“ใบหน้า” เป็นศูนย์รวมจุดลมปราณที่เชื่อมโยงกับอวัยวะภายในร่างกายมากที่สุด หากอวัยวะภายในเกิดความบกพร่อง ทำงานไม่สัมพันธ์หรือไม่สมดุลกัน ย่อมส่งผลให้ปรากฏปัญหาผิวและริ้วรอยขึ้นบนใบหน้า ไม่ว่าจะเป็นสิว ฝ้ากระ จุดด่างดำ ผิวหมองคล้ำ และผิวแห้งกร้าน อันเป็นผลสืบเนื่องมาจากพยาธิสภาพในร่างกาย “ศาสตร์การฝังเข็ม” อันเป็นการแพทย์ “ร่วมรักษา” หรือ “การแพทย์ทางเลือก” ตามแบบฉบับแพทย์แผนจีน จึงถูกนำมาใช้เพื่อช่วยแก้ไขเยียวยาปัญหาดังกล่าว ภายใต้แนวคิด “บำรุงรักษาฟื้นฟูจากภายในสู่ภายนอก” เพราะศาสตร์แพทย์แผนจีนมองว่าการทำงานของอวัยวะภายในย่อมส่งผลออกมาสู่อวัยวะภายนอก การฝังเข็มสามารถฟื้นฟูสุขภาพผิวหน้าให้กลับมากระจ่างใสและเสริมสร้างบุคลิกภาพที่ดีให้เราได้
“การฝังเข็ม” คือ ศาสตร์หนึ่งในแพทย์แผนจีนที่มีภูมิปัญญาในการดูแลรักษาสุขภาพมายาวนานกว่า 4,000 ปี โดยใช้เข็มขนาดเล็กฝังตามจุดฝังเข็มบนร่างกาย ซึ่งเป็นจุดที่มีพลังงานมากกว่าจุดอื่นๆ เพื่อทำให้พลังงานและอวัยวะต่างๆของร่างกายที่เสียสมดุลไปกลับมาอยู่ในภาวะสมดุลอีกครั้ง ช่วยแก้ไขการไหลเวียนของเลือดลมปราณที่ติดขัด ช่วยบรรเทาความเจ็บปวดและการหดเกร็งตัวของกล้ามเนื้อ ปัจจุบันองค์การอนามัยโลก (WHO) ได้รับรองให้การฝังเข็มเป็นศาสตร์การรักษาโรคแขนงหนึ่ง

“การฝังเข็มบนใบหน้า” สามารถช่วยแก้ไขปัญหาได้หลายประการ ไม่ว่าจะเป็นใบหน้าหมองคล้ำ เป็นสิวง่าย มีริ้วรอย ฯลฯ ช่วยปรับการไหลเวียนของเลือดและลมปราณบริเวณใบหน้า กระตุ้นเลือดลมบริเวณผิวหน้าให้ไหลเวียนได้ดี ทำให้ผิวหน้าดูสุขภาพดีมีเลือดฝาด, กระตุ้นกล้ามเนื้อบนใบหน้าให้ยกกระชับขึ้น เสริมความแข็งแรงให้กับเซลล์ผิวบริเวณใบหน้า กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ช่วยลดความเสื่อมของเซลล์ผิวหน้า เหมาะสำหรับผู้ที่เริ่มมีความหย่อนคล้อยและเกิดริ้วรอยบนใบหน้า, ปรับการทำงานของต่อมไขมันบนผิวหน้าให้สมดุล ทำให้ผิวไม่แห้งหรือมันจนเกินไป เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาหน้ามันจนเกิดสิวอุดตันได้ง่ายหรือหน้าแห้งจนขาดความชุ่มชื้น, ช่วยลดการอักเสบของสิว โดยกระตุ้นการหลั่งสารที่มีผลต่อการไหลเวียนโลหิตและระบบภูมิคุ้มกัน ช่วยกระตุ้นการทำงานของเซลล์เม็ดเลือดขาวชนิดต่างๆ ทำให้แผลจากสิวแห้งไวและยุบเร็วขึ้น เป็นการปรับสมดุลจากภายใน หลังจากฝังเข็มรักษาแล้วผิวจะเรียบเนียนขึ้น รูขุมขนกระชับขึ้น ทั้งยังช่วยยกกระชับใบหน้าได้อีกด้วย
ในทางแพทย์แผนจีนระบุถึงสาเหตุของปัญหาบนผิวหน้านั้นเกิดจากความบกพร่องของร่างกายภายใน ประกอบด้วย “ผิวหน้าหมองคล้ำ” เกิดจากความบกพร่องที่หัวใจ, “ผิวหนังแตกแห้ง เหี่ยวย่น เกิดริ้วรอย มีผื่นแพ้ และเป็นสิวง่าย” เกิดจากความบกพร่องของปอด, “เป็นสิวอักเสบ สิวอุดตัน เป็นฝ้ากระ ถุงใต้ตาบวม ริ้วรอยร่องลึก” เกิดจากความบกพร่องที่ม้าม, “ใบหน้ามีฝ้าหนา” เกิดจากความบกพร่องของตับ และ “ขอบตาคล้ำ”

เกิดจากอาการบกพร่องของไต รวมทั้งปัจจัยภายนอกที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพผิว ได้แก่ ความเครียด นอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอ มลภาวะทางอากาศหรือแสงแดด ดื่มน้ำในปริมาณที่ไม่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย และฮอร์โมนในร่างกายไม่สมดุล ทั้งนี้ ความสมดุลของร่างกายในศาสตร์จีนขึ้นอยู่กับจุดลมปราณต่างๆ ซึ่งเป็นจุดของแต่ละอวัยวะ ถ้ามีจำนวนมากเกินหรือที่เรียกว่า “อาการคั่ง” ต้องทำให้ลดน้อยลงโดยการฝังเข็มเพื่อปรับสมดุล

ขั้นตอนการฝังเข็ม
ฝังเข็ม ถือเป็นขั้นตอนแรกของการฝังเข็มเพื่อหน้าใส ความถี่และจำนวนครั้งในการฝังเข็มขึ้นอยู่กับอายุและสภาพร่างกายของผู้มารับบริการเป็นสำคัญ ผู้ที่อายุน้อย ร่างกายแข็งแรงจะได้ผลเร็วที่สุดเฉลี่ย 5-15 ครั้ง โดยทำ 2-3 ครั้ง/สัปดาห์ เมื่อแพทย์ปักเข็มลงบนผิวหนัง ผู้ป่วยจะรู้สึกเจ็บเล็กน้อย เมื่อปักถึงตำแหน่งจุด ผู้ป่วยจะรู้สึกชาเล็กน้อย เมื่อแพทย์เริ่มกระตุ้นเข็มจะรู้สึกหนักชามากขึ้น หากเกิดความรู้สึกเช่นนี้แสดงว่ามีผลการรักษาดี โดยเข็มที่ใช้ในการฝังเข็มรักษาเป็นเข็มใหม่ซึ่งปราศจากเชื้อ เป็นเข็มแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง ไม่มีการนำเอามาใช้ซ้ำ ถูกสุขอนามัย

การปล่อยเลือด
เป็นอีกทางเลือกหนึ่งของการรักษาตามแนวทางแพทย์แผนจีน โดยใช้เข็มปลอดเชื้อเจาะบริเวณผิวหนังปลายหูลึกลงไปเพียงเล็กน้อยประมาณ 0.1-0.3 มม. แล้วปล่อยให้เลือดออกเอง ผลที่ได้จากการรักษาด้วยการปล่อยเลือด คือ ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเส้นลมปราณและเส้นเลือดให้ไหลเวียนสะดวก สลายก้อนเลือดคั่งและเพิ่มสมรรถภาพการไหลเวียนให้ดียิ่งขึ้น, ช่วยขับความร้อนในร่างกายและระบายพิษเสีย, แก้อาการปวด ลดบวม และลดการอักเสบ

อย่างไรก็ตาม การปล่อยเลือดอาจทำให้เกิดผลข้างเคียงและภาวะแทรกซ้อน ได้แก่
การปฏิบัติตัวอื่นๆหลังปล่อยเลือด มีดังนี้
หลีกเลี่ยงการดื่มน้ำเย็น ควรดื่มน้ำอุ่นเป็นเวลา 1 วัน
งดการอาบน้ำหรือตากแอร์เย็นเป็นเวลา 2 ชั่วโมงหลังจากปล่อยเลือด
หากมีอาการผิดปกติให้มาพบแพทย์ก่อนเวลานัดหมาย
อาการผิดปกติที่ควรโทรสอบถามหรือมาพบแพทย์ เช่น มีเลือดออกมากผิดปกติ มีอาการบวม แดง ร้อนมากผิดปกติ หรือมีไข้สูง

มาสก์หน้าด้วยผงยาสมุนไพรจีน
เพื่อรักษาอาการอักเสบของสิวและช่วยฟื้นฟูสุขภาพผิวหน้าให้ขาวใส โดยแพทย์จะมอบผงสมุนไพรให้หลังจากฝังเข็มเรียบร้อยแล้วเพื่อนำกลับไปใช้พอกหน้าทิ้งไว้ก่อนนอนประมาณ 15-30 นาที แล้วล้างออก ทำติดต่อกันระหว่าง 2-3 สัปดาห์ แล้วกลับมาให้แพทย์ตรวจสภาพผิวหน้าเพื่อติดตามผลการรักษาต่อไป
ผู้ที่มารับบริการฝังเข็มเพื่อความงามควรรับประทานอาหารมาก่อนประมาณ 1-2 ชั่วโมง และไม่ควรรับประทานอาหารมากจนเกินไป เนื่องจากจะทำให้มีอาหารตกค้างอยู่ในกระเพาะมาก เมื่อมาฝังเข็มซึ่งต้องนอนเป็นเวลาระหว่าง 20-30 นาที อาจทำให้รู้สึกอึดอัด ในทางตรงกันข้าม ไม่ควรมารักษาในขณะที่กำลังหิวจัด เนื่องจากอาจเกิดอาการหน้ามืดเป็นลมได้ง่ายเมื่อกระตุ้นเข็มแรงๆ เนื่องจากร่างกายอาจขาดพลังงานที่จะนำมาใช้เผาผลาญ ขณะที่ระบบประสาทและฮอร์โมนกำลังถูกกระตุ้นจากการฝังเข็ม ทั้งนี้ การฝังเข็มเป็นหัตถการที่ต้องใช้วัสดุแหลมคมปักผ่านผิวหนังลงไปในร่างกาย ควรรักษาแผลสดบนใบหน้าให้หายก่อน ส่วนแผลเป็นไม่เป็นอุปสรรคต่อการฝังเข็ม ผู้มารับการรักษาจึงควรทำความสะอาดใบหน้า งดการแต่งหน้า เพื่อลดโอกาสการติดเชื้อให้ได้มากที่สุด พร้อมอาบน้ำสระผมร่วมด้วย สตรีที่กำลังมีประจำเดือนสามารถปักเข็มรักษาได้โดยไม่เป็นอันตราย ควรขับถ่ายปัสสาวะอุจจาระให้เรียบร้อยก่อนฝังเข็ม เพื่อมิให้การรักษาต้องหยุดชะงักกลางคัน
ควรดื่มน้ำอุ่นหลังจากฝังเข็ม สำรวจร่างกายตัวเองบริเวณที่ฝังเข็มว่ามีสิ่งผิดปกติใดเกิดขึ้นบ้าง หากพบต้องรีบแจ้งให้แพทย์ทราบในทันที งดการอาบน้ำเป็นเวลา 2 ชั่วโมงหลังจากฝังเข็ม ไม่ควรออกกำลังกายหักโหมและพักผ่อนให้เพียงพอ หากมีไข้ ให้รับประทานยาลดไข้ อาการจะหายไปเองภายใน 1-2 วัน
อ่านข้อมูลเพิ่มเติม
ฝังเข็มเพื่อหน้าใส
1,600 บาท
ฝังเข็มเพื่อหน้าใส 5 ครั้ง
7,500 บาท
ฝังเข็มเพื่อหน้าใส 10 ครั้ง
14,000 บาท

บุคคลกลุ่มใดที่สงวนไว้ไม่สามารถรักษาด้วยการฝังเข็มเพื่อหน้าใสได้

มีวิธีการดูแลตัวเองเพื่อให้มีสุขภาพผิวหน้าที่ดีหลังจากฝังเข็มเพื่อหน้าใสอย่างไรบ้าง?
ปรับพฤติกรรมการกินที่เน้นอาหารจำพวกผักและผลไม้ที่มีกากใยมากยิ่งขึ้น งดทานอาหารรสจัด นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ ควบคุมจิตใจไม่ให้เครียดมากจนเกินไปจากการเรียนหรือการทำงาน เน้นทานอาหารที่มีฤทธิ์เย็น ขับพิษร้อน สามารถลดการอักเสบของสิวได้ เช่น เห็ดหูหนู มะระ ฟักเขียว รากบัว แตงโม สาลี่ แอปเปิ้ล เป็นต้น

ต้องมาฝังเข็มบ่อยครั้งแค่ไหนจึงจะเห็นผล?
ระยะเวลาการรักษาขึ้นอยู่กับดุลพินิจของแพทย์ และพื้นฐานร่างกายของผู้ป่วยเอง โดยทั่วไปฝังเข็มสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง ต่อเนื่อง 3 สัปดาห์ หรือทั้งหมด 10 ครั้ง ภายใน 1 เดือน ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของอาการ บางครั้งอาจมีการรักษาอื่นร่วมด้วย