ขั้นตอนแปลงเพศ (หญิงเป็นชาย) ขั้นตอนที่ 3

ค่ารักษา

จากใจผู้ใช้บริการ

 

ขั้นตอนแปลงเพศ (หญิงเป็นชาย) ขั้นตอนที่ 3

“การผ่าตัดสร้างอวัยวะเพศด้วยเนื้อเยื่อที่ท้องแขนและสร้างถุงอัณฑะโดยใช้เนื้อเยื่อจากแคมใหญ่”

การผ่าตัดขั้นนี้เป็นการผ่าตัดสร้างอวัยวะเพศชายจากท้องแขนโดยการย้ายเนื้อและท่อปัสสาวะที่สร้างไว้ในขั้นตอนที่ 2 มาทำเป็นส่วนของอวัยวะเพศชาย (ซึ่งจะต้องมีผิวหนังจากบริเวณสะโพกมาปิดทดแทน) ขณะเดียวกันแพทย์จะต่อท่อปัสสาวะของท้องแขนกับท่อปัสสาวะที่ได้จากการปิดช่องคลอดและยืดท่อปัสสาวะเตรียมไว้แล้ว และต่อเส้นประสาทของคลิตอริสเข้ากับเส้นประสาทของท้องแขน (ทำให้สุดท้ายอวัยวะเพศที่สร้างขึ้นจะมีความรู้สึกเช่นเดียวกับคลิตอริส) และแพทย์จะสร้างถุงอัณฑะโดยอาศัยเนื้อเยื่อจากบริเวณแคมใหญ่มาเย็บเป็นก้อนกลม ก้อนซึ่งจะทำให้ดูคล้ายกับถุงอัณฑะในผู้ชาย

             หลังผ่าตัดควรปฏิบัติตน ดังนี้

                       1. ผู้ป่วยจะมีแผลที่แขนที่ถูกใช้เนื้อเยื่อในการสร้างอวัยวะเพศ และปิดหนังทดแทนแล้ว ใส่เฝือกไว้เพื่อป้องกันการเคลื่อนไหวของผิวหนังที่ปลูกไว้ ผู้ป่วยควรจะได้วางแขนให้สูงเพื่อป้องกันอาการบวมที่บริเวณปลายมือและนิ้วมือ

                       2. บริเวณสะโพกจะมีแผลที่เกิดขึ้นเนื่องจากการตัดผิวหนังบางส่วนไปปลูกที่บริเวณแขน ซึ่งแพทย์จะใช้ผ้ากอซปิดไว้ ซึ่งอาจจะมีเลือดออกบ้างเล็กน้อย และแพทย์จะเปลี่ยนผ้ากอซเป็นครั้งคราวจนแผลหายสนิทในเวลาประมาณ 1-2 สัปดาห์

                       3. แผลบริเวณหน้าท้อง ซึ่งจะเป็นแผลที่แพทย์เปิดหาเส้นเลือดเพื่อนำมาใช้เลี้ยงอวัยวะเพศ จะมีท่อยางเล็ก ๆ เพื่อระบายน้ำเลือดน้ำเหลือง ซึ่งจะวางอยู่ประมาณ 2-3 วัน จึงจะถอดออก และแผลหน้าท้องจะมีเพียงรอยเย็บตามขวางเช่นเดียวกับแผลผ่าตัดมดลูกรังไข่ในขั้นที่ 2

                       4. อวัยวะเพศที่สร้างขึ้นจากเนื้อบริเวณท่อนแขนนั้นจะถูกจัดท่าให้อยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสมและมีอุปกรณ์ดามให้อยู่นิ่งตลอดเวลาเพื่อป้องกันการกระทบกระเทือนต่อเส้นเลือดที่ต่อโดยกล้องจุลทรรศน์ไว้ อันจะส่งผลต่อการไหลเวียนของเลือดที่จะมาเลี้ยงอวัยวะเพศ ทั้งเส้นเลือดดำและเส้นเลือดแดง โดยเส้นเลือดดำจะไหลออกโดยผ่านทางเส้นเลือดที่ขาหนีบ ดังนั้นผู้ป่วยควรจะอยู่ในท่าที่แพทย์และพยาบาลได้จัดไว้ให้อย่างเคร่งครัด การขยับผิดท่าและการเปลี่ยนท่าทางต่าง ๆ มีผลต่อการไหลเวียนของเลือดได้อย่างมาก โดยเฉพาะในช่วง 2-3 วันแรก อันเป็นช่วงเวลาที่สำคัญที่สุด โดยอาจจะทำให้เลือดไม่ไหล หรือเกิดเลือดคั่งในอวัยวะเพศได้ และเกิดปัญหาแทรกซ้อนตามมาได้ เช่น เกิดเลือดออกมากผิดปกติ การกดทับเส้นเลือดแดงเป็นต้น ในช่วง วันแรก พยาบาลผู้ดูแลจะมาตรวจดูแผลและการไหลเวียนของเลือดทุก ๆ ชั่วโมง เพื่อจะได้ทราบถึงความผิดปกติได้อย่างทันท่วงที

                       5. หลังการผ่าตัดผู้ป่วยอาจจะดื่มน้ำหรือกินอาหารอ่อนได้หลังตื่นจากการผ่าตัด แต่ในบางกรณีแพทย์อาจจะไม่อนุญาตให้กินอาหารหรือดื่มน้ำในวันแรก จนกว่าจะมั่นใจว่าไม่มีความผิดปกติหลังการผ่าตัด จึงสามารถรับประทานอาหารได้ แต่ระหว่างนั้นผู้ป่วยจะได้รับน้ำเกลือในปริมาณที่เหมาะสมตลอดเวลา

                       6. หลังผ่าตัดวันที่ 1-3 ผู้ป่วยอาจจะมีไข้ได้หลังผ่าตัด ทั้งนี้เนื่องจากปฏิกิริยาของร่างกายและแผลผ่าตัด รวมทั้งการขยายตัวของปอดที่น้อยลง ดังนั้นจึงควรจะมีการขยายปอดโดยการหายใจลึก ๆ และการใช้เครื่องมือช่วยวัดการขยายปอด

                       7. หลังวันที่ แพทย์จะเปลี่ยนแผลบริเวณแขนที่ทำการปลูกหนังทดแทนเนื้อเยื่อที่นำไปสร้างอวัยวะเพศ หลังจากนั้นจึงพันแผลไว้ตามเดิมต่ออีกประมาณ วัน รวมเวลาที่ใส่เฝือกดามแขนไว้ประมาณ 10 วัน หลังจากแผลปลูกหนังหายดีแล้ว แพทย์จะให้ตัดไหมและถอดเฝือกดามแขนและสามารถเริ่มขยับแขนได้ทีละน้อย จนกลับมาใช้งานแขนได้ตามปกติภายในเวลาประมาณ 1-2 เดือน

                       8. แผลบริเวณท้อง ขาหนีบ รวมทั้งบริเวณอวัยวะเพศจะสามารถตัดไหมได้หลังการผ่าตัดประมาณ 7-10 วัน

                       9. อวัยวะเพศจะมีสายสวนปัสสาวะไว้เพื่อให้แผลเชื่อมต่อกันได้ตามปกติ และจะคาสายไว้ประมาณ 10 วัน แพทย์จึงจะถอดสายสวนปัสสาวะเพื่อให้ผู้ป่วยสามารถปัสสาวะได้ด้วยตนเอง หลังจากถอดสายสวนปัสสาวะแล้ว แพทย์จะใส่สายสวนปัสสาวะเพื่อป้องกันการตีบแคบของท่อปัสสาวะโดยในระยะแรกจะทำการใส่สายสวนแบบสั้นไว้ก่อนเพื่อป้องกันการตีบแคบของท่อปัสสาวะส่วนปลาย และจะคาไว้ประมาณ 1-2 สัปดาห์ หลังจากนั้นแพทย์จะเปลี่ยนสายสวนเป็นสายยาวขึ้นเพื่อป้องกันการตีบแคบของท่อปัสสาวะบริเวณรอยต่อซึ่งอาจจะแคบลงได้และทำให้ถ่ายปัสสาวะได้ไม่คล่องในระยะ 6-12 เดือนแรก ดังนั้น การดูแลท่อสวนปัสสาวะดังกล่าวผู้ป่วยจะต้องถอดสายสวนปัสสาวะออกแล้วถ่ายปัสสาวะตามปกติ หลังจากนั้นจึงทำความสะอาดท่อด้วยน้ำสะอาดแล้วจึงใส่กลับไปดังเดิมโดยมีความลึกเท่ากับคำแนะนำของแพทย์

                     10. แผลบริเวณร่างกายทั้งหมดปกติแล้วจะหายสนิทและใช้ชีวิตตามปกติ สามารถอาบน้ำได้หากแผลแห้งสนิทดีแล้ว โดยทั่วไปประมาณ เดือนขึ้นไป

                     11. ภายในอวัยวะเพศที่สร้างขึ้น ปัจจุบันนี้แพทย์จะใส่ซิลิโคนแท่งไว้ให้เพื่อป้องกันการหดตัวและการผิดตำแหน่ง ดังนั้นเมื่อแผลหายสนิทแล้ว แท่งซิลิโคนจะทำหน้าที่ในการคงรูปของอวัยวะเพศ และทำให้อวัยวะเพศมีความแข็งตัวในระดับปกติ แท่งซิลิโคนที่ใส่ไว้ไม่ได้ออกแบบเพื่อการร่วมเพศ ดังนั้นจึงไม่แนะนำให้ใช้งานด้านการร่วมเพศเพราะอาจจะเกิดการเสียดสีรุนแรงและทะลุได้ ในกรณีที่นำไปใช้งานควรจะระมัดระวังและต้องรอให้อวัยวะเพศมีความรู้สึกเต็มที่ก่อน โดยใช้เวลาประมาณ 6-8 เดือนหลังผ่าตัดแล้ว เพื่อจะได้มีความรู้สึกเตือนเมื่อเกิดปัญหาจากแท่งซิลิโคน ในอนาคตน่าจะมีการประดิษฐ์ซิลิโคนพิเศษสำหรับเป็นอุปกรณ์สำหรับการใส่เป็นแกนของอวัยวะเพศซึ่งทำงานได้ใกล้เคียงของอวัยวะเพศชายมากกว่าปัจจุบัน

                     12. แผลเป็นบริเวณผ่าตัดอื่น ๆ ในร่างกายเช่น แขนสะโพก โดยปกติจะหายสนิทและกลับคืนภาวะปกติภายใน 1-2 เดือน แต่แผลเป็นอาจจะปูดนูนได้และบางรายกลายเป็นแผลคีลอยด์ ซึ่งสามารถป้องกันการปูดนูนได้โดยการใช้ผ้ายืดรัดแน่น (elastic bandage) หรือร่วมกับการใช้แผ่นซิลิโคนเจล (silicone gel sheet)ช่วยในช่วง 3-6 เดือนแรก