เทคนิคปลูกผมแบบเดิม (FUT) หรือ Strip Method ใช้วิธีผ่าตัดด้านหลังหนังศีรษะหรือท้ายทอยเพื่อนำเซลล์รากผมมาปลูกบริเวณที่เส้นผมบาง แม้จะได้เซลล์รากผมจำนวนมากในคราวเดียว แต่เป็นวิธีที่มีแผลผ่าตัดขนาดใหญ่เป็นเส้นตรงด้านหลังศีรษะซึ่งมองเห็นชัด เจ็บแผลผ่าตัด เนื้อเยื่อเสียหาย มีความเป็นธรรมชาติน้อย เสี่ยงติดเชื้อ ใช้เวลาพักฟื้นนาน
ปัจจุบัน โรงพยาบาลยันฮีมีเทคนิคปลูกผมแบบใหม่ที่พัฒนาขึ้นมาจากเทคนิคเดิม เรียกว่า FUE รอยแผลเล็กจนแทบมองไม่เห็น ใช้เครื่องมือขนาดเล็กเพียง 0.8 มม. ปลูกผมโดยไม่ต้องตัดหนังศีรษะเป็นแผงยาว เพิ่มอัตราการรอดของเซลล์รากผมมากขึ้น เจ็บแผลผ่าตัดน้อย เนื้อเยื่อเสียหายน้อย โอกาสติดเชื้อต่ำ มีความเป็นธรรมชาติ และใช้เวลาพักฟื้นไม่นาน

การปลูกผมด้วยเทคนิค FUE (Follicular Unit Extraction) คือ วิธีปลูกผมถาวรโดยใช้เครื่องมือเจาะขนาดเล็ก (Motorized FUE Device) ประมาณ 0.8-1.2 มิลลิเมตร เก็บเซลล์ต้นกำเนิดรากผม (Stem cell) เจาะแยกเซลล์รากผมบริเวณท้ายทอยทีละช่อ ก่อนนำไปแช่ในน้ำยาพิเศษ แล้วนำไปปลูกใหม่ในบริเวณที่ผมบางหรือศีรษะล้านจนเต็ม FUE ให้เส้นผมใหม่งอกขึ้นเต็ม 2-4 เส้นต่อ 1 กอรากผม เป็นเทคนิคที่คล้ายคลึงกับการปลูกถ่ายอวัยวะ นำเซลล์ต้นกำเนิด มาปลูกถ่ายบนหนังศีรษะในตำแหน่งใหม่ที่ต้องการ แผลมีขนาดเล็กมาก เพียง 0.8 มม. ไม่ต้องผ่าตัดเป็นแผลยาวเหมือนการปลูกผม FUT ใช้เวลาพักฟื้นเพียง 1-2 วัน โดยเส้นผมที่ปลูกจะเริ่มหลุดร่วงช่วง 2 สัปดาห์แล้วขึ้นใหม่ช่วง 3 เดือน จะเห็นผลลัพธ์ชัดเจนภายใน 9-12 เดือน เส้นผมที่งอกใหม่มีความคงทน อายุยืนยาวนาน

ศีรษะล้านในเพศชายจากกรรมพันธุ์ (Male-pattern baldness or Androgenic alopecia)

ภาวะผมบางในเพศหญิงจากกรรมพันธุ์ (Female-pattern baldness Androgenic alopecia)

รอยแผลเป็นจากการผ่าตัดบริเวณศีรษะ
แผลเป็นที่เกิดขึ้นมีขนาดเล็กเท่ารูขุมขนประมาณ 1 มิลลิเมตร ต่างจากการปลูกผมแบบเก่า (FUT) ที่ต้องผ่าตัดนำหนังศีรษะออกมาเป็นแผ่น
ไม่ต้องโกนผมด้านหลัง (Non-Shave FUE) สามารถเจาะและปลูกผมได้ทันที เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่ต้องการให้เห็นรอยแผลเป็นหรือรอยโกนผมหลังทำ
แพทย์จะใช้หัวเจาะ Implanter Pen ซึ่งเป็นเครื่องมือช่วยปกป้องรากผมให้ไม่เสียหายเวลาปลูกกลับเข้าไปที่หนังศีรษะ ทำให้โอกาสงอกใหม่ของเส้นผมเพิ่มขึ้น รากผมแข็งแรง ลดอัตราการขาดของรากผม
ฟื้นตัวเร็ว แผลจากการเจาะจะตกสะเก็ดและหายได้เร็ว สามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้เกือบจะทันที
มีอัตราความสำเร็จสูงเฉลี่ย 95-98% เซลล์รากผมใหม่มีอัตราการรอดชีวิตมากถึง 90-95%
ผลลัพธ์มีความเป็นธรรมชาติ สร้างเส้นผมบริเวณขอบผมได้แนบเนียน ควบคุมทิศทางและความหนาแน่นของเส้นผมที่ปลูกใหม่ได้ ทำให้กลมกลืนกับเส้นผมเดิม
ปลูกผมได้โดยใช้เซลล์ต้นกำเนิดรากผมจากส่วนอื่นทดแทน เช่น คิ้ว เครา หรือจอน ฯลฯ
ปลูกขนส่วนอื่น ๆ ได้ เช่น ขนคิ้ว เครา หรือจอนผมที่บาง ทำให้แลดูหนาขึ้น
สามารถทำร่วมกับหัตถการอื่นได้ เช่น การฉีด PRP (Platelet-Rich Plasma) หรือใช้ยารักษาผมบาง
ผู้ที่มีปัญหาผมร่วงจากพันธุกรรม มักพบในผู้ชายมากกว่าผู้หญิง เนื่องจากฮอร์โมน DHT ซึ่งสร้างจากฮอร์โมนเทสโทสเตอโรน ทำให้รากผมฝ่อ ผมเส้นเล็กบาง เส้นผมไม่แข็งแรง หลุดร่วงง่าย
ผู้ที่มีจำนวนเซลล์รากผมแข็งแรงเพียงพอและไม่มีโรคผิวหนัง
ผู้ที่มีผมบาง อยากเพิ่มความหนาแน่นให้เส้นผมบนศีรษะ
ผู้ที่ต้องการปกปิดรอยแผลเป็นบนหนังศีรษะจากอุบัติเหตุหรือศัลยกรรม
ผู้ที่ไม่สะดวกลางานยาวนาน ต้องการระยะเวลาพักฟื้นสั้น
ผู้ที่ป่วยเป็นโรคบางชนิดที่ทำให้ผมร่วง เช่น โรคต่อมไทรอยด์ โรคแพ้ภูมิตัวเอง (SLE) โลหิตจาง
ผู้ที่ทานอาหารเสริมบางชนิดจนผมร่วง เช่น ยาลดไขมันในเส้นเลือด, ยารักษามะเร็ง, ยาลด ความดันโลหิต, ยารักษาโรคไขข้อเสื่อม, ยารักษาสิวที่มีส่วนผสมของวิตามินสังเคราะห์ เป็นต้น
ผู้ที่ผมร่วงจากการใช้เคมีบำบัดซึ่งมีผลกระทบกับเซลล์รากผมทำให้ผมหลุดร่วง
ผู้ที่ผมร่วงจากความเครียดสะสม ส่งผลให้ร่างกายผลิตฮอร์โมนคอร์ติซอล จนเส้นผมอ่อนแอ
ผู้ที่เป็นโรคเบาหวานชนิดควบคุมระดับน้ำตาลได้ไม่ดี
ผู้ที่เป็นโรคภูมิคุ้มกันทำลายตนเอง
ผู้ที่เป็นโรคผมร่วงเป็นหย่อม (Alopecia Areata)

ผู้รับบริการจะต้องโกนผมบริเวณท้ายทอยให้สั้น เพื่อความสะดวกในการเจาะรากผม
แจ้งให้แพทย์ทราบถึงโรคประจำตัว ยา และอาหารเสริมที่รับประทานอยู่
หยุดยาที่ทำให้เลือดแข็งตัวช้า เช่น แอสไพริน, พลาวิกซ์, น้ำมันปลา,โสม, วิตามินอี อย่างน้อย 7 วัน
งดสูบบุหรี่และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ก่อนทำหัตถการ 2 สัปดาห์ เพื่อให้เซลล์ผมใหม่เติบโตเต็มที่
หากมีผมหงอก ผมสีอ่อน ควรย้อมผมให้เป็นสีดำก่อน
งดการใช้ Rogaine หรือ Minoxidil ที่เป็นสารช่วยให้เส้นผมดกขึ้นอย่างน้อย 7 วัน
งดใช้เจล หรือสเปรย์จัดแต่งผมในวันทำหัตถการ
ก่อนปลูกผมควรตรวจเชื้อเอชไอวี
ในวันปลูกผมแนะนำให้ใส่เสื้อติดกระดุมหน้า ไม่สวมเสื้อยืดคอกลม 2-3 วันแรกหลังทำหัตถการ

แพทย์จะซักประวัติและตรวจวินิจฉัยอาการผมร่วง ผมบาง ศีรษะล้าน และประเมินว่าสมควรปลูกผมด้วยวิธี FUE หรือไม่ รวมถึงคำนวณกราฟท์ผมที่ต้องปลูก สำหรับผู้ที่มีปัญหาสุขภาพบางอย่าง แพทย์อาจตรวจเฉพาะทางเพิ่มเติม เช่น
ตรวจเลือด ตรวจวัดระดับน้ำตาลในเลือด ตรวจโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน เนื่องจากเบาหวานที่ควบคุมระดับน้ำตาลได้ไม่ดีจะส่งผลโดยตรงต่อประสิทธิภาพในการปลูกผม
ตรวจวัดระดับฮอร์โมน ตรวจสมดุลฮอร์โมน และการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน เนื่องจากฮอร์โมนที่ลดลงส่งผลให้วงจรการเกิดเส้นผมสั้นลง ผมร่วงมากขึ้น และทำให้หนังศีรษะบางลง
ตรวจผิวหนัง ตรวจหารอยโรค การติดเชื้อ ลักษณะเว้าแหว่งของแนวผมบนหนังศีรษะ เช่น ผมร่วงมาก ผมร่วงเป็นหย่อม ๆ หรือผมบางกลางศีรษะ และตรวจสภาพหนังศีรษะที่จะปลูกผม

คัดเลือกเซลล์รากผม (Selecting donor areas) ที่จะนำมาปลูกผมบริเวณท้ายทอย ด้านข้างศีรษะหรือกกหู และตัดเล็มความยาวของเส้นผมให้เหลือโคนเล็กน้อย
ใช้ยาชาระงับความรู้สึกบริเวณหนังศีรษะที่ต้องการย้ายเซลล์รากผมออกมา
เก็บเซลล์รากผม (Donor harvesting) โดยใช้เครื่องมือขนาดเล็ก 0.8 มม. เจาะเก็บกอรากผมออกมาทีละกอ เรียกว่า ‘กราฟท์’ (รูขุมขน) เมื่อเก็บออกมาแล้ว จะนำไปแช่ในน้ำยาเลี้ยงเซลล์ผมชนิดพิเศษ เพื่อให้เซลล์รากผมแข็งแรง
ปลูกผมใหม่ (Hair graft implantation) แพทย์จะใช้เครื่องมือคีบเซลล์รากผมที่ถูกแช่ไว้ในน้ำยา นำมาปลูกลงบนตำแหน่งศีรษะบางทีละกราฟท์ ตามทิศทางธรรมชาติของแนวผมจนเต็มพื้นที่ ใช้เวลาปลูกผมประมาณ 6-10 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับบริเวณที่ปลูกว่ามีมากหรือน้อยและจำนวนกอผมที่ต้องการใช้

แนวทางการดูแลตัวเองหลังปลูกผมด้วยเทคนิค FUE?
– หลีกเลี่ยงการแกะหรือดึงสะเก็ดแผล
– ไม่ควรใช้ความร้อนกับเส้นผม เช่น ไดร์เป่าผม อบไอน้ำ รวมทั้งงดการยืด ดัด ทำสีผมอย่างน้อย 1 เดือน
– ช่วงสัปดาห์แรกหลังทำหัตถการควรสระผมทุกวัน วันละ 1 ครั้ง โดยใช้แชมพูเด็กที่อ่อนโยนต่อเส้นผม
– งดใช้น้ำที่มีแรงดันสูงในการสระผม เพื่อป้องกันรากผมเสียหาย
– งดกิจกรรมที่ทำให้เหงื่อออกมาก โดยเฉพาะช่วง 14 วันแรกหลังทำหัตถการ
– หลีกเลี่ยงการสัมผัสแสงแดดโดยตรง ช่วง 14 วันแรกหลังทำหัตถการ เพราะความร้อนมีผลต่อเซลล์รากผม

ผมร่วง ผมบางเยอะ ต้องปลูกผม FUE กี่กราฟท์?
จำนวนกราฟท์ที่ใช้ในการปลูกผมด้วยเทคนิค FUE ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแพทย์ ทั้งนี้ ‘กราฟท์’ คือ รูขุมขน หนึ่งรูขุมขนจะมีเส้นผมเฉลี่ย 1-4 เส้น โดยพิจารณาจากระดับความบางของผม, คุณภาพของผมบริเวณท้ายทอย แพทย์จะออกแบบแนวไรผม (Hairline Design) ให้เห็นบริเวณที่ต้องการปลูกผม และจะคำนวณจำนวนกราฟท์ให้เหมาะสมกับสัดส่วนใบหน้าของผู้รับบริการแต่ละบุคคล

ผลข้างเคียงจากการปลูกผมด้วยเทคนิค FUE ?
อาการบวมบริเวณหน้าผาก อาจเกิดได้ในวันที่ 2 หลังทำหัตถการ แต่สามารถหายเองได้ภายใน 5 วัน หรืออาจมีตุ่มสิวหรือจุดสีขาวเล็ก ๆ บริเวณที่ปลูกผม หรือบริเวณที่เจาะเอากราฟท์ผมออกมาซึ่งเป็นเรื่องปกติ รูขุมขนอักเสบหรือสิวอาจมีขึ้นทั่วบริเวณปลูกหรือท้ายทอย ส่วนใหญ่หายได้โดยการรักษาด้วยยาฆ่าเชื้อ
ศัลยกรรมตกแต่งและความงามยอดนิยม