“รพ.ยันฮี” สวนกระแสเศรษฐกิจ ประกาศทุ่มงบกว่า 800 ล้านบาท ก่อสร้างตึก “ Inter 3 ” จับมือพันธมิตร “อิตาเลียนไทย” เป็นผู้รับเหมาโครงการ คาดใช้เวลาไม่เกิน 2 ปีในการก่อสร้าง ย้ำเจตนารมณ์เป็นผู้นำด้านสุขภาพและความสวยงามระดับสากล ชูความโดดเด่นที่ฝีมือแพทย์ ต่างชาติยอมรับฝีมือไม่แพ้ชาติใดในโลก
นพ.สุพจน์ สัมฤทธิวณิชชา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) โรงพยาบาลยันฮี กล่าวภายหลังการเซ็นสัญญาก่อสร้างตึก Inter 3 ว่า ทางโรงพยาบาลมีการวางแผนขยายธุรกิจโรงพยาบาลให้มีการรักษาที่ครอบคลุมและครบวงจรมาอย่างต่อเนื่อง โดยปีนี้ได้ใช้งบลงทุนกว่า 800 ล้านบาท สำหรับใช้ในการก่อสร้างอาคารใหม่ “ Inter 3 ” เพื่อเตรียมรองรับกลุ่มลูกค้าที่คาดว่าจะขยายตัวเพิ่มขึ้นในอนาคต ถือเป็นโครงการต่อเนื่องจากอาคาร Inter 1 และ Inter 2 ที่ได้เปิดให้บริการไปแล้ว
สำหรับความคืบหน้าในการก่อสร้าง คาดว่า จะใช้ระยะเวลาประมาณ 20 เดือน ก่อสร้างเป็นอาคารสูง 13 ชั้น พื้นที่ใช้สอยประมาณ 22,000 ตารางเมตร โดยแต่ละชั้นของตึก Inter 3 นั้น จะเป็นส่วนต่อขยายจากตึกโรงพยาบาลยันฮี เช่น ศูนย์ศัลยกรรมตกแต่ง ศูนย์ผิวหนังและเลเซอร์ ศูนย์ทันตกรรม ศูนย์ประกันสังคม และห้องพักผู้ป่วยใน โดยเชื่อมั่นว่า การขยายงานครั้งนี้ จะสามารถรองรับลูกค้าที่จะมีอัตราการเติบโตมากขึ้นในอนาคต
สำหรับโครงการก่อสร้างตึก Inter 3 นั้น นพ.สุพจน์ กล่าวว่า ทางโรงพยาบาลวางแผนที่จะขยายฐานลูกค้าสู่ตลาดต่างประเทศอย่างครบวงจร โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อรองรับลูกค้าต่างชาติเป็นอันดับแรก ซึ่งจากสถิติพบว่า ในปัจจุบัน จำนวนผู้มารับบริการชาวต่างชาติมีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เฉลี่ยปีละ 20 % กลุ่มลูกค้าส่วนใหญ่มาจากภูมิภาคในแถบเอเชีย และอื่นๆ โดยมี 5 ประเทศที่มีจำนวนลูกค้ามาใช้บริการสูงสุด คือ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ , จีน , เมียนมา , กัมพูชา และออสเตรเลีย
“เหตุผลที่ผู้รับบริการเข้ามาใช้บริการในโรงพยาบาลยันฮี เนื่องจากความเชื่อมั่นในฝีมือแพทย์ โดยเฉพาะเรื่องการศัลยกรรมความงามที่แพทย์มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง มีประสบการณ์กว่า 20 ปี ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ ไม่แพ้ชาติใดๆ ในโลก ผสานกับเทคนิคใหม่ๆ ทางการแพทย์ ทำให้ผลงานที่ออกมามีความประณีต ละเอียด แลดูเป็นธรรมชาติ รวมทั้งปัจจัยอื่นๆ ก็มีส่วนผลักดันให้ลูกค้าเลือกมาใช้บริการ เช่น การบริการ การดูแลเอาใจใส่โดยทีมแพทย์,พยาบาลที่มีความพร้อม และค่ารักษาซึ่งเป็นราคาที่ลูกค้าพอใจ ที่สำคัญ ประเทศไทยเอง กำลังจะกลายเป็น Medical Hub ในภูมิภาคเอเชีย และเราในฐานะที่เป็นโรงพยาบาลเพื่อสุขภาพและความงาม ก็ได้ปรับตัวในทุกๆ ด้าน พร้อมรับกับการขยายตัวสู่การเป็นโรงพยาบาลระดับนานาชาติ” นพ.สุพจน์ กล่าว
ภาพบรรยากาศภายในงานพิธีเซ็นสัญญาก่อสร้างตึก Inter 3