะเวลาพักฟื้นสั้นประมาณ3-4 วัน หรือบางรายอาจจะไม่ต้องพักฟื้นสามารถทำกิจวัตรได้ตามปกติ
  • ควรมาตามแพทย์นัด เพื่อติดตามผลการรักษา

การผ่าตัดดึงคอ ดึงร่องน้ำหมาก ด้วย Endotine Ribbon

ศัลยแพทย์จะเปิดแผลบริเวณหลังใบหู ความยาวประมาณ 2 ซม.แล้วสอด Endotine Ribbon เข้าไป ซึ่งเงี่ยงที่อยู่บนตัว Endotine จะยึดและดึงผิวชั้น SMAS ขึ้น ทำให้ผิวหนังที่หย่อนคล้อยบริเวณขอบหน้า และผิวลำคอช่วงบนยกขึ้นทันที  ในระหว่างที่วัสดุนี้ดึงรั้งเนื้อเยื่อของผิว เนื้อเยื่อใต้ผิวหนังจะค่อยๆ สร้างพังผืดและคอลลาเจนรอบๆ ตามแนววัสดุทำให้ผิวค่อยๆ ยกกระชับเพิ่มขึ้น แม้เมื่อ Endotine สลายตัวไปหมดแล้วหลังจากนั้น 6 – 12 เดือน ก็จะยังคงความยกกระชับจากการดึงรั้งของพังผืดและคอลลาเจนต่อไปอีกหลายปี

ข้อดีของการผ่าตัดดึงคอด้วย Endotine Ribbon

  • รอยแผลผ่าตัดมีขนาดเล็กซ่อนอยู่บริเวณด้านหลังใบหู
  • ผิวหนังบริเวณลำคอช่วงบนจะยกกระชับขึ้น เห็นขอบหน้าได้อย่างชัดเจนยิ่งขึ้น
  • ผลลัพธ์ที่ได้สามารถอยู่ได้นานหลายปี
  • Endotine Ribbon จะสลายไปเอง ไม่ต้องนำออกในภายหลังและไม่มีเหลือตกค้างในร่างกาย

การดูแลหลังผ่าตัดดึงคอด้วย Endotine Ribbon

  • ประคบเย็นในช่วง 48 ชม.แรก และควรนอนศีรษะสูง
  • หลังผ่าตัดอาจมีอาการบวม และจะค่อยๆ ดีขึ้นภายใน 7 – 10 วัน
  • ควรมาตามแพทย์นัด เพื่อติดตามผลการรักษาและตัดไหม
  • ควรใส่ผ้ารัดใบหน้าทุกวัน โดยเฉพาะช่วงกลางคืน ในช่วง 3 เดือนแรก

การผ่าตัดดึงแก้มด้วย Endotine Midface ST

ศัลยแพทย์จะเปิดแผลบริเวณขมับในผม 2-3 ซม. แล้วสอด Endotine Midface ST เข้าไปโดยเงี่ยงบนแป้นที่อยู่บน Endotine จะยึดและดึงชั้น Subperiosteal tissue ของแก้มขึ้น ทำให้แก้มที่หย่อนคล้อยดูตึงและอวบอิ่มขึ้น หลังจากนั้นจะมีคอลลาเจนเข้าไปรอบๆ แนววัสดุและแทนที่จนวัสดุสลายหมดไปในเวลา 6 – 12 เดือน ยังผลให้ความตึงและอวบอิ่มบริเวณแก้มคงอยู่ได้หลายปี

ข้อดีของการผ่าตัดดึงแก้มด้วย Endotine Midface ST

  • รอยแผลผ่าตัดมีขนาดเล็กซ่อนในขมับ
  • ในกรณีเนื้อแก้มหย่อนมาก อาจต้องเล็มเนื้อส่วนเกินบริเวณหน้าใบหูทิ้ง
  • ผลลัพธ์อยู่ได้นานหลายปี
  • Endotine Midface ST จะสลายไปได้เอง

การดูแลหลังผ่าตัดดึงแก้มด้วย Endotine Midface ST

  • ประคบเย็นในช่วง 48 ชม.แรก และควรนอนศีรษะสูง
  • หลังผ่าตัดอาจมีอาการบวม และจะค่อยๆ ดีขึ้นใน 7 – 10 วัน
  • สระผมได้หลังจากผ่าตัดประมาณ 3 วัน
  • ควรมาพบแพทย์ตามนัด เพื่อติดตามผลการรักษาและตัดไหม
  • ควรใส่ผ้ารัดใบหน้าและแก้มทุกวันในช่วง 3 เดือนแรก

อายุเท่าไหร่ถึงจะเหมาะกับการดึงหน้า
ควรมีอายุ 40-50 ปีขึ้นไป เพราะการดึงหน้านั้นเหมาะสำหรับผู้ที่มีริ้วรอยเหี่ยวย่นค่อนข้างชัดเจนทั้งที่ใบหน้าและลำคอ ส่วนจะทำที่อายุเท่าไหร่จริงๆ ขึ้นอยู่กับสภาพผิวหน้าของลูกค้า และดุลยพินิจของแพทย์
—————————————————-
การดึงหน้าสามารถอยู่ได้นานหรือไม่
การผ่าตัดดึงหน้าจะอยู่ได้ 5 ปี ขึ้นไป ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการดูแลสภาพผิวหน้าของแต่ละท่านด้วย
—————————————————-
สามารถเลือกดึงเฉพาะจุดได้หรือไม่
สามารถเลือกดึงเฉพาะจุดได้ ซึ่งทางโรงพยาบาลจะมีการผ่าตัด 3 จุด คือ ดึงหน้า (ขมับ + แก้ม), ดึงคอ, ดึงหน้าผาก จะดึงจุดไหนขึ้นกับสภาพผิวหน้าของลูกค้า และดุลยพินิจของแพทย์
—————————————————-
ดึงหน้าแล้วคิ้วจะยกตามหรือไม่
การดึงหน้า ตำแหน่งคิ้วจะอยู่ที่เดิม แต่ถ้าต้องการยกคิ้วแนะนำให้ทำการผ่าตัดดึงหน้าควบคู่กับการดึงหน้าผาก
—————————————————-
หลังการดึงหน้า มีโอกาสที่หน้าจะเบี้ยวหรือไม่
ศัลยแพทย์ของโรงพยาบาลยันฮีมีความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ในการผ่าตัด โอกาสที่จะเกิดหน้าเบี้ยวหลังการดึงหน้าแทบไม่มี แต่อาจมีอาการชาเกิดขึ้นได้ แต่เป็นเพียงชั่วคราวแล้วจะหายไปได้
—————————————————-
ดึงหน้าแล้ว จะมีอาการชานานหรือไม่
หลังผ่าตัดจะมีอาการชาบริเวณแผลผ่าตัดอยู่ประมาณ 3 – 6 เดือน
—————————————————-
ต้องพักฟื้นนานไหมจึงจะออกสังคมได้ตามปกติ
หลังผ่าตัดต้องพักฟื้นประมาณ 2 สัปดาห์ – 1 เดือน เพื่อให้อาการบวมยุบเข้าที่ ก็สามารถออกงานสังคมได้
—————————————————-
ดึงหน้าแล้ว จะสระผมได้เมื่อไหร่
หลังผ่าตัด 3 วันสามารถสระผมได้ แต่ต้องใช้ความระมัดระวังในการสระผม หลีกเลี่ยงการเกาบริเวณแผลที่ศีรษะ
—————————————————-
หลังการดึงหน้าจะมีอาการบวมนานกี่วัน มีวิธีไหนที่จะช่วยลดบวมได้ผลเร็ว
หลังดึงหน้าจะมีอาการบวมประมาณ 1-2 สัปดาห์ ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละท่าน แต่ถ้าต้องการให้อาการบวมลดลงเร็วขึ้นควรปฏิบัติดังนี้
• ประคบเย็นที่ใบหน้าในช่วง 1 – 2 วันแรก
• นอนยกศีรษะสูงประมาณ 2 – 3 วัน
• แนะนำรักษาด้วย HBO โดยการหายใจรับออกซิเจนบริสุทธิ์ 100% เข้าสู่ร่างกาย จะช่วยลดบวมให้เร็วขึ้น โดยทำครั้งละ 1 – 2 ชม./วัน ประมาณ 1 – 5 ครั้ง แล้วแต่ความบวมของแผล
—————————————————-
การเตรียมตัวก่อนผ่าตัดดึงหน้า
• แจ้งประวัติสุขภาพให้แพทย์ทราบ อาทิ โรคประจำตัว, อาการแพ้ยา เป็นต้น
• งดแอสไพริน, วิตามินอี และอาหารเสริม ก่อนเข้ารับการผ่าตัด 2 สัปดาห์
• งดสูบบุหรี่ก่อนผ่าตัด 2 สัปดาห์
—————————————————-
มีศัลยกรรมอย่างอื่นอะไรบ้างที่มักทำควบคู่ไปกับศัลยกรรมดึงหน้า
ศัลยกรรมที่มักทำควบคู่ไปกับศัลยกรรมดึงหน้า คือ ศัลยกรรมกระชับลำคอ (ดึงคอ) และดึงหน้าผาก
—————————————————-
การศัลยกรรมดึงหน้า สามารถดึงแค่เฉพาะบางส่วนได้หรือไม่
สำหรับผู้ที่มีรอยเหี่ยวย่นไม่มาก เช่น ที่บริเวณแก้ม หรือคาง อาจจะสามารถทำศัลยกรรมดึงหน้าบางส่วนได้ โดยแพทย์จะเป็นผู้พิจารณาตามความเหมาะสม
—————————————————-
ศัลยกรรมดึงหน้ามีแผลเป็นหรือไม่
มี แต่รอยแผลมักจะเป็นเส้นเล็กๆ และซ่อนไว้หลังหู แนวหู ไรผม บริเวณหน้าผากหรือแนวผมบริเวณศีรษะด้านหน้า ซึ่งจะมองไม่เห็นรอยแผลเป็นชัดเจน
—————————————————-
การศัลยกรรมดึงหน้ามีกี่แบบ
การทำศัลยกรรมดึงหน้าจะมีอยู่ 2 แบบ ได้แก่
• ศัลยกรรมดึงหน้าบางส่วน เช่น บริเวณแก้มที่ห้อย
• ศัลยกรรมดึงหน้าทั้งหมด เช่น บริเวณหน้าผาก, คิ้ว และกระชับลำคอ
—————————————————-
ผู้ที่ไม่สามารถทำศัลยกรรมดึงหน้า หรือมีความเสี่ยงในการผ่าตัด
• ผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับโรคเลือด
• ผู้ที่มีโรคประจำตัว ภาวะติดเชื้อ HIV
• มีไวรัสตับอักเสบ C
• โรคเบาหวาน ที่ไม่สามารถควบคุมได้
• กรณีที่มีโรคประจำตัว ควรส่งปรึกษาแพทย์เฉพาะทางเกี่ยวกับโรคที่เป็น เพื่อประกอบการพิจารณาทำผ่าตัด
—————————————————-
การปฏิบัติตัวหลังการศัลยกรรมดึงหน้า
• หมั่นประคบด้วยความเย็นบริเวณใบหน้าประมาณ 2 วัน
• ควรนอนด้วยท่าศีรษะสูง เพื่อบรรเทาอาการบวมและห้ามนอนทับแก้ม 2 ข้างเด็ดขาดเป็นเวลา 1 เดือน เพราะจะทำให้มีเลือดคั่งได้ง่าย
• งดสูบบุหรี่ งดเครื่องดื่มที่ผสมแอลกอฮอล์และอาหารรสจัด เพราะจะทำให้หน้าบวมมากยิ่งขึ้น
• ควรหวีผมเบาๆ และเริ่มสระผมได้หลังจากวันที่ 3 โดยใช้แชมพูธรรมดา และสามารถล้างหน้าได้ตามปกติ
• ห้ามย้อมผม โกรกผม หรือไดร์ผมด้วยลมร้อนมากๆ ในช่วง 6 สัปดาห์แรก
• อาจมีอาการชาบริเวณใบหน้า ประมาณ 1-2 เดือน
• รับประทานยา และปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด และมาพบแพทย์ตามนัด
—————————————————-

ค่ารักษา

เพิ่มเติม
การรักษา ราคา(บาท)
Forehead (ดึงหน้าผาก) พัก 1 คืน 80,000 บาท
ใช้ Endoscope เพิ่ม 20,000 บาท
Transbleb (ยกคิ้ว) พัก 1 คืน 65,000 บาท
Midface พัก 1 คืน 66,000 บาท
Ribbon (Neck Lift) 45,000 บาท
Surgiwire แก้ร่องลึกแก้ม 30,000 บาท

หัตถการที่เกี่ยวข้อง

เกร็ดความรู้

เพิ่มเติม
Show Buttons
Hide Buttons