การอุดฟันด้วยสารสีขาว

การอุดฟันด้วยสารสีขาว

ลืมการอุดฟันแบบเดิม ด้วยการเติมวัสดุอุดฟันสีขาวให้ฟันสวยแบบธรรมชาติ

การรับประทานอาหารด้วยความอร่อยโดยไม่ต้องกังวลว่าเศษอาหารจะเข้าไปอุดในบริเวณที่ฟันผุ ถือเป็นความสุขอย่างหนึ่งที่ผู้มีปัญหาสุขภาพฟันอยากจะให้เป็น เพราะการที่คุณมีฟันผุ ฟันสึก หรือฟันกร่อนนั้น นอกจากจะเป็นอุปสรรคในการรับประทานอาหารแล้ว ยังส่งผลต่อกลิ่นปาก สุขภาพเหงือก และโรคอื่นๆ ที่เกี่ยวกับช่องปากตามมาอีกด้วย ฉะนั้น การอุดฟัน จึงเป็นอีกวิธีหนึ่งที่จะช่วยซ่อมแซมฟันของคุณให้กลับมารับประทานอาหารดีดังเดิม และที่สำคัญไปกว่านั้นในปัจจุบันยังมีการพัฒนาจากการอุดฟันด้วยวัสดุสีเงินแบบเดิมมาเป็นการอุดฟันด้วยสารสีขาวด้วย เพื่อผลลัพธ์ที่เสมือนสีฟันจริงและสวยงาม

การอุดฟันเป็นการรักษาฟันผุ ฟันสึก และอุบัติเหตุต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับฟันอันจะส่งผลให้คุณไม่สามารถเคี้ยวอาหารได้ตามปกติ ออกเสียงพูดได้ไม่เต็มปาก หรือแม้แต่ยิ้มได้ไม่เต็มที่ ซึ่งการอุดฟันจะช่วยรักษาโรคทั้งตัวฟัน คอฟัน รากฟัน และยังสามารถป้องกันโรคที่อาจจะลุกลามไปยังโพรงประสาทฟันได้อีกด้วย

คำถามต่อมา…ใครบ้างที่ควรเข้ารับการอุดฟัน นั่นก็คือ คนที่มีฟันผุ คนที่ฟันสึกหรือกร่อน ฟันเป็นรู, คนที่รอยอุดฟันเก่ามีปัญหาจำเป็นต้องอุดใหม่, คนที่ฟันบิ่นแตกหักแต่ไม่ถึงโพรงประสาทฟัน หรือแม้แต่ฟันที่รักษาคลองรากฟันแล้วมีเนื้อฟันเหลือเพียงพอก็สามารถทำได้เช่นกัน ซึ่งหากคุณมีปัญหาเหล่านี้ควรปรึกษาทันตแพทย์เพื่อเข้ารับการอุดฟันทันทีเพื่อสุขภาพช่องปากที่ดี

สำหรับการอุดฟันในปัจจุบันนั้นมีอยู่ด้วยกัน 2 แบบคือ การอุดฟันด้วยวัสดุสีเงิน (AMALGUM) เป็นการอุดฟันแบบเดิม ใช้อุดเฉพาะฟันกราม แต่ปัจจุบันไม่ค่อยเป็นที่นิยมนักเพราะสีไม่สวย ยิ่งใช้ไปนานๆ สีจะเปลี่ยนจากสีเงินเป็นสีออกดำ มีราคาที่ค่อนข้างถูก ส่วนวัสดุแบบที่สอง การอุดฟันด้วยสารสีขาว (Resin Composite Filling) เป็นวัสดุสีเหมือนฟัน สามารถใช้อุดฟันได้ทั้งฟันหน้าและฟันกราม สีสวยงามและแข็งแรงกว่า มีความทนทานต่อคราบ และมีราคาที่สูงกว่าการอุดฟันด้วยวัสดุสีเงินเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

วิธีการอุดฟันด้วยสารสีขาวนี้จะคล้ายกับการอุดฟันแบบทั่วไป แต่จะต่างกันที่วัสดุที่ใช้และขั้นตอนในการฉายแสง ซึ่งก่อนเริ่มการอุดฟันทันตแพทย์จะทำการตรวจสุขภาพช่องปากก่อนว่ามีฟันซี่ใดที่ต้องอุดฟันบ้าง ฟันผุลึกแค่ไหนสามารถอุดได้หรือไม่ มีโรคเหงือกร่วมด้วยหรือเปล่า หลังจากตรวจสภาพฟันแล้ว ทันตแพทย์อาจจะใช้ยาชากับคนไข้บางรายก่อนเริ่มการอุดฟัน แต่การใช้ยาชานี้จะมีข้อห้ามสำหรับผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคหัวใจหรือโรคความดัน เป็นต้น

จากนั้นแพทย์จะเริ่มทำการเตรียมฟันโดยการกรอเนื้อฟันที่ผุออก หากมีฟันผุเข้าไปจนถึงชั้นในของเนื้อฟัน ทันตแพทย์จะทำการใส่วัสดุรองพื้นก่อนเพื่อช่วยลดอาการเสียวฟัน หลังจากนั้นทันตแพทย์จะใส่วัสดุสีเหมือนฟันเข้าไปสลับกับการฉายแสงให้วัสดุแข็งตัว พออุดฟันด้วยสารสีขาวได้เต็มพื้นที่แล้วจึงทำการกรอฟันอีกครั้งเพื่อตกแต่งฟันให้สวยงาม

หลังการอุดฟัน หากเป็นการอุดฟันด้วยวัสดุสีเงินหรือการอุดฟันแบบเดิมนั้นจะต้องใช้เวลา 24 ชั่วโมงจึงจะสามารถใช้งานฟันได้ตามปกติ แต่ในขณะที่การอุดฟันแบบใหม่ที่อุดฟันด้วยสารสีขาวนั้นสามารถใช้งานฟันได้เลยทันที

การดูแลตัวเองหลังจากอุดฟันด้วยสารสีขาว ให้คนไข้ระมัดระวังในการรับประทานอาหารที่มีลักษณะแข็งและเหนียวมากๆ งดเครื่องดื่มที่มีรสเปรี้ยวจัดและน้ำอัดลม เพราะอาจทำให้วัสดุที่ใช้ในการอุดฟันสึกกร่อนหรือรั่วซึมได้ง่าย หากคนไข้มีอาการปวดฟันหรือเสียวฟันมากผิดปกติควรพบทันตแพทย์ทันที และควรตรวจเช็คสุขภาพช่องปากและฟันทุก 6 เดือน

สำหรับข้อดีที่เห็นได้ชัดของการอุดฟันด้วยสารสีขาวนั้น นอกจากจะเป็นเรื่องของความสวยงามและความมั่นใจในเวลายิ้มหรือพูดแล้ว ยังได้ฟันที่ดูเป็นธรรมชาติไม่เป็นที่สะดุดสายตา อีกทั้งวัสดุสีเหมือนฟันนี้ยังมีส่วนประกอบของอะคริลิคและผงแก้วทำให้ไม่มีสารปรอทผสมอยู่ แถมในขั้นตอนก่อนเริ่มการอุดฟันนั้นทันตแพทย์ยังไม่ต้องกรอฟันออกมากเหมือนการอุดฟันแบบเดิม และที่สำคัญราคาการอุดฟันด้วยสารสีขาวจะแตกต่างจากการอุดฟันด้วยวัสดุสีเงินเพียงนิดเดียวเท่านั้น จึงทำให้หมดห่วงเรื่องราคาที่อาจจะแพงเกินไปจนไม่สามารถทำได้

รู้อย่างนี้แล้วหากใครที่กำลังกลัวหมอฟันอยู่ ไม่กล้าไปอุดฟัน จนปล่อยให้ฟันผุลุกลามไปเป็นปัญหาสุขภาพช่องปากที่แก้ยากแล้วล่ะก็ อยากให้ลองปรับความคิดเสียใหม่เพราะนอกจากคุณจะมีฟันผุแล้ว กลิ่นปากและโรคเหงือกอาจจะตามมาจนทำให้คนรอบข้างเกิดอาการเบือนหน้าหนี เพราะฉะนั้นอย่าปล่อยให้ปัญหาช่องปากที่เรามีกลายเป็นปัญหาของคนใกล้เคียงไปด้วยจะดีกว่า มาอุดฟันกันเถอะ เพื่อสุขภาพฟันที่สวยงามและรอยยิ้มที่สดใส

การอุดฟันด้วยสารสีขาวยุ่งยากกว่าการอุดฟันด้วยอมัลกัมหรือไม่
การอุดฟันด้วยสารสีขาวจะยุ่งยากกว่าการอุดด้วยอมัลกัมเล็กน้อย เนื่องจากวิธีการอุดมีขั้นตอนมากกว่า และค่าใช้จ่ายจะสูงกว่าการอุดด้วยอมัลกัม  อย่างไรก็ตาม การอุดด้วยสารสีขาวจะได้ในแง่ความสวยงามเนื่องจากมีสีเหมือนฟัน และปัจจุบันยังได้พัฒนาจนนำมาใช้อุดฟันหลังเพื่อรองรับการบดเคี้ยวได้ด้วยแม้ว่าความแข็งแรงจะยังไม่เท่าอมัลกัมก็ตาม
—————————————————-
ฟันกรามซี่ในที่มองไม่เห็น จำเป็นต้องอุดด้วยสารสีขาวหรือไม่
ไม่จำเป็น เพราะฟันกรามไม่ได้อยู่ในบริเวณที่มองเห็นได้ง่าย ไม่ต้องการความสวยงามมาก และต้องรับแรงบดเคี้ยวอาหารมาก จึงมักนิยมอุดด้วยอมัลกัมที่มีสีโลหะ ซึ่งเป็นวัสดุอุดฟันที่มีความแข็งแรง ส่วนวัสดุอุดสีเหมือนฟันจะมีความแข็งแรงน้อยกว่าอมัลกัม เมื่อใช้อุดในฟันกรามอาจจะมีอัตราการสึกที่สูงกว่า และพบว่าจะต้องถูกกรอรื้อเปลี่ยนใหม่บ่อยกว่า อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันได้มีการพัฒนาวัสดุอุดฟันสีขาวให้สามารถรองรับการบดเคี้ยวได้มากขึ้นแม้ว่าความแข็งแรงจะยังไม่เท่าอมัลกัมก็ตาม แต่ถ้าคนไข้ต้องการอุดด้วยสารสีขาวก็สามารถทำได้
—————————————————-
หลังการอุดฟันด้วยสารสีขาว มีวิธีการดูแลรักษาอย่างไร
• การรับประทานอาหารที่มีความแข็งควรแบ่งเป็นคำเล็ก ๆ และเคี้ยวด้วยความระมัดระวัง
• หลีกเลี่ยงการกัด ขบ ของแข็ง ต่างๆ (1) ประเภทอาหาร เช่น กระดูก, กระดูกอ่อน ธัญพืชหรือเมล็ดพืช, น้ำแข็ง, ขนมกรุบกรอบที่มีความแข็งมาก เป็นต้น (2) วัสดุของใช้ต่างๆ เช่น ปากกา เป็นต้น
• เลิกพฤติกรรมใช้ฟันอย่างไม่เหมาะสม เช่น ใช้ฟันหน้าที่ อุดด้วยสารสีขาวเปิดฝาขวด เป็นต้น
—————————————————-
อายุการใช้งานของวัสดุอุดฟันสีขาวมีระยะเวลานานเท่าไหร่
ขึ้นอยู่กับลักษณะอาหารที่ท่านรับประทาน และความรุนแรงในการบดเคี้ยวของแต่ละท่าน ถ้ามีลักษณะการเคี้ยวอาหารที่รุนแรง หรือชอบทานอาหารลักษณะแข็ง ก็จะส่งเสริมให้วัสดุอุดสึกเร็วขึ้น อายุการใช้งานก็จะสั้นลง

 

ค่ารักษา

เพิ่มเติม
การรักษา ราคา(บาท)
อุดฟัน อมัลกัม 1-4 ด้าน ซี่ละ 800-1,800 บาท
อุดฟัน อมัลกัม 4 ด้านขึ้นไป ซี่ละ 2,200 บาท
อุดฟัน สีเหมือนฟัน 1-4 ด้าน ซี่ละ 900-2,000 บาท
อุดฟัน สีเหมือนฟัน 4 ด้าน ขึ้นไป ซี่ละ 2,400 บาท
อุดฟันด้วยวัสดุชั่วคราว ซี่ละ 200 บาท
อุบัติเหตุซ่อมฟันหักโดนการอุด ซี่ละ 2,500 บาท

แพทย์ที่เกี่ยวข้อง

เพิ่มเติม

เกร็ดความรู้

เพิ่มเติม

นัดหมายแพทย์

ค้นหาแพทย์

ชื่อ - นามสกุล

เบอร์โทรติดต่อ

Show Buttons
Hide Buttons