ก้อนที่เต้านม – มะเร็งเต้านม

คุณเชื่อหรือไม่ว่า ในผู้หญิง 10 คน เราจะพบว่ามี 1 คนในนั้นที่มีโอกาสเป็นมะเร็งเต้านม…ฟังดูอาจจะเกินจริงและไม่น่าเชื่อใช่มั้ยล่ะ แต่เชื่อเถอะว่านี่คือเรื่องที่เกิดขึ้นจริงในปัจจุบัน เพราะมะเร็งเต้านมนั้นเป็นโรคมะเร็งที่พบมากในผู้หญิงเป็นอันดับสองรองจากมะเร็งปากมดลูกเลยก็ว่าได้  แต่การคลำเจอก้อนที่เต้านมไม่ได้หมายความว่าจะเป็นเนื้อร้ายเสมอไป อาจเป็นแค่ซีสต์หรือเนื้องอกธรรมดาจึงอย่าเพิ่งเสียใจหรือจิตตก

ก่อนอื่นเราต้องมาทำความเข้าใจก่อนว่า ก้อนที่เต้านม อย่าง ซีสต์หรือเนื้องอก กับ มะเร็งเต้านมนั้น ยังมีอะไรที่ต่างกัน ก้อนที่เต้านม ที่เรากำลังพูดถึงอยู่นี้ อาจจะหมายถึงซีสต์หรือเนื้องอกในเต้านมก็ได้ ซึ่งทั้งสองอย่างนั้นจะไม่ใช่เนื้อร้ายเหมือนกับมะเร็งและจะไม่สามารถกลายพันธุ์เป็นมะเร็งได้ การเกิดก้อนที่เต้านม ทั้งซีสต์และเนื้องอกนั้นสามารถพบได้ในคนปกติทั่วไป ส่วนใหญ่แล้วอยู่ในช่วงอายุ 20-40 ปี แต่การรักษาของทั้งสองกรณีจะแตกต่างกัน

ก้อนที่เต้านมจำพวก ซีสต์ นั้น มีทั้งซีสต์น้ำและซีสต์เนื้อ สาเหตุการเกิดที่แท้จริงยังสรุปไม่ได้แน่นอนนัก แต่หลักๆ แล้วน่าจะเกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงต่อมเต้านมในร่างกาย ที่มาจากระดับของฮอร์โมนเพศหญิง ซึ่งการรักษาซีสต์หากเป็นก้อนเล็กอยู่ก็คงจะยังไม่ต้องทำอะไร เพียงแค่เฝ้าดูอาการไปเรื่อยๆ แต่หากมีขนาดที่ใหญ่ขึ้นหรือมีจำนวนเพิ่มมากขึ้นจึงค่อยปรึกษาแพทย์อีกครั้ง ซึ่งแพทย์จะวินิจฉัยต่อว่าเป็นซีสต์น้ำหรือเป็นซีสต์เนื้อ หากเป็นซีสต์น้ำจะรักษาด้วยวิธีการเจาะแล้วดูดออก แต่หากเป็นซีสต์เนื้อก็จำเป็นต้องตรวจให้แน่ใจก่อนว่าเป็นแค่ก้อนซีสต์จริงๆ ไม่ใช่เนื้อร้ายจึงจะทำการผ่าตัดออกไป

ก้อนที่เต้านมจำพวก เนื้องอก หรือ ที่เรียกกันว่า Fibroadenoma เป็นก้อนเนื้องอกชนิดธรรมดาที่เกิดจากเซลล์ของท่อน้ำนม จะมีลักษณะเป็นก้อนเนื้อที่จะโตขึ้นเรื่อยๆ หรือไม่ก็ได้ แต่คนไข้จะไม่รู้สึกเจ็บเมื่อมีเนื้องอกเกิดขึ้นที่บริเวณเต้านม ซึ่งการรักษาส่วนใหญ่แพทย์จะใช้วิธีการผ่าตัดเพื่อเอาเนื้องอกออก หากเป็นก้อนที่มีขนาดเล็กอาจใช้เพียงแค่ยาชาเฉพาะที่ในการผ่าตัดเท่านั้น แต่หากมีขนาดใหญ่มาก แพทย์จำเป็นต้องใช้ยาสลบในการผ่าตัด ทั้งนี้เมื่อผ่าตัดเนื้องอกออกแล้วก็มีโอกาสที่จะกลับมาเป็นได้อีกประมาณร้อยละ 5 ของคนไข้ที่เป็นเนื้องอกเต้านมชนิดธรรมดา

ทีนี้มาดูเรื่องของมะเร็งเต้านมกันบ้าง แต่ก่อนอื่นเรามาสำรวจตัวเองกันดีกว่าว่าคุณมีความเสี่ยงเป็นมะเร็งเต้านมหรือไม่ กับคำถามต่อไปนี้

    –  คุณเป็นผู้หญิงที่มีอายุ 35 ปีขึ้นไปหรือไม่
    – ในครอบครัวคุณเคยมีใครมีประวัติเป็นมะเร็งเต้านมหรือไม่
    – คุณเป็นผู้หญิงที่มีประจำเดือนก่อนอายุ 12 ปี หรือประจำเดือนหมดช้ากว่าวัย 55 ปีหรือไม่
    – คุณรับประทานยาเม็ดคุมกำเนิดมานานหลายปีแล้วใช่หรือไม่
    – และสุดท้ายคุณเป็นผู้หญิงที่สูบบุหรี่จัดใช่หรือไม่

ทั้งหมดนี้เป็นความเสี่ยงหลักๆ ที่มักจะพบได้ว่าอาจทำให้คุณเป็นมะเร็งเต้านมได้ คุณผู้หญิงควรจะมาทำความเข้าใจกับมะเร็งเต้านมให้ดีก่อนที่อวัยวะที่บ่งบอกความเป็นผู้หญิงของคุณจะสูญเสียไปแล้วล่ะ และแน่นอนว่าผู้หญิงร้อยทั้งร้อยจะกลัวว่าเมื่อตัวเองเป็นมะเร็งเต้านมแล้วจะไม่สามารถรักษาให้หายได้ และไม่สามารถกลับมามีเต้านมที่สวยได้ดังเดิม ปัญหาคาใจเหล่านี้เรามีคำตอบมาฝาก

มะเร็งเต้านม (Breast cancer) คือโรคที่เกิดจากการแบ่งตัวผิดปกติของเซลล์บุน้ำนม จนกลายเป็นก้อนเนื้อร้ายที่สามารถลุกลามและกระจายไปยังอวัยวะอื่นๆ ในร่างกายได้ ซึ่งอาจเป็นมะเร็งเต้านมที่เกิดกับท่อน้ำนม หรือมะเร็งเต้านมที่เกิดกับต่อมน้ำนม ก็ได้เช่นกัน ส่วนปัจจัยเสี่ยงที่จะทำให้เป็นมะเร็งเต้านมได้นั้นก็มาจากหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็น อายุ กรรมพันธุ์ หรือสารเคมีบางประเภท ซึ่งหากเป็นแล้วคนไข้จะมีอาการที่จะเห็นได้ชัดคือ จะมีก้อนที่เต้านม มีการเปลี่ยนแปลงขนาดและรูปร่างของเต้านม มีรอยบุ๋ม รอยย่น เต้านมหดตัวหรือหนาผิดปกติ มีอาการคันหรือแดงผิดปกติ มีเลือดออกหรือมีของเหลวออกจากหัวนม แม้กระทั่งต่อมน้ำเหลืองบริเวณใต้รักแร้โต

เราสามารถแบ่งระยะอาการของมะเร็งเต้านมได้เป็น 5 ระยะ คือ ระยะศูนย์ หรือระยะเริ่มต้นนี้เซลล์มะเร็งจะยังไม่มีการลุกลามไปยังเนื้อเยื่อเต้านม แต่จะเริ่มชัดเจนขึ้นในระยะต่อมา ระยะที่ 1 ก้อนเซลล์มะเร็งจะเริ่มเกิดขึ้นโดยมีขนาดไม่เกิน 2 เซนติเมตร ระยะนี้มะเร็งจะยังไม่ได้ลุกลามเข้าไปในต่อมน้ำเหลือง แต่จะเริ่มรุนแรงขึ้นในระยะที่ 2 ซึ่งขนาดของก้อนมะเร็งจะใหญ่ประมาณ 2-5 เซนติเมตร มีโอกาสจะลุกลามไปยังต่อมน้ำเหลืองบริเวณรักแร้แต่ยังจะไม่ลุกลามไปยังอวัยวะอื่น ส่วนในระยะที่ 3 ก้อนมะเร็งจะมีขนาดที่ใหญ่ขึ้นมาก ประมาณ 5 เซนติเมตร และจะลุมลามไปยังต่อมน้ำเหลืองบริเวณรักแร้แต่ยังจะไม่ลามไปสู่อวัยวะอื่น และระยะสุดท้าย มะเร็งจะลุกลามแพร่กระจายไปยังอวัยวะอื่นๆ ในร่างกาย

ในเบื้องต้นคุณผู้หญิงจะสามารถตรวจหาอาการของมะเร็งเต้านมได้เองที่บ้านในขณะอาบน้ำ โดยหากคุณเป็นคนที่มีขนาดเต้านมเล็กให้วางมือข้างที่ต้องการจะตรวจเต้านมไว้บนศีรษะ เช่น ต้องการจะคลำหาก้อนมะเร็งเต้านมด้านขวาก็ให้ยกมือขวา แล้วใช้นิ้วมือด้านซ้ายคลำทั่วเต้านมและใต้รักแร้ แต่ถ้าหากคุณเป็นคนที่มีขนาดเต้านมใหญ่ ให้ใช้นิ้วมือข้างนั้นประคองเต้านม เช่น หากต้องการตรวจเต้านมด้านขวาก็ให้ใช้มือขวาประคองเต้านมด้านขวาและคลำหาก้อนมะเร็งที่ด้านล่างเต้านม ส่วนมือด้านซ้ายคลำที่ด้านบนของเต้านม และควรหมั่นคลำเองทุกเดือนโดยเฉพาะผู้หญิงที่ประจำเดือนหมดแล้ว

และนอกจากการตรวจด้วยตัวเองแล้ว คุณควรไปพบแพทย์เพื่อเข้ารับการตรวจเต้านมอย่างละเอียด ที่เรียกว่า การตรวจแมมโมแกรม (Mammogram) อีกครั้งด้วย ซึ่งการตรวจวิธีนี้จะเป็นการตรวจที่ให้ผลได้ชัดเจนที่สุด สามารถแสดงลักษณะของสิ่งบ่งชี้ที่เป็นมะเร็งได้ตั้งแต่คุณยังไม่สามารถคลำเจอก้อนมะเร็ง การตรวจแมมโมแกรมนี้จะเป็นเครื่องเอ็กซเรย์เต้านมที่ถ่ายภาพด้วยรังสีในปริมาณต่ำลงบนฟิล์มที่มีความคมชัดสูงเป็นพิเศษ ในขณะตรวจเต้านมจะถูกบีบเพื่อให้เนื้อเต้านมบางลงโดยแป้นของเครื่องถ่ายภาพ ซึ่งอาจทำให้คุณรู้สึกเจ็บเล็กน้อย และจะถ่ายภาพเต้านมข้างละสองภาพในมุมที่ต่างกันรวมแล้วจะได้ทั้งหมด 4 ภาพ หากพบว่ามีลักษณะหรือบางอย่างที่ผิดสังเกตก็จะถ่ายภาพเพิ่มเติมอีก และเมื่อถ่ายเสร็จแล้วรังสีแพทย์จะมาอธิบายให้ฟังถึงภาพต่างๆ หากพบความผิดปกติหลังตรวจ แพทย์จะตัดชิ้นเนื้อบริเวณนั้นเพื่อไปตรวจดูลักษณะเซลล์และวินิจฉัยว่าใช่เนื้อร้ายหรือไม่ หากใช่ก็จะวางแผนวิธีการรักษาต่อไป ซึ่งการรักษาสามารถทำได้ 3 วิธีคือ การฉายรังสี การใช้สารเคมีบำบัด และการผ่าตัด

สำหรับวิธีการ ฉายรังสีรักษามะเร็งเต้านม จะเป็นการรักษาเพื่อทำลายเซลล์มะเร็งโดยการฉายรังสี 2 วิธีคือ การฉายรังสีไปยังตัวเนื้อร้ายมะเร็ง และการใช้วัตถุที่อาบรังสีวางไว้ตรงเนื้อมะเร็งเพื่อฆ่าเซลล์มะเร็ง โดยจะทำการฉายรังสีสัปดาห์ละ 5 วัน แล้วแต่อาการของคนไข้ แต่จะมีผลข้างเคียงเกิดขึ้นที่บริเวณผิวหนังที่ฉายรังสี คนไข้จะรู้สึกเหมือนผิวถูกไหม้ และมีอาการแสบร้อนบริเวณนั้น ส่วนการรักษาด้วย การใช้สารเคมีบำบัดรักษามะเร็งเต้านม จะเป็นการใช้สารเคมีเพื่อทำลายเซลล์มะเร็งโดยการฉีดหรือรับประทาน เป็นเวลา 3-6 เดือนแล้วแต่อาการของคนไข้และชนิดของยา ซึ่งการใช้สารเคมีบำบัดนี้จะมีผลข้างเคียงอย่างที่ทราบกันดีคือ คลื่นไส้ อาเจียน ผมร่วง ปากเป็นแผล โลหิตจาง ไปจนถึงอาจจะทำให้ประจำเดือนไม่มาก็เป็นได้ และวิธีสุดท้ายจะเป็นการรักษาด้วยวิธี การผ่าตัดมะเร็งเต้านม  เป็นวิธีที่สาวๆ ส่วนใหญ่กังวลว่าหากผ่าตัดแล้วเราจะกลับมามีทรวงอกที่สวยได้เหมือนเดิมหรือไม่ ซึ่งในปัจจุบันนั้นสามารถทำให้เต้านมทั้งสองข้างมีขนาดเท่ากันได้หลังผ่าตัด โดยก่อนการผ่าตัดแพทย์จะวัดระยะจุดกึ่งกลางของเต้านม  ฐานเต้านม ขนาดของเต้านมเพื่อวางแผนการผ่าตัดก่อน แล้วจึงผ่าตัดก้อนเนื้อร้ายในเต้านมข้างนั้นออกไปและปรับรูปทรวงอกให้สวยงามดังเดิม ทั้งนี้คนไข้อาจลองปรึกษาแพทย์หลังผ่าตัดดูว่าจะสามารถตกแต่งเต้านมใหม่อย่างไรได้บ้าง ในบางรายที่มีขนาดหน้าอกใหญ่อยู่แล้วอาจเลือกตัดอีกข้างออกด้วยเพื่อปรับให้ทั้งสองข้างมีขนาดเท่ากัน หรือในบางรายอาจเลือกที่จะเสริมหน้าอกข้างที่ตัดเนื้อมะเร็งออกให้มีขนาดเท่ากับข้างที่ปกติก็ทำได้เช่นกัน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องขึ้นอยู่ที่ดุลยพินิจของแพทย์ประกอบกันด้วย

หลังผ่าตัดคนไข้จะมีรอยฟกช้ำที่เต้านมแต่จะหายไปเองใน 2 สัปดาห์ ควรดูแลทำความสะอาดแผลผ่าตัดตามแพทย์แนะนำ ในช่วงแรกที่แผลยังไม่หายดีอย่าเพิ่งใส่เสื้อชั้นใน ให้รอจนแผลแห้งก่อนจึงค่อยใส่เสื้อชั้นในแบบไม่ดันทรงเพื่อประคองทรงเต้านมไว้ เมื่อแผลหายดีแล้วควรนวดคลึงเต้านมเบาๆ เพื่อลดการเกิดพังผืดหลังผ่าตัด สำหรับวิธีการผ่าตัดมะเร็งเต้านมนี้จะไม่เหมาะกับคนไข้ที่เป็นโรคเบาหวาน คนไข้ที่ใช้ยาสเตียรอยด์ หรือคนไข้ที่เคยผ่าตัดและฉายรังสีบริเวณเต้านมมาก่อน และที่สำคัญเมื่อคนไข้ผ่าตัดมะเร็งเต้านมไปแล้ว คนไข้จะต้องรักษาด้วยวิธีการฉายรังสีต่อด้วยเพื่อให้เชื้อมะเร็งไม่กลับคืนมาอีก

สำหรับคุณผู้หญิงที่วันนี้อาจจะยังไม่รู้ว่าตัวเองมีก้อนเนื้อที่เต้านม ไม่ว่าจะซีสต์หรือเนื้องอก หรือแม้แต่มะเร็งเต้านม อยากให้ลองพยายามหาเวลาไปพบแพทย์เพื่อตรวจเต้านมอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง และหมั่นทำแมมโมแกรมทุกปีเพื่อช่วยในการตรวจหามะเร็งเต้านมได้อย่างแม่นยำ อย่างน้อยหากรู้ว่าตัวเองมีก้อนเนื้อที่เป็นเนื้อดีก็จะได้รักษาต่อไป แต่หากเป็นเนื้อร้ายก็จะช่วยให้คุณสามารถกำจัดมะเร็งออกไปจากชีวิตได้เร็วขึ้น เพราะโรคมะเร็งเต้านมนั้นแม้ว่าจะเป็นโรคหายยาก แต่หากรู้ก่อน…รักษาก่อน…ก็อาจหายก่อนที่จะลุกลามไประยะสุดท้ายได้นะจ๊ะสาวๆ

ค่ารักษา

เพิ่มเติม
การรักษา ราคา(บาท)
ผ่าตัดต่อมไทรอยด์บางส่วน พัก 2 คืน 66,000 บาท
ผ่าตัดถุงน้ำอัณฑะ ในเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี พัก 1 คืน 35,500 บาท
ผ่าตัดไส้ติ่งอักเสบ พัก 3 คืน 41,000 บาท
่ผ่าตัดขลิบหนังหุ้มปลาย อายุมากกว่า 15 ปีขึ้นไป(ยาชา) 10,500 บาท
ผ่าตัดขลิบหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศ ในเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี (ดมยาสลบ) พัก 1 คืน 28,500 บาท
ผ่าตัดไส้เลื่อน โดยดมยาสลบ พัก 2 คืน 46,000 บาท
รักษาริดสีดวงด้วยการฉายแสงอินฟาเรด/ครั้ง (ไม่รวมค่ายา) 2,500 บาท
ผ่าตัดริดสีดวงทวาร พัก 2 คืน 35,000 บาท
ผ่าตัดริดสีดวงทวาร โดยใช้เครื่องมือเย็บอัตโนมัติ พัก 1 คืน 51,000 บาท
รักษาริดสีดวงด้วยการรัดยาง 1 หัว (ไม่รวมค่ายา) 1,200 บาท
รักษาริดสีดวงด้วยการรัดยาง 2 หัว (ไม่รวมค่ายา) 2,500บาท
รักษาริดสีดวงด้วยการรัดยาง 3 หัวขึ้นไป (ไม่รวมค่ายา) 3,000 บาท
ผ่าตัดเต้านมออกหนึ่งข้าง พัก 7 คืน 67,000 บาท
ผ่าตัดเต้านมร่วมกับต่อมน้ำเหลืองรักแร้ พัก 7 คืน 92,000 บาท
ผ่าตัดก้อนที่รักแร้ พัก 1 คืน 35,000 บาท
ผ่าตัดพังผืดใต้ลิ้นโดยใช้ยาชาเฉพาะที่ (แบบไม่เย็บ) 5,000 บาท
ผ่าตัดพังผืดใต้ลิ้นโดยวิธีเย็บ เด็กอายุมากกว่า 6 เดือนขึ้นไป แบบดมยา 18,500 บาท
ผ่าตัดพังผืดใต้ลิ้นโดยวิธีเย็บ เด็กอายุมากกว่า 6 เดือนขึ้นไป แบบยาชา 6,000 บาท
ผ่าตัดไส้เลื่อนโดยเสริมความแข็งแรงด้วยตาข่าย พัก 2 คืน 51,000 บาท
ผ่าตัดไส้เลื่อนโดยผ่านกล้อง (ข้างเดียว) พัก 2 คืน 139,000 บาท
ผ่าตัดไส้เลื่อนขาหนีบ /ข้างเดียว ในเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี พัก 2 คืน 35,500 บาท
ผ่าตัดแก้ไขความอ่อนแอของผนังหน้าท้อง พัก 3 คืน 70,000 - 200,000 บาท
ผ่าตัดก้อนที่เต้านมโดยการฉีดยาชาเฉพาะที่ 10,000 บาท
ผ่าตัดก้อนที่เต้านม ดมยา พัก 1 คืน 33,000 บาท
ผ่าตัดต่อมไทรอยด์ 1 ข้าง พัก 2 คืน 52,000 บาท
ผ่าตัดต่อมไทรอยด์ 2 ข้าง พัก 2 คืน 71,000 บาท
ผ่าตัดต่อมไทรอยด์ผ่านกล้อง 1 ข้าง ดมยา พัก 3 คืน 110,000 บาท
ผ่าตัดต่อมไทรอยด์ผ่านกล้อง 2 ข้าง ดมยา พัก 3 คืน 130,000 บาท
ผ่าตัดไส้เลื่อนโดยระงับความรู้สึกเฉพาะที่ พัก 2 คืน 44,000 บาท
ผ่าตัดไส้เลื่อน แบบดมยา พัก 2 คืน 46,000 บาท
ผ่าตัดไส้ติ่งอักเสบเฉียบพลัน ในเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี พัก 3 คืน 43,400 บาท
ผ่าตัดนิ่วถุงน้ำดี ชนิดเปิดช่องท้อง พัก 3 คืน 58,000 บาท
่ผ่าตัดนิ่วถุงน้ำดี ชนิดผ่านกล้อง พัก 3 คืน 120,000 บาท
หมันชาย 10,500 บาท
แก้ไขหมันชาย พัก 3 คืน 116,000 บาท
ERCP พัก 3 คืน 70,000 บาท
ERCP with Remove Stone (เอานิ่วออก) พัก 3 คืน 99,000 บาท
ERCP with Stent เป็นโลหะ พัก 3 คืน 120,000 บาท
ERCP with Stent ที่ไม่ใช่โลหะ พัก 3 คืน 110,000 บาท
อัตราค่ารักษาพยาบาล แพทย์ที่ทำการรักษาเป็นผู้ประเมิน สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 1723

เกร็ดความรู้

เพิ่มเติม
Show Buttons
Hide Buttons