กระเพาะปัสสาวะอักเสบ

กระเพาะปัสสาวะอักเสบ

หนีห่าง…ด้วยการไม่ อั้นปัสสาวะ

“ฉี่ง่าย ถ่ายคล่อง” แสดงถึงระบบขับถ่ายที่เป็นปกติ แต่ถ้าระบบเกิดอาการรวนทำให้การขับถ่ายผิดปกติไป อย่างเคยถ่ายปัสสาวะได้คล่อง วันดีคืนดีมีอาการขัดเบา คือ ถ่าย ปัสสาวะกะปริดกะปรอยออกทีละน้อยแต่บ่อยครั้ง แถมยังรู้สึกปวดขัดหรือ ปวดแสบเวลาถ่ายปัสสาวะ ให้สงสัยไว้ก่อนว่าคุณกำลังถูกคุกคามด้วย “โรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบ” (Cystitis) แม้ว่าอาการขัดเบาจะเกิดได้จากหลายสาเหตุ แต่สาเหตุที่พบบ่อยที่สุดมักจะเกิดจากโรคนี้

กระเพาะปัสสาวะอักเสบเป็นโรคที่พบบ่อยในผู้หญิง ส่วนในผู้ชายจะพบน้อยมาก แต่อย่าเพิ่งดีใจไปค่ะ เพราะคุณผู้ชายไม่ว่าจะอยู่ในวัยใดหากเป็นโรคนี้แม้เพียงครั้งเดียว ควรปรึกษาแพทย์เพื่อค้นหาสาเหตุให้แน่ใจ เนื่องจากอาจมีความผิดปกติของทางเดินปัสสาวะซ่อนเร้นอยู่โดยไม่รู้ตัว ส่งผลให้เกิดการคั่งของปัสสาวะนำไปสู่โรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบได้ ความผิดปกติที่อาจพบได้ เช่นต่อมลูกหมากโต, ต่อมลูกหมากอักเสบ, โครงสร้างของทางเดินปัสสาวะผิดปกติ, เป็นนิ่วหรือเคยได้รับการสวนปัสสาวะมาก่อน เป็นต้น การตรวจวินิจฉัยก็เพื่อจะได้พบเจอปัญหาและรีบทำการรักษาแต่เนิ่น ๆ

เหตุที่พบโรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบบ่อยในผู้หญิง ก็เพราะผู้หญิงมีท่อปัสสาวะสั้น มีความยาวแค่ 2 นิ้ว และอยู่ใกล้ทวารหนัก ซึ่งเป็นบริเวณที่เต็มไปด้วยเชื้อโรค จึงมีโอกาสที่เชื้อโรคจากบริเวณทวารหนักจะมาสู่ท่อปัสสาวะและผ่านเข้าไปในกระเพาะปัสสาวะได้ ในขณะที่ผู้ชายจะมีท่อปัสสาวะยาว 8 – 10 นิ้ว และไม่ได้อยู่ใกล้ทวารหนัก โอกาสที่เชื้อโรคจากทวารหนักจะเข้าสู่ท่อปัสสาวะจึงน้อยมาก

สำหรับเชื้อโรคที่ทำให้เกิด กระเพาะปัสสาวะอักเสบส่วนใหญ่เกิดจากเชื้อแบคทีเรียที่ชื่อว่า Escherichia coli หรือ E.coli บางท่านอาจจะเคยได้ยินคำว่า “เชื้ออีโคไล” ก็หมายถึงแบคทีเรียชนิดนี้นั่นเอง โดยปกติเชื้ออีโคไลจะอาศัยอยู่ในลำไส้ของคนเราและปะปนออกมากับอุจจาระ ก็คงไม่แปลกใจใช่ไหมว่าทำไมโรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบจึงมักเกิดจากเชื้อตัวนี้ ส่วนสาเหตุอื่นของโรคนี้ที่อาจพบได้ เช่น เป็น เบาหวานทำให้มีภูมิต้านทานต่ำก็อาจพบว่าเป็นโรคนี้ได้, การตั้งครรภ์ ด้วยขนาดหน้าท้องที่ขยายขึ้นเรื่อยๆ จะทำให้มีการคั่งของปัสสาวะในกระเพาะปัสสาวะได้มากกว่าปกติ หรือเกิดหลังการมีเพศสัมพันธ์ ผู้หญิงบางคนมีเพศสัมพันธ์แล้วเกิดการฟกช้ำหรือการอักเสบของท่อปัสสาวะ ทำให้เกิดกระเพาะปัสสาวะอักเสบตามมาได้ ในสมัยก่อนจะพบได้ในผู้หญิงที่เพิ่งแต่งงานใหม่ก็เลยเรียกโรคนี้ว่า โรคฮันนีมูน (Honeymoon cystitis)

โดยปกติ เมื่อเชื้อโรคเข้าสู่กระเพาะปัสสาวะ ก็จะแบ่งตัวเพิ่มจำนวนขึ้น หากไม่อั้นปัสสาวะปวดแล้วถ่ายทิ้งทันที เชื้อโรคก็จะถูกขับออกมาพร้อมกับปัสสาวะ แต่หากอั้นไว้ เชื้อโรคก็จะมีเวลาแบ่งตัวนานขึ้นและเพิ่มปริมาณมากขึ้นเรื่อยๆ บวกกับความสามารถในการขจัดเชื้อโรคของเยื่อบุผิวกระเพาะปัสสาวะลดน้อยลงจากการที่ผนังกระเพาะปัสสาวะยืดตัว นำไปสู่การเป็นโรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบได้ในที่สุด จะว่าไปเรื่องของการอั้นปัสสาวะนั้น ผู้หญิงบางคนติดนิสัย อั้นปัสสาวะจนเคยตัว ชอบรอให้ปวดจนทนไม่ไหวจึงค่อยไปห้องน้ำ บางทีทำงานติดพันก็ขออั้นไว้ก่อน ถ้าไม่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมก็อาจถูกโรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบเล่นงานเอาได้ หรือรักษาหายแล้วก็มีโอกาสกลับเป็นซ้ำได้อีก

คนที่เป็นโรค กระเพาะปัสสาวะอักเสบจะมีอาการที่เรียกว่า ขัดเบา คือ ถ่ายปัสสาวะออกทีละน้อยแต่บ่อยครั้ง หรือปัสสาวะกะปริดกะปรอย เวลาถ่ายปัสสาวะจะรู้สึกปวดขัดหรือแสบร้อน อาจมีอาการปวดบริเวณท้องน้อยร่วมด้วย และเนื่องจากการอักเสบจะทำให้ผนังกระเพาะเกิดการระคายเคือง ถึงแม้ในกระเพาะปัสสาวะจะว่าง ผู้ป่วยก็ยังรู้สึกอยากถ่ายปัสสาวะหรือมีอาการคล้ายถ่ายไม่สุดตลอดเวลา ส่วนลักษณะของปัสสาวะในคนที่เป็นโรคนี้ ปัสสาวะมักจะใส แต่บางคนอาจจะขุ่น มักไม่มีไข้หรือมีไข้ต่ำๆ  ในกรณีที่มีการติดเชื้ออย่างรุนแรง จะมีปัสสาวะเพียงเล็กน้อยและมักมีเลือดผสมปนออกมาด้วย ถ้าปล่อยไว้ไม่รักษาเชื้อโรคอาจลุกลามขึ้นไปที่ไตทำให้เกิดโรคกรวยไตอักเสบได้

แล้วจะรับมือโรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบอย่างไร?

เมื่อเริ่มรู้สึกว่ามีอาการขัดเบา หรือปวดแสบปวดร้อนเวลาถ่ายปัสสาวะ การรักษาเบื้องต้นแนะนำให้ดื่มน้ำมากๆ คือดื่มไปเลยตลอดวันประมาณ 3 – 4 ลิตร หากรู้สึกปวดปัสสาวะก็อย่าอั้นเอาไว้ให้ถ่ายออกไปทันที เพื่อช่วยขับเชื้อโรคออกไป บางคนทำวิธีนี้แล้วอาการขัดเบาอาจดีขึ้นได้ แต่ถ้าอาการไม่ดีขึ้นหรือรู้สึกกังวลใจตั้งแต่เริ่มปรากฏอาการ ควรไปพบแพทย์ แพทย์จะตรวจปัสสาวะดูว่ามีอาการอักเสบหรือไม่ ถ้าเป็นกระเพาะปัสสาวะอักเสบจริงก็จะให้ยาปฏิชีวนะชนิดรับประทาน ควรกินยาให้ครบตามแพทย์สั่งแม้ว่ากินไปไม่กี่มื้อแล้วอาการดีขึ้นก็ตาม และดื่มน้ำมากๆ เพื่อช่วยชะล้างกระเพาะปัสสาวะ ในช่วงนี้ควรเลี่ยงเครื่องดื่มที่ผสมแอลกอฮอล์และคาเฟอีน เพราะอาจทำให้กระเพาะปัสสาวะระคายเคืองได้

เมื่อรักษาหายแล้วก็มีโอกาสที่จะกลับมาเป็นซ้ำได้อีก จึงควรปฏิบัติตัวดังนี้

  • อย่าอั้นปัสสาวะ เมื่อปวดปัสสาวะให้ถ่ายทุกครั้ง
  • ในผู้หญิงต้องระวังเวลาทำความสะอาดหลังถ่ายอุจจาระ ควรเช็ดไปทางเดียวจากหน้าไปหลังจะได้ไม่นำเชื้อแบคทีเรียจากทวารหนักไปยังท่อปัสสาวะ
  • ดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 8 – 10 แก้ว เพื่อช่วยชะล้างกระเพาะปัสสาวะ
  • ผู้หญิงก่อนมีเพศสัมพันธ์ทุกครั้ง ควรปัสสาวะให้เรียบร้อยก่อนและดื่มน้ำ 1 แก้ว จะได้มีปัสสาวะเพียงพอที่จะขับออกเป็นการช่วยชะล้างแบคทีเรียในกระเพาะปัสสาวะออกไป เวลาที่เหมาะสมถ่ายปัสสาวะอีกครั้งคือ หลังมีเพศสัมพันธ์ไปแล้ว 1 ชั่วโมง
  • ผู้ชายมีโอกาสเป็นโรคนี้น้อยมาก หากผู้ชายท่านใดมีอาการขัดเบาควรปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุให้แน่ชัด ส่วนคุณผู้หญิงหากเป็น ๆ หาย ๆ บ่อย ๆ โดยไม่ได้อั้นปัสสาวะ อาจจะเกิดจากสาเหตุอื่น เช่น มีความผิดปกติของโครงสร้างทางเดินปัสสาวะ, เป็นโรคเบาหวาน เป็นต้น จึงควรพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุ

ค่ารักษา

เพิ่มเติม
การรักษา ราคา(บาท)
อัตราค่ารักษาพยาบาล แพทย์ที่ทำการรักษาเป็นผู้ประเมิน สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร 1723

เกร็ดความรู้

เพิ่มเติม
Show Buttons
Hide Buttons