หัวใจสำคัญของเทคนิคปลูกผม FUT หรือแบบแผลตัดเย็บ Strip FUT อยู่ที่รากผมจากขมับหรือท้ายทอย ไม่ว่าจะย้ายไปที่ไหนยังคงแข็งแรงเหมือนเดิม แม้จะนำไปปลูกบริเวณที่ผมบางหรือศีรษะล้าน รากผมยังคงคุณสมบัติเดิมไว้ และมีแนวโน้มงอกต่อได้ดีในระยะยาว หากได้รับการปลูกถ่ายอย่างถูกวิธี นอกจากนี้ยังมีการคัดแยกรากผมอย่างละเอียดด้วยกล้องจุลทรรศน์ ช่วยถนอมรากผมให้เสียหายน้อยที่สุด และรักษาโครงสร้างของแต่ละหน่วยรากผมให้สมบูรณ์ ช่วยให้กราฟท์ผมอยู่รอดและเติบโตได้ดีหลังปลูก เป็นการปลูกผมแบบผ่าตัดที่ไม่ต้องใช้ยาสลบ

การปลูกผมด้วยเทคนิค FUT (Follicular Unit Transplantation) คือ วิธีปลูกผมถาวรที่นำหนังศีรษะบริเวณท้ายทอย ขมับ หรือด้านหลังศีรษะ ซึ่งเป็นบริเวณที่มีรากผมแข็งแรงและทนต่อฮอร์โมน DHT ออกมาเป็นแถบ แล้วนำไปแยกเป็นหน่วยรากผม (follicular units) หรือกราฟท์ผมด้วยกล้องจุลทรรศน์ ก่อนปลูกถ่ายไปยังบริเวณที่มีปัญหาผมบางหรือศีรษะล้าน ปลูกลงไปทีละกราฟท์ผมโดยใช้คีมปลูกผม (Forceps) หรือปากกาปลูกผม (Implanter) โดยรากผมบริเวณท้ายทอยเป็นบริเวณที่ไม่มีตัวรับฮอร์โมน DHT (Dihydrotestosterone) ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ทำให้ผมร่วงและผมบาง

ศีรษะล้านในเพศชายจากกรรมพันธุ์ (Male-pattern baldness or Androgenic alopecia)

ภาวะผมบางในเพศหญิงจากกรรมพันธุ์ (Female-pattern baldness Androgenic alopecia)

รอยแผลเป็นจากการผ่าตัดบริเวณศีรษะ

สามารถเก็บรากผมคุณภาพดีจำนวนมากได้ในครั้งเดียว เพราะในขั้นตอนการแยกกราฟท์จะเหลือเนื้อเยื่อและไขมันไว้รอบกราฟท์ กราฟท์จึงไม่เสียหายมากทั้งในขั้นตอนการเก็บกราฟท์ผม และขณะปลูกผม เหมาะกับผู้ที่ต้องการเพิ่มความหนาแน่นของเส้นผมในบริเวณกว้าง
เก็บกราฟท์ผมได้จำนวนมากโดยผมจะไม่บางลง อาจเก็บได้มากถึง 4,000-10,000 กราฟท์
ปลูกได้มากกว่า 2,000 กราฟท์ขึ้นไป
คุณภาพของรากผมสูงจากการคัดแยกด้วยกล้องจุลทรรศน์
แนวผมที่ได้สามารถออกแบบให้ดูเป็นธรรมชาติ
กราฟท์ผมบอบช้ำเพียง 1-2% เท่านั้น เป็นแผลแบบปิดโอกาสติดเชื้อน้อยกว่า 1 %
สามารถไว้ผมยาวปิดแผลด้านหลังศีรษะได้

รอยแผลเป็นเส้นตรงบางๆ แทบมองไม่เห็น (หากไว้ผมยาวเกิน 1.5 ซม.)
ราคาถูกกว่าการปลูกผมด้วยเทคนิค FUE
ใช้เวลาผ่าตัดปลูกผมสั้นกว่า ประมาณ 3-6 ชั่วโมง
หลังปลูกผมด้วยเทคนิค FUT 1-2 วัน สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ
ผู้ที่มีผมบางหรือศีรษะล้านในบริเวณกว้าง
ผู้ที่ต้องการปลูกผมจำนวนมากในครั้งเดียว
ผู้ที่ต้องการไว้ผมยาวเกิน 2-3 เซนติเมตรอยู่แล้ว เพราะมีโอกาสปลูกผมขึ้นมากกว่า และสามารถ เก็บกราฟท์ได้เยอะกว่า หากผมร่วงเพิ่มก็สามารถปลูกผมได้หลายครั้ง
ผู้ที่ไม่ติดข้อจำกัดเรื่องรอยแผลเส้นตรงบริเวณท้ายทอย
ผู้ที่ผ่านการประเมินแล้วว่ามี donor area เพียงพอ
การปลูกผม FUT จะไม่ทำให้ผมที่ท้ายทอยบางเพราะแพทย์จะตัดผิวหนังออกไปพร้อมกับรากผม จึงไม่ค่อยเหลือตำแหน่งของผิวหนังที่ไม่มีเส้นผม
ผู้ที่ใช้วิธีการรักษาอื่นแล้วไม่ได้ผล เช่น การทำ PRP ผม หรือการใช้ยารักษาผมร่วง
ผู้ที่หนังศีรษะตึง ไม่ยืดหยุ่น ไม่สามารถทำได้ เพราะจะทำให้แผลเย็บที่ท้ายทอยตึงเกินไป
ผู้ที่มีประวัติเป็นรอยแผลเป็นนูนหรือคีลอยด์

แจ้งให้แพทย์ทราบถึงโรคประจำตัว ยาและอาหารเสริมที่รับประทานอยู่
หยุดยาที่ทำให้เลือดแข็งตัวช้า เช่น แอสไพริน, พลาวิกซ์, น้ำมันปลา,โสม, วิตามินอี อย่างน้อย 7วัน
งดสูบบุหรี่และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ก่อนทำหัตถการ 2 สัปดาห์ เพื่อให้เซลล์ผมใหม่เติบโตเต็มที่
งดใช้เจล หรือสเปรย์จัดแต่งผมในวันทำหัตถการ
ก่อนปลูกผมควรตรวจเชื้อเอชไอวี
ในวันปลูกผมแนะนำให้ใส่เสื้อติดกระดุมหน้า ไม่สวมเสื้อยืดคอกลม 2-3 วันแรกหลังทำหัตถการ
แพทย์จะซักประวัติและตรวจวินิจฉัยอาการผมร่วง ผมบาง ศีรษะล้าน และประเมินว่าสมควรปลูกผมด้วยวิธี FUT หรือไม่ รวมถึงคำนวณกราฟท์ผมที่ต้องปลูก สำหรับผู้ที่มีปัญหาด้านสุขภาพบางอย่าง แพทย์อาจขอให้มีการตรวจเฉพาะทางเพิ่มเติม ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแพทย์ เช่น
ตรวจเลือด ตรวจวัดระดับน้ำตาลในเลือด ตรวจโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน เนื่องจากเบาหวานที่ควบคุมระดับน้ำตาลได้ไม่ดีจะส่งผลโดยตรงต่อประสิทธิภาพในการปลูกผม
ตรวจวัดระดับฮอร์โมน ตรวจสมดุลฮอร์โมน และการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน เนื่องจากฮอร์โมนที่ลดลงส่งผลให้วงจรการเกิดเส้นผมสั้นลง ผมร่วงมากขึ้น และทำให้หนังศีรษะบางลง
ตรวจผิวหนัง ตรวจหารอยโรค การติดเชื้อ ลักษณะเว้าแหว่งของแนวผมบนหนังศีรษะ เช่น ผมร่วงมาก ผมร่วงเป็นหย่อม ๆ หรือผมบางกลางศีรษะ และตรวจสภาพหนังศีรษะที่จะปลูกผม

ประเมินและวางแผนการรักษา แพทย์จะซักประวัติ ตรวจสภาพเส้นผม หนังศีรษะ และประเมินรูปแบบของผมบางหรือศีรษะล้าน ออกแบบแนวผมให้สอดรับกับรูปหน้า
การเตรียมบริเวณผู้ให้รากผม (Donor Area) บริเวณท้ายทอยจะถูกโกนผมเฉพาะจุด และฉีดยาชาเฉพาะที่ ให้ทำหัตถการโดยไม่ต้องใช้ยาสลบ
การตัดแถบหนังศีรษะ (Strip Harvest) แพทย์ผ่าตัดหนังศีรษะออกมาเป็นแถบตามแนวรากผม โดยใช้เทคนิคที่ช่วยลดการบาดเจ็บของเนื้อเยื่อและรากผม
การปิดแผลด้วย Trichophytic Closure เป็นเทคนิคเย็บแผลที่ช่วยให้แนวแผลเป็นเส้นบาง และมีโอกาสให้เส้นผมงอกผ่านรอยแผล ช่วยปกปิดรอยแผลได้ดีเมื่อผมยาวขึ้น
การคัดแยกรากผมด้วยกล้องจุลทรรศน์ แถบหนังศีรษะที่ได้จะนำไปแยกเป็นหน่วยรากผม เพื่อรักษาคุณภาพของกราฟท์ผมสำหรับปลูกถ่าย
การปลูกถ่ายรากผม แพทย์จะฉีดยาชาในบริเวณปลูก เจาะช่องตามทิศทางและความหนาแน่นที่วางแผนไว้ และใส่รากผมลงไป

ข้อจำกัดของการปลูกผมด้วยเทคนิค FUT?
– เกิดรอยแผลเป็นหลังทำบริเวณท้ายทอยหรือหลังกกหู หากผมสั้นอาจเห็นรอยแผลเป็นชัดเจน
– ใช้เวลาพักฟื้นนาน
– หากปลูกผม FUT เพิ่มในอนาคต แผลเป็นที่ท้ายทอยจะหนาขึ้น
– หลังทำจะมีสะเก็ดบริเวณที่ปลูก 2 อาทิตย์ และผมจะค่อยๆ ขึ้นหลังทำ 4 เดือน เห็นผลเต็มที่ 1 ปี

สามารถปลูกผมทั้งวิธี FUT และ FUE ควบคู่กันได้ไหม?
– สามารถรักษาผมบาง หัวล้านกรรมพันธุ์ หรือหัวเถิกด้วยการปลูกผม FUE กับ FUT ควบคู่กันได้ (แพทย์จะเป็นผู้ให้รายละเอียดเพิ่มเติม)

การดูแลตัวเองหลังปลูกผมแบบ FUT ?
– งดแกะเกาบริเวณที่ปลูกผม เพราะอาจทำให้รากผมไม่เชื่อมติดกับเนื้อเยื่อ และทำให้เส้นผมหลุดร่วงรวมถึงเพิ่มความเสี่ยงติดเชื้อได้
– งดแกะผ้าพันแผลก่อนครบ 24 ชั่วโมงหลังทำ เพื่อซับเลือดและป้องกันกราฟท์ผมเสียหาย
– ควรนอนหงายและหนุนหมอนสูงอยู่ตลอดเพื่อลดอาการบวมหลังปลูกผม FUT
– หลังปลูกผม FUT งดก้มหน้า ก้มหยิบของ หรือออกแรงยกของหนัก เพราะจะทำให้แผลบวม เลือดออกง่าย หรือเสี่ยงทำให้กราฟท์ผมหลุดออกได้
– งดกิจกรรมกลางแจ้ง หรือสัมผัสแสงแดดเป็นเวลานาน
ศัลยกรรมตกแต่งและความงามยอดนิยม