เสริมคาง

จากใจผู้ใช้บริการ


เสริมคาง

          เมื่อไม่นานมานี้คุณคงเคยได้รับทราบข่าวนักร้องลูกทุ่งคนหนึ่งออกมาให้สัมภาษณ์เพื่อให้ความรู้แก่ประชาชนเรื่องการเสริมคางด้วยการฉีดซิลิโคนเหลวแล้วเกิดผลข้างเคียง คือ คางย้อยห้อย จึงไปทำการผ่าตัดเอาสารดังกล่าวออก ผลที่ตามมาตอนนี้คือคางเริ่มมีการเสียรูป และโชคร้ายกว่าคือ มีการสูญเสียกล้ามเนื้อและเส้นประสาทที่เลี้ยงมุมปาก ทำให้เกิดอาการปากเอียงด้วย นับว่าเป็นตัวอย่างอันดีที่ช่วยให้ความรู้แก่คนที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรได้เข้าใจถึงภัยที่เกิดขึ้นจากการฉีดเสริมคางด้วยสารต้องห้าม

          แล้ว คาง มีส่วนสำคัญอะไรบนใบหน้า และ การเสริมคาง มีประโยชน์อะไร ทำไมสาว ๆ ถึงนิยมเสริมคางกันนัก และวิธีการทำที่ถูกต้องนั้นเขาทำกันอย่างไรจึงไม่มีผลเสีย ลองอ่านเรื่องนี้ต่อไปสิครับ

         ใบหน้าของคนเราหากจะแบ่งสัดส่วนจากบนลงล่าง เราจะแบ่งได้ 3 ส่วนด้วยกัน ได้แก่ หน้าผาก (หรือเหนือเบ้าตา) ,และส่วนล่าง (อันประกอบด้วย ริมฝีปาก กราม คาง) โดยสัดส่วนที่เหมาะสม ไม่เล็กไม่ใหญ่เกินไปจึงจะรวมกันเป็นรูปร่างของใบหน้าที่ดูสวยงามได้ หากเรามองด้านข้างของใบหน้า เราจะให้เส้นโค้งเส้นเว้าไล่จากหน้าผากลงมาตามแนวสันจมูก ริมฝีปาก และลงมาที่คาง หากมีแนวที่เหมาะสมคือ คางและระดับปีกจมูกตรงกันก็จะได้เส้นโค้งที่ดูสวยงาม คุณเคยสงสัยมั้ยว่า ทำไมดาราที่เราชื่นชอบเวลาถ่ายภาพออกมาแล้วหล่อ ๆ หรือสวย ๆ ก็เพราะเส้นโค้งเหล่านี้มันได้สัดส่วนกันพอเหมาะพอเจาะนั่นเอง แต่คนเราทั่วๆไปมักจะได้ไม่พอดีกัน อาจจะเล็กไปบ้าง ใหญ่บ้าง แตกต่างกันไป พอถ่ายภาพออกมาเลยดูไม่สวยเหมือนพวกดาราเขา

        คุณจะเห็นได้ว่าคางก็เป็นจุดหนึ่งที่สำคัญของความงามบนใบหน้า คางที่ดูเล็ก คางที่ใหญ่ คางที่ยื่น ก็ล้วนทำให้เส้นโค้งไม่ได้รูปที่เหมาะ ทำให้ใบหน้าไม่สวยงาม ดังนั้น การเสริมคางจึงเป็นการปรับเส้นโค้งให้เหมาะสมลงตัว เพื่อเพิ่มความสวยงามให้กับใบหน้า

        คุณคงอยากรู้แล้วใช่มั้ยว่า เค้าเสริมคางกันอย่างไรบ้าง งั้นเราไปดูกัน

        การเสริมคาง มีจุดมุ่งหมายเพื่อทำให้คางที่เล็ก หรือคางที่ถดถอยไปด้านหลังมากเกินไป ให้มีส่วนยื่นออกมาด้านหน้ามากขึ้น แต่ทั้งนี้เมื่อคุณคิดจะเสริมคางคุณต้องได้รับการตรวจดูสภาพของกรามทั้งหมดโดยศัลยแพทย์เสียก่อนว่า คุณมีความผิดปกติที่ส่วนไหนร่วมด้วยหรือไม่ จะได้แก้ไขให้ถูกจุดหรือรักษาร่วมกันไปได้ ความผิดปกติที่มีส่วนเกี่ยวข้องได้แก่

1. การสบฟัน มีความสำคัญมาก เพราะคางที่เล็กนั้นบางครั้งมีสาเหตุมาจากกระดูกกรามที่เล็กและถอยร่นไปด้านหลังมากผิดปกติ การขบเคี้ยวจึงมักจะมีปัญหาด้วย ดังนั้นการรักษาโยการจัดฟันร่วมกับการผ่าตัดเลื่อนกรามจึงอาจจะเป็นการรักษาที่ถูกต้องมากกว่าการเสริมคางแต่อย่างเดียว เพราะอาจจะยิ่งทำให้เพิ่มความผิดปกติยิ่งดูไม่สวยมากขึ้นได้

2. กระดูกกรามและส่วนอื่นมีความผิดปกติด้วยหรือไม่ เช่น ขนาดของกระดูกกรามด้านหลังมีการยื่นหรือยาวผิดปกติหรือไม่ บางครั้งมีปัญหาเรื่องกรามเอียงเกิดขึ้น ก็ควรทำการรักษาก่อนการเสริมคาง มิฉะนั้นอาจจะทำให้อาการกรามเอียงเห็นได้ชัดเจนยิ่งขึ้นได้

3. ความเล็กใหญ่ของคาง ข้อจำกัดของการเสริมคางนั้นมีเหมือนกันนะครับ ไม่ใช่ว่าจะเสริมคางขนาดเท่าใดก็ได้ ทั้งนี้เนื่องจากการเสริมคางขนาดใหญ่เกินไปอาจจะมีปัญหาต่อผิวหนังและกระดูกคางได้ในระยะยาว อีกทั้งผลข้างเคียงที่เกิดขึ้นอาจจะมากขึ้นได้ ดังนั้นหากคางเดิมเล็กมาก บางครั้งการผ่าตัดแก้ไขโครงสร้างของกระดูกคางอาจจะเป็นคำตอบที่ถูกต้องกว่าการเสริมคาง ซึ่งทั้งนี้แพทย์ที่ตรวจก็จะเป็นผู้พิจารณาว่าการเสริมคางหรือตัดเลื่อนกระดูกคางจะเป็นวิธีการผ่าตัดที่ถูกต้องมากกว่า

         แล้วแพทย์เอาอะไรมาเสริมคาง เพื่อให้ง่ายแก่การพิจารณา วัสดุที่ใช้ในการเสริมคาง หมอจะแยกออกเป็นการฉีดสารเสริมคาง และการเสริมคางด้วยแท่งซิลิโคน

         การฉีดคาง มีคนมาถามหมอเหมือนกันว่า จะฉีดคางดีไหมและได้ผลดีเพียงใด รวมทั้งตอนนี้ก็มีคนนำสารฉีดเสริมตัวใหม่ ๆ มาเผยแพร่ในท้องตลาดเยอะแยะหลายตัว แต่ความจริงแล้วเรื่องการฉีดด้วยสารต่าง ๆ นั้นมีมานานหลายสิบปีแล้ว แต่ที่ยังฮิตไม่เลิกและไม่ยอมสูญพันธุ์ไปจากวงการเสียทีคือ การฉีดซิลิโคนเหลวโดยผู้ที่ไม่ใช่หมอ ซึ่งไม่รู้ที่มาที่ไป รวมทั้งฉีดแล้วก็ทำความเสียหายกับคนที่ถูกฉีด ก็ยังมีคนหลงเชื่อฉีดได้ฉีดดีกันอยู่ทุกวันนี้ อย่างนักร้องลูกทุ่งที่เกริ่นไว้ตอนต้นก็เช่นเดียวกัน สารชนิดนี้ก็ขอบอกขอเตือนไว้ที่นี่อีกทีเลยนะครับว่า อย่าเข้าใกล้และทดลองเป็นอันขาด เพราะมีผู้เสียหายมามากแล้ว เพราะสารซิลิโคนเหลวนั้นเมื่อฉีดเข้าไปแล้วมันมีโอกาสย้อยและไหลไปในส่วนต่าง ๆ ภายใต้ผิวหนังได้ โดยไม่ถูกย่อยสลาย และในระยะยาว ๆ ก็จะเกิดการอักเสบได้ ซึ่งในบางคนอาจเกิดผิวแดง ผิวแข็ง ๆ หรือบางครั้งก็แตกทะลักออกนอกผิวหนังได้เหมือนกัน ทั้งเจ็บทั้งปวด ทรมานสุด ๆ การแก้ไขก็อย่างที่เห็นแหละครับ ต้องตัดเอาเนื้อกล้ามเนื้อและเอาสารซิลิโคนเหลวออก เรียกว่าขูดกันให้ราบเรียบเลย ผลที่ตามมาคือ คางเหี่ยว ปากเบี้ยว ปากเอียง ตามมาหมดสวยไปตลอดชีวิตเลย

        นอกจากนี้สารชนิดอื่น ๆ ที่มีคนเอามาฉีดเสริมคางนั้น ตอนนี้ก็มีพวกสารสังเคราะห์ต่าง ๆ เช่น สารคอลลาเจน เน้นว่าต้องเป็นคอลลาเจน หรือสารที่หมอจริง ๆ เป็นคนฉีดนะครับ สารพวกนี้ทางการแพทย์ยอมรับให้ใช้ได้ แต่ต้องภายใต้การดูแลของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ และยังมีสารที่ค้นพบใหม่ พวกที่เรียกว่า ไฮยาลูโรนิกแอซิด , ไบโอพลาสติก ฯลฯ แต่ทางการแพทย์เองก็ยังโต้เถียงกันอยู่ว่าสารเหล่านี้ปลอดภัยจริงหรือไม่ ที่สำคัญคือ เมื่อฉีดเข้าไปแล้วหากไม่ต้องการแล้วจะเอาสารออกได้อย่างไร วนกรณีที่มันสามารถย่อยสลายไปได้เองก็ไม่เป็นไร รออีกหน่อยร่างกายก็ย่อยสลายมันเองได้ เช่น 2 – 3 ปี ก็หายไปได้ คางเก่ากลับคืนมาเหมือนเดิม ก็ต้องใจเย็นหน่อยเพราะไม่เสียหายอะไรมาก แต่ถ้าเป็นสารที่คงอยู่ตลอดชีวิตนั้น ใครจะใช้ก็คิดหน้าคิดหลังให้ดีหน่อยนะครับว่า ถ้าเกิดอะไรขึ้นมาก็ลำบาก โดยเฉพาะพวกสารไบโอพลาสติก เป็นต้น

        การเสริมคางด้วยแท่งซิลิโคน  เป็นวิธีที่จัดได้ว่าเป็นวิธีมาตรฐานอย่างหนึ่งของวงการเสริมความงามครับ หลักการก็ไม่มีอะไรซับซ้อน นอกจากการเอาแท่งซิลิโคนที่มีขนาดที่เหมาะสมเข้าไปวางในตำแหน่งที่เป็นคาง ซึ่งก็คือขอบล่างของกระดูกกรามด้านหน้านั่นเอง ไม่ใช่ใต้กระดูกคางนะครับ มีบางคนเข้าใจผิดว่าทำการเสริมคางแล้วทำไมคางไม่ยาวลง แต่งอนมาด้านหน้า ต้องมานั่งทะเลาะกับหมอทีหลังเพราะคิดกันคนละจุด เจ้าแท่งซิลิโคนที่จะใช้เสริมนั้นก็เป็นชนิดเดียวกับที่เขาใช้ในการเสริมจมูก มีทั้งที่ขึ้นรูปมาเรียบร้อยแล้วจากโรงงาน และนำมาแต่งนิดหน่อยก่อนเสริมเข้าไป และชนิดที่แพทย์ต้องเหลารูปขึ้นมาเองให้เหมาะสมกับคนไข้แต่ละคน แล้วแต่ความถนัดของแพทย์แต่ละคนว่าจะใช้ชนิดไหนครับ

         มาถึงขั้นตอนวิธีการผ่าตัดเสริมคางด้วยแท่งซิลิโคน หลังจากที่แพทย์ได้ตรวจและอธิบายรายละเอียดรวมถึงสอบถามความต้องการและตกลงกับคุณเป็นที่เรียบร้อย จากนั้นก็ทำให้คุณหลับด้วยยานอนหลับคุณจะได้ไม่ต้องกังวล แล้วฉีดยาชา เวลาผ่าตัดคุณจะไม่รู้สึกเจ็บ จากนั้น แพทย์จะเปิดแผล ซึ่งทำได้ 2 ทาง ทางแรกคือ จากภายนอกปาก ซึ่งก็มักจะเป็นบริเวณใต้คาง แต่ความนิยมจะน้อยกว่าเพราะบางคนจะสังเกตเห็นแผลเป็นที่ใต้คางได้ อีกทางคือภายในปาก โดยเปิดแผลที่ด้านในของปาก ตรงซอกเหงือกกับริมฝีปากล่าง ความยาวของแผลก็จะประมาณ 2 ซม. หลังจากนั้นก็แยกเยื่อหุ้มกระดูกคางตรงขอบล่างขึ้นมา แล้วจึงวางแท่งซิลิโคนเข้าไปให้พอดีกับตำแหน่งที่ต้องการ หลังจากนั้นจึงเย็บแผลปิดด้วยไหมละลาย ใช้เวลาทั้งหมดไม่เกิน 1 ชั่วโมง เป็นอันเสร็จพิธี และกลับบ้านได้ โดยไม่ต้องนอนค้างในโรงพยาบาล

         เมื่อผ่าตัดแล้วเสร็จ ก็เป็นขั้นตอนของการดูแลหลังการผ่าตัดหลังจากการผ่าตัดเสริมคางแล้วย่อมมีอาการบวมได้บ้าง หากต้องการให้อาการบวมลดลงก็คงต้องช่วยเหลือโดยการประคบเย็น หลีกเลี่ยงการกระทบกระเทือนบริเวณคาง โดยเฉพาะในช่วงเวลา 3 – 4 สัปดาห์แรกการดูแลแผลผ่าตัดในปากก็เป็นสิ่งสำคัญที่มองข้ามไปไม่ได้ เพราะในปากจะมีน้ำลายรวมทั้งอาหารมาปนเปื้อนอยู่ตลอดเวลา ดังนั้นหากดูแลบ้วนปากและระมัดระวังทานอาหารอย่าให้แข็งมากก็จะทำให้แผลหายได้เร็วขึ้นและไม่เกิดการอักเสบ

         หลังจากนั้น เวลาผ่านไปประมาณ 1 – 2 เดือน อาการบวมมักจะยุบลงและได้รูปร่างของคางใหม่ โดยแท่งซิลิโคนจะเกาะติดแน่นกับขอบกระดูกและขยับเขยื้อนไม่ได้อีกต่อไป นอกจากจะโดนกระแทกอย่างแรง เช่น เอาคางจิ้มพื้น หรือโดนกำปั้นของ ไมค์ ไทสัน อันนี้หมอไม่รับรองด้วยนะครับ

 

        ก่อนจะจบเรื่องเสริมคางก็ขอแถมด้วยผลข้างเคียงในการผ่าตัดเสริมคางอีกเล็กน้อย เพื่อจะได้ทราบไว้เป็นเบื้องต้น แต่ตามปกติแพทย์เองก็พยายามจะลดและป้องกันให้อย่างเต็มที่อยู่แล้ว ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นมีดังนี้

1.การอักเสบติดเชื้อ อย่างที่บอกว่าแผลผ่าตัดในปากมีโอกาสสัมผัสกับอาหาร น้ำ และน้ำลายอยู่บ่อย ในระยะแรกที่แผลยังใหม่อยู่อาจจะมีการติดเชื้ออักเสบได้ ถึงแม้จะไม่มากนัก เพราะแพทย์จะให้ยาแก้อักเสบ  รวมทั้งกำชับเรื่องการดูแลแผลเป็นอย่างดีแล้ว แต่หากเกิดขึ้นในระยะแรก ๆ ที่ยังอักเสบไม่รุนแรงแพทย์อาจจะใช้ยาที่แรงขึ้นช่วยจัดการปัญหานี้ได้ แต่ถ้าไม่ไหวจริง ๆ แล้ว การแก้ไขก็มักจะลงเอยด้วยการเปิดแผลแล้วเอาแท่งคางที่เสริมไว้ออกเสียก่อน แล้วค่อยมาตั้งต้นกันใหม่ในภายหลัง

2.การเอียงบิดของแท่งคาง ก็เหมือนกับการเสริมจมูกนั่นแหละ จมูกเอียงได้คางก็เอียงได้เหมือนกันครับ เพราะตอนแรกคางจะวางตัวอยู่เฉย ๆ ไม่ได้มีตัวอะไรไปยึดมันให้ติดกระดูกอย่างแน่นหนา ร่างกายจะยึดแท่งคางนี้ด้วยตัวมันเอง ในเวลาประมาณ 1 เดือนขึ้นไป ดังนั้น ก่อนหน้าที่จะติดแน่น หากมีอะไรไปกระทบกระเทือนมันก็อาจส่งผลให้มีคางเอียงได้เหมือนกัน หากเอียงไม่มากแพทย์ก็ยังสามารถใช้มือดัดให้เข้าที่ได้ แต่ถ้าเอียงมากก็คงต้องผ่าเข้าไปจัดให้ใหม่เหมือนกัน มีคนไข้หมอบางคนหลังจากเสริมคางไปแล้ววันทั้งวันก็เอาแต่ลูบคางด้วยความดีใจ สุดท้ายก็เกิดคางเอียงตามมา ต้องมาดัดมาผ่าแก้กันใหม่หลายรายแล้วครับ

3.ปากชา ทั้งนี้เนื่องจากบริเวณคางด้านข้างซ้ายและขวา จะมีเส้นประสาทที่มาเลี้ยงริมฝีปากล่างอยู่ด้วย ทำให้เรามีความรู้สึกได้แต่หากใช้แท่งซิลิโคนที่กว้างมากเกินไป จนต้องเลาะเข้าไปใกล้เส้นประสาททั้งสองข้างที่อยู่ชิดกระดูกกราม ก็อาจจะทำให้เกิดอาการชาที่ปากตามมาได้ แต่โดยทั่วไปแล้วมักจะเกิดเพียงชั่วคราว ซึ่งมักจะฟื้นได้ในเวลาอันสั้น

          นั่นเป็นผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นได้ แต่ไม่ต้องกลัวไปนะครับ เพราะหากเกิดจริงก็สามารถแก้ไขได้ด้วยดี  สำหรับท่านที่ตัดสินใจว่าจะเสริมคางคุณสามารถทำได้ในโรงพยาบาลต่าง ๆ ที่มีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ 

          การจะมีใบหน้าที่สวยงามนั้น นอกจากแต่ละส่วนจะต้องได้รูปร่างที่ดีแล้ว สัดส่วนนั้น ๆ ก็ต้องกลมกลืนกับส่วนอื่น ๆ ที่ใกล้เคียงด้วย เช่น จมูก และคาง ที่มักจะไปด้วยกันจึงจะได้เส้นสายของใบหน้าที่สอดคล้องกัน การผ่าตัดเสริมคางและการเสริมจมูกก็เป็นการผ่าตัดที่นิยมทำกันมาตั้งแต่อดีตจวบจนปัจจุบัน และยังเป็นการรักษาที่ยังถือว่าเป็นมาตรฐานอยู่ อีกทั้งการดูแลรักษาก็ไม่ยุ่งยากมากด้วยนะครับ

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ผ่านช่องทางไลน์ >>เพิ่มเพื่อน

สามารถเลือกรูปทรงคางได้หรือไม่
ลูกค้าสามารถนำทรงที่ต้องการมาปรึกษาแพทย์ผู้ทำการผ่าตัดได้ โดยแพทย์จะช่วยพิจารณารูปทรงที่ลูกค้าต้องการว่าเหมาะกับใบหน้าลูกค้าหรือไม่ ถ้าไม่เหมาะก็จะช่วยแนะนำและออกแบบให้เข้ากับใบหน้าของลูกค้า เพื่อความสวยงามของรูปหน้า
----------------------------------------------------
อยากมีรูปหน้าที่เรียว แค่ทำการผ่าตัดเสริมคางอย่างเดียวได้หรือไม่
การเสริมคางจะช่วยปรับรูปหน้าให้แลดูยาวขึ้นได้ในระดับหนึ่ง แต่ถ้าต้องการให้ใบหน้าดูเล็กและเรียวอาจจะต้องทำหัตถการอื่นๆ ควบคู่ไปด้วย ได้แก่ • ถ้ามีลักษณะใบหน้ากลม มีเนื้อแก้มมาก แนะนำตัดไขมันกระพุ้งแก้ม • ถ้ากล้ามเนื้อบริเวณกรามใหญ่ แนะนำฉีด Botox เพื่อลดขนาดกล้ามเนื้อบริเวณกราม • ถ้ากระดูกกรามใหญ่ แนะนำให้ผ่าตัดกราม
----------------------------------------------------
อยากทราบว่าเสริมคางมาแล้ว พบก้อนเนื้อบริเวณคาง สามารถแก้ไขได้หรือไม่
ควรมาพบแพทย์เพื่อตรวจว่าเป็นก้อนอะไร เช่น เป็นก้อนเนื้องอก, ก้อนไขมันหรือเหนียงใต้คาง ฯลฯ ซึ่งแพทย์จะทำการแก้ไขตามสภาพของปัญหา โดยทางโรงพยาบาลยันฮีมีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่พร้อมให้คำปรึกษาทุกวัน
----------------------------------------------------
มีโอกาสผ่าตัดแล้วไปโดนเส้นประสาท ทำให้ปากเบี้ยวได้หรือไม่
เนื่องจากศัลยแพทย์ของโรงพยาบาลยันฮีมีความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ในการผ่าตัดเสริมคางมายาวนาน ที่ผ่านมายังไม่เคยพบปัญหาปากเบี้ยวในลูกค้าที่มาผ่าตัดเสริมคาง
----------------------------------------------------
เสริมคางมาแล้วไม่พอใจรูปทรงคางสามารถแก้ไขใหม่ได้หรือไม่
การแก้ไขทรงคางหลังจากเสริมไปแล้วสามารถทำได้ แต่ต้องไม่มีอาการอักเสบ หรืออาการอื่นๆ แทรกซ้อนบริเวณคาง
----------------------------------------------------
หลังการเสริมคางจะมีปัญหาการไม่สบของฟันหรือไม่
หลังการผ่าตัดเสริมคางจะไม่พบปัญหาเกี่ยวกับการไม่สบของฟัน เนื่องจากก่อนทำการผ่าตัดแพทย์จะตรวจสภาพของกรามทั้งหมด รวมถึงการสบฟันให้เรียบร้อยก่อน
----------------------------------------------------
หลังการผ่าตัดเสริมคางสามารถรับประทานอาหารได้หรือไม่
หลังการผ่าตัดเสริมคางสามารถรับประทานอาหารได้ แต่ควรเป็นอาหารอ่อนๆ งดอาหารที่ต้องใช้แรงบดเคี้ยว อาหารหมักดอง หรือแอลกอฮอล์ อย่างน้อย 1 เดือน
----------------------------------------------------
หลังการเสริมคางจะมีอาการชานานหรือไม่
หลังการผ่าตัดเสริมคางจะมีอาการชาเกิดขึ้นชั่วคราว ประมาณ 1- 3 เดือน และอาการชาจะค่อยๆ ดีขึ้นตามลำดับ
----------------------------------------------------
หลังการเสริมคางจะมีโอกาสเกิดพังผืดจนคางเบี้ยวหรือไม่ มีวิธีป้องกันอย่างไร
ถ้าลูกค้าไม่ได้ทำการฉีดคางด้วย Filler มา ก็ไม่ต้องเป็นกังวล การผ่าตัดเสริมคางด้วยซิลิโคนจะไม่มีภาวะเป็นพังผืดหลังการผ่าตัด แพทย์บางท่านจะแนะนำให้นวดคางหลังผ่าตัด เพื่อลดอาการแข็งตึงของคาง
----------------------------------------------------
แพทย์ใช้วัสดุอะไรในการเสริมคาง แล้วนำเข้ามาจากประเทศใด
ซิลิโคนที่ใช้เสริมคางเป็นซิลิโคนชนิดเดียวกันกับที่ใช้เสริมจมูก ไม่เป็นอันตรายต่อร่างกาย และนำเข้าจากประเทศสหรัฐอเมริกา
----------------------------------------------------
เสริมคางสามารถแก้ไขลักษณะคางบุ๋มได้หรือไม่
ตามปกติการผ่าตัดเสริมคางเพียงแค่ทำให้คางยาวขึ้นเท่านั้น อาจจะช่วยลดคางบุ๋มลงได้บ้างเล็กน้อยแต่ไม่ได้แก้ไขให้หายไปได้ ถ้าต้องการแก้ไขคางบุ๋มจะต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่ม ไม่รวมกับค่าเสริมคาง
----------------------------------------------------
แผลผ่าตัดจากการเสริมคางอยู่บริเวณใด
โดยทั่วไป แพทย์จะผ่าตัดใส่ซิลิโคนเสริมคางได้ 2 ทาง คือ ด้านนอกปากบริเวณใต้คาง กับ ด้านในปากบริเวณซอกเหงือก ซึ่งการผ่าตัดด้านในปากเป็นที่นิยม เพราะมองไม่เห็นรอยแผลเป็น
----------------------------------------------------
แผลผ่าตัดเสริมคางมีขนาดใหญ่หรือไม่
แผลผ่าตัดจากการเสริมคางมีขนาดไม่ใหญ่มาก ประมาณ 1-2 ซม. เท่านั้น และถูกซ่อนไว้บริเวณซอกเหงือก
----------------------------------------------------
การผ่าตัดเสริมคางจะมีอาการเจ็บปวดหรือไม่
ในระหว่างผ่าตัดจะไม่มีอาการเจ็บปวด เนื่องจากแพทย์จะให้ยานอนหลับและฉีดยาชาเพื่อให้คนไข้คลายความกังวลและไม่เจ็บขณะทำ หลังผ่าตัดจะมีอาการปวดบวม 2-3 วัน คนไข้สามารถประคบความเย็นและรับประทานยาแก้ปวดก็ช่วยให้อาการทุเลาลงได้
----------------------------------------------------
การดูแลหลังการผ่าตัดเสริมคางควรปฏิบัติอย่างไร
• ในระยะ 2 – 3 วันแรก ให้ประคบความเย็น • งดสูบบุหรี่ 1 สัปดาห์ • ควรงดทานอาหารสจัด ของหมักดอง อาหารที่ใช้แรงบดเคี้ยว และแอลกอฮอล์ • ควรดูแลบ้วนปากบ่อยๆ ระมัดระวังการกระทบกระเทือนบริเวณคางประมาณ 3-4 สัปดาห์ • ถ้ามีอาการผิดปกติบวมแดง หรือมีไข้ให้เข้ามาพบแพทย์ทันที
----------------------------------------------------
กรณีฉีดคางมา สามารถเสริมคางได้หรือไม่
สามารถเสริมคางได้ โดยแพทย์จะทำการขูดของเหลวบริเวณคางออกก่อน ถ้าไม่มีอาการอักเสบใดๆ ก็สามารถทำการผ่าตัดเสริมคางไปพร้อมกันได้ โดยคางที่เสริมจะเข้าที่ใช้เวลาประมาณ 2-3 เดือน สำหรับค่ารักษาจะมีค่าขูดของเหลวเพิ่มจากการผ่าตัดเสริมคางปกติด้วย
----------------------------------------------------
การผ่าตัดเสริมคาง สามารถช่วยปรับรูปหน้าได้หรือไม่
การเสริมคางจะช่วยปรับรูปหน้าให้ดูยาวขึ้น แต่ถ้าต้องการให้ใบหน้าดูเล็กและเรียวอาจจะต้องทำหัตถการอื่นๆ ร่วมด้วย เช่น ตัดกราม, ฉีดโบท๊อกซ์ เป็นต้น
----------------------------------------------------
การเสริมคางสามารถอยู่ได้ตลอดชีวิตหรือไม่
สามารถอยู่ได้ตลอดชีวิตแต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับการดูแลของลูกค้าแต่ละท่านด้วย ในกรณีมีความผิดปกติหรือลูกค้าอยากเปลี่ยนรูปทรงคางสามารถแก้ไขหรือถอดออกได้
----------------------------------------------------