คีเลชั่นบำบัด

คีเลชั่น … ล้างพิษ ฟื้นฟูหลอดเลือด 

ทุกวันนี้ชีวิตของคนเราอยู่กันแบบตายผ่อนส่ง ด้วยสิ่งแวดล้อมรอบตัวล้วนเต็มไปด้วยสาร โลหะหนัก ที่เป็นพิษต่อร่างกาย เช่น ตะกั่ว ปรอท สารหนู แคดเมียม ฯลฯ อย่างอากาศที่เราหายใจเข้าไปทุกวันมีทั้งสารโลหะหนักและก๊าซคาร์บอนมอนนอกไซด์ที่ปล่อยออกมาจากท่อไอเสียรถยนต์ อาหารที่เรากินมีการปรุงแต่ง ใส่สี ฉีดฮอร์โมนเร่งการเจริญเติบโต  บางทีพบการปนเปื้อนของสารหนูในอาหารหลักๆ ที่เรากินอย่างพวกข้าว ธัญพืช ผัก ผลไม้ อาหารทะเล แม้แต่ในเครื่องสำอาง ยาแผนโบราณ ก็อาจพบสารหนูเป็นส่วนผสมอยู่ได้ ซ้ำร้ายกว่านั้นเรายังอาจได้รับโลหะหนักอย่างตะกั่วจากอุปกรณ์ที่ใช้ปรุงอาหาร เช่น หม้อก๋วยเตี๋ยวรุ่นเก่าๆ ที่ยังมีหลงเหลือใช้กันอยู่ หรือวัสดุอุดฟันพวกอมัลกัมที่เราคุ้นเคยกันมาแต่เด็กก็มีสารปรอทเป็นส่วนผสมอยู่ พวกเสื้อผ้า อุปกรณ์ข้าวของเครื่องใช้ต่าง ๆ ในชีวิตประจำวันก็ยังแต่งเติมสีสันหรือสารระเหยที่เราอาจสูดดมเข้าไปโดยไม่รู้ตัว ที่กล่าวมานี่แค่ตัวอย่างเล็กๆ น้อยๆ แต่ก็คงพอบอกได้ว่าร่างกายของเรามีโอกาสได้รับสาร โลหะหนัก มากเพียงใด

เมื่อร่างกายได้รับสาร โลหะหนัก จะมีกลไกตามธรรมชาติที่จะขจัดโลหะหนักเหล่านั้นออกไป แต่จะกำจัดได้หมดหรือไม่ขึ้นกับปริมาณที่รับเข้าไป ถ้าปริมาณไม่มากก็ขจัดไปได้หมด แต่ถ้าปริมาณมีมาก ขณะที่ประสิทธิภาพในการขจัดยังเท่าเดิม สารโลหะหนักก็จะเหลือตกค้างอยู่ในร่างกาย ตกค้างในเลือดและไปเกาะสะสมตามผนังหลอดเลือด ทำให้เกิดปัญหาผนังหลอดเลือดอักเสบ ขรุขระ เส้นเลือดแข็งหรือตีบแคบ ส่งผลให้ระบบการไหลเวียนไม่คล่องตัวจนอาจนำไปสู่โรคต่าง ๆ ได้ เช่น เส้นเลือดหัวใจตีบ ความดันโลหิตสูง กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด เบาหวาน หรือโรคความเสื่อมตามอวัยวะต่าง ๆ

ด้วยเหตุที่เรามีโอกาสรับสาร โลหะหนัก กันตลอดเวลา ปริมาณโลหะหนักในเลือดจึงอาจมีสูงจนร่างกายไม่สามารถขจัดออกไปได้หมด ครั้นจะรอกลไกธรรมชาติก็ช้าไม่ทันการ ปัจจุบันมีวิธีการที่ได้ผลดีในการขจัดสารโลหะหนักออกจากเลือด เป็นการ ล้างสารพิษ ออกจากเลือดและช่วยฟื้นฟูหลอดเลือด ที่เรียกว่า คีเลชั่น (Chelation) ถ้าคุณรู้จัก ดีท็อกซ์ ที่เป็นการล้างสารพิษออกจากลำไส้ คีเลชั่นที่จะกล่าวถึงกันในตอนนี้ก็เป็นการ ล้างพิษ ที่เป็นสารโลหะหนักออกจากเลือดหรือร่างกายนั่นเอง

คีเลชั่น มีหลักการอย่างไร

การทำ คีเลชั่น ไม่ยุ่งยากเลย แพทย์จะให้สารเคมีบางอย่างเข้าไปทางหลอดเลือดเพื่อไปไล่สารโลหะหนักออกไป หลักการมีง่ายๆ เท่านี้เอง ซึ่งสารที่ว่านั้นก็คือโปรตีนสังเคราะห์ที่เรียกว่า EDTA โดยแพทย์จะนำมาใส่ในสารน้ำพร้อมกับผสมวิตามิน และสารต้านอนุมูลอิสระอีกหลายชนิดลงไปด้วย จากนั้นจะให้สารน้ำนี้ทางหลอดเลือดดำเหมือนการให้น้ำเกลือทั่วไป ระหว่างนั้นก็หาอะไรทำเพลินๆ ไปได้ เช่น ดูหนัง ฟังเพลง เล่นอินเตอร์เนต อ่านหนังสือ รับประทานอาหาร ฯลฯ สาร EDTA ก็จะไปจับกับอนุภาคของโลหะหนักในร่างกาย ส่วนวิตามินและสารต้านอนุมูลอิสระจะช่วยฟื้นฟูสุขภาพและผิวพรรณให้ดีขึ้น จากนั้นสาร EDTA ที่จับกับโลหะหนักก็จะถูกขับออกจากร่างกายทางปัสสาวะ ดังนั้น คนที่มีภาวะไตวายจึงไม่เหมาะทำคีเลชั่น เนื่องจากร่างกายจะขับสารโลหะหนักผ่านทางไตทำให้ไตทำงานเพิ่มขึ้น ส่วนเรื่องของอายุไม่เป็นอุปสรรคใดๆ ถ้าต้องการทำแพทย์จะพิจารณาให้เหมาะสมกับสภาพร่างกายและอายุของผู้มารับบริการ

ใครเหมาะทำ คีเลชั่น บ้าง 

  • คนทั่วไปที่ต้องการดูแลสุขภาพ
  • มีความเสี่ยงได้รับ โลหะหนัก หรือสารเคมีเป็นประจำ หรือตรวจพบสารโลหะหนักในร่างกายจำนวนมาก
  • คนที่รู้สึกร่างกายอ่อนเพลียลง ไม่สดชื่น นอนไม่หลับ
  • มีภาวะเสี่ยงเป็นโรคต่างๆ ที่เกิดจากพิษของโลหะหนัก เช่น โรคเส้นเลือดหัวใจตีบ ความดันโลหิตสูง กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด เบาหวาน

  • มีพฤติกรรมการกินไม่เหมาะสม เช่น ชอบกินอาหารรสหวานจัด มันจัด เนื้อสัตว์ ของทอด ของปิ้งย่าง
  • มีภาวะเครียดเป็นเวลานาน
  • สูบบุหรี่จัด ดื่มแอลกอฮอล์มาก
  • ผู้หญิงที่กำลังวางแผนมีบุตร

เตรียมตัวอย่างไรก่อนทำ คีเลชั่น

แพทย์จะซักประวัติ ตรวจสุขภาพ ตรวจระดับการทำงานของไต และทำการตรวจเบื้องต้นที่เรียกว่า Live Blood Analysis โดยจะเจาะเลือดปลายนิ้ว 1 หยด แล้วนำมาส่องผ่านกล้องจุลทรรศน์ที่มีกำลังขยายสูงและส่งภาพผ่านหน้าจอคอมพิวเตอร์ เพื่อดูภาวะเม็ดเลือด และการปะปนของโลหะหนักในเลือด

ปฏิบัติตัวอย่างไรหลังทำ คีเลชั่น

ในช่วง 3 วัน ขณะที่ร่างกายกำจัดสารโลหะหนักออกทางปัสสาวะ ไตจะทำงานเพิ่มขึ้น ให้ดื่มน้ำสะอาดมากขึ้น ประมาณ 2 ลิตรต่อวัน จะช่วยให้สารโลหะหนักถูกขับออกทางปัสสาวะได้มากขึ้น

  • หลังทำอาจมีอาการอ่อนเพลียซึ่งเป็นผลจากการขับสารพิษออกไป จึงควรนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ ประมาณ 6-8 ชั่วโมง
  • หลังทำควรรับประทานวิตามินและแร่ธาตุที่แพทย์จัดให้ เพราะอาจมีการสูญเสียแร่ธาตุไปบ้างในระหว่างการทำ
  • หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่ หรือเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์
  • ระวังไม่ให้ร่างกายรับสารโลหะหนักเข้าไปอีก เช่น หลีกเลี่ยงการกินอาหารที่ใส่สีผสมอาหาร อาหารทะเลที่มีตะกั่วปนเปื้อน เป็นต้น

ผลข้างเคียงของการทำ คีเลชั่น

โดยทั่วไปจะไม่มีอาการใดๆ ยกเว้นในบางคนอาจมีอาการอ่อนเพลีย คลื่นไส้ หรืออื่นๆ ได้บ้างเล็กน้อย บางรายอาจมีอาการวิงเวียนหรือปวดศีรษะได้บ้าง ให้รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ หรือดื่มน้ำผลไม้ทดแทน อาการจะทุเลาลงและหายไปเอง ถ้าอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์

คีเลชั่น ทำได้บ่อยแค่ไหน

จำนวนครั้งในการทำของแต่ละคนจะไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกาย ปัญหา และผลที่ได้หลังทำของแต่ละคน โดยปกติจะทำประมาณ 10 – 20 ครั้ง โดยแต่ละครั้งจะห่างกันประมาณ 1 สัปดาห์ เนื่องจากต้องมีการควบคุมปริมาณยาให้เหมาะสม

คงไม่ต้องรอให้เจ็บป่วยก่อน หากต้องการมีสุขภาพที่ดี คีเลชั่น น่าจะเป็นคำตอบที่คนรักษ์สุขภาพไม่ควรมองข้าม ยิ่งในยุคที่สารพิษอยู่รายล้อมตัวเราเช่นทุกวันนี้ค่ะ

คีเลชั่น คืออะไร
การรักษาและฟื้นฟูหลอดเลือด โดยการใช้กรดอะมิโนชนิดหนึ่งผสมกับวิตามินและแร่ธาตุต่าง ๆ หยดเข้าทางหลอดเลือด เพื่อลดการสะสมสารพิษที่เกาะตามผนังหลอดเลือดหรือสารโลหะส่วนเกินที่ตกค้างในน้ำเลือด ทำให้หลอดเลือดมีความยืดหยุ่นและการไหลเวียนดีขึ้น ส่งผลให้อวัยวะในร่างกายแข็งแรง มีภูมิต้านทานดี ช่วยป้องกันโรคความเสื่อมต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น
—————————————————-
จะทราบได้อย่างไรว่ามีสารโลหะหนักตกค้างภายในร่างกาย
โดยการตรวจที่เรียกว่า Live Blood Analysis ซึ่งเป็นการตรวจเบื้องต้นในการดูภาวะเม็ดเลือด และการปะปนของโลหะหนักในเลือด โดยการเจาะเลือดปลายนิ้ว 1 หยด แล้วนำมาส่องผ่านกล้องจุลทรรศน์ที่มีกำลังขยายสูง แล้วส่งภาพผ่านหน้าจอคอมพิวเตอร์
—————————————————-
คีเลชั่นช่วยกำจัดสารพิษได้อย่างไร
ใช้สารเคมีบางอย่าง เช่น โปรตีนสังเคราะห์ EDTA เข้าไปจับกับอนุภาคของโลหะหนัก เช่น ตะกั่ว ปรอท แคดเมียม หรือโลหะหนักอื่น ๆ ในร่างกายของคนเรา หลังจากนั้นสารนี้จะถูกนำออกจากร่างกายโดยการขับออกมาทางปัสสาวะเป็นส่วนใหญ่
—————————————————-
ก่อนทำคีเลชั่นต้องเตรียมตัวอย่างไร
พบแพทย์เพื่อรับการตรวจ
• ระดับการทำงานของไต
• ตรวจดูภาวะเม็ดเลือด และการปะปนของโลหะหนักในเลือด
• ไม่ต้องงดน้ำและอาหาร
—————————————————-
คีเลชั่นสามารถทำได้บ่อยแค่ไหน
ขึ้นกับสภาพร่างกาย และปัจจัยเสี่ยงของแต่ละท่าน โดยปกติจะทำประมาณ 10 – 20 ครั้ง แต่ละครั้งห่างกันประมาณ 1 สัปดาห์ เนื่องจากต้องมีการควบคุมปริมาณยาให้เหมาะสม
—————————————————-
ถ้าทำคีเลชั่นบ่อยๆ จะมีอันตรายต่อสุขภาพหรือไม่
ไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ ยกเว้นในผู้ที่มีภาวะไตวายถือเป็นข้อห้ามในการทำ อย่างไรก็ตาม การทำคีเลชั่นควรอยู่ในความดูแลของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น
—————————————————-
การทำคีเลชั่นมีข้อจำกัดอะไรบ้าง
มีข้อจำกัดในผู้ที่มีภาวะไตวาย เนื่องจากร่างกายจะขับสารโลหะหนักผ่านทางไต ไตจึงทำงานเพิ่มขึ้น
—————————————————-

ค่ารักษา

เพิ่มเติม
การรักษา ราคา(บาท)
คีเลชั่น/วิตามินรวมเพื่อสุขภาพ 1 ครั้ง 3,500 บาท
คีเลชั่น/วิตามินรวมเพื่อสุขภาพ (คอร์ส 3 ครั้ง) 10,000 บาท
คีเลชั่น/วิตามินรวมเพื่อสุขภาพ (คอร์ส 5 ครั้ง) 16,500 บาท
คีเลชั่น/วิตามินรวมเพื่อสุขภาพ (คอร์ส 10 ครั้ง) 32,000 บาท

เกร็ดความรู้

เพิ่มเติม
Show Buttons
Hide Buttons