งูสวัส

น้อยคนนักที่จะไม่เคยได้ยินชื่อโรคงูสวัด บางคนอาจเคยเป็นมาก่อนด้วยซ้ำ โรคงูสวัดเกิดจากเชื้อไวรัสชนิดเดียวกับที่ทำให้เกิดโรคอีสุกอีใส นั่นก็คือเชื้อไวรัสวาริเซลล่า ซอสเตอร์ (varicella zoster virus) คนที่เคยมีประวัติเป็นอีสุกอีใสมาก่อนจึงเสี่ยงเป็นโรคงูสวัดได้ทุกคน เนื่องจากเมื่อหายจากอีสุกอีใสแล้ว เชื้อจะหลบเข้าไปแฝงตัวอยู่อย่างสงบที่ปมประสาทเป็นเวลานานหลายปี โดยไม่มีอาการผิดปกติใดๆ จนเมื่อภูมิคุ้มกันร่างกายอ่อนแอ เชื้อที่แฝงอยู่ก็จะแบ่งตัวกลับออกมาทางเส้นประสาทอีกครั้งกลายเป็นโรคงูสวัด

อย่างที่บอกไปคนที่เคยมีประวัติเป็นอีสุกอีใสมาก่อนเสี่ยงเป็นโรคงูสวัดได้ทุกคน แต่คนที่เสี่ยงเป็นโรคงูสวัดมากกว่าคนทั่วไป ได้แก่

  • ผู้สูงอายุอายุตั้งแต่ 50 ปีขึ้นไป เป็นกลุ่มเสี่ยงที่ต้องคอยระวัง เนื่องจากพบอุบัติการณ์โรคนี้เพิ่มขึ้นในผู้สูงอายุ เพราะผู้สูงอายุพออายุมากขึ้นภูมิคุ้มกันร่างกายจะต่ำลง จึงเสี่ยงเป็นโรคงูสวัดได้ง่าย พบว่าผู้สูงอายุไทย ร้อยละ 95 เสี่ยงเป็นโรคงูสวัด
  • ผู้ที่มีความเครียดสูง
  • ผู้ที่มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง เช่น เป็นเบาหวาน, ผู้ป่วยที่ได้รับยากดภูมิคุ้มกัน, เอดส์
  • ผู้ที่เคยเป็นอีสุกอีใสก่อนขวบปีแรก

อาการของโรคงูสวัดเริ่มแรกจะรู้สึกไม่ค่อยสบาย อาจมีไข้ อ่อนเพลีย ปวดศีรษะ และปวดตามผิวกายตรงบริเวณแนวเส้นประสาทที่จะเกิดงูสวัด  3-5 วันต่อมาจะเริ่มมีผื่นแดงๆ ขึ้นตรงบริเวณที่ปวดแล้วพุเป็นตุ่มน้ำใสเป็นกลุ่มและเรียงตัวเป็นทางยาวตามแนวเส้นประสาทที่มาเลี้ยงผิวหนัง ต่อมาตุ่มน้ำจะแตกและค่อยๆ ยุบไปจนแห้งกลายเป็นสะเก็ดและค่อยๆ หลุดไปเองภายใน 2-3 สัปดาห์  ในคนอายุมากอาจเป็นนาน 4-5 สัปดาห์โรคงูสวัดมักพบว่าเป็นข้างเดียวของร่างกายหรือซีกใดซีกหนึ่ง มากกว่าครึ่งของผื่นโรคงูสวัดที่พบจะเกิดขึ้นบริเวณลำตัว อย่างไรก็ตามเราสามารถพบโรคงูสวัดขึ้นบริเวณใบหน้า ดวงตา และใบหูได้เช่นกัน

โดยทั่วไป โรคงูสวัดมักมีอาการไม่รุนแรงและหายได้เอง แต่มีสิ่งที่น่าห่วงและไม่อยากให้มองข้ามก็คือ เรื่องของภาวะแทรกซ้อน โดยเฉพาะในคนสูงอายุเพราะโรคนี้จะมีอาการรุนแรงมากขึ้นตามอายุ และในคนที่มีภูมิต้านทานต่ำจะเป็นรุนแรงและหายช้ากว่าปกติ  ภาวะแทรกซ้อนที่พบได้บ่อย คือ อาการปวดตามแนวผื่นงูสวัดหลังจากแผลหายแล้ว พบได้บ่อยในคนสูงอายุและพวกที่มีภูมิต้านทานต่ำ อาการปวดอาจเป็นอยู่นาน 1-6 เดือนกว่าจะทุเลา แต่มีบางรายอาจปวดอยู่นานเป็นแรมปี  ภาวะแทรกซ้อนอื่น ได้แก่ การติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อน แผลเป็น สูญเสียการรับสัมผัส ภาวะแทรกซ้อนทางตา หากงูสวัดนั้นขึ้นผ่านเส้นประสาทที่เกี่ยวข้องกับตาผู้ป่วยจะต้องเข้ารับการรักษาอย่างเร่งด่วน เป็นต้น ส่วนภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงแต่พบน้อย เช่น ปอดอักเสบ เยื่อหุ้มสมองอักเสบ ประสบปัญหาด้านการได้ยินและมองเห็น รวมถึงอาจจะเสียชีวิตได้

คงเห็นแล้วว่าโดยตัวโรคเองไม่น่ากลัวสักเท่าไหร่ แต่ถ้าเกิดภาวะแทรกซ้อนตามมาด้วยก็จะกลายเป็นโรคที่วางใจไม่ได้เหมือนกัน ดังนั้น ถ้าเป็นโรคงูสวัดก็ควรไปพบแพทย์เพื่อทำการรักษาแต่เนิ่นๆ  โดยเฉพาะในคนสูงอายุ แต่ถ้ายังไม่เป็นก็ควรหาทางป้องกันโรคงูสวัดไว้ก่อนดีกว่า นอกจากการดูแลรักษาสุขภาพร่างกายให้แข็งแรงแล้ว หากเป็นผู้สูงอายุแล้วเคยมีประวัติเป็นโรคอีสุกอีใสมาก่อน ควรฉีด “วัคซีนป้องกันโรคงูสวัด” กันไว้ก่อนเพื่อความไม่ประมาท

รู้จักวัคซีนป้องกันโรคงูสวัด

วัคซีนป้องกันโรคงูสวัดเป็นวัคซีนที่อาจจะไม่ค่อยได้ยินชื่อกันบ่อยเท่าวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ เพราะวัคซีนชนิดนี้เพิ่งเริ่มใช้ในประเทศไทยเมื่อปลายปี 2557 ที่ผ่านมา แต่ถ้าพูดถึงการใช้วัคซีนชนิดนี้ในต่างประเทศก็มีฉีดกันมานานกว่า 10 ปีแล้ว

การฉีดวัคซีนป้องกันโรคงูสวัดสามารถช่วยป้องกันและลดภาวะการเกิดโรคงูสวัดได้ ในกรณีผู้ที่ได้รับวัคซีนแล้วยังเป็นโรคงูสวัดก็จะช่วยลดความรุนแรงและป้องกันภาวะปวดเรื้อรังหรือลดความเจ็บปวดจากโรคงูสวัดเมื่อผื่นงูสวัดหายไปแล้ว ซึ่งจากการศึกษาพบว่า วัคซีนสามารถลดอุบัติการณ์เกิดโรคงูสวัดได้ถึงร้อยละ 51.3 และป้องกันการเกิดอาการปวดตามแนวเส้นประสาทในผู้ป่วยที่เป็นโรคงูสวัดได้ถึงร้อยละ 66.5

สำหรับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคงูสวัด แนะนำฉีดในผู้สูงอายุที่มีอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป จะฉีดเพียง 1 ข็ม สามารถป้องกันได้นาน 10 ปี

หลังฉีดวัคซีนป้องกันโรคงูสวัด อาจมีอาการข้างเคียงเกิดขึ้นได้บ้าง แต่ส่วนใหญ่จะเป็นอาการเฉพาะที่ เช่น อาการปวด, แดง บริเวณที่ฉีดยา ส่วนอาการทางร่างกายที่อาจเกิดขึ้นได้ เช่น มีไข้, ปวดศีรษะ ซึ่งอาการต่างๆ เหล่านี้มักหายได้เองภายใน 1-2 วัน โดยไม่ต้องรับการรักษส่วนอาการแพ้รุนแรงที่เป็นอันตรายต่อชีวิตนั้นมีโอกาสเกิดขึ้นน้อยมาก แต่ก็ไม่ควรประมาท white none repeat scroll 0% 0%;”> ดังนั้น แนะนำผู้ที่ต้องการฉีดวัคซีนให้ปรึกษาแพทย์ก่อนฉีดวัคซีนทุกครั้ง และหากเคยมีประวัติเกิดอาการแพ้อย่างรุนแรงต่อส่วนประกอบต่างๆ ของวัคซีนควรเลี่ยงการฉีดวัคซีน

    ส่วนบุคคลที่ไม่ควรได้รับวัคซีนป้องกันงูสวัด มีดังนี้

  • มีประวัติแพ้เจลาติน, นีโอมัยซิน
  • ผู้ป่วยที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง เช่น เอดส์, ได้ยากดภูมิคุ้มกัน, มะเร็งเม็ดเลือดขาว, มะเร็งต่อมน้ำเหลือง
  • ผู้หญิงตั้งครรภ์ หรือกำลังจะตั้งครรภ์ สำหรับผู้หญิงที่ได้รับวัคซีนป้องกันงูสวัด ควรคุมกำเนิดต่อไปอีก 4 สัปดาห์ หลังได้รับวัคซีน

ข้อที่อยากฝากไว้สำหรับวัคซีนป้องกันโรคงูสวัดเพื่อกันความเข้าใจผิดก็คือ วัคซีนชนิดนี้ไม่สามารถใช้รักษาโรคงูสวัดได้ คือไม่ใช่ว่าฉีดแล้วโรคงูสวัดจะหายขาดไปเลย คุณยังมีโอกาสเป็นได้แต่จะช่วยลดความรุนแรงของโรคหรือภาวะแทรกซ้อนลง อีกประการคือ ถึงแม้ว่าโรคอีสุกอีใสกับโรคงูสวัดจะเกิดจากเชื้อชนิดเดียวกัน แต่การฉีดวัคซีนป้องกันโรคงูสวัดไม่ได้ช่วยป้องกันโรคอีสุกอีใส ถ้าอยากป้องกันอีสุกอีใสก็ต้องฉีดวัคซีนป้องกันโรคอีสุกอีใสโดยตรง

ค่ารักษา

เพิ่มเติม
การรักษา ราคา(บาท)
อัตราค่ารักษาพยาบาล แพทย์ที่ทำการรักษาเป็นผู้ประเมิน สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร 1723

เกร็ดความรู้

เพิ่มเติม
Show Buttons
Hide Buttons