ศูนย์ลดน้ำหนัก

ภาวะ “อ้วน” คือ การที่มีไขมันสะสมตามร่างกายมากเกินกว่าที่ควรจะเป็น ส่งผลให้มีรูปร่างที่อวบอ้วน ไม่สมส่วน ไม่มีความมั่นใจในการใช้ชีวิตประจำวัน รวมไปถึงการเข้าสังคม การเลือกใส่เสื้อผ้า และแน่นอนว่าย่อมส่งผลเสียโดยตรงต่อร่างกายจนอาจนำไปสู่การเกิดโรคร้ายแรง อาทิ โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิต โรคหัวใจขาดเลือด ไขมันในเลือดสูง ฯลฯ

ค่า BMI บอกได้ว่า “คุณอ้วนหรือไม่”

ค่า BMI คือ ค่าดัชนีที่ใช้ชี้วัดความสมดุลของน้ำหนักตัว (กิโลกรัม) และส่วนสูง (เซนติเมตร) ซึ่งนำมาใช้เป็นสูตรที่จะหาได้ว่าตอนนี้คุณมีรูปร่างที่สมส่วนหรือไม่

แบบไหนเรียกว่า “อ้วน”

สูตรหาค่า ค่าดัชนีมวลกาย (Body Mass Index หรือ BMI) = น้ำหนัก (กิโลกรัม) หารด้วย ส่วนสูง (เมตร ยกกำลัง 2)
ค่าดัชนีมวลกาย BMI อยู่ในเกณฑ์ ภาวะเสี่ยงต่อโรค
น้อยกว่า 18.5 น้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์ปกติ มากกว่าคนปกติ
18.5-22.9 สมส่วน เท่ากับคนปกติ
23.0-24.9 น้ำหนักเกิน อันตรายระดับ 1
25.0-29.9 โรคอ้วน อันตรายระดับ 2
30 ขึ้นไป โรคอ้วนรุนแรง อันตรายระดับ 3

ลดน้ำหนักแบบปลอดภัย… “ลดด้วยวิธีไหนดี”

ปัญหา “ความอ้วน” นับเป็นสิ่งที่หลายท่านไม่อยากทนอีกต่อไป จนต้องหาวิธีลดน้ำหนักแบบผิดๆ เช่น การอดอาหาร การงดอาหารจำพวกแป้งและไขมันแบบตัดขาด การทานแต่ผักและผลไม้ จริงอยู่ที่น้ำหนักลดลงได้แต่ก็เสี่ยงกับภาวะขาดสารอาหาร และส่งผลให้ระดับน้ำตาลในเลือดต่ำลงซึ่งจะทำให้ยิ่งมีความอยากอาหารเพิ่มมากขึ้น จนส่งผลให้เกิดภาวะ “ยิ่งอด ยิ่งอ้วน” และมีภาวะ “โยโย่” กลับมาอ้วนได้อีก ดังนั้น การลดน้ำหนักอย่างถูกวิธีนอกจากจะมีการควบคุมอาหาร การออกกำลัง และการปรับพฤติกรรมการรับประทานอาหารอย่างที่เราทราบกันดีแล้ว ยังมีการลดน้ำหนักด้วยวิธีทางแพทย์ที่อยู่ภายใต้การดูแลจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ผสานกับเทคโนโลยีทางการแพทย์อันทันสมัย ได้มาตรฐาน และปลอดภัยอีกด้วย เรามาดูกันว่าการลดน้ำหนักทางการแพทย์นั้นมีวิธีใดบ้าง และเหมาะกับใคร

การลดน้ำหนักโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

ลดน้ำหนักด้วยการทานยา
ลดน้ำหนักด้วยการทานยา
ปากกาลดน้ำหนัก
ปากกาลดน้ำหนัก
สลายไขมัน
Accent Ultra, Indiba, Carboxy, Velashape, CoolSculpting, Cristal, โปรแกรม Fat Burn
ลดและกระชับเฉพาะส่วน(ผ่าตัด)
ดูดไขมันด้วย Vaser, ดูดไขมันและกระชับผิวหนัง J-Plasma, ดูดและตัดไขมัน เหมาะสำหรับผู้ที่มี BMI มากกว่า 30
ลดน้ำหนักทั้งตัว(ไม่ผ่าตัด)
– ลดน้ำหนักทั้งตัวด้วยการใส่บอลลูนกระเพาะอาหาร

น้ำหนักลด สุขภาพดีแบบยั่งยืน

การลดน้ำหนักโดยวิธีทางการแพทย์นั้น เป็นส่วนหนึ่งในตัวช่วยของการลดน้ำหนักและกระชับสัดส่วนเพียงเท่านั้น ทั้งนี้จำเป็นต้องทำควบคู่ไปกับการปรับพฤติกรรมการรับประทานอาหารและการใช้ชีวิตด้วย อย่างการควบคุมอาหาร (อาหารที่ควรงดคือ น้ำตาล และอาหารที่ควรลดคือ แป้งและไขมัน) รับประทานอาหารให้มีปริมาณแคลอรีที่ร่างกายต้องการในแต่ละวัน (ผู้ชายต้องการ 1,800-2,500 กิโลแคลอรี ผู้หญิงต้องการ 1,500-2,000 กิโลแคลอรี) และการออกกำลังกายอย่างน้อยสัปดาห์ละ 3-5 วัน วันละ 45-60 นาที ซึ่งจะส่งเสริมประสิทธิภาพในการลดน้ำหนักอย่างยั่งยืน ไม่กลับมาโยโย่อีก รวมไปถึงผลพลอยได้จากการมีสุขภาพดีแบบองค์รวมอีกด้วย