สักคิ้ว 6 มิติ

ค่ารักษา

จากใจผู้ใช้บริการ

สักคิ้ว 6 มิติ

          ปัจจุบัน “การสักคิ้ว” ไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่ นิยมทำกันทุกวัยตั้งแต่วัยรุ่นไปจนถึงวัยสูงอายุ หากใครมีปัญหาขนคิ้วบาง ขนคิ้วน้อย ขนคิ้วแหว่งจากแผลเป็น หรือหางคิ้วตก สามารถมาปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อสักคิ้วได้ จริงๆ แล้วคนที่มาสักคิ้วมีทั้งเพศหญิงและเพศชาย เพียงแต่สัดส่วนเพศหญิงมีมากกว่าก็เลยเหมือนกับว่าพวกผู้ชายไม่นิยมทำกัน อันที่จริงผู้ชายที่มาสักคิ้วเพิ่มความคมเข้มให้กับใบหน้าก็มีอยู่ไม่น้อยเหมือนกัน

ส่วนใหญ่ผู้หญิงที่มาสักคิ้วมักอยู่ในช่วงวัยทำงานไปจนถึงวัยกลางคน ซึ่งมักจะต้องแต่งหน้าเขียนคิ้วทุกวัน ว่ากันว่าขั้นตอนการเขียนคิ้วเป็นอะไรที่ยากและใช้เวลานานที่สุด ยิ่งคนที่เขียนคิ้วไม่เป็น ไม่เก่ง จะพบความยุ่งยากมาก ต้องเผื่อเวลาเพื่อเขียนคิ้วกันเลยทีเดียว บางทีลักษณะคิ้วที่เขียนในแต่ละวันก็ไม่เหมือนกันอีก จึงเลือกแก้ปัญหาด้วยการสักคิ้วถาวรไปเลย

แรกเริ่มเดิมทีการสักคิ้วถาวรจะใช้เทคนิคระบายสีทึบลงบนคิ้วทั้งหมด หลายคนบอกไม่ชอบเพราะดูไม่เป็นธรรมชาติ คิ้วทึบเป็นปื้น ต่อมามีการพัฒนาเทคนิคการสักคิ้วให้ดูเป็นธรรมชาติมากขึ้น นั่นคือการ สักคิ้ว 3 มิติ  ด้วยการวาดขนคิ้วเป็นเส้น ๆ แทรกในแนวขนคิ้วตามธรรมชาติ คิ้วที่สักแบบ 3 มิติจึงดูเป็นธรรมชาติมากกว่าเดิมมาก อย่างไรก็ตาม แวดวงการสักคิ้วยังคงพัฒนาเลเวลความเป็นธรรมชาติของคิ้วให้เหนือชั้นกว่าแบบลายเส้น 3 มิติขึ้นไปอีก นั่นคือเทคนิค การสักคิ้ว 6 มิติ ในขณะที่การสักแบบ 3 มิติ จะสักลายเส้นเป็นเส้นเดี่ยวลากยาวตรงๆ และความสลับซับซ้อนของลายเส้นไม่มากนัก แต่สำหรับการสักลายเส้น 6 มิติ จะเป็นลายเส้นที่มีความสลับซับซ้อน และเน้นลายเส้นที่อิงธรรมชาติ จนดูเหมือนเส้นขนคิ้วจริง ไม่หลอกตา ซึ่งการสักคิ้ว 6 มิตินี้สามารถทำได้ทั้งผู้หญิงและผู้ชาย

ดังนั้น ใครที่ต้องการความธรรมชาติของเส้นขนคิ้ว หรือผู้หญิงที่ไม่ค่อยแต่งหน้าแล้วต้องการขนคิ้วที่ดูเป็นธรรมชาติ ไม่ทึบ สามารถปรึกษาแพทย์เพื่อสักคิ้ว 6 มิติได้ แต่ด้วยความซับซ้อนในการสักที่มากกว่าแบบอื่น จึงควรสักกับแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญหรือมีฝีมือ ซึ่งนอกจากจะได้ผลลัพธ์ออกมาดีแล้ว ยังมั่นใจได้ในเรื่องของความปลอดภัย ความสะอาด และความทันสมัยของเครื่องสัก เนื่องจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญมักจะอยู่ในสถานประกอบการที่ได้มาตรฐาน เช่น โรงพยาบาล หรือคลินิก ที่สำคัญอีกอย่างคือ แพทย์จะใช้สีสักที่มีคุณภาพนำเข้าจากเยอรมันหรือสหรัฐอเมริกา ซึ่งสีที่ว่านี้ผ่านการการรับรองว่าสามารถนำมาใช้กับร่างกายของคนเราได้อย่างปลอดภัย โอกาสที่จะแพ้สีที่สักจึงเกิดขึ้นได้น้อยมาก อีกทั้งหลังสักไม่ต้องกังวลเรื่องการเปลี่ยนหรือเพี้ยนของสีที่สัก สีจะไม่เปลี่ยนเป็นสีเขียว น้ำเงิน หรือแดงหลังสัก

สำหรับขั้นตอนการสักคิ้ว 6 มิติ ก็เช่นเดียวกับการสักคิ้ว 3 มิติ ต่างกันแค่ในช่วงทำการสัก ซึ่งคิ้ว 6 มิติจะมีวิธีการทำที่ยุ่งยากมากกว่าแบบ 3 มิติอยู่บ้าง เพราะลายเส้นมีความสลับซับซ้อนมากกว่า ใช้เวลาในการสักประมาณ 30 – 60 นาที ขึ้นอยู่กับความชำนาญและฝีมือของผู้สัก หลังสักเรียบร้อยก็สามารถกลับบ้านได้เลย

โดยทั่วไป ก่อนสักแพทย์จะทำการซักประวัติ ตรวจร่างกาย เช็คสภาพผิว ดูลักษณะของคิ้วและโครงหน้า เพื่อออกแบบทรงคิ้วให้เหมาะกับโครงหน้า ส่วนการเลือกสีสักคิ้ว นอกจากจะเลือกจากความต้องการของผู้มารับบริการแล้ว แพทย์จะพิจารณาให้เหมาะสมกับสีผิว สีผม บุคลิก และประเภทของผิวด้วย

ใครที่สนใจอยากสักคิ้ว 6 มิติ ถ้าสุขภาพแข็งแรงดีก็มาปรึกษาแพทย์เพื่อสักได้เลย แต่ทั้งนี้ต้องไม่เคยสักคิ้วมาก่อนหรือเคยสักแต่สีเดิมจางลงไปมากแล้ว เพราะถ้าเคยสักแล้วสีคิ้วยังค่อนข้างเข้ม อาจจะเห็นลายเส้นได้ไม่ชัดเจน แต่ถ้าอยากทำจริงๆ ต้อง ลบรอยสัก  ด้วยเลเซอร์ก่อน ส่วนคนที่ไม่เหมาะจะทำคือ คนที่เป็นโรคเลือดออกง่ายและหยุดยาก, เกล็ดเลือดต่ำ, คนที่เป็นเบาหวานที่ยังคุมน้ำตาลไม่ได้ เป็นต้น

ส่วนเรื่องของความเจ็บขณะสัก ก็ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและความอ่อนไหวของผิวของแต่ละบุคคล แต่ส่วนใหญ่ก็มักจะไม่เจ็บเนื่องจากแพทย์จะทายาชาชนิดครีมบนคิ้วที่วาดไว้ก่อนทำการสัก และจะเติมยาชาในช่วงที่ทำการสักเป็นระยะด้วย

การดูแลหลังสักคิ้ว 6 มิติ ควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสน้ำเป็นเวลา 3 วัน,  ทายาที่แพทย์ให้ทุก 6 ชั่วโมง เพื่อให้บริเวณที่สักชุ่มชื้นและป้องกันการติดเชื้อ, เมื่อเริ่มตกสะเก็ดห้ามลอกหรือแกะเด็ดขาด สะเก็ดจะค่อย ๆ หลุดไปเองภายใน 7 วัน และแพทย์จะนัดกลับมาตรวจซ้ำหลังสักประมาณ 1 เดือน

การสักคิ้ว 6 มิติ สามารถอยู่ได้โดยเฉลี่ย 2-3 ปี ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของผู้มารับการสัก ผิวแห้งมากหรือผิวมันสีจะจางไปเร็วกว่าคนที่มีผิวปกติ นอกจากนั้นยังขึ้นอยู่กับกิจกรรมที่ทำด้วย เช่น ถ้าทำกิจกรรมที่เหงื่อออกบ่อยๆ หรือต้องโดนน้ำบ่อยๆ หรือทาไวท์เทนนิ่งบ่อยๆ หรือโดนแสงแดดเป็นประจำ ก็อาจทำให้ความคงทนของสีลดลงไปได้

หลายคนอาจสงสัยว่าทำไมระยะเวลาคงอยู่ของสีที่สักจึงไม่อยู่หลายๆ ปี หรือตลอดไป อันที่จริงข้อดีของสีสักที่ใช้เวลาไม่นานอย่างนี้ก็คือ เราสามารถปรับเปลี่ยนทรงคิ้วได้ง่ายและทันสมัยตลอดเวลาตามเทรนด์ของทรงคิ้วที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ อีกอย่างเมื่อคนเราอายุมากขึ้นหางคิ้วจะตกลง ก็สามารถปรับขยับทรงคิ้วได้ง่ายโดยไม่ต้องกังวลเรื่องรอยสักเดิมค่ะ