การทำฟันในผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง

“เป็นความดันฯ ใครว่าทำฟันไม่ได้”   

“ความดัน”  หมายถึง โรคความดันโลหิตสูง  ใครที่เป็นโรคนี้มักจะกังวลว่าถ้าทำการรักษาทางทันตกรรมจะเป็นอันตรายหรือไม่ การทำฟันในผู้ป่วยที่มีโรคความดันโลหิตสูงอาจมีความเสี่ยงอยู่บ้าง  โดยเฉพาะอย่างยิ่งในหัตถการที่มีความเสี่ยงสูง เช่น ศัลยกรรมช่องปาก, การรักษารากฟัน ที่ยากใช้เวลานาน ผู้ป่วยก็อาจเสี่ยงเกิดภาวะแทรกซ้อนระหว่างการรักษา เช่น ภาวะเลือดไหลไม่หยุด, ภาวะเครียด, ผลข้างเคียงจากยาชา ซึ่งอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้

ดังนั้น ผู้ป่วยที่มีโรคความดันโลหิตสูงควรได้รับการรักษาทันตกรรมที่โรงพยาบาลที่มีมาตรฐาน โดยผู้ป่วยที่มีประวัติเป็นโรคความดันโลหิตสูง หรืออายุมากกว่า 50 ปี แพทย์จะทำการตรวจวัดความดันโลหิตก่อนทุกราย โดยเฉพาะในกรณีมาถอนฟัน

ถ้าพบว่าความดันตัวล่าง (Diastolic) สูงกว่า 100 mmHg และความดันตัวบน (Systolic) สูงกว่า 160 mmHg ทันตแพทย์จะส่งผู้ป่วยไปปรึกษาอายุรแพทย์ ที่ศูนย์อายุรกรรมจะให้การรักษาเพื่อควบคุมความดันให้ได้ก่อนการทำฟันทุกราย เพื่อความปลอดภัย

เมื่อควบคุมความดันได้แล้ว ทันตแพทย์จะต้องมีการเตรียมตัวผู้ป่วยก่อนการทำฟัน เพื่อลดความเครียดและวิตกกังวลของผู้ป่วยลง โดยอาจให้ยาคลายกังวลไปรับประทานก่อนนอนในวันก่อนมารักษา เลือกใช้ยาชาที่มีส่วนผสมของสารที่ทำให้หลอดเลือดหดตัว (Adrenalin) ในปริมาณน้อยหรือไม่มีเลยยิ่งดี และนัดทำฟันในตอนเช้าในขณะที่ยังรู้สึกสดชื่น ไม่เครียด

ในระหว่างทำฟัน ทันตแพทย์จะคอยระวังการเกิดภาวะแทรกซ้อนต่างๆ เช่น ระวังไม่ให้เลือดออกมาก แต่ถ้าระวังแล้วไม่ได้ผล ก็จะหยุดทำฟันแล้วกดห้ามเลือดก่อน ในกรณีนี้ทันตแพทย์จะหลีกเลี่ยงการใช้ยาที่ทำให้หลอดเลือดหดตัว และคอยปลอบโยนผู้ป่วยให้คลายความวิตกกังวล

ผู้ป่วยที่มีโรคความดันโลหิตสูงไม่ควรเปลี่ยนท่าเร็วเกินไปในขณะทำฟัน เพราะอาจทำให้มีอาการหน้ามืดเป็นลมได้ แต่หากมีอาการเกิดขึ้น ทันตแพทย์จะหยุดทำฟัน แล้วให้ผู้ป่วยนอนราบ ดมแอมโมเนีย อาการก็จะดีขึ้น ผู้ป่วยที่มีความกลัว ความกังวลทันตแพทย์จะคอยปลอบโยนให้ความรู้สึกกลัวผ่อนคลายลง

ถ้าผู้ป่วยเกิดอาการปวดศีรษะรุนแรงเฉียบพลัน กรณีอย่างนี้ให้หยุดทำฟัน และจัดให้นอนในท่าที่สบาย คลายเสื้อผ้าออก เช็ดหน้าให้สดชื่น และปลอบโยนให้คลายวิตกกังวล ผู้ป่วยก็จะมีอาการดีขึ้นได้

ทั้งหมดที่กล่าวมานี้ เพื่อให้ผู้ป่วยที่มีโรคความดันโลหิตสูงคลายความกังวลใจว่าโรคนี้ไม่เป็นอุปสรรคในการทำฟันแต่อย่างใด เพียงแต่ต้องอยู่ในความดูแลของทันตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและสถานพยาบาลที่มีมาตรฐานและมีความพร้อมในการดูแลผู้ป่วย สิ่งสำคัญที่ผู้ป่วยต้องไม่ละเลยก็คือ ต้องแจ้งประวัติการเจ็บป่วยให้ทางโรงพยาบาลทราบ และถ้าผู้ป่วยสามารถควบคุมความดันให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ โดยการปฏิบัติตามแพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด เช่น การรับประทานยาอย่างต่อเนื่อง, ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่ทำให้ความดันสูง เช่น งดทานอาหารเค็ม ไม่เครียดหรือวิตกกังวล ออกกำลังกาย พักผ่อนเพียงพอ เป็นต้น ก็จะทำให้การทำฟันไม่ใช่เรื่องน่ากลัวอีกต่อไป

แพทย์ที่เกี่ยวข้อง

เพิ่มเติม

เกร็ดความรู้

เพิ่มเติม

นัดหมายแพทย์

ค้นหาแพทย์

ชื่อ - นามสกุล

เบอร์โทรติดต่อ