รักษาฝ้า

ผู้หญิงเราล้วนอยากมีใบหน้าขาวเกลี้ยงเกลา ใครบอกวิธีไหนทำแล้วหน้าขาวใส จะรีบปฏิบัติตามทันที แต่ถึงจะดูแลผิวหน้าเป็นอย่างดีก็มีโอกาสที่ หน้าเป็นฝ้า ได้ คนที่เป็น ฝ้า มักจะดูหน้าตาหมองคล้ำ ไม่สดใส เพราะลักษณะของฝ้าจะเป็นปื้นสีน้ำตาลคล้ำ พบได้ทั้งที่บริเวณโหนกแก้ม 2 ข้าง บริเวณแก้ม หรือรอบปาก เรียกว่าส่องกระจกมุมไหนก็เจอเจ้าปื้นสีน้ำตาลนี้ได้ ถ้าไม่แต่งหน้ากลบรอยฝ้าเอาไว้ บางทีถูกล้อว่าเป็น “นางพญาหน้าดำ” ให้เจ็บใจและขาดความมั่นใจไปเลย

ฝ้า เป็นปัญหาผิวหน้าที่พบบ่อยมากในคนไทย เนื่องจากสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดฝ้าคือ แสงแดด อย่างบ้านเราที่เป็นเมืองร้อนมีแสงแดดตลอดปี โอกาสเลี่ยงแสงแดดจึงเป็นไปได้ยาก โดยเฉพาะคนที่ตากแดดเป็นประจำ เช่น ทำงานกลางแจ้ง เล่นกีฬากลางแจ้ง มีโอกาสที่จะเป็นฝ้าได้มาก

ฝ้า พบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชายถึง 9 เท่า ฝ้าเกิดจากการที่เม็ดสีผิวหรือเม็ดสีเมลานิน (Melanin pigment) ทำงานมากเกินไป จึงทำให้สีผิวไม่สม่ำเสมอ เนื่องจากเม็ดสีเมลานินนั้นมีหน้าที่กรองรังสียูวี (UV) เมื่อผิวได้รับแสงแดดมากขึ้น เมลานินก็จะถูกผลิตออกมามากขึ้นตามไปด้วย โดยรังสีที่มีผลต่อการเกิดฝ้าคือ รังสียูวีเอ (UVA) จะมีช่วงคลื่นที่ยาวกว่ารังสียูวีบี จึงสามารถทำลายผิวได้ลึก จึงไม่แปลกใจเลยว่าทำไมเมื่อตากแดดนาน ๆ แล้วผิวถึงคล้ำเสียได้ และนอกจากแสงแดดแล้ว เรื่องของการใช้เครื่องสำอางบางชนิด การทานยาบางตัว เช่น ยาคุมกำเนิด รวมไปถึงมีการเปลี่ยนแปลงฮอร์โมนในระหว่างตั้งครรภ์ และกรรมพันธุ์ ก็เป็นสาเหตุของการเกิดฝ้าได้เช่นกัน

บางท่านอาจสงสัยว่าการใช้เครื่องสำอางมีผลให้เกิด ฝ้า ได้ด้วยหรือ? เป็นไปได้ค่ะ หากเครื่องสำอางมีส่วนผสมของน้ำหอม ซึ่งในน้ำหอมมักมีส่วนผสมของสารเคมีหลายชนิด เมื่อได้รับแสงแดดหรือความร้อนจะมีปฏิกิริยากับเซลล์สีของผิวหนังเกิดเป็นสีดำเข้มขึ้นได้

ประเภทของ ฝ้า มี 2 แบบคือ

  • ฝ้าแบบตื้นจะอยู่ในระดับผิวหนังกำพร้า (ผิวหนังชั้นนอก) ฝ้าชนิดนี้จะเป็นสีน้ำตาล ขอบชัด เกิดขึ้นได้ง่าย รักษาให้หายได้และใช้เวลาไม่นาน
  • ฝ้าแบบลึกจะอยู่ในระดับที่ลึกกว่าผิวหนังกำพร้า ด้วยความลึกจึงทำให้เกิดการแสดงสีออกมาเป็นสีน้ำตาลอมฟ้าหรือสีน้ำตาลอมม่วง เป็นฝ้าที่รักษาได้ยาก การทายามักให้ผลเพียงแค่ทำให้ดูจางลงเท่านั้น

อันที่จริง ฝ้า เป็นปัญหาผิวที่ไม่ร้ายแรง ไม่ทำให้เกิดโรคแทรกซ้อนหรือเกิดอันตรายใดๆ เพียงแต่มีผลกระทบในแง่ภาพลักษณ์ ทำให้หน้าตาดูหมองคล้ำ ไม่สวยงาม บั่นทอนความมั่นใจและบุคลิกภาพ คนที่ หน้าเป็นฝ้า แล้วอยากรักษาให้หายขาดหรือจางลง ควรปรึกษาแพทย์ผิวหนัง ไม่ควรรักษาเอง เนื่องจากการ รักษาฝ้า ถ้าจะให้ได้ผล จะต้องทราบปัจจัยที่กระตุ้นให้เกิดฝ้าก่อนแล้วรักษาให้ตรงจุดก็จะได้ผลดี หรือการใช้ยาทารักษาฝ้าบางตัว ก็ต้องอยู่ในความควบคุมของแพทย์เพื่อความปลอดภัยของผู้ใช้

การ รักษาฝ้า

การรักษาจะได้ผลดีมักต้องใช้หลายๆ วิธีร่วมกัน ดังนี้

การใช้ครีมกันแดด คนที่เป็น ฝ้า ควรใช้ครีมกันแดดที่มีค่า SPF 30 ขึ้นไป และต้องเป็นแบบ PA+++ โดยในการทาครีมกันแดดให้ทา 2 ครั้ง คือ เช้า และ เที่ยง ก่อนทาช่วงเที่ยงควรล้างหน้าก่อนทาด้วย และในการทาอย่าทาบางจนเกินไป

การทายารักษา มียาหลายชนิดที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน เช่น ไฮโดรควิโนน, กรดอาซีลาอิก, กรดโคจิก, อนุพันธุ์ของวิตามิน เอ จะช่วยให้ฝ้าจางลงและทำให้หน้าดูกระจ่างใสขึ้นได้ แต่ต้องใช้ระยะเวลาในการรักษานานพอสมควร โดยปกติจะใช้เวลาอย่างน้อย 2-6 เดือน จึงไม่ควรใจร้อน สำหรับการใช้ยาทาไม่ควรซื้อมาใช้เองเพราะอาจมีผลเสียกับผิวหน้าได้ ควรอยู่ในความดูแลอย่างใกล้ชิดของแพทย์ผิวหนัง และแพทย์จะแนะนำให้หยุดยาคุมกำเนิดด้วยจะช่วยให้ผลการรักษาดียิ่งขึ้น

การใช้เทคโนโลยีทางการแพทย์ เข้ามาช่วยเสริมในการรักษา ก็ช่วยให้ฝ้าดีขึ้นได้ เช่น การทำ ไอออนโต (Ionto)  จะเป็นการใช้กระแสไฟฟ้าระดับอ่อนผลักยาหรือวิตามินให้ซึมผ่านเข้าสู่ผิวหนังได้ดียิ่งขึ้น หรือ การผลัดผิวด้วย M.D. (Microdermabrasion) เป็นการขจัดเซลล์ชั้นหนังกำพร้าให้หลุดเร็วขึ้น เหมาะกับฝ้าแบบตื้น ทำให้รอยดำจากฝ้าจางลง ส่วนการรักษาฝ้าด้วยเลเซอร์นั้น พบว่าให้ผลการรักษาไม่แน่นอน ผลการรักษายังไม่ดี อาจช่วยให้ฝ้าจางลงได้บ้าง แต่ไม่สามารถทำให้ฝ้าหายขาดได้ จึงไม่ค่อยเป็นที่นิยม

อย่างที่บอกไป ปัจจัยการเกิด ฝ้า สัมพันธ์กับแสงแดด หากสามารถหลีกเลี่ยงแสงแดดได้โอกาสที่จะเกิดฝ้าก็น้อย แต่หากหลีกเลี่ยงไม่ได้ ก็ควรป้องกันผิวหน้าด้วยการทาครีมกันแดด และใช้อุปกรณ์ป้องกัน เช่น กางร่ม ใส่หมวก ยิ่งถ้าควบคุมปัจจัยเกิดฝ้าอย่างอื่นด้วย เช่น หยุดกินยาคุมกำเนิด เลิกใช้เครื่องสำอางบางชนิดที่เคยใช้แล้วพบว่าทำให้เกิดฝ้า โอกาสที่ฝ้าจะมารังควานผิวหน้าของคุณก็น้อยลงไปอีก

สำหรับคนที่หน้าเป็นฝ้าในช่วงตั้งครรภ์ แพทย์จะแนะนำให้หลีกเลี่ยงแสงแดดและใช้ครีมกันแดด เพราะการใช้ยาทาอาจไม่เป็นผลดีกับทารกในครรภ์ โดยทั่วไปฝ้ามักจะจางหายไปเองหลังคลอด แต่ถ้าไม่หายค่อยมาทำการรักษาทีหลังก็ยังไม่สาย เอาปลอดภัยต่อตัวเด็กไว้ก่อน ส่วนคนที่ รักษาฝ้า หายแล้วก็ควรใช้ครีมกันแดดอย่างต่อเนื่อง มิเช่นนั้นแล้วฝ้าอาจกลับมาเป็นซ้ำใหม่ได้อีกค่ะ

ค่ารักษา

เพิ่มเติม
การรักษา ราคา(บาท)
รักษา หน้าใส,รอยสิว,รอยดำ,ฝ้า,รอยดำรักแร้,หลัง ด้วย (lonto) 500 บาท
Ionto หลังจาก 10 ครั้ง (Maintain) 400 บาท
รักษา หน้าใส,รอยสิว,รอยดำ,ฝ้า,รอยดำรักแร้,หลัง ด้วย (Phono) 600 บาท
Phono หลังจาก 10 ครั้ง (Maintain) 500 บาท
MD หน้า 1,000 บาท
โปรแกรม Triniti ใช้เครื่อง E-Max 12,000 บาท
โปรแกรม Triniti ใช้เครื่อง E-Max 1 คร์อส 3 ครั้ง 32,000 บาท
Derma Peel 1.5 ml 1,000 บาท
Derma Peel 2.5 ml 1,500 บาท
Ultra Peel 1 ml 1,000 บาท
Ultra Peel 2 ml 1,500 บาท

หัตถการที่เกี่ยวข้อง

เกร็ดความรู้

เพิ่มเติม
Show Buttons
Hide Buttons