ช็อกโกแลตซีสต์

ช็อกโกแลตซีสต์

สาวๆ คนไหนที่มักมีปัญหาเกี่ยวกับประจำเดือนของตัวเองบ้างยกมือขึ้น ไม่ว่าจะเป็นประจำเดือนมาไม่ปกติ ประจำเดือนมามากจนเกินไป ปวดประจำเดือนมากจนไม่สามารถทำกิจวัตรประจำวันได้ต้องกินยาแก้ปวดเป็นประจำ ทั้งหมดนี้เป็นอาการที่มักพบได้บ่อยในคุณผู้หญิงที่เป็นช็อกโกแลตซีสต์ (Chocolate cyst) หรือที่เรียกกันว่า เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ (Endometriosis)

 หลายคนอาจเริ่มสงสัยว่าตัวเองก็มีอาการข้างต้นที่กล่าวมาแล้วอย่างนี้จะเข้าข่ายการเป็นช็อกโกแลตซีสต์ หรือ เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่หรือไม่ แล้วอะไรคือสาเหตุที่แท้จริงของโรคนี้ สามารถเกิดขึ้นได้กับผู้หญิงทุกคนหรือไม่ เป็นโรคทางพันธุกรรมหรือเปล่า แล้วจะรักษาได้อย่างไร เราไปหาคำตอบกับโรคที่มีชื่อน่ารักๆ นี้กัน

ช็อกโกแลตซีสต์ (Chocolate cyst) หรือที่เรียกกันว่า เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ (Endometriosis) ในทางการแพทย์เชื่อว่าสาเหตุของการเกิดโรคนี้มาจากการที่มีเลือดประจำเดือนที่ปกติจะไหลออกมาเป็นประจำทุกเดือนทางช่องคลอด และจะมีบางส่วนของเลือดประจำเดือนที่ไหลย้อนกลับเข้าไปผ่านทางหลอดมดลูก ไปในช่องท้อง ผ่านท่อรังไข่ และนำเซลล์ของเยื่อบุโพรงมดลูกเข้าไปด้วย และเกิดการฝังตัวกลายเป็นถุงน้ำ เมื่อเวลาผ่านไปเรื่อยๆ เลือดที่คั่งค้างอยู่ก็จะกลายเป็นสีน้ำตาลคล้ายกับช็อกโกแลต จึงเป็นที่มาของการเรียกว่า ช็อกโกแลตซีสต์ (Chocolate cyst) นั่นเอง

ปัจจัยที่จะทำให้เกิด ช็อกโกแลตซีสต์ ได้นั้น เกิดจากหลายปัจจัยด้วยกัน เช่น อาจเกิดจากคนในครอบครัวนั้นเคยมีประวัติเป็น ช็อกโกแลตซีสต์ มาก่อนก็มีโอกาสเป็นได้มากกว่าผู้หญิงทั่วไป หรืออาจเกิดขึ้นได้ในกลุ่มผู้หญิงที่มีประจำเดือนตั้งแต่อายุยังน้อย หรือรอบประจำเดือนสั้น หรือเดือนหนึ่งมีมากกว่า 2 ครั้ง หรือมีประจำเดือนมามากและนานกว่า 7 วัน ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นความเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรคนี้ได้ทั้งนั้น ซึ่งตำแหน่งที่เรามักพบได้บ่อยคือบริเวณเยื่อบุช่องท้อง อุ้งเชิงกราน รังไข่ มดลูก และปีกมดลูก

และเมื่อไหร่ก็ตามที่คุณมีอาการดังต่อไปนี้ให้สงสัยไว้ก่อนเลยว่าคุณอาจเป็นผู้หญิงคนหนึ่งที่มีความเสี่ยงเป็นโรคนี้อยู่ก็ได้ นั่นก็คือ อาการปวดท้องน้อยหรือบริเวณอุ้งเชิงกราน, ปวดประจำเดือนมากผิดปกติ, ประจำเดือนมามากผิดปกติ, ในรายที่มีการเจริญเติบโตที่รังไข่อาจสามารถคลำพบก้อนในช่องท้องได้ และในรายที่เป็นระยะรุนแรงอาจมีพังผืดเกิดขึ้นรอบๆ ถุงน้ำเป็นจำนวนมาก หรือท่อนำรังไข่ถูกทำลายไป และผู้หญิงที่พบว่าตัวเองอยู่ในภาวะมีบุตรยาก ซึ่งหากรู้สึกว่าตัวเองเข้าข่ายดังกล่าวแล้วควรจะเข้ารับการตรวจวินิจฉัยจากแพทย์ทางสูตินรีเวชโดยการตรวจภายใน เบื้องต้นแพทย์จะสอบถามถึงอาการต่างๆ ก่อน แล้วจึงวินิจฉัยโรคด้วยการทำอัลตร้าซาวด์เพื่อตรวจสอบหาถุงช็อกโกแลตซีสต์ และหากพบก็จะวัดขนาดถุงน้ำเพื่อวินิจฉัยการรักษาต่อไป

สำหรับวิธีการรักษาช็อกโกแลตซีสต์นั้น ในเบื้องต้นหากถุงน้ำมีขนาดที่ไม่ใหญ่มากนัก แพทย์จะใช้วิธีการรักษาด้วยการให้ยาแก้ปวดที่มีฤทธิ์ต้านการอักเสบ หรือ ให้ยาฮอร์โมนจำพวกยาคุมกำเนิดที่มีทั้งชนิดฉีดและชนิดรับประทาน เพื่อช่วยปรับการทำงานของรังไข่ และอาจมีผลทำให้ถุงน้ำเกิดการฝ่อตัวลงได้ แต่หากเป็นคนไข้ที่มีขนาดถุงน้ำใหญ่แพทย์จะเลือกใช้วิธีการผ่าตัดแทน ซึ่งในปัจจุบันนิยมการผ่าตัดส่องกล้องทางสูตินรีเวช

สำหรับขั้นตอนในการผ่าตัดส่องกล้องทางสูตินรีเวชหรือการผ่าตัดแผลเล็กนั้น เมื่อแพทย์ตรวจแน่ชัดแล้วว่าคนไข้เป็นช็อกโกแลตซีสต์ แพทย์จะเริ่มต้นการผ่าตัดด้วยการให้คนไข้ดมยาสลบ จากนั้นจะผ่าตัดเจาะผนังหน้าท้องของคนไข้เพื่อใส่ก๊าซเข้าไปให้หน้าท้องขยายใหญ่ขึ้น แล้วเจาะผนังหน้าท้องเพิ่มอีก 2-3 แผล เพื่อใส่เครื่องมือผ่าตัดชนิดพิเศษขนาดเล็ก 0.5-1 เซนติเมตร ร่วมกับกล้องขยายขนาดเท่ากัน ซึ่งในขณะที่แพทย์ทำการเจาะและเลาะถุงน้ำที่เป็นช็อกโกแลตซีสต์ออก โดยมองภาพจากจอรับภาพแทนการผ่าตัดเปิดหน้าท้อง และเมื่อเลาะถุงน้ำเสร็จแล้ว แพทย์ก็จะทำความสะอาดภายในมดลูกและเลาะพังผืดบริเวณรอบๆ ถุงน้ำออกด้วย หลังจากนั้นจึงค่อยเย็บแผลด้วยไหมละลายเพื่อปิดแผล

หลังผ่าตัดคนไข้อาจจะรู้สึกคลื่นไส้บ้างเล็กน้อยแต่จะไม่มากเท่าการผ่าตัดแบบเดิม สามารถรับประทานอาหารอ่อนๆ ได้ แพทย์จะให้ยาแก้ปวดกับคนไข้เพื่อบรรเทาอาการปวดแผล ใช้เวลาเพียง 1 วันก็สามารถลุกเดินได้ และพักที่โรงพยาบาล 2-3 วันก็สามารถกลับบ้านใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ ในช่วงแรกหลังการผ่าตัดคนไข้จำเป็นต้องงดการมีเพศสัมพันธ์ใน 1 เดือนแรก และควรมาพบแพทย์เพื่อตรวจแผลตามนัดหมายทุกครั้ง สำหรับผู้หญิงที่มีภาวะมีบุตรยาก ช่วงหลังผ่าตัดไปแล้ว 2-6 เดือน เรียกว่าเป็นช่วงที่เหมาะแก่การตั้งครรภ์เป็นอย่างยิ่ง หากต้องการมีบุตรเลยทันทีควรปรึกษาแพทย์เพื่อการเตรียมความพร้อมของร่างกายต่อไป

ค่ารักษา

เพิ่มเติม
การรักษา ราคา(บาท)
ตรวจหามะเร็งปากมดลูก ด้วยวิธี PAP SMEAR 500 บาท
ตรวจหามะเร็งปากมดลูก ด้วยวิธี Thin Prep 1,300 - 3,300 บาท
ตรวจด้วยกล้อง COLPOSCOPE (ไม่มีชิ้นเนื้อส่งตรวจ) 2,500 บาท
ตรวจด้วยกล้อง COLPOSCOPE (พร้อมส่งตรวจชิ้นเนื้อ) 3,500 บาท

เกร็ดความรู้

เพิ่มเติม
Show Buttons
Hide Buttons