ฉีดไขมัน (Lipofilling)


เมื่อวัยเพิ่มขึ้นสัญญาณเตือนแห่งวัยเริ่มปรากฏชัดเจนบนใบหน้า อย่างแก้มที่เคยอวบอิ่มเริ่มตอบ ร่องแก้มลึกขึ้น มีร่องใต้ตา เป็นต้น ปัญหาที่มาพร้อมวัยอย่างนี้เป็นเรื่องที่เลี่ยงได้ยาก และทำให้ความมั่นใจถดถอยลงโดยเฉพาะกับคุณผู้หญิงที่รักสวยรักงามทั้งหลาย ถ้าไม่อยากถูกทักว่าเป็น “ป้า” ให้เสียความมั่นใจยิ่งไปกว่าเดิม การพึ่งวิธีทางการแพทย์ก็เป็นทางเลือกที่น่าสนใจค่ะ อย่างการฉีด ฟิลเลอร์ เพื่อเติมเต็มในจุดบกพร่องดังกล่าวก็เป็นวิธีที่ดี หรือจะเป็นอีกหนึ่งเทคนิคที่นิยมทำกันมากขึ้นในปัจจุบันนั่นก็คือ การฉีดไขมัน (Lipofilling) ก็ตอบโจทย์อยู่ไม่น้อย

อันที่จริงการฉีดไขมันสามารถช่วยเติมเต็มจุดบกพร่องไม่เฉพาะแค่บนใบหน้า แต่ยังใช้เพิ่มความหนาของชั้นใต้ผิวหนังบริเวณส่วนอื่นๆ ของร่างกายที่ต้องการได้ด้วย มาดูว่าการฉีดไขมันช่วยแก้ไขอะไรได้บ้างกันพอสังเขป

  • แก้ปัญหาหน้าผากแบนหรือขมับตอบบุ๋ม โดยการฉีดไขมันเพิ่มความนูนของหน้าผาก หรือช่วยให้ขมับเต็มขึ้น
    ได้
  • แก้ปัญหาบริเวณใต้ตา เช่น ร่องใต้ตาลึก ผิวบริเวณใต้ตาบาง ที่ทำให้เห็นเป็นรอยดำคล้ำ หรือรอยเส้นเลือด
  • ริ้วรอย ร่องลึกต่างๆ เช่น รอยเหี่ยวย่นใต้ตา แก้มตอบ ร่องแก้มลึก รอยย่นรอบปาก เป็นต้น
  • ฉีดเต้านมเติมในกรณีเสริมซิลิโคน แล้วเห็นขอบซิลิโคนชัดเจน หรือขนาดเต้านมไม่เท่ากัน สามารถแก้ไข
    ด้วยการเติมไขมันเสริมเข้าไปได้

REVIEW

ข้อควรรู้ก่อนฉีดไขมัน (Lipofilling)

*หมายเหตุ : ทั้งนี้ข้อมูลเบื้องต้นอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ตามสภาพร่างกายของแต่ละบุคคล หรือตามคำแนะนำของแพทย์

รายชื่อแพทย์ที่ทำหัตถการ

นพ.พิชญ์ ไพบูลย์เกษมสุทธิ
นพ.สมบูรณ์ ธรรมรังรอง
นพ.สานิจ พงคพนาไกร
นพ.วิเชียร ว่องวงศ์ศรี
นพ.วิรัตน์ โอสถาเลิศ

นพ.ปราโมทย์ มนูรังษี
นพ.วิทวัส อังคทะวานิช
นพ.ธวัชชัย บุญพัฒนพงศ์
นพ.สมศักดิ์ ชุลีวัฒนะพงศ์
นพ.ไกรฤทธิ์ ติยะกุล

นพ.กิตติชัย สิปิยารักษ์
นพ.โชคชัย อมรสวัสดิ์วัฒนา
นพ.จุฑา จันทร์ศรี
นพ.ดวงกมล จิระนคร

นพ.ธนยศ สูยะโพธ
นพ.สิทธิวัฒน์ อินทรขาว

สำหรับไขมันที่นำมาใช้ฉีดก็ไม่ใช่ของใครอื่น แต่เป็นของตัวผู้มารับการรักษาเอง โดยดูดได้จากหลายตำแหน่งในร่างกาย ได้แก่ บริเวณหน้าท้อง, ต้นขา, สะโพก การใช้ไขมันที่เป็นเนื้อเยื่อของตัวเองมีข้อดีคือ มีความปลอดภัยมาก ไม่ต้องกังวลเรื่องของอาการแพ้ ที่สำคัญไขมันเป็นเนื้อเยื่อที่มีชีวิต และมีสเต็มเซลล์ไขมันเป็นองค์ประกอบอยู่ จึงช่วยฟื้นฟูสภาพความมีชีวิตชีวาของผิวหน้าให้อ่อนเยาว์เป็นธรรมชาติได้ดี และจะไม่ไหลไปตามบริเวณข้างเคียงจนทำให้ผิวหนังแข็งเป็นก้อนๆ ด้วย

ปัจจุบันการฉีดไขมันได้มีการพัฒนาเทคนิค เพื่อให้ผลการรักษาดีขึ้นกว่าเดิม แพทย์จะดูดไขมันส่วนเกินออกจากร่างกาย โดยใช้หัวดูดที่มีรูขนาดเล็ก และใช้กระบอกดูดหรือไซริงค์ขนาดเล็ก ค่อยๆ ดูด เพื่อป้องกันไม่ให้เซลล์ไขมันเสียหาย ไขมันที่ได้จึงมีชีวิต มีคุณภาพสูง หลังทำตำแหน่งที่เจาะดูดไขมันจะเป็นเพียงแผลขนาดเล็กเท่าหัวเข็มที่ใช้ดูด ไม่ต้องเย็บแผล ใช้เพียงพลาสเตอร์ปิดเอาไว้เท่านั้น
เมื่อได้ไขมันมาแล้วก็จะมาทำการปั่นแยก โดยใช้เทคนิคให้ได้ไขมันที่มีคุณภาพสูง และไขมันที่จะนำมาใช้ฉีดมีขนาดเล็กลง จากนั้นแพทย์จะฉีดไขมันเข้าไปในตำแหน่งที่ต้องการโดยใช้เข็มขนาดเล็ก

การฉีดไขมันด้วยเทคนิคใหม่นี้ เนื่องจากไขมันที่ฉีดมีขนาดเล็กบวกกับแพทย์จะฉีดในชั้นผิวหนังที่เหมาะสม ทำให้การจัดเรียงตัวของไขมันเป็นระเบียบ ผิวหนังจึงเรียบเนียนไม่เป็นก้อนหรือเป็นคลื่นของผิวหนัง นอกจากนั้นการที่เซลล์ไขมันมีชีวิตและมีคุณภาพสูงทำให้โอกาสติดหรือรอดชีวิตของเซลล์ไขมันมีสูง แพทย์จึงไม่จำเป็นต้องฉีดไขมันเผื่อจำนวนมากเหมือนเมื่อก่อน ที่เทคนิคการเก็บไขมันหรือการปั่นแยกยังไม่ดีเหมือนสมัยนี้ การฉีดด้วยเทคนิคใหม่ก็จะดูอวบอิ่มขึ้นใกล้เคียงกับที่ต้องการ และการต้องมาฉีดเติมซ้ำก็ลดลงด้วย

การฉีดไขมันด้วยเทคนิคที่พัฒนาขึ้นนี้จึงช่วยลดการบาดเจ็บของเนื้อเยื่อ ลดการบวมช้ำ และเวลาพักฟื้นให้น้อยลง ถ้าเป็นการฉีดไขมันแบบเดิม หลังฉีดจะค่อยๆ คงที่และอยู่ตัว ใช้เวลาประมาณ 3 เดือน ขณะที่เทคนิคล่าสุดในปัจจุบันจะมีอาการบวมอยู่ประมาณ 1 – 2 วัน และค่อยๆ คงที่และอยู่ตัว ใช้เวลาประมาณ 1 เดือน

สำหรับการเตรียมตัวก่อนฉีดไขมัน ก็เช่นเดียวกับการเตรียมตัวผ่าตัดทั่วไป หลังฉีดไขมันบนใบหน้าก็ต้องดูแลปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด เพื่อไม่ให้มีผลแทรกซ้อนที่ไม่พึงประสงค์ตามมา และเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่สมบูรณ์ที่สุด อาจจะต้องมีการมาเติมไขมันเพิ่ม1-2 ครั้ง ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล

ค่ารักษา

ฉีดไขมันแก้ม 20,000 บาท
ฉีดไขมันหน้าผาก 26,000 บาท

ฉีดไขมันแก้ม

20,000 บาท

ฉีดไขมันหน้าผาก

26,000 บาท

ค่ารักษา

เพิ่มเติม
การรักษา ราคา(บาท)
Filler Aquamid (Poly - gel) 16,000 บาท
Restylane 1 ml. 14,000 บาท
Restylane vital light 16,000 บาท
Restylane sub Q (ราคารวมค่า Blunt canula แล้ว) 30,000 บาท
Restylane with lidocane 1 ml. 16,000 บาท
Restylane Perlane with lidocane 1 ml. 16,000 บาท
Restylane volyme 18,000 บาท
Restylane defyne 18,000 บาท
Juvederm ultra 1 ml. 14,000 บาท
Juvederm ultra plus 1 ml. 16,000 บาท
Juvederm Vobella with lidocane 1ml. 16,000 บาท
Juvederm Volume 1 ml. 18,000 บาท
Juvederm Volift 1 ml. 16,000 บาท
Juvederm Volte 1 ml. 16,000 บาท
การรักษา
Filler Aquamid (Poly - gel)
16,000 บาท
Restylane 1 ml.
14,000 บาท
Restylane vital light
16,000 บาท
Restylane sub Q (ราคารวมค่า Blunt canula แล้ว)
30,000 บาท
Restylane with lidocane 1 ml.
16,000 บาท
Restylane Perlane with lidocane 1 ml.
16,000 บาท
Restylane volyme
18,000 บาท
Restylane defyne
18,000 บาท
Juvederm ultra 1 ml.
14,000 บาท
Juvederm ultra plus 1 ml.
16,000 บาท
Juvederm Vobella with lidocane 1ml.
16,000 บาท
Juvederm Volume 1 ml.
18,000 บาท
Juvederm Volift 1 ml.
16,000 บาท
Juvederm Volte 1 ml.
16,000 บาท

หัตถการที่เกี่ยวข้อง

เกร็ดความรู้

เพิ่มเติม