ครอบแก้ว

ครอบแก้วด้วยแพทย์แผนจีน

การครอบแก้ว เป็นอีกทางเลือกหนึ่งของการรักษาตามแนวทางแพทย์แผนจีนที่มีประวัติยาวนานกว่า 2,000 ปี จากตำราแพทย์จีนได้ระบุว่าการครอบแก้วสามารถฟื้นฟู บำบัด และรักษาโรคต่างๆ ในร่างกายได้มากมาย โดยแรกเริ่มเป็นการนำเขาสัตว์ที่กลวงมาทำเป็นถ้วยสำหรับครอบ ต่อมาจึงเปลี่ยนมาใช้ถ้วยที่ทำจากไม้ไผ่และเซรามิก ปัจจุบันเป็นการนำแก้วชนิดพิเศษ สีใส มีลักษณะกลมคล้ายลูกบอล แต่มีด้านเปิดสำหรับครอบหนึ่งด้าน มาใช้ในการครอบแก้ว

การครอบแก้ว คือการใช้แก้วที่ถูกทำให้เกิดภาวะสุญญากาศโดยอาศัยความร้อน ครอบลงไปบนผิวหนังตำแหน่งที่ต้องการบำบัดโรค เพื่อกำจัดสารพิษออกจากร่างกาย เนื่องจากศาสตร์ทางแพทย์แผนจีนนั้นเชื่อว่า โรคและอาการเจ็บป่วยต่างๆ มีสาเหตุมาจากร่างกายเกิดการสะสมของสารพิษมาเป็นระยะเวลานาน เมื่อนำแก้วที่ครอบออกสีผิวจะเปลี่ยนไปและมีรอยเกิดขึ้น นั่นหมายถึงเลือดเสียและสารพิษในร่างกายได้ถูกดูดออกมาที่บริเวณผิวหนัง และจะถูกกำจัดในเวลาต่อมาโดยต่อมเหงื่อใต้ผิวหนังนั่นเอง

สีผิวที่เปลี่ยนและรอยที่เกิดขึ้นจากการครอบแก้ว สะท้อนถึงความผิดปกติของระบบอวัยวะภายใน หรือความไม่สมดุลของร่างกาย โดยหากมีสีม่วงดำคล้ำ แสดงว่ามีอาการเลือดคั่งและมีความเย็นตกค้าง (พิษเย็น) ในปริมาณมาก หากมีสีม่วงอ่อนแกมเขียว แสดงว่ามีอาการเลือดคั่ง ชี่อ่อนแอ และหากมีสีแดงสดหรือสีแดงชมพู แสดงว่าหยินพร่อง ไฟแกร่ง เป็นต้น การครอบแก้วสามารถทำได้บริเวณหลัง หน้าท้อง แขน ขา อวัยวะต่างๆ ที่มีอาการเจ็บปวด หรือตามส่วนต่างๆ ของร่างกายที่สามารถวางครอบแก้วได้

ประโยชน์ของการครอบแก้ว

การครอบแก้วช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของชี่และโลหิตให้ไหลเวียนสะดวกขึ้น ทะลวงเส้นลมปราณ ขจัดเลือดคั่ง ลดอาการอักเสบและสลายบวม สลายตะคริวกล้ามเนื้อ ระงับอาการเจ็บปวดได้โดยตรง กระตุ้นเส้นประสาท ระงับต้นเหตุของการเจ็บปวด โดยโรคหรือภาวะที่สามารถบำบัดรักษาด้วยการครอบแก้ว ได้แก่ ไหล่ติด ไข้หวัด คออักเสบ เบาหวาน ท้องผูก นอนไม่หลับ โรควิตกกังวลและภาวะซึมเศร้า วัยทอง เสื่อมสมรรถภาพทางเพศ สิว ไซนัส ความดันโลหิตสูง โรคกระเพาะอาหาร ปวดศีรษะ ไมเกรน อัมพาต ปวดประจำเดือน ต่อมลูกหมากโต เส้นเลือดขอด ข้ออักเสบ งูสวัด โรคผิวหนังอักเสบเรื้อรัง อาการปวดบริเวณต่างๆ ของร่างกาย อาทิ กล้ามเนื้ออักเสบ ปวดเส้น สะบักจม ปวดคอบ่าไหล่ ปวดหลัง ปวดเอว เป็นต้น

วิธีการครอบแก้ว

แพทย์สอบถามอาการผู้ป่วยและจับชีพจร (แมะ) เพื่อวินิจฉัยโรค จากนั้นแพทย์จะทำการรักษาโดยใช้แก้วสีใสปลอดเชื้อ อาศัยความร้อนไล่อากาศภายในแก้วเพื่อให้เกิดภาวะสุญญากาศ จากนั้นครอบแก้วลงบนผิวหนัง แก้วจะดูดผิวหนังและกล้ามเนื้อขึ้นมา ผิวหนังจะเริ่มเปลี่ยนสีและมีรอยเกิดขึ้น โดยทั่วไปใช้เวลาในการรักษาประมาณ 5-10 นาที โดยแพทย์จะเป็นผู้พิจารณาว่าควรใช้วิธีใดที่เหมาะสม การครอบแก้วมี 5 วิธี ดังนี้

1. การครอบแก้วแบบครอบทิ้งไว้บนผิวหนัง คือการครอบแก้วแบบคาทิ้งไว้บนผิวหนังตามตำแหน่งเส้นลมปราณ โดยไม่ต้องเลื่อนแก้ว ใช้เวลาประมาณ 5-10 นาที แล้วจึงนำแก้วออก เพื่อรักษาอาการปวดจากความเย็น ปวดจากร่างกายเสียสมดุล หรือปวดเฉพาะที่ในระดับค่อนข้างลึก

2. การครอบแก้วแบบเคลื่อนไหวหรือการเดินถ้วย (โจ่วก้วน) โดยใช้น้ำมันสุมนไพรทาผิวหนังตำแหน่งที่จะทำการรักษา เพื่อให้เคลื่อนไหวแก้วได้โดยง่าย จากนั้นจึงนำแก้วครอบลงไปบนผิวหนัง เคลื่อนย้ายแก้วในตำแหน่งขึ้น-ลง หรือซ้าย-ขวา จนกว่าผิวหนังจะ (แดงออกสีที่เกิดจากเลือดคั่ง) แล้วจึงนำแก้วออก เพื่อรักษาอาการปวดจากลม ความชื้น และอาการชา

3. การครอบแก้วแบบดึงเร็ว (ส่านก้วน)หลังจากครอบแก้วลงบนผิวหนังแล้ว จะดึงแก้วออกทันที ทำเช่นนี้ซ้ำหลายๆ ครั้ง (จนกว่าผิวหนังบริเวณดังกล่าวจะเป็นสีแดง คือมีภาวะเลือดคั่งแล้วจึงหยุด) ใช้รักษาผู้ป่วยที่มีอาการปวดและชาที่ผิวหนัง หรือสมรรถภาพ (ทางร่างกาย) เสื่อมถอย

4.การครอบแก้วที่ประสานกับการใช้เข็มปลอดเชื้อ (ซื่อลั้วป๋าก้วน) คือการครอบแก้วที่มีการใช้เข็มร่วมด้วย แพทย์ฆ่าเชื้อผิวหนังตำแหน่งที่ต้องการครอบแก้ว จากนั้นใช้เข็มปลอดเชื้อแทงสะกิดให้เลือดออก แล้วจึงครอบแก้วลงไปบนผิวหนัง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของการรักษา ใช้รักษาโรคงูสวัด โรคไฟลามทุ่ง ฝีหนองที่เต้านม รวมถึงอาการปวดเมื่อยเคล็ดขัดยอก

5.การครอบแก้วที่ใช้คู่กับการฝังเข็ม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการฝังเข็มและครอบแก้วควบคู่กัน โดยหลังจากปักเข็มลงบนผิวหนังแล้ว จึงนำแก้วครอบลงไป ให้เข็มที่ปักอยู่เป็นจุดศูนย์กลาง

ผลข้างเคียงและภาวะแทรกซ้อน

การครอบแก้วอาจทำให้เกิดผลข้างเคียงและภาวะแทรกซ้อน ได้แก่ เกิดรอยแดง ม่วง ช้ำ ซึ่งถือเป็นอาการปกติ สามารถหายได้เองภายใน 1-2 สัปดาห์ไม่จำเป็นต้องรักษา เกิดการพุพอง, ตุ่มน้ำใส หรือเป็นรอยไหม้บริเวณที่ทำการครอบแก้ว ทางโรงพยาบาลได้เตรียมป้องกัน โดยการประเมินผิวหนังเป็นระยะขณะกำลังทำหัตถการ และมีพยาบาลดูแลอย่างใกล้ชิด ผลข้างเคียงที่พบได้น้อยมาก คือ การเกิดผิวหนังอักเสบ ซึ่งทางโรงพยาบาลได้ให้การป้องกันโดยใช้แก้วปลอดเชื้อและหลีกเลี่ยงการครอบแก้วในผู้ป่วยที่มีผิวหนังแพ้ง่าย อักเสบ บวมน้ำ หรือมีบาดแผลในบริเวณที่จะทำการรักษา

การเตรียมตัวก่อนการรักษา

ก่อนทำการครอบแก้ว ควรเตรียมตัวให้พร้อมโดยการรับประทานอาหารตามปกติ ควรรับประทานอาหารมาก่อนประมาณ 1-2 ชั่วโมง และไม่ควรรับประทานอาหารอิ่มจนเกินไป หากมีโรคประจำตัวสามารถรับประทานยาได้ตามปกติ ระหว่างการครอบแก้ว ผู้ป่วยจะรู้สึกตึงบริเวณผิวหนังที่ถูกครอบแก้ว หากมีอาการปวดมาก ควรรีบแจ้งให้แพทย์ทราบทันที

คำแนะนำการปฏิบัติตัวหลังการครอบแก้ว

ในระยะแรกหลังการครอบแก้ว อาจมีอาการปวดเพียงเล็กน้อย หรือคันๆ หลังจากนำแก้วออก อาการดังกล่าวจะค่อยๆ บรรเทาลงภายใน 1-2 ชั่วโมง หากรู้สึกปวดมากผิดปกติ ควรรีบแจ้งแพทย์ให้ทราบโดยทันที ส่วนการปฏิบัติตัวอื่นๆ หลังการครอบแก้ว มีดังนี้

  • หลีกเลี่ยงการดื่มน้ำเย็น ควรดื่มน้ำสะอาดที่อุณหภูมิห้องหรือน้ำอุ่นเป็นเวลา 1 วัน เพราะการดื่มน้ำอุ่นจะมีส่วนช่วยให้ร่างกายขับของเสียออกได้โดยง่าย
  • งดอาบน้ำหรือตากแอร์เย็นเป็นเวลา 2 ชั่วโมง หลังจากครอบแก้ว
  • ควรพักผ่อนหลังจากครอบแก้ว เพราะการครอบแก้วอาจทำให้ผู้ป่วยบางรายเกิดอาการอ่อนเพลียได้
  • อาการผิดปกติที่ควรโทรสอบถามหรือมาพบแพทย์ เช่น มีอาการบวม แดง ร้อน มากผิดปกติ ปวดรุนแรงบริเวณจุดครอบแก้วหรือมีแไข้สูง

โดยปกติคนทั่วไปสามารถเข้ารับการรักษาโดยการครอบแก้วได้ แต่มีข้อห้ามสำหรับสตรีมีครรภ์โดยเฉพาะในช่วงอายุครรภ์ 1-4 เดือน และผู้ที่มีอาการติดเชื้อบริเวณผิวหนัง ซึ่งระยะเวลาในการบำบัดรักษา ขึ้นกับอาการและดุลยพินิจของแพทย์ โดยเฉลี่ยสามารถครอบแก้วได้สัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง หากผู้ป่วยมารับการรักษาต่อเนื่อง ร่วมกับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมตามคำแนะนำของแพทย์ จะทำให้ผลการรักษามีประสิทธิภาพสูงขึ้น สำหรับผู้ป่วยที่ไม่พร้อมครอบแก้ว สามารถรักษาได้ด้วยวิธีอื่นตามแนวทางแพทย์จีน อาทิ ฝังเข็ม  กวาซา  รมยา  การใช้ยาสมุนไพรจีน เป็นต้น หรือการรักษาโรคตามแนวทางแพทย์แผนปัจจุบัน

ค่ารักษา

เพิ่มเติม
การรักษา ราคา(บาท)
ค่าแมะ 300 บาท
ฝังเข็ม (แพทย์แผนจีน) 800 บาท
รมยา (ครั้ง) 350 บาท
อบความร้อนด้วยโคม (ชม.) 200 บาท
ครอบแก้ว (ส่วน) 400 บาท
กวาซา (ส่วน) 400 บาท
ปล่อยเลือด (จุด) 200 บาท
นวดกดจุด (ครั้ง) 600 บาท
เมล็ดผักกาดแปะหู (ครั้ง) 300 บาท
ประคบด้วยยาสมุนไพร (ส่วน) 400 บาท
ค่าต้มยาสมุนไพรจีนพร้อมบรรจุซอง (ต่อซอง) 10 บาท
ค่าปรุงยา (บด/ผัด/ผสม) สมุนไพร พร้อมบรรจุซอง 100 บาท

เกร็ดความรู้

เพิ่มเติม
Show Buttons
Hide Buttons