กวาซา

กวาซา ด้วยแพทย์แผนจีน

กวาซา มาจากคำว่า กวา (การกวาด การขูด) และ ซา (อาการของพิษโรคที่แสดงเป็นรอยจ้ำแดงบนผิว) กวาซาคือ การขูดเพื่อขจัดพิษเสียออกมาทางผิวหนัง เป็นการบำบัดรักษาโรควิธีหนึ่งของแพทย์แผนจีน ซึ่งสีที่แสดงออกมาให้เห็น จะสะท้อนถึงระบบอวัยวะภายในร่างกายว่าปกติ กำลังจะบกพร่อง หรือบกพร่องแล้ว ซึ่งรอยแดงที่เกิดขึ้นหลังจากทำกวาซา สามารถบ่งบอกได้คร่าวๆ ว่า ยิ่งรอยแดงมีสีคล้ำมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งมีพิษสะสมอยู่ในร่างกายมากด้วย

ร่างกายของเราประกอบไปด้วยธาตุทั้ง 4 (ดิน น้ำ ลม ไฟ) ถ้าหากเกิดความไม่สมดุลก็จะเกิดความเจ็บป่วยขึ้นได้ ซึ่งการทำกวาซาทำให้เกิดความสมดุลระหว่างธาตุทั้ง 4 ในร่างกาย สามารถขจัดพิษในร่างกายได้ทุกส่วน กระตุ้นการไหลเวียนของเลือด และเสริมสร้างการไหลเวียนของพลังลมปราณ การทำกวาซาต้องคำนึงถึงอุปกรณ์ที่ใช้ต้องเป็นวัสดุที่เป็นหยิน(ความเย็น) เท่านั้น เช่น กระดูก เขาสัตว์ หิน หรือกระเบื้อง เป็นต้น รวมถึงต้องได้รับการรักษาจากแพทย์แผนจีนผู้เชี่ยวชาญและมีประสบการณ์เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ของการรักษาที่ดีและปลอดภัย

ประโยชน์ของการทำกวาซา

  • เป็นการตรวจสอบความผิดปกติของอวัยวะภายใน
  • ขับพิษร้อนในร่างกาย ช่วยลดอาการปวดศีรษะ ตัวร้อน เป็นไข้ ไอเรื้อรัง
  • เป็นการกระตุ้นเซลล์โดยการเพิ่มออกซิเจน และช่วยระบายของเสียในเซลล์ ช่วยกระตุ้นระบบเมตาบอลิซึมของร่างกาย ทำให้ระบบหมุนเวียนโลหิตดีขึ้น
  • ส่งเสริมการไหลเวียนของพลังลมปราณในร่างกาย อวัยวะภายในได้รับการบำรุงจากโลหิตอย่างเต็มที่
  • คลายกล้ามเนื้อที่ตึงเครียด แก้ปัญหาอาการปวดเมื่อย ปวดหลัง ปวดเอว
  • ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย ทำให้ร่างกายแข็งแรง ลดโอกาสการเกิดโรคต่างๆ
  • กระตุ้นระบบหมุนเวียนโลหิตใต้ผิวหนัง ขจัดพิษที่อยู่บริเวณผิวหนังออกทางต่อมเหงื่อ ทำให้ร่างกายผลัดเซลล์เก่า สร้างเซลล์ใหม่ เพื่อผิวพรรณที่เปล่งปลั่งสดใส และช่วยชะลอความแก่

ใครบ้างที่ควรระมัดระวังในการทำกวาซา หรือ งดการทำกวาซา

  • คนที่มีประจำเดือนขณะนั้น และ สตรีตั้งครรภ์
  • คนที่สุขภาพร่างกายอ่อนแอ ป่วยด้วยโรคเรื้อรัง มีไข้ เพิ่งฟื้นจากไข้ หรือมีอาการบวมน้ำ
  • ผู้ที่มีผิวแพ้ง่าย มีบาดแผล เป็นสิว ฝี หนอง เนื้องอก กระดูกหัก หรือกระดูกหักแต่ยังไม่ประสานกัน เป็นต้น
  • คนที่ป่วยเป็น โรคเบาหวาน โรคหัวใจ โรคตับ โรคไต โรคเลือด (เช่น โรคเลือดหยุดยาก เกล็ดเลือดต่ำ โลหิตจาง) ควรใช้ความระมัดระวังในการทำกวาซา และคนที่ป่วยเป็นโรคมะเร็ง ควรงดทำกวาซา เพื่อป้องกันการขยายตัวของเซลล์มะเร็ง

การเตรียมตัวก่อนทำกวาซา

  • ควรรับประทานอาหารก่อนประมาณ 1-2 ชั่วโมง และไม่ควรรับประทานอาหารจนอิ่มมากเกินไป หากมีโรคประจำตัวสามารถรับประทานยาได้ตามปกติ
  • นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ
  • ทำความสะอาดร่างกายให้เรียบร้อย เพื่อลดโอกาสการติดเชื้อโรค เช่น การอาบน้ำ สระผมก่อนมารักษา
  • หลังจากทำกวาซาแล้ว อาจทำให้เสื้อผ้าที่ใส่มีกลิ่นอับชื้น เนื่องจากพิษจะระบายออกมาทางผิวหนัง จึงควรเตรียมเสื้อผ้ามาเปลี่ยนหลังจากทำกวาซา
  • ในระหว่างการรักษาหากมีอาการผิดปกติหรือไม่สบายใดๆ เกิดขึ้น เช่น วิงเวียนศีรษะเหมือนจะเป็นลม เหงื่อออกมาก ใจเต้นแรง มือเท้าเย็น อยากอาเจียน ตาลาย ให้รีบแจ้งแพทย์ผู้รักษาทันที

วิธีการทำกวาซา

  • แพทย์ตรวจวินิจฉัยอาการก่อนทำการรักษา
  • แพทย์ทำการทาน้ำมันหล่อลื่นลงบนตำแหน่งที่จะทำการรักษา จากนั้นจึงใช้แผ่นกวาซาที่ปลอดเชื้อที่ทำจากเขาสัตว์หรือแผ่นหยก ขูดลงบนผิวหนังที่เป็นจุดรักษา ในลักษณะขึ้น-ลง หรือ ซ้าย-ขวา เพื่อขจัดพิษเสียออกมาทางผิวหนัง

แต่อย่างไรก็ตาม การทำกวาซาอาจทำให้เกิดผลข้างเคียง และภาวะแทรกซ้อนดังนี้

  • ผู้รักษาอาจเป็นลม อันเป็นผลจากที่ร่างกายอ่อนเพลีย ท้องว่าง หรืออิ่มมากเกินไป ควรพักผ่อนให้เพียงพอ และรับประทานอาหารก่อนทำกวาซาอย่างน้อย 1-2 ชั่วโมง โดยไม่ควรรับประทานอาหารจนอิ่มมากเกินไป ซึ่งในขณะที่ทำกวาซาจะมีพยาบาลดูแลอย่างใกล้ชิด
  • การเกิดรอยผื่นหรือจ้ำสีแดงคล้ายเม็ดทราย รอยที่เกิดขึ้นจะสามารถหายเองได้ภายใน 1-2 สัปดาห์ ไม่จำเป็นต้องรักษา
  • มีอาการปวดบริเวณที่รักษา อันเป็นผลมาจากที่กล้ามเนื้อเกร็งตัว ซึ่งอาการปวดจะทุเลาลงประมาณ 2-3 ชั่วโมง หลังการทำกวาซา
  • อาจมีผลข้างเคียงซึ่งพบได้น้อยมากคือ การเกิดผิวหนังอักเสบซึ่งทางโรงพยาบาลได้ให้การป้องกันโดยการใช้แผ่นกวาซาที่ผ่านการฆ่าเชื้อ และหลีกเลี่ยงการทำกวาซาในผู้ป่วยที่มีผิวหนังแพ้ง่าย อักเสบ บวมน้ำ หรือมีบาดแผลในบริเวณที่จะทำการรักษา

ในรายที่ผู้ป่วยยังไม่พร้อมที่จะทำการรักษาด้วยกวาซา ก็สามารถรักษาได้ด้วยวิธีอื่นๆ ตามแนวทางของแพทย์แผนจีน อาทิ ฝังเข็ม  ครอบแก้ว รมยา  การใช้สมุนไพรจีน  เป็นต้น หรือการรักษาโรคตามแนวทางของแพทย์แผนปัจจุบัน

คำแนะนำการปฏิบัติตัวหลังการทำกวาซา

  • ควรดื่มน้ำสะอาดที่อุณหภูมิห้อง หรือน้ำอุ่น 1 แก้ว (ควรหลีกเลี่ยงน้ำเย็นหรือน้ำร้อน) เพราะในการทำกวาซาอาจทำให้ผู้ป่วยสูญเสียน้ำในร่างกายไปกับเหงื่อได้
  • พักผ่อน 10-15 นาที เพื่อให้ร่างกายฟื้นฟูกำลัง หากมีเหงื่อออกให้เช็ดตัวให้แห้ง
  • หลังจากทำกวาซา ควรงดการอาบน้ำ งดอยู่ในห้องแอร์เย็นหรือที่มีลมแรง เป็นเวลา 2-3 ชั่วโมง
  • ภายใน 2-3 ชั่วโมง อาจรู้สึกเจ็บบริเวณที่ทำการรักษาหรือมีอาการตัวร้อน ถือเป็นภาวะปกติที่ภูมิต้านทานในร่างกายหรือเม็ดเลือดขาวทำงาน ทำให้อุณหภูมิในร่างกายสูงขึ้น สามารถรับประทานยาลดไข้ได้ตามปกติ
  • รอยแดงที่เกิดขึ้นจะจางหายได้เองภายใน 1-2 สัปดาห์
  • หลีกเลี่ยงการดื่มน้ำเย็น หลังทำกวาซาควรดื่มน้ำอุ่นเป็นเวลา 1 วัน
  • แพทย์อาจนัดเพื่อมาทำกวาซาซ้ำ (ตามดุลยพินิจของแพทย์) อีกภายใน 1 สัปดาห์ และหากมีอาการผิดปกติ (มีอาการบวม แดง ร้อนมากผิดปกติ อาการปวดรุนแรงบริเวณที่ทำการรักษา หรือมีไข้สูง) ควรมาพบแพทย์ก่อนนัดหมาย

การทำกวาซานับว่าเป็นศาสตร์ของการบำบัด และขจัดสารพิษสะสมภายในร่างกายโดยแพทย์แผนจีนที่มีความเชี่ยวชาญ เป็นหนึ่งในหลายวิธีการรักษาของการแพทย์แผนจีน

ค่ารักษา

เพิ่มเติม
การรักษา ราคา(บาท)
ค่าแมะ 300 บาท
ฝังเข็ม (แพทย์แผนจีน) 880 บาท
ครอบแก้ว (ส่วน) 400 บาท
กวาซา (ส่วน) 400 บาท
ค่าต้มยาสมุนไพรจีนพร้อมบรรจุซอง (ต่อซอง) 10 บาท
ค่าปรุงยา (บด/ผัด/ผสม) สมุนไพร พร้อมบรรจุซอง 100 บาท
การรักษา
ค่าแมะ
300 บาท
ฝังเข็ม (แพทย์แผนจีน)
880 บาท
ครอบแก้ว (ส่วน)
400 บาท
กวาซา (ส่วน)
400 บาท
ค่าต้มยาสมุนไพรจีนพร้อมบรรจุซอง (ต่อซอง)
10 บาท
ค่าปรุงยา (บด/ผัด/ผสม) สมุนไพร พร้อมบรรจุซอง
100 บาท

เกร็ดความรู้

เพิ่มเติม
Show Buttons
Share On Line
Hide Buttons