ฟอกสีฟัน

จากใจผู้ใช้บริการ

 

ฟอกสีฟัน

        สีของฟันนั้นสำคัญไฉน ถึงแม้ว่าฟันของคุณจะเรียงกันเป็นระเบียบสวยงาม หรือต่อให้คุณมีหน้าตาที่สะสวยหล่อเหลามากแค่ไหน ฟันเหลืองอ๋อยและดำคล้ำที่ปรากฏออกมาเวลาที่คุณยิ้มหรือหัวเราะร่าก็ทำให้หมดความน่าพิสมัยไปทันใดได้เช่นกัน หญิงสาวและชายหนุ่มหลายคนละเลยการดูแลสุขภาพฟัน ทำให้เกิดโรคของฟันต่างๆ ตามมา เช่น ฟันผุ เหงือกอักเสบ โรคปริทันต์ รวมทั้งสีของฟันที่ไม่ขาวสะอาดสดใส เพราะรอยยิ้มเป็นเสน่ห์ต้องตาต่อผู้พบเห็น จะดีแค่ไหน...ถ้าคุณมีรอยยิ้มที่สดใส ฟันขาวสะอาดสะดุดตาน่ามอง

        สาเหตุของสีฟัน

        ปัญหาฟันเหลืองหรือฟันดำคล้ำ เกิดจากหลายสาเหตุ เช่น คราบอาหาร บุหรี่ ชา กาแฟ การใช้ยาปฏิชีวนะ ฯลฯ ปัญหาสีของฟันที่เปลี่ยนไปนั้นสามารถเพิ่มระดับความขาวขึ้นได้ด้วยการฟอกสีฟัน แต่ไม่ใช่ทุกคนที่จะสามารถรักษาด้วยการฟอกสีฟัน เพราะโรคของฟันบางอย่างก็เป็นข้อจำกัดที่ทำให้ยากต่อการฟอกสีฟัน ซึ่งได้แก่ ภาวะเหงือกร่น ที่เผยให้เห็นเนื้อฟันสีเหลืองบริเวณรากฟันตามแนวเหงือก เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ยากแก่การฟอกสีฟัน, ฟันที่มีสีคล้ำจากการรับประทานยาเตเตร้าไซคลิน (Tetracycline), ฟันที่มีสีจากการเกิดอุบัติเหตุ จะไม่มีผลต่อการฟอกฟันขาว, ฟันที่มีสีตามอายุการใช้งาน ซึ่งมักจะเกิดขึ้นได้จากฟันหน้า โดยฟันจะมีลักษณะบางขึ้น จึงทำให้ไม่เหมาะกับการฟอกฟันขาว

        การฟอกสีฟัน เหมาะกับฟันที่มีสีเหลืองคล้ำ หรือสีน้ำตาลอ่อนๆ ซึ่งอาจเป็นมาตั้งแต่กำเนิด หรือมีสาเหตุจากยาบางชนิดตั้งแต่วัยเด็ก หรือจากสีของอาหารที่ทานเป็นประจำ เช่น ชา กาแฟ หรือการสูบบุหรี่ก็มีส่วนทำให้ฟันมีสีคล้ำขึ้นเช่นกัน การฟอกสีฟันจะได้ผลในกรณีที่เป็นฟันธรรมชาติเท่านั้น ไม่มีผลต่อวัสดุอุดฟัน ครอบฟัน สะพานฟัน เคลือบผิวฟัน วีเนียร์ หรือฟันปลอม และไม่มีการฟอกสีฟันวิธีไหนที่สามารถทำปฏิกิริยากับฟันที่มีสีขาวมากๆ อยู่แล้ว

        วิธีการฟอกสีฟัน

        การฟอกสีฟัน เป็นการใช้น้ำยาฟอกสีฟันคือไฮโดรเจน เพอร์ออกไซด์ (Hydrogen Peroxide) หรือ คาร์บาไมด์ เพอร์ออกไซด์ (Carbamide Peroxide) ไปทำปฏิกิริยากับสารที่มีภายในฟัน ทำให้สีที่สะสมอยู่ในเนื้อฟันหลุดออกมา จึงทำให้สีอ่อนลงโดยไม่มีผลต่อโครงสร้างของฟัน มี 2 วิธี คือ การฟอกสีฟันแบบทำด้วยตนเองที่บ้าน โดยใช้สารฟอกสีฟันที่มีความเข้มข้นต่ำ ร่วมกับถาดเฉพาะบุคคล (Tray) ภายใต้การควบคุมของทันตแพทย์ ใช้ระยะเวลาอย่างน้อย 1-2 สัปดาห์ สีของฟันจะค่อยๆ ขาวขึ้น อีกวิธีหนึ่งก็คือการฟอกสีฟันโดยทันตแพทย์ที่คลินิก ซึ่งวิธีนี้จะใช้สารฟอกสีฟันที่มีความเข้มข้นสูง ร่วมกับการกระตุ้นด้วยแสงหรือเลเซอร์ (Laser) เพื่อเร่งปฏิกิริยาในการฟอกสีฟัน ให้ผลรวดเร็วภายใน 45-60 นาที ซึ่งเป็นวิทยาการใหม่ในการฟอกสีฟัน โดยใช้แสงเลเซอร์กระตุ้นสารฟอกสีฟันให้ทำงานได้ดีขึ้น โดยใช้ลักษณะเฉพาะของเลเซอร์ที่เป็นสีเดียว และใช้ความถี่ของคลื่นร่วมกับความเข้มของแสง ในการทำปฏิกิริยากับสารฟอกสีฟัน ซึ่งสามารถกระตุ้นปฏิกิริยาได้รวดเร็วมากกว่าวิธีอื่นๆ นับได้ว่าเป็นทางเลือกใหม่ในการฟอกสีฟันที่รวดเร็ว ปลอดภัย และมีประสิทธิภาพ

              ตารางเปรียบเทียบการฟอกสีฟันด้วยวิธีต่างๆ

วิธีการฟอกสีฟัน

ระยะเวลาในการรักษา

ผลลัพธ์หลังทำ

แปรงฟันโดยใช้ยาสีฟันฟอกฟันขาว (Whitening)

1 เดือนขึ้นไป

ฟันมีสีคล้ำขึ้นเมื่อหยุดใช้ยาสีฟัน และใช้ได้กับคราบหินปูนบนผิวฟันเท่านั้น

การฟอกสีฟันเองที่บ้าน โดยใช้น้ำยาฟอกสีฟันความเข้มข้นต่ำ

ใช้เวลา 7-14 วัน

ทำด้วยตนเองโดยใช้ถาดฟอกสีฟัน หลังทำสีของฟันไม่ขาวขึ้นในทันที

การฟอกสีฟันในคลินิก โดยใช้น้ำยาฟอกสีฟันความเข้มข้นสูง ร่วมกับการกระตุ้นด้วยแสงหรือเลเซอร์ (Laser)

ใช้เวลา 45-60 นาที

หลังการฟอกสีของฟันขาวขึ้นทันที สะดวก ปลอดภัย และทำโดยทันตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

  

        จากตารางเปรียบเทียบการฟอกสีฟันด้วยวิธีต่างๆ ด้านบน จะเห็นได้ว่าการฟอกสีฟันใช้ระยะเวลาและให้ผลลัพธ์ที่แตกต่างกันออกไป วิธีที่นับว่าสะดวกและทำได้ง่ายที่สุดก็คือการแปรงฟัน แต่คนส่วนใหญ่มักจะไม่ค่อยมั่นใจเท่าไหร่กับประสิทธิภาพของฟลูออไรด์ในส่วนผสมของยาสีฟันที่ใช้แปรงอยู่ทุกวัน แต่ก็ช่วยทำให้ระดับความขาวของฟันเพิ่มขึ้นได้เช่นกัน หากร่วมกับการหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารที่มีสีต่างๆ เช่น ชา กาแฟ ไวน์ น้ำอัดลม ซึ่งทำให้สีของฟันเปลี่ยนจากขาวเป็นเหลืองหรือดำคล้ำได้เร็วขึ้น ส่วนการฟอกสีฟันด้วยตนเองที่บ้าน ต้องอาศัยความมีวินัยในการใช้ถาดฟอกสีฟันโดยปฏิบัติตนตามคำแนะนำของแพทย์ หากฟอกสีฟันอย่างสม่ำเสมอก็จะทำให้สีของฟันขาวขึ้นได้ แต่ใช้เวลานานกว่าการฟอกสีฟันโดยทันตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เนื่องจากเป็นการใช้น้ำยาฟอกสีฟันความเข้มข้นสูง ร่วมกับวิทยาการทางการแพทย์ ด้วยการใช้แสงหรือเลเซอร์ (Laser) ช่วยกระตุ้นเพื่อให้สารฟอกสีฟันทำงานได้ดีขึ้น

        ซึ่งหากคุณสงสัยว่าวิธีไหนจะได้ผลดีนั้น ทันตแพทย์จะให้คำแนะนำที่เหมาะสมกับคนไข้เป็นรายๆ ไป แต่ในบางกรณีทันตแพทย์อาจแนะนำให้ทำชุดฟอกขาวด้วยตัวเอง เช่น คนที่เหงือกและฟันมีอาการเสียวง่าย โดยใช้น้ำยาฟอกสีฟัน Carbamide Peroxide ที่มีความเข้มข้นต่ำ แทน  Hydrogen Peroxide เพื่อช่วยลดอาการเสียวฟัน หรือคนที่มีคราบบางชนิดที่ฝังตัวลึกและไม่สามารถทำความสะอาดและขจัดได้ด้วยการฟอกสีฟันในคลินิก โดยใช้น้ำยาฟอกสีฟันชนิดที่สามารถนำกลับไปทำเองที่บ้าน เป็นต้น แต่ไม่แนะนำให้ฟอกสีฟันโดยการซื้อผลิตภัณฑ์ที่ขายตามท้องตลาดมาทำเองโดยไม่ปรึกษาทันตแพทย์ เนื่องจากสาเหตุของสีฟันที่คล้ำอาจไม่ได้รับการแก้ไขให้ตรงจุด และเสียค่าใช้จ่ายโดยไม่จำเป็น และมีโอกาสที่สารฟอกสีฟันจะทำให้เหงือกและเนื้อเยื่อภายในช่องปากระคายเคืองได้ รวมทั้งเสี่ยงต่อการเกิดอาการเสียวฟัน ดังนั้น การฟอกสีฟันภายใต้คำแนะนำของทันตแพทย์จึงเป็นวิธีที่ปลอดภัยและได้ผลมากที่สุด

       ต้องการฟอกสีฟัน..ทำอย่างไร

        สำหรับคนที่มีฟันสีเหลืองหรือดำคล้ำไม่สดใส และต้องการฟอกสีฟันให้ขาวขึ้น แต่ไม่รู้จะเริ่มอย่างไร สิ่งแรกที่ควรทำคือให้มาพบทันตแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยสาเหตุของสีฟันเพื่อวางแผนการรักษา หากมีโรคประจำตัวและต้องรักษาอย่างต่อเนื่อง เช่น โรคมะเร็ง โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิต โรคแพ้แสง ควรแจ้งให้แพทย์ทราบก่อนทำการรักษา รวมถึงประวัติการแพ้ยาถ้ามี สำหรับสตรีมีครรภ์ ควรหลีกเลี่ยงการฟอกสีฟันเพื่อป้องกันการเกิดอันตรายแก่ทารกในครรภ์ถึงแม้ว่าจะไม่มีการวิจัยที่บ่งชี้ถึงข้อจำกัดนี้

        เมื่อได้ข้อสรุปว่าคุณสามารถทำการฟอกสีฟันได้แล้ว ในขั้นตอนแรกก่อนทำการฟอกสีฟัน ทันตแพทย์จะตรวจสุขภาพฟัน ดูให้แน่ชัดว่าไม่มีฟันผุ ไม่มีอาการเสียวฟันเนื่องจากภาวะเหงือกร่น คนไข้ได้รับการขูดหินปูนหรือขัดคราบสีออกเรียบร้อยแล้ว หากมีฟันผุต้องทำการอุดฟันก่อน และวัสดุอุดจะต้องไม่มีการรั่วซึม จากนั้นจึงพิมพ์ปากคนไข้เพื่อสร้างแบบจำลองฟัน และนำมาทำถาดฟอกสีฟัน โดยทำการบันทึกสีของฟันก่อน จากนั้นจึงทำการรักษาต่อไป

        ในกรณีคนที่ฟอกสีฟันแบบทำด้วยตนเองที่บ้าน ทันตแพทย์จะนัดคนไข้มาลองถาดฟอกสีฟัน แนะนำถึงวิธีใส่สารฟอกสีฟันซึ่งก็คือ Carbamide Peroxide ความเข้มข้นต่ำ โดยให้คนไข้ใส่ถาดฟอกสีฟันวันละประมาณ 4 ชั่วโมง หรือใส่ตลอดทั้งคืนเวลานอนก็ได้ โดยระหว่างใส่ถาดฟอกสีฟันมีข้อห้ามคือ งดรับประทานอาหารทุกชนิด การฟอกสีฟันอาจมีผลข้างเคียงที่สามารถเกิดขึ้นได้ คือ อาการเสียวฟัน อาการระคายเคืองเนื้อเยื่ออ่อน เช่น เหงือก เป็นต้น ดังนั้น ในระหว่างการฟอกสีฟัน ทันตแพทย์จึงนัดมาติดตามผลเป็นระยะเพื่อดูผลของการฟอกสีฟัน และดูแลแก้ไขอาการข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น

        หลังจากการฟอกสีฟันแล้วควรดูแลรักษาสุขภาพฟันให้สะอาดอยู่เสมอ โดยแปรงฟันอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง เช้า-เย็น ใช้ไหมขัดฟันช่วยในการทำความสะอาดฟัน หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มหรืออาหารประเภทชา กาแฟ น้ำอัดลม ไวน์ ฯลฯ ซึ่งอาจทำให้มีคราบสีมาติดภายนอกฟันและทำให้ฟันดูคล้ำลงได้ งดสูบบุหรี่ งดอาหารรสเปรี้ยวจัดภายหลังการฟอกสีฟัน 2 สัปดาห์ และควรกลับมารับการตรวจสุขภาพฟันทุก 6 เดือน หลังการฟอกสีฟันความขาวของฟันจะไม่คงทนถาวร โดยสีฟันจะค่อยๆ คล้ำลงเล็กน้อย เมื่อเวลาผ่านไป 2-3 ปี ดังนั้น อาจต้องมาทำซ้ำเป็นระยะๆ เพื่อคงระดับความขาวของสีฟันไว้ได้นานๆ

        รอยยิ้มเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งต่อผู้พบเห็น คนที่มีรอยยิ้มและเสียงหัวเราะอยู่เสมอจะทำให้ทุกคนอยากเข้าใกล้ แต่หากฟันมีสีเหลืองดำคล้ำและไม่สะอาดสดใส อาจหยุดยั้งรอยยิ้มนั้นเอาไว้ เพราะทำให้เกิดความไม่มั่นใจที่จะเผยรอยยิ้มให้ใครต่อใครได้เห็น การฟอกสีฟันจึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่จะทำให้ฟันขาวสะอาดขึ้นได้ เพราะการมีสุขภาพฟันที่ดี มีฟันขาวเป็นธรรมชาติ เป็นการช่วยเสริมสร้างบุคลิกภาพ คืนความมั่นใจให้กับการพูดคุยและรอยยิ้มน่าประทับใจของคุณได้