จี้ไฝ ขี้แมลงวัน หูด กระเนื้อ ติ่งเนื้อ ด้วยเลเซอร์

จี้ไฝ ขี้แมลงวัน

สมัยนี้ “เลเซอร์” เข้ามามีบทบาทในแวดวงความสวยความงามมากขึ้น โดยเฉพาะการรักษาผิวพรรณให้สวยงามเกลี้ยงเกลา อย่างปัญหาผิวที่บางคนอาจมองว่าเป็นเรื่องธรรมดา ไม่มีอันตรายอย่าง ไฝ ขี้แมลงวัน หูด กระเนื้อ หรือติ่งเนื้อนั้น สำหรับคนที่รักสวยรักงามแล้วปัญหาเหล่านี้ส่งผลกระทบต่อรูปลักษณ์ ทำให้ผิวแลดูไม่สวยงาม โดยเฉพาะหากเกิดขึ้นที่ใบหน้าจะบั่นทอนความมั่นใจอย่างยิ่ง  แต่โชคดีที่ปัญหาผิวดังกล่าวสามารถแก้ไขได้ ปัจจุบันได้มีการนำเทคโนโลยีอันทันสมัยอย่างเลเซอร์มาใช้แก้ไขอย่างได้ผล สำหรับเลเซอร์ที่นิยมใช้ในการรักษาก็คือ คาร์บอนไดออกไซด์เลเซอร์ (CO2 Laser)

ก่อนจะไปดูว่าการ กำจัดไฝ ขี้แมลงวัน หูด กระเนื้อ หรือติ่งเนื้อ ด้วยเลเซอร์ มีขั้นตอนอย่างไร การดูแลหลังทำเป็นอย่างไร เรามาทำความรู้จักปัญหาผิวเหล่านี้กันก่อน

ไฝ หรือ ขี้แมลงวัน

ไฝ เป็นการรวมกลุ่มกันของเซลล์ไฝแล้วเพิ่มจำนวนขึ้นทั้งที่ผิวหนังชั้นตื้นและลึก ทำให้มีลักษณะนูนขึ้นมาจากผิวหนัง มีหลายชนิดตั้งแต่ไม่มีสี จนถึงสีน้ำตาลหรือดำ ส่วนขี้แมลงวันในทางการแพทย์จัดว่าเป็นไฝอย่างหนึ่ง แต่จะไม่นูนขึ้นมาจากผิวหนัง อยู่แค่ในชั้นผิวหนังตื้น ๆ มีสีน้ำตาลหรือดำเข้ม

จริงๆ แล้ว ไฝ ขี้แมลงวัน เป็นเรื่องปกติที่พบได้ในร่างกาย แล้วแต่ว่าจะมีมากมีน้อย แต่ที่เป็นปัญหาคือไปขึ้นในบริเวณที่ไม่อยากให้มี เช่น ที่ใบหน้า ทำให้บางท่านอยาก กำจัดไฝ ขี้แมลงวัน ออกไป หรือบางคนที่เชื่อเรื่องไฝว่ามีผลต่อชะตาชีวิต ก็ไม่อยากเก็บเอาไว้เช่นกัน เช่น เป็นไฝใต้ตา อาจทำให้ต้องมีการสูญเสีย ต้องเสียน้ำตาอะไรทำนองนั้น แต่ในกรณีไฝมีการเปลี่ยนแปลงที่มีแนวโน้มว่าจะกลายเป็นมะเร็งได้ เช่น โตขึ้นอย่างรวดเร็ว ลักษณะสีเปลี่ยนแปลงไป สีไม่สม่ำเสมอ มีเลือดออก มีการอักเสบ ขอบเขตของไฝไม่เรียบ เป็นต้น อย่างนี้ไม่ต้องรอ แพทย์จะแนะนำให้เอาออกไปเลย

สำหรับการ กำจัดไฝ ด้วยเลเซอร์นั้น นิยมทำในกรณีที่ไฝมีขนาดไม่ใหญ่มาก ถ้าเป็นไฝที่มีขนาดใหญ่ แพทย์จะไม่แนะนำให้เลเซอร์แต่ให้ใช้การผ่าตัดแทน เพราะสามารถตัดได้ลึกเพื่อเอาไฝออกได้ทั้งหมด  โดยแพทย์จะฉีดยาชาเฉพาะที่รอบบริเวณไฝแล้วผ่าตัดออก จากนั้นก็จะเย็บปิดแผลเป็นรอยเย็บเส้นเล็กๆ ซึ่งจะค่อยๆ จางหายไป

หูด

หูดเกิดจากเชื้อไวรัส จึงสามารถโตขึ้นได้และมักพบกระจายหลายเม็ด เนื่องจากเชื้อสามารถแพร่กระจายไปสู่ผิวหนังบริเวณใกล้เคียงได้ ลักษณะของหูดจะเป็นตุ่มแบนหรือนูนออกมาจากผิวหนัง ผิวอาจเรียบหรือขรุขระตะปุ่มตะป่ำ มักพบบริเวณมือและเท้า บริเวณใบหน้าหรือลำตัวก็อาจพบได้เช่นกัน ถ้าเป็นควรพบแพทย์เพื่อ รักษาหูด ดีกว่าปล่อยทิ้งไว้เพราะโอกาสที่หูดจะหายได้เองพบได้ไม่บ่อยนัก

กระเนื้อ และ ติ่งเนื้อ

กระเนื้อ ลักษณะเป็นเม็ดสีน้ำตาล ผิวอาจเรียบหรือขรุขระก็ได้  มักพบตามใบหน้า, คอ, ลำตัว หรือรักแร้ กระเนื้อไม่มีอันตรายใดๆ ต่อร่างกาย แต่เป็นแล้วทำให้ผิวไม่เกลี้ยงเกลา ดูไม่สวยงาม โดยเฉพาะถ้าเป็นในบริเวณที่คนอื่นมองเห็นชัดเจน เช่น เป็นที่หน้า บริเวณลำคอ ส่วนใหญ่คนที่มาปรึกษาแพทย์เพื่อกำจัดกระเนื้อออกไปมักมาด้วยเหตุผลเรื่องความสวยความงามเป็นหลัก

ติ่งเนื้อ ลักษณะเป็นตุ่มยื่นออกมาจากผิวหนัง ซึ่งก้านเล็กๆ ที่ยื่นออกมานี่เองที่ช่วยแยกความแตกต่างระหว่างติ่งเนื้อกับกระเนื้อ สีของติ่งเนื้อมีตั้งแต่สีน้ำตาลอ่อนจนถึงสีดำ มักพบที่เปลือกตา คอ ซอกรักแร้ คนที่มาพบแพทย์เพื่อกำจัดติ่งเนื้อมักจะมาด้วยเหตุผลเดียวกันกับการรักษากระเนื้อ

ขั้นตอนการรักษาด้วย CO2 เลเซอร์

ในการรักษาด้วยเลเซอร์ ในบางคนที่เป็นมาก เช่น มีไฝหลายเม็ด หรือมีกระเนื้อจำนวนมาก สามารถยิงเลเซอร์ในคราวเดียวได้ไหม ตอบเลยว่าได้ เพราะการยิงเลเซอร์สามารถทำได้ทีละหลายเม็ด ไม่จำกัดจำนวน แพทย์จะพยายามยิงเก็บให้ได้มากที่สุด สำหรับขั้นตอนการทำเลเซอร์มีดังนี้

  • ทำความสะอาดใบหน้า จากนั้นแพทย์จะทายาชาบริเวณที่จะทำเลเซอร์ รอจนยาชาออกฤทธิ์ใช้เวลาประมาณ 45 นาที
  • ทำการปิดตาเพื่อป้องกันแสงเลเซอร์ จากนั้นแพทย์จะยิงเลเซอร์บริเวณที่รักษา ขณะยิงจะไม่รู้สึกเจ็บและไม่มีการเสียเลือดใดๆ ระยะเวลาในการทำขึ้นกับจำนวนเม็ดที่ยิง เช่น ถ้าไฝ 1 เม็ด ใช้เวลา 5 นาที ถ้าหลายเม็ดทั้งใบหน้าใช้เวลาประมาณ 30 นาที
  • หลังทำเสร็จจะเป็นแผลเล็กๆ แพทย์จะทายาป้องกันการติดเชื้อ และติดพลาสเตอร์ใสไว้ เพื่อป้องกันแผลโดนน้ำ ทำเสร็จสามารถกลับบ้านได้โดยไม่ต้องพักฟื้นใดๆ และกลับไปทำงานได้ตามปกติ

การดูแลหลังทำเลเซอร์

  • หลังทำ 1 วัน สามารถแกะพลาสเตอร์ใสออกและสัมผัสน้ำได้ แพทย์จะให้ยาไปทาต่อที่บ้าน ให้ทำแผลวันละ 2 ครั้ง โดยใช้น้ำเกลือเช็ดแผลให้สะอาด และทายาที่แพทย์ให้ไปเพื่อป้องกันการอักเสบติดเชื้อแทรกซ้อน โดยทั่วไปจะทายาประมาณ 7 วัน ซึ่งจะพอดีกับการหายของแผล ช่วงนี้แผลจะตกสะเก็ดก็ควรปล่อยให้หลุดไปเองตามธรรมชาติไม่ต้องไปแกะ เกา ให้สะเก็ดหลุดเร็วขึ้นเด็ดขาด
  • หลังทำเลเซอร์ควรหลีกเลี่ยงการโดนแสงแดด เพราะอาจทำให้แผลดำคล้ำขึ้นได้ เมื่อแผลหายเป็นปกติแล้วควรป้องกันผิวด้วยการทาครีมกันแดด
  • หลีกเลี่ยงการใช้เครื่องสำอางบริเวณที่ทำเลเซอร์จนกว่าแผลจะหายเป็นปกติ

จริงๆ แล้วการรักษา ไฝ ขี้แมลงวัน หูด กระเนื้อ และติ่งเนื้อ สามารถทำได้อีกหลายวิธี เช่น การทายา จี้ด้วยไฟฟ้า หรือการผ่าตัด แต่ด้วยปัจจุบันการรักษาด้วยแสงเลเซอร์ไม่ยุ่งยาก ถ้าทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก็จะมีความปลอดภัย และได้ผิวที่เกลี้ยงเกลาสวยงาม ไม่มีรอยแผลเป็น ทำให้คนนิยมหันมารักษาด้วยเลเซอร์กันมากขึ้น ใครมีปัญหาผิวอย่างที่ว่ามาก็มาปรึกษาแพทย์ได้ ยิ่งถ้าสังเกตเห็นว่ามีการเปลี่ยนแปลงในเรื่องสี รูปร่าง ขนาดด้วยแล้ว อย่านิ่งนอนใจ ควรรีบมาปรึกษาแพทย์ทันที ส่วนคนที่คิดว่าเป็นเล็กๆ น้อยๆ แค่นี้ขอกำจัดเองก็ได้ ขอเตือนเลยว่าอย่าทำ หากเกิดพลาดพลั้งขึ้นมา ผิวอาจเป็นรอยบุ๋มหรือแผลเป็นนูน  เสียโฉมไปเลยจะยิ่งแย่เข้าไปใหญ่ แนะนำพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อตรวจรักษาจะดีที่สุด ส่วนใครที่ทำแล้วรู้สึกว่าผิวหน้ายังดูไม่ขาวใสพอ อันนี้คงต้องพึ่งพาเทคโนโลยีอย่างอื่นช่วย เช่น ไอออนโต เป็นต้น ซึ่งตรงนี้แพทย์จะเป็นผู้แนะนำเทคนิคที่เหมาะกับสภาพผิวของแต่ละคนให้ค่ะ

ค่ารักษา

เพิ่มเติม
การรักษา ราคา(บาท)
จี้ไฝ ขี้แมลงวัน,ติ่งเนื้อ กระเนื้อ สิวหิน ต่อมไขมันโต (จุดที่ 1) จุดละ 1,000 บาท

หัตถการที่เกี่ยวข้อง

Show Buttons
Hide Buttons