ทำหน้าขาวใส

จากใจผู้ใช้บริการ

ทำหน้าขาวใส

          ถ้าคุณถูกเพื่อนร่วมงานทัก “ต๊าย...ตาย! ทำไมหน้าตาของเธอถึงได้ดำคล้ำอย่างนี้ล่ะ ฉันไม่เห็นเธอออกไปไหนมาไหนเลย นั่งแต่ในออฟฟิตแทบจะไม่โดนแดดโดนลมเลยนะเธอ ไปทำอะไรมาน่ะ” คุณจะตอบเพื่อนอย่างไรดีคะ

          นั่นสิคะ คุณคงอยากทราบว่าอะไรเป็นสาเหตุที่ทำให้ใบหน้าหมองคล้ำในเมื่อคุณเองก็ไม่ได้เดินกลางแดดสักหน่อย น่าแปลกใจไหมล่ะคะ หมอว่าคงไม่มีใครหรอกนะคะที่ไม่ต้องการมีผิวหน้าขาวใส (แล้วจะทำอย่างไรดีล่ะ ถ้าอยากให้หน้าตัวเองขาวใส) สนใจขึ้นมาแล้วใช่ไหมล่ะ

         ปัจจุบันนี้ ผู้หญิงมักทำงานนอกบ้านกันมากขึ้น การเผชิญกับสภาวะแวดล้อมหลายอย่าง โดยเฉพาะแสงแดดจะส่งผลให้ใบหน้าหมองคล้ำ ซึ่งเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะไม่โดนแสงแดดเลย ดังนั้นจึงไม่แปลกที่ผลิตภัณฑ์รวมทั้งเครื่องสำอางยี่ห้อต่าง ๆ ที่มีคุณสมบัติช่วยให้หน้าขาวใส จึงถูกคิดค้นและพัฒนาขึ้นมาเพื่อผู้หญิงโดยเฉพาะ เพราะผู้หญิงขึ้นชื่อว่าเป็นเพศรักสวยรักงามที่สุดในโลก (คงไม่เถียงหมอนะคะ) แต่การใช้เครื่องสำอางเหล่านี้ ไม่ใช่ว่าใช้แล้วจะดีกับทุกคน บางครั้งอาจก่อให้เกิดปัญหาขึ้นกับผิวหน้าได้ ฉะนั้นหากคุณใช้ไปแล้วมีสิ่งผิดปกติเกิดขึ้น เช่น ใช้เครื่องสำอางไปนาน ๆ แล้วเกิดหน้าดำละก็...หยุดค่ะ! หยุดใช้เครื่องสำอางตัวนั้นทันที แล้วรีบไปพบแพทย์ เพื่อทำการรักษา หากมาล่าช้าก็จะต้องใช้เวลารักษาหน้ากันนานกว่าจะสวยเหมือนเดิมนะคะ

        วงการแพทย์ปัจจุบัน ก็ได้พยายามคิดค้นและพัฒนาเทคโนโลยีรวมทั้งผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ มาใช้ เพื่อทำให้ใบหน้าขาวใสขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ ได้ผลดี และปลอดภัย ดังนั้นเมื่อคุณมีปัญหาผิวหน้าหมองคล้ำควรรีบไปปรึกษากับแพทย์ผิวหนัง เพื่อทำการตรวจสภาพผิวหน้า และใช้วิธีการรักษาที่เหมาะสม วิธีที่จะทำให้ผิวหน้าขาวใสมีด้วยกันหลายวิธีที่นิยมใช้กันได้แก่

1. การรักษาด้วยเครื่องไอออนโตโฟรีซีส ซึ่งเป็นเครื่องมือที่ใช้ประจุไฟฟ้าเป็นตัวช่วยนำยาเข้าสู่ผิวหนัง โดยตัวยาที่ใช้เป็นกลุ่มวิตามินซี เพื่อลดการสร้างเม็ดสี และบำรุงเซลล์ให้ดูสดใส

2.การรักษาด้วยเครื่องโฟโนโฟรีซีส เป็นเครื่องมือที่ใช้คลื่นอัลตร้าซาวน์กระตุ้นให้ตัวยาเข้าสู่ผิวหนัง โดยใช้ยาในกลุ่มวิตามินซีเช่นเดียวกัน

3. การรักษาด้วย AHA Treatment เป็นการใช้ AHA (กรดผลไม้) ทาผิวหน้า เพื่อทำให้เซลล์ที่หมองคล้ำของผิวหน้าในชั้นหนังกำพร้าส่วนบนหลุดลอกออกง่ายขึ้น พร้อมกับกระตุ้นการสร้างเซลล์ใหม่ที่สดใสขึ้น

4. การใช้ยาหรือเวชสำอาง เช่น ยากลุ่มวิตามินซี กลุ่ม AHA หรือยาที่ช่วยลดรอยดำต่าง ๆ

        โดยในการรักษา หมออาจจะพิจารณาใช้หลาย ๆ วิธีร่วมกันในการรักษาผิวหน้าของคุณ และเพื่อให้ได้ผลดีและเร็วขึ้น หลังการรักษาไปแล้วคุณควรเอาใจใส่ในการดูแลผิวหน้าหน่อยนะคะ และควรหลีกเลี่ยงสิ่งที่จะทำให้ผิวหน้าหมองคล้ำขึ้นอีก

        โดยควรปฏิบัติการปกป้องถนอมผิวหน้าไว้ดังนี้ค่ะ (ห้ามลืมนะคะ)

1.  ควรหลีกเลี่ยงกับการเผชิญกับแสงแดดจัด ๆ เมื่อออกกลางแจ้งควรสวมหมวกหรือกางร่ม

2.  ควรทาครีมกันแดดเป็นประจำ โดยเลือกผลิตภัณฑ์ที่สามารถป้องกันรังสีทั้ง UVA และ UVB และควรพิจารณาเลือกครีมกันแดดที่มี SPF 15 ขึ้นไป หากต้องไปในที่แสงแดดจัด ๆ ก็ควรเลือกใช้ครีมกันแดดที่มี SPF สูงขึ้น

3. หากพบว่าเครื่องสำอางใดเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดริ้วรอยหมองคล้ำหรือดำขึ้น ควรหยุดใช้ผลิตภัณฑ์นั้นโดยเด็ดขาด และควรทดสอบเครื่องสำอางก่อนใช้กับใบหน้าทุกครั้ง

4. ควรพักผ่อนอย่างเพียงพอและออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอเพื่อสุขภาพจิตที่ดี จะช่วยให้ใบหน้าสดใสอยู่เสมอ

   อย่างไรก็ตามปัญหาเกี่ยวกับผิวหน้ามีหลายลักษณะด้วยกัน ดังนั้นเมื่อมีปัญหาเรื่องผิวหน้าหมองคล้ำ ควรไปปรึกษาแพทย์เฉพาะทางเพื่อให้คำแนะนำและการรักษาที่ถูกต้องต่อไป

             ส่วนเรื่องของค่ารักษาหรือการดูแลผิวจะแตกต่างกันค่ะ ขึ้นอยู่ที่วิธีการของหมอที่จะทำการรักษาให้ รวมถึงชนิดของยาต่าง ๆ ที่ใช้ในการบำรุงผิว ขัดผิว หรือลอกผิว เพื่อให้ผิวหน้าขาวใสขึ้น และรวมถึงการใช้เครื่องมือบางชนิด เช่น เครื่องไอออนโต หรือเครื่องโฟโน ซึ่งราคาก็อาจจะแตกต่างขึ้นตามลำดับ

 

        แต่เพื่อผิวหน้าที่ขาวใส...หรือสำหรับใครบางคนของคุณ การรักษาผิวหน้าให้ขาวใสนวลเนียนน่าสัมผัสเป็นที่ต้องตาต้องใจแก่ผู้พบเห็น และคุณเองก็มีจิตใจร่าเริงเบิกบานเมื่อรู้ตัวว่า “เขาคนนั้น” ของคุณเพิ่มความรักเอาอกเอาใจคุณยิ่งกว่าเดิม คุ้มค่าแก่การรักษาผิวหน้าให้ขาวใสปิ๊ง...จริง ๆ ใช่ไหมคะ

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ผ่านช่องทางไลน์ >>เพิ่มเพื่อน