จัดฟัน เพื่อรอยยิ้มมั่นใจ

คงเห็นพ้องกันนะคะว่า ฟันที่เรียงตัวสวยเป็นระเบียบมีส่วนช่วยเสริมสร้างบุคลิกภาพให้ดีขึ้นได้ แต่ใช่ว่าทุกคนจะมีฟันที่สวยงาม ซึ่งความผิดปกติของฟันและช่องปากที่พบบ่อย เช่น ฟันยื่น ฟันซ้อน ฟันเก ฟันห่าง รวมทั้งการสบฟันผิดปกติ ทำให้เสียบุคลิกภาพ และขาดความมั่นใจในตนเอง อีกทั้งยังทำความสะอาดได้ไม่ทั่วถึง อาจทำให้เกิดฟันผุ โรคเหงือกตามมา และยังเป็นอุปสรรคในการบดเคี้ยวอาหารอีกด้วย

ผู้ที่ประสบปัญหาดังที่กล่าวมา ไม่ต้องกังวลใจอีกต่อไป เพราะด้วยวิวัฒนาการในวงการแพทย์โดยเฉพาะการจัดฟันในเมืองไทยก้าวล้ำนำหน้าไปมาก คุณสามารถปรึกษาทันตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดฟัน เพื่อทำการแก้ไขให้ดีขึ้นได้ ซึ่ง การจัดฟันจะช่วยให้แนวฟันภายในช่องปากเรียงตัวกันเป็นระเบียบอย่างสวยงาม ช่วยให้การสบฟันดี เสริมความโดดเด่นให้โครงสร้างใบหน้า เสริมสร้างบุคลิกภาพ โดยเฉพาะยามเผยรอยยิ้มมักสร้างความประทับใจกับผู้พบเห็นอยู่เสมอ

สมัยนี้ไม่ว่าหญิงหรือชายจึงหันมานิยมจัดฟันกันมากขึ้น เพื่อเสริมสร้างให้บุคลิกภาพของตัวเองดูดีขึ้น แต่การจัดฟันเป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลานานพอสมควรกว่าที่ฟันจะเรียงเป็นระเบียบสวยงาม อย่างน้อย 2-3 ปี ขึ้นอยู่กับปัญหาสุขภาพฟันของแต่ละท่านว่ามากน้อยเพียงใด

สำหรับ การจัดฟัน นั้นมีหลากหลายแบบ โดยทันตแพทย์จะเป็นผู้พิจารณาและอธิบายถึงข้อดีข้อเสียของการจัดฟันแต่ละแบบให้ทราบ การจัดฟันสามารถทำได้ตั้งแต่เด็กจนถึงผู้ใหญ่ แต่ช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดจะอยู่ในช่วงอายุประมาณ 10-14 ปี เนื่องจากร่างกายกำลังเจริญเติบโต ฟันจึงเคลื่อนที่ได้ง่าย

แต่มีข้อควรระวังบางประการ ที่ทันตแพทย์มักเตือนอยู่เสมอ สำหรับคนที่อยากจัดฟัน ราคาประหยัด โดยไม่คำนึงถึงผลเสียที่จะตามมา นั่นคือการ จัดฟันแฟชั่น เน้นสีสันความสวยงาม เพียงนำเครื่องมือมาติดไว้ที่ตัวฟันเท่านั้น โดยไม่ช่วยแก้ไขความผิดปกติของฟันแต่อย่างใดเลย นอกจากนั้นยังอาจเป็นอันตรายทำให้เกิดแผลในช่องปากและเป็นแผลที่ปากได้ ดังนั้นจึงไม่ควรไปจัดฟันในสถานที่ที่ไม่ได้มาตรฐานหรือไม่มีทันตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโดยตรง

ปัจจุบัน การจัดฟันมีให้เลือก 2 แบบหลักๆ คือ

1.จัดฟัน แบบถอดได้ แบ่งออกเป็น

  • จัดฟันแบบพลาสติก ส่วนมากจะทำในเด็ก ซึ่งจะใช้ในกรณีเพื่อเคลื่อนฟันเพียงเล็กน้อย เคลื่อนฟันบางซี่ บางตำแหน่ง หรือใช้ช่วยในการส่งเสริมการเจริญเติบโตของกระดูกขากรรไกรตามทิศทางที่ต้องการ
  • จัดฟันแบบใส ไร้เหล็ก หรือ เทคนิคอินวิสไลน์ (Invisalign) เป็นการจัดฟันที่เน้นไปที่ความสวยงามเป็นหลัก โดยการใช้เครื่องมือจัดฟันที่มีความใสในการช่วยปรับการเรียงตัวของฟัน โดยสามารถถอดออกได้ ซึ่งเทคนิคอินวิสไลน์นั้นเป็นนวัตกรรมทางการจัดฟันแบบใหม่ที่ดารานิยมทำกันมาก ทำให้สามารถจัดฟันได้โดยไม่มีใครรู้ สามารถเคี้ยวอาหารได้ตามปกติ ง่ายต่อการดูแลรักษา เพราะสามารถถอดออกและแปรงฟันได้ตามปกติ การจัดฟันแบบใสจะเหมาะกับผู้ที่มีปัญหาฟันยื่นด้านหน้า และต้องการความรวดเร็ว ใช้เวลาในการจัดฟันเพียง 6 เดือน ถึง 2 ปีเท่านั้น ขึ้นอยู่กับความยากง่ายของสภาพฟันแต่ละบุคคลด้วย แต่ถ้าหากฟันของคุณยื่นมาจากด้านหลังและมีปัญหาฟันล้มข้างในด้วยก็จำเป็นที่จะต้องดัดทั้งปากด้วยเหล็กแบบปกติ

2.จัดฟัน แบบติดแน่นแบ่งออกเป็น

  • แบบติดแน่น โดยติดเครื่องมือทางด้านหน้าของฟัน ด้วยเครื่องมือที่เป็นโลหะเป็นวิธีที่มีความนิยมมากที่สุด เนื่องจากเป็นวิธีที่ไม่ซับซ้อน โดยใช้โลหะที่แข็งแรงเรียกว่า Bracket ติดกับผิวฟันด้านนอกผ่านลวดที่ยึดติดกับ Bracket แล้วใส่ยางเพื่อยึดฟันแต่ละซี่ให้มีการเคลื่อนที่ไปตามทิศทางและตำแหน่งที่ต้องการอย่างต่อเนื่อง แต่ผู้ใช้งานจำเป็นต้องเปลี่ยนยางที่ยึดกับฟันแต่ละซี่ทุกๆ เดือน เพื่อเป็นการคงสภาพของการเคลื่อนของฟันและเป็นการกำหนดทิศทางของฟันในแต่ละส่วน เพื่อให้ฟันนั้นสามารถที่จะเข้ารูปไปยังตำแหน่งที่ต้องการได้เร็วมากยิ่งขึ้น ในทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนยางจะมีอาการปวดมากน้อยแตกต่างกันออกไป ซึ่งในปัจจุบันได้มีการพัฒนาขนาดของวัสดุที่ใช้ให้มีขนาดเล็กลง มีประสิทธิภาพสูงขึ้น ให้ความรู้สึกสะดวกสบายเพิ่มขึ้นมาก ระยะเวลาในการจัดฟันแล้วเสร็จค่อนข้างนาน คือ ประมาณ 2 ปีขึ้นไป เพราะต้องดัดทั้งข้างหน้าและข้างใน
  • แบบติดแน่น โดยติดเครื่องมือด้านหน้าของฟัน ด้วยเครื่องมือที่เป็นเซรามิคหรือพลาสติกสีเหมือนฟันเป็นการจัดฟันแบบติดแน่นที่ใช้วัสดุสีที่ใกล้เคียงกับฟันมายึดติดกับผิวฟันด้านหน้า และใช้ยางแบบใส รัดตัวเครื่องมือจัดฟันให้ติดกับลวดจัดฟัน ซึ่งกระบวนการและระยะเวลาในการจัดแล้วเสร็จ เหมือนการจัดฟันด้านนอกแบบปกติ เพียงแต่สีของวัสดุจะกลมกลืนเข้ากับสีของฟัน เมื่อดูเผินๆ จะไม่ทันสังเกตเห็นได้
  • แบบติดแน่น โดยติดเครื่องมือที่เป็นโลหะทางด้านในของฟัน ซึ่งเครื่องมือที่ติดอยู่ด้านในของฟันจะมีขนาดพอเหมาะพอดีกับรูปทรงของฟันแต่ละซี่ จึงไม่มีใครสามารถเห็นได้ว่ากำลังจัดฟันอยู่ สำหรับวิธีจัดฟันแบบนี้จะมีการใช้อุปกรณ์พิเศษ เพื่อทำการยึดติดที่บริเวณด้านในของฟันที่เป็นบริเวณที่แคบ เหมาะสำหรับผู้ไม่อยากให้ใครเห็นเครื่องมือจัดฟัน ผู้ที่ต้องอาศัยบุคลิกภาพในการทำงาน นักดนตรีเครื่องเป่า วัยรุ่นหรือผู้ที่เล่นกีฬาที่ต้องเกิดการกระทบกระแทก และผู้ที่ต้องการหลีกเลี่ยงความเสียหายของผิวฟันด้านหน้า
  • แบบดามอน (DAMON) มีทั้งแบบ DAMON MX ที่เป็นโลหะ และแบบ DAMON 3 เป็นกึ่งโลหะกึ่งใส เป็นรูปแบบการจัดฟันแบบใหม่ที่มีประสิทธิภาพ ทำให้ฟันมีการเคลื่อนสู่ตำแหน่งที่ต้องการได้อย่างรวดเร็วมากยิ่งขึ้น ทั้งในส่วนของประสิทธิภาพการใช้งานของเครื่องมือ DAMON ที่สามารถใช้งานได้ยาวนาน ทำให้ผู้ที่จัดฟันไม่ต้องเปลี่ยนยางทุกๆ เดือน

หากจะถามว่าจัดฟันที่ไหนดีนั้น มีหลักการง่ายๆ นั่นคือ สถานพยาบาลที่สะอาด ปลอดเชื้อ เชื่อถือได้ มีทันตแพทย์ชำนาญเฉพาะทาง ที่สามารถดูแลการจัดฟันได้ตั้งแต่ต้นจนจบกระบวนการรักษา สำหรับ ราคาจัดฟันและวิธีการจัดฟันแต่ละประเภท ทันตแพทย์จะช่วยแนะนำให้เหมาะสมกับสภาพช่องปากและฟันและความต้องการของแต่ละท่านเพื่อให้ได้รับประสิทธิภาพจากการจัดฟันมากที่สุด

ทันตแพทย์ มีวิธีในการจัดฟันอย่างไร

การเตรียมความพร้อมทุกอย่างก่อนติดเครื่องมือจัดฟันเป็นสิ่งจำเป็น เพราะหากสุขภาพปากและฟันอยู่ในสภาพไม่สมบูรณ์ อาจเกิดผลเสียต่อผู้จัดฟันได้ ดังนั้น ทันตแพทย์จะทำการตรวจสภาพช่องปาก และฟันว่าจะต้องทำการรักษาก่อนหรือไม่ หรือที่เราเรียกกันว่า การเคลียร์ช่องปาก เช่น ถอนฟัน อุดฟันรักษาโรคเหงือก รากฟัน ฯลฯ เพราะจำเป็นต้องรักษาให้หายก่อนใส่เครื่องมือจัดฟัน เพื่อความแข็งแรงและเพื่อให้การจัดฟันเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ จากนั้นจึงดำเนินการตามขั้นตอน ได้แก่

  • การพิมพ์ปาก และเอกซเรย์ฟันและใบหน้า เพื่อบันทึกข้อมูลการสบฟันก่อนจัดฟัน และตรวจดูลักษณะของรากฟัน กระดูกที่รองรับบริเวณรากฟัน และลักษณะโครงสร้างใบหน้าโดยรวม
  • นัดติดเครื่องมือจัดฟัน พร้อมทั้งแนะนำวิธีการดูแลฟันหลังติดเครื่องมือแล้ว
  • หลังจากนั้นทุกๆ เดือน ทันตแพทย์จะนัดปรับเครื่องมือจัดฟัน เพื่อให้แนวฟันค่อยๆ เคลื่อนเข้าในจุดที่ต้องการ

นัดติดเครื่องมือจัดฟัน พร้อมทั้งแนะนำวิธีการดูแลฟันหลังติดเครื่องมือแล้ว
หลังจากนั้นทุกๆ เดือน ทันตแพทย์จะนัดปรับเครื่องมือจัดฟัน เพื่อให้แนวฟันค่อยๆ เคลื่อนเข้าในจุดที่ต้องการ

ดูแลฟันหลังติดเครื่องมือจัดฟันอย่าง

การดูแลสุขภาพฟันระหว่างการจัดฟันนั้น ทันตแพทย์ยังคงต้องทำอย่างต่อเนื่องเสมือนการตรวจสุขภาพฟันโดยทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นการ ขูดหินปูนการขัดฟัน และเคลือบฟลูออไรด์ทุก 6 เดือน เพื่อให้สุขภาพปากและฟันแข็งแรงไปตลอดระยะเวลาการจัดฟัน

ทันตแพทย์จะให้ความสำคัญกับการปรับพฤติกรรมการบริโภคอาหาร สามารถรับประทานอาหารได้ตามปกติ ไม่ต้องกังวลเรื่องอาหารการกิน เมนูโปรดยังรับประทานได้เช่นเดิม แต่ปรับเปลี่ยนวิธีการรับประทาน อาจลดขนาดอาหารให้มีชิ้นเล็กลง เพื่อให้รับประทานได้ง่ายขึ้นและป้องกันเหล็กจัดฟันไม่ให้เลื่อนหลุดก่อนเวลาอันควรเท่านั้น

นอกจากนั้นควรหลีกเลี่ยงอาหารบางประเภทที่มีผลต่อการจัดฟันโดยตรง เพื่อให้การจัดฟันมีประสิทธิภาพสูงสุด เช่น หลีกเลี่ยงอาหารแข็ง อาหารกรอบ หรือผลไม้ชิ้นใหญ่ๆ ที่ต้องออกแรงกดหรือการบดเคี้ยวมากเกินไป เนื่องจากอาหารเหล่านี้ มีโอกาสไปกระทบกับเหล็กจัดฟัน ทำให้หลุดออกมาจากตัวฟันได้ รวมทั้งอาหารที่ต้องอาศัยฟันหน้าฉีก แทะ หรือกัด ก็ควรละเว้นเช่นกัน รวมถึงกลุ่มอาหารที่มีลักษณะเหนียว ต้องใช้แรงฟันในการบดเคี้ยว เช่น หมากฝรั่ง กลุ่มผลไม้กวนต่างๆ ซึ่งเป็นอาหารที่ติดฟันได้ง่าย มีโอกาสเหล็กหลุดออกมาเช่นกัน ส่วนกลุ่มอาหารอื่นๆ ก็ยังคงรับประทานได้เช่นเดิม ในการเคี้ยวอาหารสามารถเลี่ยงไปเคี้ยวด้วยฟันกรามข้างหลังได้ และถ้ามีลวดเส้นทึบๆ งอมาแทงริมฝีปากหรือกระพุ้งแก้ม ให้ใช้ของไม่มีคม เช่น ยางลบ ปลายดินสอเช็ดแอลกอฮอล์ กดปลายลวดเข้าไป ถ้าแก้ไขเองไม่เป็นผลควรไปพบทันตแพทย์

การดูแลช่องปากและฟันจะต้องปฏิบัติตามที่ทันตแพทย์แนะนำอย่างเคร่งครัด และที่สำคัญต้องทำการแปรงฟันทุกครั้งหลังรับประทานอาหาร เพื่อลดการเกิดฟันผุในระหว่างการจัดฟัน

หลังถอดเครื่องมือจัดฟันแล้ว โดยทั่วไป ทันตแพทย์จะแนะนำให้ใส่เครื่องมือคงสภาพฟัน หรือ รีเทนเนอร์ (Retainer) อย่างเคร่งครัดตลอดเวลาในช่วง 1 ปีแรก จะถอดออกได้แค่ 2 เวลา คือ ขณะรับประทานอาหารและแปรงฟันเท่านั้น สำหรับเวลากลางคืนก็ต้องใส่นอนด้วย และจะลดเวลาลงเหลือเฉพาะเวลากลางคืนในปีต่อ ๆ ซึ่งจะช่วยรักษาให้ฟันคงสวยเป็นระเบียบตลอดไป

หลังจากเสร็จสิ้นกระบวนการจัดฟันแล้ว ก็ยังต้องให้ความสำคัญกับการดูแลหลังการจัดฟัน ตั้งแต่การรักษาความสะอาด โดยการแปรงฟันหลังอาหารทุกมื้อ และไปพบทันตแพทย์ตามนัดอย่างสม่ำเสมอ

หากคุณได้สังเกตการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับใบหน้า ก็จะพบว่า กระบวนการเคลื่อนฟันเป็นระยะๆ จะทำให้ช่องปากด้านหน้าที่เคยอวบนูน ไม่สวยงาม เพราะแนวฟันที่ยื่นเกยออกมานั้น จะค่อยๆ เรียงตัวสวยงามมากขึ้น มองเห็นความชัดเจนของใบหน้ามากขึ้น รูปหน้าจะปรับเปลี่ยนดูเรียวขึ้น ส่วนใครที่มีปัญหาคางยื่น การจัดฟันอาจช่วยลดคางยื่นได้บ้างแต่ถ้าจะให้ได้ผลจริงๆ ควรทำร่วมกับการเลื่อนคางด้วย เพียงเท่านี้ รอยยิ้มของคุณก็จะมีเสน่ห์มากยิ่งขึ้น หลายต่อหลายคนที่พบเห็นก็มักจะรู้สึกว่า ใบหน้าของคุณเปลี่ยนไป และดูสวยขึ้นจากการจัดฟันนั่นเอง

นอกเหนือจากการ จัดฟัน แล้ว คุณยังสามารถเพิ่มเสน่ห์ให้กับรอยยิ้มพิมพ์ใจด้วยการ ฟอกสีฟัน  ซึ่งทำได้ไม่ยาก เพราะบางคนอาจพบว่า ฟันมีสีเหลืองคล้ำ หรือสีน้ำตาลอ่อนๆ หรือจากสีของอาหารที่ทานเป็นประจำ เช่น ชา กาแฟ หรือการสูบบุหรี่ก็มีส่วนทำให้ฟันมีสีคล้ำขึ้นเช่นกัน ดังนั้น การฟอกสีฟันจะช่วยให้คุณอวดความสวยงามของฟันได้อย่างมั่นใจยิ่งขึ้น

 การจัดฟัน แม้จะต้องใช้เวลาอยู่บ้าง แต่ช่วยทำให้ฟันเรียงเป็นระเบียบสวยงาม การจัดฟันจึงถือเป็นเรื่องที่น่าลงทุนเพื่อบุคลิกภาพที่ดีกว่าของคุณอย่างแน่นอนค่ะ

การจัดฟันมีกี่แบบ และแบบใดดีที่สุด
การจัดฟันมี 2 แบบ คือ
1. จัดฟัน แบบถอดได้ แบ่งออกเป็น
• จัดฟันแบบพลาสติก ส่วนมากจะทำในเด็ก
• จัดฟันแบบใส ไร้เหล็ก หรือ เทคนิคอินวิสไลน์ (Invisalign)
2. จัดฟัน แบบติดแน่น แบ่งออกเป็น
• ติดเครื่องมือที่เป็นโลหะทางด้านหน้าของฟัน
• ติดเครื่องมือที่เป็นเซรามิคหรือพลาสติกสีเหมือนฟันด้านหน้าของฟัน
• ติดเครื่องมือที่เป็นโลหะทางด้านในของฟัน
• แบบดามอน (DAMON) เป็นรูปแบบการจัดฟันแบบใหม่ที่ทำให้ฟันเคลื่อนสู่ตำแหน่งที่ต้องการได้เร็วมากขึ้น และไม่ต้องเปลี่ยนยางทุกๆ เดือน
โดยแต่ละแบบมีข้อดีข้อเสียต่างกันไม่สามารถระบุได้ว่าวิธีใดดีกว่ากัน ทันตแพทย์จะเป็นผู้พิจารณาว่าควรใช้แบบใดในการรักษา โดยพิจารณาจากลักษณะความผิดปกติที่ต้องการแก้ไข
—————————————————-
การจัดฟันใช้ระยะเวลาในการจัดประมาณเท่าไหร่
โดยปกติจะใช้เวลาจัดฟันประมาณ 2-3 ปี แต่ในบางรายอาจเร็วหรือช้ากว่านี้ก็ได้ ขึ้นอยู่กับปัญหาสุขภาพฟันของแต่ละท่านว่ามากน้อยเพียงใด
—————————————————-
ต้องถอนฟันก่อนจัดฟันหรือไม่
ต้องมีการถอนฟันบางซี่ออกไปบ้าง ซึ่งจะถอนออกกี่ซี่ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของทันตแพทย์ โดยจะพิจารณาหรือประเมินจากโครงสร้างฟันของแต่ละท่าน
—————————————————-
หลังการจัดฟันรูปหน้าจะเปลี่ยนหรือไม่
รูปหน้าจะมีการปรับเปลี่ยน ในบางท่านรูปหน้าอาจจะดูเรียวขึ้น
—————————————————-
การจัดฟันแฟชั่นอันตรายหรือไม่
การจัดฟันแฟชั่นจะเน้นที่สีสันความสวยงาม และเพียงนำเอาเครื่องมือมาติดไว้ที่ตัวฟันเท่านั้น จึงไม่ช่วยแก้ไขความผิดปกติของฟันแต่อย่างใดเลย และยังอาจเป็นอันตรายทำให้เกิดแผลในช่องปากหรือแผลที่ปาก หรืออาจเกิดการติดเชื้อเนื่องจากอุปกรณ์ไม่ได้มาตรฐานและไม่สะอาด
—————————————————-
การจัดฟัน สามารถช่วยแก้ไขปัญหาคางยื่นได้หรือไม่
สามารถช่วยแก้ไขปัญหาคางยื่นได้ในบางกรณี แต่ในบางท่านการจัดฟันอย่างเดียวไม่ช่วยแก้ปัญหาคางยื่นได้ อาจต้องทำการจัดฟันควบคู่ไปกับการผ่าตัดเลื่อนคางจึงจะได้ผลดี
—————————————————-
การจัดฟัน และการเสริมจมูก ควรทำอย่างไรก่อนหลัง
ควรจัดฟันให้เสร็จเรียบร้อยก่อน เนื่องจากในบางท่านรูปหน้าอาจมีการปรับเปลี่ยนเรียวขึ้น เมื่อทำการเสริมจมูกจะได้สวยเหมาะเจาะกับรูปหน้า
—————————————————-
หากต้องการจัดฟัน ต้องรอคิวแพทย์นานหรือไม่ สามารถ Walk In รอเลยได้หรือไม่
หากต้องการจัดฟันควรติดต่อสอบถามกับทางโรงพยาบาลก่อน เพื่อนัดหมายวันเวลา หากเข้ามาเลย ทันตแพทย์อาจจะไม่สะดวก เนื่องจากแพทย์มีคนไข้นัดหมายเต็มเวลาอยู่แล้ว จะทำให้ท่านต้องเสียเวลารอคอยหรืออาจต้องมาในวันอื่น
—————————————————-
จัดฟันจากที่อื่นมา สามารถมาจัดฟันที่นี่ต่อได้หรือไม่
ทางโรงพยาบาลยันฮีสามารถจัดฟันให้ท่านต่อได้ แต่อาจจะต้องเปลี่ยนเครื่องมือจัดฟันใหม่ เนื่องจากเครื่องมือจัดฟันเดิมอาจเป็นคนละแบบกันกับของทาง รพ.
—————————————————-

ค่ารักษา

เพิ่มเติม
การรักษา ราคา(บาท)
จัดฟันด้านใน (ไม่รวมค่า Retainner) 160,000 บาท
จัดฟันแบบใส โดยเทคนิคอินวิสไลน์ (ไม่รวมค่า Retainner) 200,000 บาท
จัดฟันแบบติดแน่น (แบบใสไม่รวมค่าRetainner) 60,000 บาท
จัดฟันแบบติดแน่น (แบบดาร์มอน แบบโลหะไม่รวมค่าRetainner) 80,000 บาท
จัดฟันแบบติดแน่น (แบบดาร์มอน Q ไม่รวมค่าRetainner) 90,000 บาท
จัดฟันแบบติดแน่น (แบบดาร์มอน Q แบบใส ไม่รวมค่าRetainner) 95,000 บาท
จัดฟัน ถอดได้ (Removable) เครื่องมือชิ้นละ 4,000 บาท
จัดฟัน ถอดได้ (Removable) ค่าดูแลรายเดือน เดือนละ 500 บาท
จัดฟันแบบติดแน่น (แบบธรรมดา ไม่รวมค่าRetainner) 45,000 บาท

แพทย์ที่เกี่ยวข้อง

เพิ่มเติม

เกร็ดความรู้

เพิ่มเติม

นัดหมายแพทย์

ค้นหาแพทย์

ชื่อ - นามสกุล

เบอร์โทรติดต่อ