รีวิว

รีวิวการปรับโครงสร้างจมูกด้วยกระดูกอ่อนซี่โครง เปลี่ยนเด็กบ้าน ๆ เป็นสาวอินเตอร์

 

สวัสดีค่ะก่อนอื่นต้องขอแนะนำตัวก่อนนะคะ เราชื่อ นัด นี่เป็นรีวิวศัลยกรรมเรื่องแรกในชีวิตเลยก็ว่าได้ ปกตินัดจะชอบเป็นผู้อ่านอย่างเดียว เพราะการทำศัลยกรรมเนี่ยถือว่าเป็นอะไรที่ไกลตัวมาก ไม่เคยคิดจะทำเลยจริง ๆ แล้วก็คิดว่าตัวเองสวยอยู่แล้วไง >_< อิอิ แต่แล้ววันหนึ่งไม่เพียงตัวเองจะกล้าลุกขึ้นมาทำศัลยกรรมจมูก ยังเลือกวิธีแบบปรับโครงสร้างจมูกด้วยกระดูกอ่อนซี่โครงอีกด้วย วันนี้นัดก็เลยอยากมารีวิวประสบการณ์การทำจมูกของตัวเองให้เพื่อนๆ ได้ทราบกันเผื่อใครที่กำลังสนใจอยากจะเสริมหรืออยากจะแก้ไขจมูกด้วยวิธีนี้ จะได้มีข้อมูลในการตัดสินใจ ผิดถูกยังไงก็ขออภัยด้วยนะคะ มาเริ่มกันเลยค่ะ

**ขอพูดถึงตัวเองนิดนึงเนอะ จะได้รู้จักกัน อิอิ (ถ้ามันดูเยอะ หรือไม่ชอบอ่าน จะข้ามไปก็ได้นะจ๊ะไม่ว่ากัน) สมัยเรียนนัดก็เป็นคนที่พอมีสันจมูกบ้างนิดหน่อย ไม่มาก แต่นัดเป็นคนที่จมูกใหญ่ มันบานๆ ทรงป้านๆ เวลามองหน้าตรงๆ ก็จะดูแบนๆ เหมือนคนจมูกบี้ ยิ่งเวลายิ้มนะคะไม่ต้องสืบค่ะ บานมาก เวลาถ่ายรูปก็ต้องอาศัยมุมข้างๆ ทั้งเอียง ทั้งเบี่ยง เพื่อหามุมสวยให้ตัวเอง เชื่อว่าทุกคนก็เป็น 555 นี่คือรูปสมัยเรียน อิอิ

นี่คือรูปสมัยเรียน อิอิ

แต่นัดก็ไม่เคยคิดถึงเรื่องทำศัลยกรรมเลยนะ ที่สวยดูดีได้ก็ต้องขอบคุณเครื่องสำอาง >_< ความสวยในแต่ละวันขึ้นอยู่กับความแม่นยำในการแต่งหน้าค่ะ เทคนิคแต่งหน้าก็เสิร์ชหาจากใน Youtube นั่นแหละ 555+ ปัดๆ ถูๆ ไป นัดเป็นคนที่ชอบถ่ายรูปมาก ลงทุนซื้อกล้องเลยนะคะ คิดดูละกัน อารมณ์แบบชอบโดนถ่ายน่ะ คิดว่าตัวเองเป็นนางแบบไรงี้ ตอนนั้นก็คิดว่าสวยแล้วนะ 555 มั่นไปอีกจ้า

พอเรียนจบก็เข้าสู่วัยทำงานค่ะ นัดเจอคนเยอะแยะมากมาย แต่ละคนสวยๆ ทั้งนั้น ก็แอบมีความคิดอยากจะทำจมูก เพราะจมูกเดิมบาน ใหญ่ ไม่คม มองด้านข้างพอเห็นบ้าง แต่หันหน้าตรงแล้วดูแบนๆ บี้ๆ นัดก็เลยลองศึกษาข้อมูลทั้งจากคลินิก โรงพยาบาล และอาศัยดูจากรีวิวของเพื่อนๆ นี่แหละค่ะ จนตัดสินใจว่า เอาล่ะ ชั้นจะทำจมูกแล้วนะ ก็เล็งคลินิกที่ทำสวยๆ ไว้หลายที่ แต่สุดท้ายก็ตัดสินใจว่าทำที่โรงพยาบาลดีกว่า เพราะคิดว่าในเรื่องของความปลอดภัย และความน่าเชื่อถือมีมากกว่า ก่อนเสริมจมูกนัดหาข้อมูลเยอะมาก ทั้งเสริมซิลิโคน เสริมกระดูกหลังหู จนมาเจอเทคนิคการปรับโครงสร้างจมูกด้วยกระดูกอ่อนซี่โครง ซึ่งตอนแรกนัดก็แปลกใจว่าคืออะไร ก็เลยค้นหาข้อมูลอย่างจริงจัง ค้นอ่านไปเรื่อยๆ ก็เริ่มคิดว่าวิธีนี้น่าจะเหมาะกับเรา ก็เลยตัดสินใจไปปรึกษาคุณหมอโดยตรงเลยดีกว่า

– ปรึกษาแพทย์
นัดเลือกที่นี่เลยค่ะโรงพยาบาลยันฮี ครั้งแรกที่นัดเข้ามาปรึกษาคุณหมอก็ได้พบกับคุณหมอไกรฤทธิ์ ก็สอบถามข้อมูลเรื่องการปรับโครงสร้างจมูกด้วยกระดูกอ่อนซี่โครงว่าคืออะไร ยังไง ราคาเท่าไหร่ พอคุณหมอบอกก็ตกใจกับราคาแปปนึง เพราะราคาค่อนข้างสูง แต่เอานะอยากสวยทั้งทีก็อยากให้ทีเดียวจบ แพงหน่อยแต่อยู่กับเราแล้วปลอดภัยก็โอเค คุณหมอบอกว่าเทคนิคนี้เป็นการใช้กระดูกอ่อนซี่โครงของตัวเองมาเสริมซึ่งจะมีข้อดีหลายอย่าง เช่น สามารถเสริมให้ปลายจมูกพุ่ง, ยาว, โค้ง อย่างที่ต้องการได้ เพราะมีปริมาณเนื้อกระดูกมากพอที่จะนำมาใช้, ไม่ต้องกังวลเรื่องปัญหาปลายจมูกทะลุ ไม่ทะลุ!! ไม่ทะลุ!! เฮ้ย คือแบบนี้แหละที่ต้องการ อีกอย่างวิธีนี้ยังปลอดภัยมาก ๆ เพราะมันคือกระดูกของเราหรือเนื้อเยื่อของเราเอง มีความเป็นธรรมชาติและเข้ากับร่างกายได้ 100%

แต่คุณหมอก็อธิบายให้นัดฟังว่าต้องผ่าบริเวณใต้ราวนมเพื่อเลาะเอากระดูกอ่อนซี่โครงออกมา ซึ่งจะมีแผลเป็นนิดหน่อยนะ คุณหมอก็ถามว่าเราจะโอเคมั้ย โห…ฟังทีแรกก็อดกังวลไม่ได้คือ นัดกลัวปอดจะทะลุหรือว่าจะมีปัญหาอะไรหรือเปล่า ก็ถามคุณหมอไปตรงๆ ถามเยอะมาก คุณหมอก็น่ารักมากตอบคำถามเราทุกอย่างจนเราสบายใจ ก็เลยตอบตกลงที่จะทำส่วนเรื่องทรงจมูกหมอก็ตามใจให้นัดหาทรงมาให้ว่าต้องการแบบไหน คุณหมอก็อธิบายว่าจะได้ทรงแบบนี้นะ อาจไม่ได้เหมือนไปซะทั้งหมด ของนัดคุณหมอบอกว่ายากนิดนึงเพราะจมูกด้านบนกระดูกมันใหญ่ ทำให้จมูกดูทรงป้านๆ ต้องทุบกระดูกออกเพื่อให้ทรงเรียวลง เล็กลง รวมถึงต้องตัดแต่งปีกจมูกด้วย ก็ตกลงเรื่องความโด่งความพุ่งกับคุณหมอจนพอใจกันทั้งสองฝ่าย

และนี่คือทรงที่นัดเลือกมานะคะ เป็นทรงของน้องเก้า สุภัสสรา

อุปกรณ์ที่พึงมีก่อนเข้าทำการเสริมจมูก

1. หมอนรองคอช่วยได้จ้ะ

2. ถุงเจลประคบเย็น

3. ไม้พันสำลี (cotton bud) สำหรับทำความสะอาดจมูก

4. สำลีแผ่น สำหรับทำความสะอาดหน้าระหว่างที่ยังโดนน้ำไม่ได้

5. น้ำเกลือ

– วันนัดผ่า

พี่หน้าห้องหมอแจ้งให้นัดงดอาหารตั้งแต่เที่ยงคืน ส่วนน้ำทานได้ถึง 6 โมงเช้าค่ะ ที่สำคัญวันทำไม่ต้องแต่งหน้านะคะ ล้างหน้าให้สะอาด หน้าสดออกจากบ้านไม่ได้ก็ใช้แมสก์ปิดปากออกจากบ้านมาค่ะ 555 คุณหมอนัดประมาณ 9 โมง พอมาถึงโรงพยาบาลระหว่างรอพบคุณหมอนัดก็มองพี่พยาบาล แต่ละคนจมูกโด่งพุ่งสวยมาก สักพักก็ได้พบคุณหมอคุยเรื่องทรงกันอีกครั้ง คุณหมอก็วาดจุด วาดทรงบริเวณจมูกให้ดู นอกจากนั้นก็อธิบายถึงวิธีการทำให้ทราบ การผ่าตัดครั้งนี้นัดต้องดมยาสลบนะคะ เพราะเป็นการผ่าตัดแบบเปิดเห็นโครงสร้างภายในจมูก เสร็จแล้วพยาบาลก็พามาที่เคาน์เตอร์เพื่อเซ็นเอกสารยินยอมให้ผ่าตัด มีข้อนึงที่นัดชอบใจก็คือ ข้อตกลงหากไม่พอใจหลังจากการผ่าตัด และสิทธิ์ในการแก้ไขรับประกันจมูก 6 เดือน เซ็นเรียบร้อยแล้วก็ไปเจาะเลือดค่ะ ตอนเจาะก็จะเสียวๆ นิดนึง เสร็จแล้วก็มารอผลตรวจเลือดที่ห้องพักค่ะ ถ้าผลตรวจไม่มีปัญหาอะไรพี่พยาบาลก็จะเอาชุดมาให้เปลี่ยน และมีเจ้าหน้าที่วิสัญญีเข้ามาอธิบายวิธีการดมยาสลบ ซึ่งก็พอรู้อยู่บ้างเพราะนัดเคยผ่าตัดไส้ติ่งมาก่อน แล้วก็เซ็นเอกสารการดมยา เสร็จแล้วก็จะมีพี่พยาบาลมาทำความสะอาดรูจมูก ตอนตัดขนจมูกเสียวมาก จั๊กจี้ด้วย นอนเกร็งเลยค่ะ แล้วพี่พยาบาลอีกคนก็มาให้น้ำเกลือที่แขน ตอนแทงเข็มให้น้ำเกลือพี่พยาบาลมือเบามาก ไม่เจ็บเลยค่ะ

ประมาณ 12.30 น. ก็ถึงเวลาผ่าตัด เจ้าหน้าที่ก็เอาเตียงมารับนัดไปที่ห้องผ่าตัดค่ะ ระหว่างนั้นตื่นเต้นมากกก รู้สึกตื่นเต้นกว่าตอนผ่าไส้ติ่งอีก พอถึงห้องผ่าตัดใจนี้เต้นตุ๊ม ๆ ต่อม ๆ เลยค่ะ เห็นพยาบาลวุ่นวายกับการจัดอุปกรณ์ต่างๆ ยิ่งตื่นเต้นมากกว่าเดิมอีก สักพักก็มีพี่พยาบาลมายืนข้างๆ บอกเราว่าเดี๋ยวจะดมยาสลบแล้วนะ หายใจลึกๆ ไม่ถึงนาทีค่ะหลับไม่รู้เรื่องเลย ตื่นมาอีกทีอยู่ห้องพักฟื้นแล้ว สลึมสลือมาก คอแห้ง หิวน้ำมากค่ะ ตอนนั้นอยากกินน้ำเย็นแต่กินไม่ได้ 555 จากนั้นก็ย้ายมาห้องพัก (ต้องนอนพักที่รพ. 1 คืนนะคะ เพราะว่าดมยาสลบไปคุณหมออยากให้พักฟื้นก่อน) ก็ยังหลับต่อเนื่อง 5555 พอตื่นมาก็เจอเพื่อนๆ อยู่ในห้อง แต่ตอนนั้นไม่ไหวค่ะ อยากนอนแล้วก็ปวดแผลด้วย พี่พยาบาลก็เข้ามาถามว่าปวดแผลมั้ย ตอบทันทีเลยค่ะว่าปวด ปวดแผลที่ซี่โครงมากขอยาแบบฉีดเลย หลังจากนั้นก็หลับเลยค่ะ ระหว่างนอนหลับก็มีพี่พยาบาลเข้ามาดูแลตลอดทั้งคืน มาคอยวัดความดัน เพราะว่านัดเป็นคนความดันต่ำนิดนึงต้องคอยเช็คความดันตลอด นอกจากนั้นพี่พยาบาลก็จะคอยดูแลเรื่องการประคบเจลเย็นบริเวณจมูก แล้วก็ให้นอนหัวสูงเพื่อป้องกันอาการบวมด้วย พี่ๆ จะเอาใจใส่ตลอด น่ารักมากค่ะ

นี่คือสภาพนัดหลังจากออกจากห้องผ่าตัดเลยค่ะ

ตอนเช้าตื่นมาหิวน้ำมากเลยค่ะ กินน้ำก็จะลำบากนิดนึงเพราะมันจะตึงๆ หน่อย 555 พี่พยาบาลก็มาวัดความดัน แล้วก็มาเปลี่ยนเจลประคบให้ค่ะ พี่พยาบาลก็ถามว่าปวดฉี่มั้ย เดี่ยวเอากระโถนมาให้เพราะเห็นปวดแผลอยู่ พี่พยาบาลบริการดีมากค่ะ ประมาณ 7 โมงกว่าๆ ก็มีเจ้าหน้าที่นำอาหารมาให้ทาน นัดก็พยายามทานนะคะแต่ก็อ้าปากยาก เคี้ยวยาก เพราะว่าแผลมันตึงๆ ทานข้าวเสร็จพี่พยาบาลก็เข้ามาเช็ดตัวให้ค่ะ สบายตัวมาก สักประมาณ 10 โมงคุณหมอก็เข้ามาเยี่ยมค่ะ คุณหมอก็มาอธิบายให้ฟังว่าตอนผ่าตัดทำอะไรบ้าง ของนัดจะบวมหนักนิดนึงเพราะว่าทุบกระดูก แล้วก็บอกวิธีการดูแลหลังการผ่าตัดค่ะ

หลังจากนั้นคุณหมอก็นัดอีก 7 วันให้มาถอดเฝือกจมูก ของนัดหมอบอกว่าต้องใส่เฝือกนานหน่อยเพราะว่าทุบกระดูกด้วย ตอนเที่ยงนัดก็ทานอาหารอีกรอบค่ะ แล้วก็พยายามลุกช่วยเหลือตัวเอง แต่ก็ยังต้องให้แม่ช่วยพยุงขึ้นจากเตียง พยายามเดินไปเข้าห้องน้ำเอง เดินรอบห้อง เพราะถ้านอนอย่างเดียวแผลจะหายช้า อันนี้คิดเอง 55 ประมาณบ่ายๆ พยาบาลก็มาเปลี่ยนผ้าพันแผลบริเวณซี่โครงให้ค่ะเป็นแบบกันน้ำ เปลี่ยนเสร็จนัดอาบน้ำเลยค่ะ 555 ไม่อาบน้ำแล้วมันทนไม่ได้ เสร็จแล้วก็เตรียมตัวออกจากโรงพยาบาลค่ะ พี่พยาบาลพาไปรับยาตามที่คุณหมอสั่งให้ มียาแก้ปวด แก้อักเสบ ยาทาแผล และก็สำลีม้วน เสร็จแล้วก็กลับบ้านได้ เย้ ๆ ๆ

สภาพวันที่สองตาบวมมากค่ะ ตาปิด รอบตาแดงช้ำ ตาเปียก แฉะ ลืมแทบไม่ขึ้นเลย ต้องคอยเอาสำลีชุบน้ำอุ่นมาเช็ดตา

วันที่ 3 ตื่นมาส่องกระจกก่อนเลยค่ะ ส่องปุ๊ปตกใจมาก บวมหนักค่ะ บวมกว่าเมื่อวานอีก เป็นวันที่บวมที่สุด ทั้งหน้า ทั้งปาก ตาปิด แก้มบวมเป่ง ต้องประคบอย่างหนัก พอมาอยู่บ้านก็จะลุกนั่งลำบากกว่าเดิมอีกค่ะ เพราะว่าที่นอนปรับไม่ได้เหมือนโรงพยาบาล นัดก็ให้น้องสาวช่วยพยุงลุกนั่ง

วันที่ 4 ตาเริ่มมีชั้นขึ้นมาแล้ว แต่ปากกับแก้มยังไม่ยุบค่ะ แก้มย้อยน่ารักป่ะละ ประคบน้ำแข็งวนไป วันที่ 4 ลุกนั่งเองได้แล้วนะคะ แต่แผลก็ยังเจ็บอยู่ เวลาลุกนั่งต้องระมัดระวังแผลจะฉีก

วันที่ 5 เริ่มยุบลงมาเรื่อยๆ แต่ขอบตายังมีม่วงๆ เหลืองๆ แก้มยังไม่ยุบดีเท่าไหร่ แต่แก้มไม่ยุ้ยเท่าเมื่อวานนะ

วันที่ 6 หน้ายุบลงมากเลยอ่ะ การประคบช่วยได้ แต่ขอบตายังมีม่วงๆ ช้ำๆ หน้าตาเริ่มกลับมาเป็นคนแล้ว 55

วันที่ 7 วันนี้คุณหมอนัดถอดเฝือกแล้วดีใจสุดๆ คุณหมอตรวจแผลภายนอกบอกว่าโอเค แต่ยังบวมอยู่ แต่ก็ถือว่าหายบวมเร็วมากนะ คุณหมอชมว่าดูแลแผลดี คุณหมอก็ให้พี่พยาบาลถอดเฝือกให้ ก็ค่อยๆ ถอดค่ะ ลุ้นมากว่าจมูกจะเป็นยังไง เห็นจมูกตัวเองครั้งแรกพุ่งเว่อ โด่งมาก ตอนแรกคิดว่าโด่งเกินไป แต่คุณหมอก็บอกว่ามันบวมอยู่ให้ใจเย็นๆ ค่ะ คุณหมอก็ตรวจแผลภายในจมูกก็บอกว่าโอเค ไม่มีปัญหาอะไร พี่พยาบาลก็ทักค่ะว่าหน้าเปลี่ยนไปมาก 55+ ไม่คุ้นหน้าตัวเองเลยจริงๆ  กลับบ้านมาแม่กับน้องจำหน้าไม่ได้ค่ะ แม่นี่ชอบแอบมองตลอดแบบว่านี่ลูกใครอ่ะ 555+ แฟนนี้ล้อประจำค่ะ บอกให้เราถอดหน้ากาก กวนจริงๆ จะขำมากก็ไม่ได้แผลยังตึงอยู่

อวตารชัด ๆ

สำหรับคำแนะนำส่วนตัวสำหรับการลดบวม แล้วก็ดูแลตัวเองหลังผ่าตัดของนัดนะคะ คือ

1. เจลประคบเย็นนัดใช้ประคบตอนกลางคืนค่ะ ส่วนตอนกลางวันนัดใช้น้ำแข็งก้อนเล็กประคบ ที่เห็นยุบเร็วก็เพราะน้ำแข็งนี่แหละค่ะช่วยได้ดีมาก

2. นัดกินน้ำใบบัวบก น้ำมะพร้าว แทนน้ำเปล่าเลยก็ว่าได้ค่ะ

3. หลังถอดเฝือกนัดเข้าเครื่อง HBO ที่โรงพยาบาลยันฮีค่ะ พี่พยาบาลเค้าแนะนำว่ามันช่วยลดบวมได้ ก็เลยทำค่ะเพราะข้างนอกอาจจะยุบแล้วแต่ข้างในยังอาจจะบวมอยู่เลยตัดสินใจทำ อีกอย่างช่วยบรรเทาแผลบริเวณใต้ราวนมได้ด้วย นัดเข้าเครื่อง HBO ประมาณ 5 ครั้ง ครั้งละ 2 ชั่วโมงค่ะ หน้าลดบวมไวไปอีกจ้า ต่อไปไม่ต้องมานั่งประคบน้ำแข็งแล้ว ก็อย่างที่ทุกคนเห็นคือหน้าเรามันบวมมากจริงๆ มันช่วยได้มากเลยนะคะ

4. หมอนรองคอค่ะ ใช้รองนอน เอาหมอนมาซ้อนๆ กันให้สูงเข้าไว้

5. งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ อาหารทะเล ของหมักดอง ที่จะเพิ่มความเสี่ยงในการบวม นัดเป็นคนที่ชอบกินปลาร้ามาก แต่ก็ต้องอดทนค่ะ ฮือๆ เพื่อจมูกอันแสนสวยของเรา และแผลบริเวณใต้ราวนมค่ะเลยต้องระมัดระวังเรื่องอาหารเป็นพิเศษ

6. แผลบริเวณใต้ราวนมก็ให้ระมัดระวัง คุณหมอให้งดยกของหนัก 3 เดือน งดออกกำลังกาย 1 เดือน การนอน การกระแทกต้องระวังค่ะ ประมาณสัปดาห์ที่ 3 แผลใต้ราวนมก็มักจะดีขึ้นแล้วค่ะ มีเจ็บบ้างเล็กน้อย จี๊ดๆ คันๆ แต่ตอนนี้ปกติแล้ว

7. นัดต้องงดใส่แว่น 1 เดือนครึ่งค่ะ เพราะว่าทุบกระดูกมา คุณหมออยากให้เข้าที่ก่อน ถ้าปกติทั่วไปก็งดใส่แว่นแค่ 1 เดือนค่ะ

จากภาพบนประมาณ 3 สัปดาห์ ข้างขวายังมีบวมๆ อยู่ จมูกเลยยังไม่เป๊ะเท่าไหร่ แต่ทรงถูกใจมากค่ะพุ่งเว่อ ไม่อิจนะคะไม่อิจ (หลบแปป)

ช่วงที่ทำสภาพจิตใจก็สำคัญค่ะ อย่าวิตกกับคำพูดของคนที่ทักในเชิงลบ ลดการอ่านรีวิวในทางลบ แค่ศึกษาไว้บ้างเท่าที่จำเป็นก็พอ อีกอย่างที่สำคัญคือคนรอบข้างค่ะ นัดโชคดีที่มีแม่ น้องสาว มีแฟน ช่วยดูแลทุกอย่าง ซื้อข้าว ซื้อยา ซื้อของมาให้บำรุง สระผมให้ เพื่อนๆ ก็บอกว่าเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น แต่เรายังไม่ชินหน้าใหม่เราเลย 55

ดังนั้นใครที่กำลังอยากทำ ถ้าพร้อมทุกอย่างแล้ว มั่นใจแล้วขอให้สู้ๆ นะคะ แต่ละคนอาการไม่ได้เหมือนกันหมด คนที่ไม่บวมเลยก็มี ส่วนนัดถือว่าเป็นเคสที่บวมค่อนข้างมาก เพราะว่าเราต้องตัดแต่งปีกจมูกและทุบกระดูก ก็เลยบวมเยอะ สุดท้ายก็อยู่ที่การดูแลของเราด้วยเนอะ ดังนั้นอ่านให้รู้ว่าทำแล้วก็มีโอกาสเจออะไรอย่างนี้ได้ ก็ต้องรอเวลาที่มันยุบบวม ใจเย็นๆ ไม่ต้องกังวลมาก

ถามว่าการศัลยกรรมครั้งนี้ให้อะไร นัดทำงานที่ต้องพบปะผู้คนค่อนข้างบ่อย การมีใบหน้าที่ดูดีขึ้น ช่วยเสริมบุคลิกและความมั่นใจให้กับตัวเองมากขึ้น และประโยชน์ของการศัลยกรรมในมุมมองของนัดไม่ได้มีแค่การดึงดูดเพศตรงข้าม มันมีความหมายยิ่งใหญ่กว่านั้น มันให้คุณค่าทางด้านจิตใจ ทำให้เรารักตัวเองมากขึ้น กว่าที่เราจะผ่านมันมาได้ ต้องใช้ความอดทนก็ยิ่งทำให้มันมีคุณค่าค่ะ

สุดท้ายนี้ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาอ่านรีวิวของนัดนะคะ ท่านใดมีคำแนะนำก็สามารถมาพูดคุยกันได้ ถ้าการรีวิวนี้ผิดพลาดตรงไหน ต้องขออภัยด้วยนะคะ

 1 เดือนก็เข้าที่แล้ว

2 เดือน สวยสุดๆ พุ่งไม่เกรงใจใคร No ซิลิโคนนะจ๊ะ ซี่โครงตัวเองล้วนๆ จ้า